ฉันค่อย ๆ ย่องเบาในความเงียบและความมืดสนิทของบ้านหลังใหญ่ ก่อนจะพลางดูนาฬิกาของข้อมือตัวเองที่ตอนนี้แทบจะเกือบเที่ยงคืนกว่าอย่างพอใจ
มันเป็เพราะความตั้งใจที่จะกลับบ้านช้า ๆ แบบชนิดที่ว่าพวกเฮียต้องนอนหลับกันหมดแล้วแน่นอน เหตุผลเพียงแค่ไม่พร้อมจะสู้หน้าพวกเฮียนั่นแหละ
โครกกก ~
บ้าจริง ท้องมาร้องอะไรตอนนี้กันวะ
มือฉันกุมท้องตัวเองเบาเพราะมัวแต่กังวลคิดอยู่แต่กับเื่เหล่าเฮียจนลืมกินข้าวซะได้
เพราะคงไม่มีอะไรตกถึงท้องมาั้แ่ตอนบ่าย ฉันเองถึงได้คิดแผนโง่ ๆ นี้ด้วยการกลับให้ดึกซะทุกคนปิดไฟ แต่ตัวเองก็ดันลืมกินข้าวเย็นซะงั้น
ฝีเท้าฉันหันหลังกลับจากที่ย่องขึ้นบันไดจนใกล้จะถึงห้องตัวเองอยู่รอมร่อ แต่ท้องก็ไม่ปล่อยให้ตัวฉันเองได้ก้าวเดินต่อ
คงต้องหาขนมกินสักห่อหรืออะไรก็ได้ที่ทำให้อิ่มท้องไว ๆ แล้วรีบเข้าห้องละกัน
เท้าเล็กก้าวเบาลงจากบันไดด้วยความที่สุด มาหยุดอยู่ตรงห้องตู้เย็นอันใหญ่ในห้องครัว ก่อนแสงสว่างจะตู้เย็นมันปรากฎเพราะฉันเปิดออก และสายตาเริ่มมองหาสิ่งที่จะทำให้ท้องมันหยุดร้องทันที
“นมสักกล่องไหม แซนวิชเหรอไม่เอาอ้วน สลัด…”
พรึ่บบบ!
“กรี๊ดดดด”
“นี่จับได้แล้ว แมวย่องเบา”
มือหนานั่นจับไหล่ฉันจากด้านหลัง พร้อมกับแสงไฟสว่างเปิดขึ้นทั้งครัว
“เฮี่ยย!! เอ้ย!! เฮียสาม ใหมด” ฉันร้องลั่นใกับการเข้าชาร์ตถึงตัว
มิน่า เงาตะคุ่มโฉบไปมาก่อนหน้าในความมืดอันน่ากลัว
ที่แท้ก็เฮียสามนั่นเอง
“ทำไมกลับซะดึกขนาดนี้”
แก้วนมอุ่นวางตั้งอยู่ตรงหน้ากับคำถามของเขาที่ทำให้ฉันหลบตาแทบไม่ทัน เลยคว้าเอาแก้วนมนั่นมาดื่มหาข้อแก้ต่างให้ตัวเองไปพลาง ๆ
“เอ่อ เอ่อ อึก หวาติดทำงานกับเพื่อนค่ะ”
“แล้วทำไมไม่ส่งข้อความมาบอกก่อน”
“แบตมือถือหมดค่ะ” ฉันโชว์มือถือที่อยู่ในมือให้เขาดู
“กลับดึกแบบนี้พวกเฮียเป็ห่วงรู้ไหม”
มือหนายกขึ้นมาลูบผมฉันเบา ๆ ด้วยความอ่อนโยนเพราะเป็ห่วง
แต่ความรู้สึกตึกตักที่เกิดขึ้นในอกฉันนี่สิ เหมือนว่ามันกำลังจะบอกอะไรในใจของฉันที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
ฉันก้มหน้าเงียบ ไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ ทั้งที่เหตุการณ์มันเป็ไปได้อย่างปกติทั่วไปของการเป็พี่เป็น้องระหว่างเรามาก ๆ มีแค่ฉันเองต่างหากที่รู้สึกว่ามันไม่ปกติ
โครกกก~
“...”
“หวาหิวเหรอคะ”
ฉันไม่ตอบ แต่พยักหน้ารับเล็ก ๆ ด้วยความจำยอมต่อหลักฐาน เสียงร้องโครกครากที่เงียบอยู่ได้ตั้งนานสองนาน มันกลับร้องดังขึ้นมาอย่างน่าอายต่อหน้าเฮียสามซะได้ บ้าเอ๊ย
“งั้นเฮียทำอะไรให้กินนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” เสียงอ้อมแอ้มเอ่ยตอบขอบคุณเขาด้วยตาละห้อย มันยอมรับกลาย ๆ ว่าหิวออกมาได้ไม่น้อย
คงต้องยอมฝากท้องไปกับเขาก่อนคืนนี้ ส่วนเื่ที่อยากจะหลบหน้าหลบตาไม่พูดจาเื่เมื่อคืน
ดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่เห็นมีท่าทีที่จะสนใจมันซะจนเป็บ้าเป็บอเหมือนกันฉันเลย
มีแต่ฉันเองที่บ้าคิดมากอยู่คนเดียวสินะ
กลิ่นหอมเนยคลุ้งไปทั่วทั้งครัว กระเทียมกับหอมหัวใหญ่คั่วไปกับกระทะทำต่อมน้ำลายฉันแตกรัว ๆ พร้อมกับกุ้งตัวใหญ่ถูกโยนเข้าไปจี่จนได้ยินเสียงซู่ซ่า ก่อนสปาเก็ตตี้ที่ลวกแล้วจะร่วมลงไปคลุกเคล้าผัดเข้ากันและปรุงรส ปิดจบด้วยครีมกับไข่กุ้งเป็ตัวท็อป เขาตั้งใจทำเมนูที่ฉันชอบนี่หน่า
สปาเก็ตตี้ซอสครีมไข่กุ้งเยอะ ๆ กลิ่นยั่วชวนหิวั้แ่เฮียสามเริ่มผัด มันทำให้คนที่หิวจัดแทบจะอยากลงไปจ้วงกินในกระทะให้มันรู้แล้วรู้รอด ไม่ต้องลงจานเลยก็ได้
“หิวมากจริง ๆ สินะคะ”
แน่สิ พอจานอาหารมาวางอยู่ตรงหน้า คนหิวคนไหนบ้างจะไม่คว้ามันมา
“อื้อ อี่อวาอิว (ยี่หวาหิว) อื้มม หิวมากเลย” ฉันตั้งหน้าตั้งตากินจนเรียกได้ว่าใครเห็นก็ต้องบอกว่ามูมมาม กินไปพูดไปแทบไม่เป็คำแต่ก็อยากจะตอบ
เหมือนว่าตัวเองมีแรงแล้วลืมตัวไปซะอย่างนั้นว่าก่อนหน้าฉันไม่กล้าที่จะพูดอะไรกับเขาเท่าไหร่
“ค่อย ๆ กินค่ะ เดี๋ยวก็ติดคอหรอก”
เฮียสามจ้องมองมาที่ยี่หวาด้วยความเอ็นดู เ้าเด็กสูบเส้นซูด พร้อมกับกัดกุ้งตัวใหญ่นั้นไปครึ่งตัวเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวตุ้ย ๆ จับส้อมซะไม่ยอมวาง เหมือนจะกลัวว่าใครจะมาแย่งจานอร่อยนี้ไปยังนั้น
“ก็ มันอร่อยนี่ แค่ก ๆๆ” ไม่ทันที่เฮียพูดจบ ในคอก็แทบจุกจนถึงอก ไอแค่กซะน้ำหูน้ำตาไหล โทษความตะกละของตัวเองได้เลยที่รีบซะสำลึกได้ขนาดนี้
“นั่นไง เฮียบอกแล้วไม่ต้องรีบ”
“อึก” ฉันคว้าแก้วน้ำจากมือเขาโดยไว ก่อนจะดื่มมันลงไปซะอึกใหญ่เสียงดัง
“เลอะหมดแล้ว กินน่าเกลียดจัง เดี๋ยวก็ไม่มีใครเอาทำแฟนหรอก” แผ่นทิชชู่ตรงกลางตรงถูกเขาหยิบขึ้นมาเช็ดที่ปากเลอะเทอะของฉัน เพราะมันเต็มไปด้วยครีม
แต่ไม่วายคำพูดคำจาของเขาที่มันเริ่มจะไม่เข้าหู หรือเพราะตัวฉันเองเริ่มจะรู้สึกอิ่มขึ้นมาทันทีแล้วก็ไม่รู้
“หึ ไม่เอาก็ไม่ต้องเอาสิ!”
อยู่ ๆ คำว่า ‘เอา’ ที่ออกจากปากของเฮียสามก็ทำให้ต่อมหงุดหงิดของฉันทำงานขึ้นมา
น้ำลายเหนียวเป็ก้อนสะอึกนั้นกลืนแทบไม่ลงคอ หมดอารมณ์ที่ฉันอยากจะกินต่อ แม้จานโปรดตรงหน้ามันจะอร่อยแค่ไหน
“หวาอิ่มแล้วค่ะ”