“พี่ชาย” ปิงโหย่วพูดด้วยเสียงสั่นครือ เธอเอามือปิดปาก ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะพบพี่ชายที่ตายไปแล้ว หรือว่าพระรูปนั้นจะส่งเธอย้อนอดีตมากันแน่
“ตอนนี้ สีกา ได้พลังระดับราชันย์ทรราชกลับมาแล้ว สีกาจะเลือกทางไหนหลังจากนี้” พระหนุ่มโผล่ขึ้นมาข้าง ๆ ปิงโหย่ว
“ฉันคงเลือกอยู่ปกป้องพวกเขา” ปิงโหย่วกล่าว
“เช่นนั้นก็ทำเถิด” พระหนุ่มกล่าว ก่อนจะหายไปอีกครั้ง
“ปิงเอ๋อ ทำไมไม่มาหาพี่ล่ะ มาให้พี่กอดหน่อย” ชายหนุ่มบนเตียงเรียกหาเธอ เธอจึงวิ่งไปสวมกอดพี่ชายที่เธอไม่ได้เจอมานานแสนนาน ใช่แล้วนานมาก ปิงโหย่วเริ่มนึกถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
ในตอนนั้นครอบครัวของเธอมีความสุขมาตลอดจนกระทั่งเธออายุได้ 13 ปี พ่อของเธอได้บอกเรื่องที่ต้องย้ายบ้าน ส่วนสาเหตุนั้นพ่อของเธอไม่ได้บอกไว้ เธอสังเกตว่าครอบครัวเธอมักจะย้ายบ้านกันบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ถึงเธอจะไม่มีเพื่อนเลยเพราะต้องย้ายที่เรียนตามครอบครัวไป แต่เธอก็มีพี่ชายที่เธอรักมาก รักมากกว่าความเป็นพี่น้องกัน
เวลาที่พระรูปนั้นพาเธอมาคือช่วงที่เธออายุได้ 15 ปี คืนนี้เธอกับพี่ชายจะทำเรื่องต้องห้าม การร่วมรักกันระหว่างพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ความสุขที่เหมือนกับคำสาป
เธอจำได้ว่าในเช้าวันรุ่งขึ้น จะมีมือสังหารที่ถูกส่งมาจากนายจ้างพ่อ ให้มาฆ่าครอบครัวของเธอทั้งหมด ตัวเธอที่เมื่อคืนทำรักกับพี่ชาย นอนหลับสนิทอยู่บนห้องใต้หลังคาด้วยความอ่อนเพลีย มันเป็นห้องลับที่รู้กันเฉพาะพี่ชายกับเธอเท่านั้น
พี่ชายของเธอลงมาทานมื้อเช้ากับพ่อและแม่ แต่เช้าวันนั้นเป็นวันที่พวกเขาได้จากเธอไปตลอดกาล มือสังหารลงมือสังหารพ่อกับแม่ ส่วนพี่ชายของเธอถูกจับไปขายให้คนคนหนึ่ง หลังจากเธอตื่นนอนและลงมาข้างล่างก็ต้องพบกับพ่อและแม่ที่กลายเป็นศพ เธอมองหาร่างของพี่ชายแต่ก็ไม่พบ ขณะกำลังทรุดตัวลงร้องไห้ ก็มีคนมาทำให้เธอสลบ พอฟื้นขึ้นมาเธอก็พบว่าตัวเธออยู่ในถ้ำน้ำแข็ง และมีแม่เฒ่าคนหนึ่งบอกว่าเป็นคนพาเธอมา
เธอจำได้ว่าทันทีที่ได้สติ เธอพยายามจะกลับไปตามหาพี่ แต่ถูกแม่เฒ่าห้ามเอาไว้ แม่เฒ่าบอกว่าจะสืบเรื่องของพี่ชายให้ ระหว่างนี้ให้เธออยู่ฝึกพลังปราณที่นี่เพื่อแก้แค้นคนพวกนั้น นั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้จักลมปราณ
หลังจากนั้นไม่นาน แม่เฒ่าได้เข้ามาบอกว่าพี่ชายของเธอปลอดภัยดี มีการซื้อขายพี่ชายเธอต่อไปเป็นทอด ๆ และตอนนี้พี่ชายของเธอได้กลายเป็นศิษย์ของเหลาเหล่า ที่เป็นชาวยุทธ์ฝ่ายธรรมะ
ทันทีที่รู้ข่าวของพี่ชาย เธอพยายามที่จะไปหาพี่ชายของเธอ แต่แม่เฒ่าได้ห้ามเอาไว้ เพราะพี่ชายของเธอถูกพวกพรรคตะวันดับบังคับให้กินยาที่ชื่อน้ำแกงยายเมิ่ง ทำให้เขาสูญเสียความทรงจำเกี่ยวกับเธอและครอบครัวทั้งหมด
ตอนที่เธอรู้ มันราวกับโลกทั้งโลกของเธอพังทลายลง พี่ชายที่เป็นทั้งคนรักและครอบครัวคนสุดท้าย แม้จะยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็เหมือนคนแปลกหน้ากันไปเสียแล้ว
ในที่สุดเธอก็หาทางไปพบกับพี่ชายของเธอจนได้ แต่เมื่อเธอทักเขา สิ่งที่ได้รับคือสายตาที่มองเธอราวกับเป็นคนแปลกหน้า แถมยังเย็นชากับเธออย่างมาก เธอยังคงแอบตามดูพี่ชายของเธอต่อ และก็พบว่าพี่ชายของเธอได้กลายเป็นศิษย์รักของเหลาเหล่า รวมถึงเป็นคู่รักของเหลาเหล่าอีกด้วย
ตอนแรกเธอทำใจไม่ได้ จึงไม่ได้ไปที่นั่นอีก พยายามฝึกอย่างหนักเพื่อไม่ให้คิดถึงเรื่องของพี่ชาย และมุ่งมั่นที่จะแก้แค้นคนที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องเป็นแบบนี้ สุดท้ายหลังจากผ่านไป 3 ปี เธอก็ล้างแค้นคนพวกนั้นได้สำเร็จ เธอนำเอกสารหลักฐานของพี่ชายเตรียมไว้ เพื่อจะไปพบพี่ชายและขอให้เขากลับมาอยู่ด้วยกันกับเธอที่บ้านหลังเก่า แต่เมื่อเธอไปถึงก็พบว่าพี่ชายของเธอได้เสียชีวิตไปเพราะเหลาเหล่าเผลอสูบเอาปราณหยางในร่างของพี่ชายเธอไปจนหมด สุดท้ายพี่ของเธอก็จากเธอไปอีกคน
หลังจากพี่ชายของเธอตายไป แม่เฒ่าที่ชรามากแล้วก็จากเธอไปเช่นกัน สาเหตุมาจากวิชาที่แม่เฒ่าฝึก เป็นการฝึกปราณหยินที่มีความเข้มข้นของพลังหยินสูงมาก ผู้ฝึกสามารถก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว หากแต่ต้องทนทรมานกับความหนาวเย็นในทุกค่ำคืน คล้ายกับวิธีฝึกของเหลาเหล่าที่เธอเห็น และเธอก็จะใช้วิธีแก้ปัญหาแบบเดียวกับเหลาเหล่าเช่นกัน
เริ่มแรกจากการหาชายหนุ่มมาร่วมรักกับเธอ แต่จะหาจากไหนล่ะ เธอไม่มีเงินจ้างชายหนุ่มหน้าตาดีเสียด้วย ครั้นจะให้เธอไปทำกับพวกหน้าอัปลักษณ์หรือจืดชืดเธอก็ทำใจไม่ได้ สุดท้ายเธอจึงใช้วิธีหาชายหนุ่มที่เธอถูกใจ และทำการลักพาตัวไปยังสถานที่ ๆ จัดเตรียมไว้ ก่อนจะสูบเอาพลังหยางมาเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย แน่นอนว่าเธอฆ่าทุกคนที่ร่วมรักกับเธอ ทำไม่น่ะเหรอ ก็เพราะพวกเขาเห็นหน้าเธอน่ะสิ
ต่อมาเธอพบว่ายิ่งพลังปราณเธอแข็งแกร่งมากขึ้น พลังหยางจากชายหนุ่มที่เป็นคนธรรมดาไม่สามารถช่วยรักษาสมดุลหยินหยางในร่างกายของเธอได้อีกต่อไป เธอจึงเริ่มเปลี่ยนเหยื่อจากคนธรรมดาไปเป็นชายหนุ่มผู้ฝึกยุทธ์แทน และต้องหน้าตาถูกใจเธอเท่านั้น แต่เธอก็ฆ่าทุกคนโดยการสูบปราณหยางจนหมดตัวเช่นเคย จากนั้นทุกคนแม้ไม่รู้จักหน้าของเธอ แต่ก็ขนานนามเธอว่า "นางมาร" ตั้งแต่นั้นมา
“ปิงเอ๋อ เธอคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงเงียบไปล่ะ” พี่ชายของเธอถามขึ้น ทำให้เธอหลุดออกจากความคิดที่เธอคิดทบทวนความทรงจำเมื่อครู่ เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม ใช้มือลูบไล้ไปตามกรามเรียวได้รูปของพี่ชาย ก่อนจะขยับตัวขึ้นจุมพิตที่ริมฝีปากของพี่ชายอย่างแผ่วเบา
“อืม” พี่ชายของเธอครางออกมาเล็กน้อย เขาจูบตอบน้องสาวของเขาเช่นกัน
“ปิงเอ๋อ เธอต้องการแบบนี้จริง ๆ เหรอ” ชายหนุ่มถามความต้องการของน้องสาว เมื่อวันก่อนน้องสาวของเขาอยากให้เขาเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ แต่ด้วยอายุเพียง 15 ปี ทำให้เขาที่เป็นพี่ชายคิดหนัก ในความคิดของเขาเห็นว่ามันยังไม่ถึงเวลา
“ค่ะ พี่หานชิง (ปิงหานชิง) หนูเตรียมยาไว้แล้ว จากที่ลองอ่านดูในเว็บ ถ้าได้กินยาพักผ่อนสัก 2 วันก็หายแล้ว รับรองว่าทันก่อนวันจันทร์ที่หนูต้องไปโรงเรียนแน่นอน” ปิงโหย่วกล่าวกับพี่ชาย นั่นสำหรับเธอในตอนนั้น แต่ถ้าตอนนี้ต่อให้ทำทั้งคืน เช้าขึ้นมาเธอยังตื่นมาฆ่าคนนับร้อยได้สบายเลยล่ะ หึหึ
“อย่ายิ้มแบบนั้นอีกนะ พี่รู้สึกหนาว ๆ ยังไงก็ไม่รู้” ปิงหานชิงกล่าว
“ค่ะ” ปิงโหย่วมีความสุขมาก เธอไม่คิดเลยว่าจะได้โอกาสนี้มาไว้ในมือ การที่เธอถูกขังในเจดีย์สำนึกตนกลับกลายเป็นความโชคดีของเธอไปซะแล้ว
ค่ำคืนนั้นบทรักอันแสนเร่าร้อนระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาวที่อายุห่างกันเพียง 3 ปี และยังเป็นพี่น้องกันได้เริ่มต้นขึ้นยาวนานต่อเนื่อง หากเป็นในอดีตปิงโหย่วคงนอนสลบไม่รู้เรื่องแล้ว แต่คราวนี้กลับเป็นพี่ชายของเธอที่เหนื่อยจนสลบไปแทน
เช้าวันรุ่งขึ้น
ปิงโหย่วตื่นมาตั้งแต่ตี 5 เธอยืนอยู่บนหลังคาบ้านตัวเองเพื่อรอพวกที่ครั้งหนึ่งเธอเคยฆ่าไปแล้ว ครั้งนี้เธอจะฆ่าพวกมันอีกครั้ง วันนี้หลังตื่นนอน เธอเขียนจดหมายวางไว้ที่หัวเตียงว่าจะไปเที่ยวสถานที่หนึ่ง ให้พ่อกับแม่และพี่ของเธอไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะกลับมาก่อนมื้อเที่ยงแน่นอน
รออยู่ไม่นานพวกนักฆ่าก็มา พวกมันเป็นคนของพรรคตะวันดับ ใส่ผ้าปิดหน้าตามิดชิด ชุดรัดรูปสีดำ ปิงโหย่วจำได้ว่ามีอยู่คนหนึ่งที่น่ากิน เอ้ย หน้าตาดีมาก คราวก่อนเธอสูบปราณมันจนตายคาที่ แต่คราวนี้เธอจะฆ่ามันทิ้ง เพราะเธอตั้งใจว่าจะมอบทุก ๆ ครั้งหลังจากนี้ให้กับพี่ชายของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
“บ้านหลังนี้สินะที่ผู้จ้างวานบอกมา” ชายชุดดำคนหนึ่งหันไปถามคนที่เป็นหัวหน้า
“ใช่แล้ว เพราะรู้ความลับมากเกินไปไงล่ะ” คนที่เป็นหัวหน้ากล่าว
“งั้นพวกแกก็คงไม่รู้สินะว่าลูกสาวบ้านนี้เป็นนางมารร้ายของยุทธภพที่พวกตำหนักเทพยังไม่กล้าแตะน่ะ” เสียงของหญิงสาววัยรุ่นดังขึ้นข้างหลังพวกมัน
“อ๊ะ” เสียงของพวกมันดังได้แค่นั้น ก่อนที่จะกลายเป็นน้ำแข็งโดยสมบูรณ์
“จงกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเมฆซะเถอะ” ปิงโหย่ววาดมือเพียงครั้งเดียว ร่างของพวกมันที่โดนแช่แข็งก็แตกสลายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งที่ระเหยหายไปในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่เศษซากใด ๆ ทั้งสิ้น เธอมองพวกมันแตกสลายไปด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะเหาะไปยังพรรคตะวันจันทราเพื่อกำจัดผู้ว่าจ้างที่รอฟังผลการสังหารครั้งนี้
พรรคตะวันดับสาขาย่อยแห่งหนึ่ง
“บัดซบ ติดต่อหน่วยสังหารไม่ได้เลย นี่มันเกิดอะไรขึ้น” เจ้าหน้าที่ประสานงานที่ทำงานติดต่อสื่อสารระหว่างพรรคกับมือสังหารที่ส่งออกไปสบถออกมาอย่างหงุดหงิด เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ เขายังติดต่อกลุ่มมือสังหารของพรรคได้อยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงติดต่อไม่ได้กัน
“ยังไงกันเนี่ย พวกที่ส่งไปเป็นมืออาชีพรึเปล่า แค่คนธรรมดายังจัดการไม่ได้แบบนี้ หลังจากนี้คงลงมือยากขึ้นแน่ ๆ” ผู้ว่าจ้างกล่าว
“ใช่แล้ว แค่คนธรรมดาที่ไม่มีทางสู้พวกแกได้ หากพวกแกทำสำเร็จชีวิตเด็กสาวคนหนึ่งต้องกำพร้าและสูญเสียครอบครัวกับคนรักไปตลอดชีวิต” เสียงหญิงสาววัยรุ่นดังขึ้น แต่ทันทีที่พวกมันเห็นต้นตอของเสียง นั่นคือเป็นลมหายใจสุดท้ายของพวกมัน เพราะปิงโหย่วได้ใช้น้ำแข็งที่เย็นสุดขั้วแช่แข็งและทำลายพวกมันทิ้ง ส่วนด้านนอกน่ะเหรอ กลายเป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มีผู้คนไปเสียแล้ว เพราะเธอได้ฆ่าผู้ที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดไปแล้ว
“จงกลายเป็นหนึ่งเดียวกับเมฆบนท้องฟ้าซะเถอะ” ฉับพลันสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่ตั้งพรรคตะวันดับสาขาย่อยแห่งนี้ทั้งหมดก็กลายเป็นละอองน้ำแข็งระเหยหายไปในพริบตา ปิงโหย่วตรวจสอบโดยรอบไม่พบผู้คนแถวนี้ เธอจึงได้เหาะกลับไปยังหน้าบ้าน โดยระวังไม่ให้มีคนเห็น
หลังจากนั้นชีวิตของเธอกับครอบครัวก็อยู่กันอย่างมีความสุข เธอได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และในวันจบการศึกษาเธอตัดสินใจบอกพ่อกับแม่เรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับพี่ชาย
แม้ตอนแรกพวกท่านจะไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายเพราะความรักที่มีต่อลูกสาวคนเล็กอย่างเธอ พวกเขาจึงยอมให้ทั้ง 2 คนอยู่กินกันเหมือนสามีภรรยาได้ เพียงแต่ความสุขอยู่ได้ไม่นาน พ่อกับแม่ของเธอตายด้วยเหตุโดนโจรปล้น แต่พวกเขาขัดขืนและต่อสู้ จึงถูกคนร้ายเอามีดแทงจนเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเธอกับพี่ชายแต่งงานกันได้เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น
ต่อด้วยพี่ชายของเธอก็โดนฆ่าตายที่ลานจอดรถ โดยคนที่ฆ่านั้นเป็นพนักงานชายที่เป็นแฟนของพนักงานหญิงในแผนกที่พี่ของเธอทำงานอยู่ ฆาตกรคิดว่าพี่ชายของเธอที่หน้าตาดีกว่าลักลอบคบชู้กับแฟนของเขา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเสร็จงานศพพ่อกับแม่ของเธอเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น ทำให้เธอแทบจะเป็นบ้า เธอตามหาตัวฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่และพี่ชาย จากนั้นก็สังหารพวกมันอย่างโหดเหี้ยม ให้พวกมันตายอย่างทรมานที่สุด
เมื่อแก้แค้นให้กับครอบครัวได้แล้ว เธอก็มานั่งอยู่ที่ห้องใต้หลังคา กอดเสื้อของพี่ชายที่เปื้อนเลือดไว้แล้วร้องไห้ออกมา
“สีกา พึงรู้ว่า ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ ความโศกเศร้า ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่สบายใจ ความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์ ความประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รักที่พอใจก็เป็นทุกข์ ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์ ผู้ที่ถูกครอบงำโดยความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย และสิ่งที่ได้กล่าวถึงข้างต้นนี้ เป็นผู้ถูกความทุกข์หยั่งเอาแล้ว เป็นผู้มีความทุกข์เป็นเบื้องหน้าแล้ว พึงระลึกรู้ทันความจริงและอยู่กับปัจจุบันด้วยความเข้าใจในทุกข์นี้ เมื่อนั้นความทุกข์ที่สีกามีอยู่จึงจะบรรเทาลง” พระหนุ่มปรากฎตัวต่อหน้าเธออีกครั้ง หากแต่สิ่งที่พระหนุ่มพูด ไม่ได้เข้าไปถึงใจที่แหลกสลายของเธอแม้แต่น้อย
“ขอร้อง....ฮึก.....ขอร้อง.......ได้โปรด......ได้โปรดพาฉันย้อนกลับไปเหมือนครั้งก่อน ได้รึเปล่า นายช่วยให้ฉันย้อนกลับไปแก้ไขได้รึเปล่า ฉันคนนี้ยอมทำทุกอย่าง จะให้ฉันลงนรกหลังจากที่ได้ช่วยพวกเขาฉันก็ยอม” ปิงโหย่วลงมาจากเตียง ก้มหัวลง โขกศรีษะกับพื้น ในอ้อมกอดยังคงมีเสื้อผ้าเปื้อนเลือดของพี่ชายอยู่ เธอขอร้องพระหนุ่มให้ช่วยพาเธอกลับไปแก้ไขอดีตอีกครั้ง
“เราจะช่วยสีกาอีกครั้งหนึ่ง” พระหนุ่มกล่าวขึ้น เมื่อปิงโหย่วเงยหน้าขึ้นก็พบว่านิ้วของพระหนุ่มจิ้มมาที่หน้าผากเธออีกครั้ง ก่อนจะพบว่าเธอกลับมายังเวลาเดิม พี่ชายของเธอยังคงนอนอยู่บนเตียงและยื่นมือมาเพื่อเชื้อเชิญเธอให้มาหาเขาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงของพระหนุ่มที่ดังก้องในหัว
'เราขอเตือนสีกาอีกครั้ง ไม่มีผู้ใดก้าวพ้นความตายไปได้ อดีตคือสิ่งที่ผ่านไป อนาคตยังมาไม่ถึง ควรอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างตื่นรู้ นั่นคือหนทางที่สีกาควรเดิน' กล่าวจบเสียงของพระหนุ่มก็หายไป แต่ปิงโหย่วไม่ได้สนใจฟังมันเลยแม้แต่น้อย
___________________________
แถมให้อีกตอนคร้าบ ^^