"วารีมายา อยู่ในมือของเหยาซี?"
สีหน้ามู่เสินฉวนดูฉงนไม่น้อย
หากเป็นคนอื่นคงไม่เท่าไรอย่างมากก็จ่ายราคาสองเท่าเพื่อซื้อมา
แต่สำหรับสตรีผู้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาคนนี้เขาไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากขออย่างไร
"เจ้าหนุ่มเที่ยวเตร่ไปทั่วแถบแดนเหนือทั้งวี่ทั้งวันความสัมพันธ์กับแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือคงไม่เลว"
"เจ้าลองไปขอให้หน่อย เป็นไร?"
"เรื่องราคาคุยกันได้" มู่เสินฉวนเอ่ยด้วยท่าทีลำบากใจ
"…" มู่อวี่เซิงรีบส่ายหน้ารัวๆก่อนกล่าวเสียงแผ่วว่า "ข้าน้อยไปคงไม่รอดท่านต้องออกโรงเองแล้ว!"
ระหว่างที่เดินทางจากแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือมายังเมืองศักดิ์สิทธิ์เขากับเหยาซีต่างก็เป็นศัตรูคู่อาฆาต
ไปขอซื้อวารีมายา แค่อีกฝ่ายแสดงสีหน้าดีๆให้ก็แปลกแล้ว
"หรือไม่ก็เจ้าลงไปตัดหินสักสองสามก้อนลองเสี่ยงโชคดู?"มู่เสินฉวนยังไม่หมดหวัง
"…ท่านผู้นำตระกูลข้าจะมีโชคขนาดนั้นได้อย่างไร"
"วารีมายาในยุคบรรพกาลก็เป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์แห่งฟ้าดินที่หายากใช้ชำระล้างจิตวิญญาณของผู้ฝึกตน ช่วยให้เข้าถึงวิถี"
"ใช่ว่าตัดออกมาแล้วจะได้เลยนะขอรับ"
"…" มู่เสินฉวนเริ่มลังเลครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
เฮ้อ เพื่อเจ้าหนูน้อยสายหก
ผู้นำตระกูลเช่นเขาคงต้องเสียหน้าสักหน่อยแล้ว
"พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก่อน"
กล่าวจบมู่เสินฉวนก็ก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว มุ่งไปยังตำหนักเซียนเหยาฉือ
กายาศักดิ์สิทธิ์ผงาดขึ้นมาใหม่เช่นเขาในเมืองศักดิ์สิทธิ์เรียกได้ว่าอยู่ในความสนใจของผู้คน
เพิ่งเดินออกไปไม่ไกลก็ถูกผู้ฝึกตนบางคนสังเกตเห็นแล้ว
"หืม?"
"เหตุใดกายาศักดิ์สิทธิ์ถึงเดินไปหาตำหนักแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ?"
"ไม่ทราบเขาอาจมีความสัมพันธ์กับคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือกระมัง"
"จะมีความสัมพันธ์อะไรกันคนหนึ่งอยู่ในทะเลไร้สิ้นสุด อีกคนอยู่แดนเหนือ ห่างกันไกลขนาดนั้น"
ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยสงสัยสายตาเคลื่อนตามร่างของมู่เสินฉวนไป
ตำหนักเซียนของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือถูกล้อมรอบด้วยป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์เขียวชอุ่ม สดชื่น และทิวทัศน์โดยรอบก็งามยิ่งนัก
ในไม่ช้า มู่เสินฉวนก็มาถึงข้างป่าไผ่
เขายกมือคารวะเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือพร้อมกล่าวเสียงดัง
"ทะเลไร้สิ้นสุด มู่เสินฉวนมีเรื่องจะขอพบท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์ เหยาซี"
"หืม?"
"กายาศักดิ์สิทธิ์อยากพบเหยาซี?"
เหล่าผู้อาวุโสสูงสุดของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือชะงักค้างในใจสงสัยอยู่ครามครัน แต่ก็ลุกขึ้นยกมือคารวะ และตอบรับด้วยความเคารพ
หากเป็นผู้ฝึกตนอื่นมาขอเช่นนี้ยังไงก็ถูกพวกนางปฏิเสธกลับไปด้วยคำพูดไม่กี่คำ
แต่มู่เสินฉวนหาใช่ผู้ฝึกตนธรรมดา
จากพลังที่แสดงออกมาเมื่อครู่นี้โดยพื้นฐานแล้วมีคุณสมบัติที่จะนั่งเทียบเคียงกับเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดของแดนศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว
และพรสวรรค์ในการฝึกตนของเขานั้นใกล้เคียงกับปีศาจที่โตเร็วเกินไป
ตราบใดที่ไม่ตายเสียก่อนอนาคตอาจเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลของโลกใบนี้
“อะไรกัน? กายาศักดิ์สิทธิ์แค่มาหาธิดาศักดิ์สิทธิ์เหยาซีรึ"
"ดูเหมือนว่าวีรบุรุษก็ยากที่จะผ่านด่านหญิงงามไปได้[1]"
"แต่ข้าว่าท่านผู้นำตระกูลมู่คงถูกปฏิเสธกลับมาแน่"
"เหยาซีบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยพบแขกเป็นการส่วนตัว"
"ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในที่สาธารณะเช่นนี้"
ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยส่ายหน้าดูเหมือนจะคาดการณ์ได้ถึงสถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนที่มู่เสินฉวนจะต้องพบเจอ
"ธิดาศักดิ์สิทธิ์เจ้าคะท่านผู้นำตระกูลมู่ต้องการพบท่าน"
"ท่านจะว่าอย่างไร?"
หญิงชราท่านหนึ่งของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือมองไปยังภายในตำหนักแล้วส่งกระแสจิตสอบถาม
ร่างอรชรของเหยาซีสั่นสะท้านแววตาคู่สวยฉายแววลึกซึ้ง ใจดวงน้อยไม่อาจหักห้ามความปั่นป่วนได้
คิดไปคิดมาอยู่หลายลมหายใจเสียงดุจทิพย์จากสวรรค์จึงค่อยๆ ลอยออกมา
"เชิญ"
เมื่อหญิงชราได้ยิน สีหน้าก็ฉายแววประหลาดใจ
แต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด ร่างวูบไหวพุ่งออกไปนอกป่าไผ่ ยกมือคารวะพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ท่านผู้นำตระกูลมู่ ท่านธิดาขอเชิญ"
"ขอบคุณ" มู่เสินฉวนพยักหน้าเบาๆมุ่งหน้าไปยังภายในตำหนัก
ในขณะนั้นเอง ผู้ฝึกตนจำนวนไม่น้อยรอบๆต่างก็ยืนตะลึงอยู่กับที่ ไม่อาจหักห้ามความตกตะลึงในใจได้
ท่านผู้นำตระกูลมู่มีหน้ามีตาขนาดนี้เลยหรือ?
แม้แต่ธิดาศักดิ์สิทธิ์เหยาซีก็ยังไม่อาจปฏิเสธ
ต้องรู้ว่า ผู้ที่ต้องการพบเหยาซีต่างก็เป็นหนุ่มน้อยมากความสามารถ หากพูดเกินจริงไปหน่อยก็คือต่อแถวจากแดนใต้ไปยังแดนเหนือก็ยังไม่หมด
แต่ท่านผู้นำตระกูลมู่กลับเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
วาสนาเช่นนี้ ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก!
"ศิษย์น้องอวี่เซิงเจ้ากับท่านผู้นำตระกูลส่งกระแสจิตคุยอะไรกัน?"
"เหตุใดท่านถึงไปหาธิดาศักดิ์สิทธิ์เหยาซี?"
ใบหน้าสวยของมู่เยว่เหยาเต็มไปด้วยความสงสัยจึงสอบถามไปยังมู่อวี่เซิง
"เรื่องนี้…ความลับสวรรค์เปิดเผยมิได้"
มู่อวี่เซิงอมพะนำท่าเดียว
"…"
"ช่างใจแคบจริง"
มู่เยว่เหยาขุ่นเคืองพลันส่งเสียงฮึ่มในลำคอ แต่ก็ไม่ซักไซ้อีกต่อไป
…
ในไม่ช้า
มู่เสินฉวนถูกศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือนำไปยังภายในตำหนักกว้างขวาง
ในตำหนักมีคัมภีร์โบราณวางเรียงรายเครื่องดนตรีกู่ฉินบรรเลงเพลงเรียบง่ายวิจิตรบรรจง
เหยาซีสะบัดมือขาวผ่องพื้นที่โดยรอบตำหนักก็ถูกปกคลุมไปด้วยอาคมลับ บดบังจิตสัมผัสจากภายนอก
ร่างอรชรของนางยืนหยัดอย่างสง่าชุดยาวสีม่วงขับเน้นทรวดทรงอันงามหยด
กายวิถีแต่กำเนิดผสานรวมกับหมื่นวิถีใกล้ชิดกับมหาวิถี แผ่กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์ จนผู้คนโดยรอบต่างต้องละอายใจ
"ท่านผู้นำตระกูลมู่ไม่ทราบว่ามีธุระอันใด?"
เหยาซีแย้มริมฝีปากแดงกล่าวด้วยใบหน้าใต้ผ้าคลุมทียากจะคาดเดาอารมณ์
"ขออภัยที่ข้ามาหากะทันหัน"
"เพียงแต่ได้ยินจากคนในตระกูลว่าช่วงก่อนหน้านี้ท่านซื้อวารีมายามาได้จากแดนเหนือ"
"หากยังไม่ได้หลอมรวมไม่ทราบว่าท่านจะใจดีแบ่งปันให้ได้หรือไม่?"
"เรื่องราคาสามารถคุยกันได้"
มู่เสินฉวนรักษาระยะห่างจากนางเอาไว้หลายก้าวยืนตัวตรง และกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ
"วารีมายา?"
ที่แท้เขามาเพื่อสิ่งนี้…
เมื่อเหยาซีได้ยินแววตาคู่สวยก็สั่นไหวเล็กน้อย
วารีมายาเป็นสิ่งที่นางใช้ศิลาวิญญาณห้าแสนจินซื้อมาจากตระกูลผู้เชี่ยวชาญศาสตร์หยั่งรู้ต้นกำเนิดแห่งแดนเหนือเพื่อนำมาชำระจิตวิญญาณและจุดประกายไฟศักดิ์สิทธิ์
แต่ก็หาใช่สิ่งจำเป็นไม่
"ข้ายังไม่ได้หลอมรวม" เหยาซียื่นมือขาวผ่องออกไป ขวดหยกใสก็ปรากฏขึ้นในอากาศ บินไปยังมู่เสินฉวน
มู่เสินฉวนรับมาเปิดดู
ในขวดมีของเหลวสีเทาอยู่ครึ่งขวดกลิ่นอายอันเย็นยะเยือกแผ่ออกมา
วัตถุศักดิ์สิทธิ์จากยุคบรรพกาล วารีมายา!
สีหน้าเบิกบานกล่าวตอบว่า"ขอบคุณท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์"
"ข้าต้องจ่ายให้ท่านเท่าไหร่?"
ดวงตาคู่สวยของเหยาซีสั่นไหวเล็กน้อยทว่าไม่ได้ตอบสิ่งใด
ในขณะนี้ แม้สีดวงหน้านางจะสงบแต่ภายในใจกลับสับสนวุ่นวาย
คำพูดของมู่อวี่เซิงก่อนจากไปยังคงดังก้องอยู่ในหู
กายาศักดิ์สิทธิ์ กายวิถีแต่กำเนิด!
หากกำเนิดผู้ที่มีร่างกายแข็งแกร่งที่สุดเช่นนี้ขึ้นมาแม้แต่เซียนแห่งยุคบรรพกาลก็ยังต้องหวาดกลัว
หลังจากเงียบไปหลายอึดใจ
เหยาซีจึงรวบรวมความกล้ากล่าวด้วยน้ำเสียงเบาๆ ว่า "ถ้า… ข้าหมายถึงถ้า"
"หากเด็กคนนี้ลืมตาดูโลกแล้วมีร่างกายเช่นนั้นขึ้นมาจริงๆ อาจต้องเผชิญหน้ากับคนทั้งโลก"
"ท่านจะปกป้องเขาหรือไม่?"
---------------------------------------------
[1] วีรบุรุษก็ยากที่จะผ่านด่านหญิงงาม (英雄也难过美人关)หมายถึง ไม่ว่าผู้ชายจะแกร่งเพียงใดก็ไม่อาจต้านเสน่ห์ของผู้หญิงได้