“ติ๊ง!จำนวนผู้ติดตามครบสองร้อยคน จึงได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นขณะนี้ตำแหน่งโฮสต์มีตำแหน่งลี้มู่[1] และได้รับคะแนนวิวัฒนาการขุนพล 1 แต้ม!”
เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้น?
หรือว่าจะมีคนเข้าร่วมกับพวกเราอีกแล้ว
ขณะที่ถังฮ่าวกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงรถดังมาจากนอกประตูห้องสมุด
วินาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงหยวนจวินดัง
“หัวหน้าผมหาผู้ช่วยมาให้พวกเราได้อีกหลายคนแล้ว”
ทางฝั่งหลวนกั๋วชิ่งก็เริ่มจัดแจงคนไปช่วยขนย้ายเสบียงที่ลำเลียงอยู่บนรถบรรทุกลงมานี่เป็การขนย้ายเสบียงครั้งที่ห้าของหยวนจวินและหวังเส้าผิงและครั้งนี้พวกเขาก็ได้ขนของมาจากร้านสะดวกซื้อจนหมดเกลี้ยง!
ถังฮ่าวจางเสี่ยวเหา เฉินจวิน และคนอื่นๆ รีบออกไปต้อนรับ!ก่อนจะพบว่าด้านหลังของหยวนจวินมีคนเจ็ดคนเดินตามมาโดยคนกลุ่มนี้เป็ผู้ใหญ่หกคนและเด็กอีกหนึ่งคน
ผู้ใหญ่ทั้งหกคนสวมชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยและถังฮ่าวก็จำหัวหน้าของคนกลุ่มนี้ได้เขาคือไต้กั๋วฉิวที่เป็หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยหยุนจิงส่วนเด็กชายอายุประมาณสิบเอ็ดถึงสิบสองปีคือไต้เสี่ยวเผิงที่เป็ลูกชายของไต้กั๋วฉิว
วันนี้เป็วันศุกร์ดังนั้นหลังเลิกงานภรรยาของไต้กั๋วฉิวจะพาลูกชายมาเยี่ยมเขาที่มหาวิทยาลัยทว่าเพราะวันสิ้นโลกมาเยือน จึงทำให้ภรรยาของเขากลายเป็ซอมบี้ไป
เื่ราวหลังจากนี้ช่างน่าเศร้ายิ่งนักเพราะในบรรดาพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งหมด 27 คนท้ายสุดก็มีชีวิตรอดเพียงหกคนเท่านั้น
ตอนที่หยวนจวินเพิ่งเข้ากองทัพใหม่ๆไต้กั๋วฉิวก็เป็ถึงผู้บังคับกองร้อย ถือเป็อดีตหัวหน้าของเขา
ทหารทั้งสองคนนี้ได้มาพบกันอีกครั้งในวันสิ้นโลกด้วยเหตุนี้ เมื่อมีคนทั้งเจ็ดนี้เข้าร่วมจึงทำให้กองกำลังของถังฮ่าวมีกำลังพลทะลุ 200 คน เวลานี้ก็มีจำนวนคน 201 คนแล้วเช่นนั้นจึงทำให้เขาได้เลื่อนตำแหน่ง และได้รับคะแนนวิวัฒนาการขุนพลเพิ่มขึ้นอีก 1แต้ม
พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งหกคนนี้ล้วนเป็ทหารผ่านศึกที่ปลดประจำการแล้ว
ถังฮ่าวรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งที่ได้คนกลุ่มนี้มาร่วมทีม
ตอนไต้กั๋วฉิวปลดประจำการเขามียศเป็รองผู้บังคับกองพัน แน่นอนว่าเขามีวิสัยทัศน์กว้างไกลดังนั้นเพียงแค่แวบเดียวก็รู้ว่าถังฮ่าว จางเสี่ยวเหา เฉินจวิน และคนอื่นๆนั้นไม่ธรรมดา
หลังจากเวลาผ่านไปยี่สิบนาที!
ภายในห้องประชุมที่ถูกสร้างขึ้นชั่วคราวที่ชั้นสองก็มีคนนั่งอยู่สิบเอ็ดคนซึ่งก็คือถังฮ่าว เชียนมู่เซวี่ย จางเสี่ยวเหา จ้าวอี้เหมี่ยว เฉินจวิน เฉียนเจิงหวังเส้าผิง หยวนจวิน ไต้กั๋วฉิว หลวนกั๋วชิ่ง และหลิวหยุน
ถังฮ่าวได้เล่าสถานการณ์ของวันสิ้นโลกให้ทุกคนฟังคร่าวๆ
เมื่อได้ยินว่าประชากรทั่วโลกเจ็ดในสิบส่วนได้กลายเป็ซอมบี้และอีกสองปีต่อมาจำนวนประชากรโลกจะยิ่งลดลงเหลือไม่ถึงพันล้านคนแล้วทุกคนก็ตกตะลึง
หลังจากที่ทุกคนทำใจได้ถังฮ่าวจึงเอ่ยต่อ
“ถ้าอยากเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกอาหาร น้ำดื่ม อาวุธ และจำนวนประชากรล้วนเป็สิ่งสำคัญแต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการพัฒนาตัวเราเองเช่นนั้นจึงมีเพียงต้องวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่องเท่านั้นถึงจะสามารถต้านทานซอมบี้และสัตว์ร้ายกลายพันธุ์จำนวนมหาศาลได้ ส่วนกุญแจสำคัญของวิวัฒนาการก็คือสิ่งนี้!”พูดจบถังฮ่าวก็หยิบคริสตัลวิวัฒนาการออกมา
คนอื่นๆต่างรู้เื่คริสตัลวิวัฒนาการมาแล้วทั้งนั้น ยกเว้นไต้กั๋วฉิวคนเดียว
ในบรรดาผู้ที่อยู่ในที่ประชุมทั้งหมดยกเว้นหวังเส้าผิงและไต้กั๋วฉิวที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการ ส่วนคนอื่นๆต่างก็วิวัฒนาการแล้วโดยหลวนกั๋วชิ่งและหลิวหยุนเพิ่งจะกลายเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 1เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
ถังฮ่าวยื่นคริสตัลในมือให้ไต้กั๋วฉิวเพื่อให้เขากลืนกินมันเข้าไปหลังจากที่รับรู้ถึงคลื่นพลังที่แปรเปลี่ยนจากการวิวัฒนาการแล้ว ถังฮ่าวก็เอ่ยต่อ
“ถ้าพวกเรา้าคริสตัลวิวัฒนาการมากกว่านี้จะต้องมีอาวุธที่ดี และสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดคือปืน หยวนจวิน ไต้กั๋วฉิวพวกนายมีความคิดเห็นอะไรบ้าง?”
หยวนจวินกับไต้กั๋วฉิวมองหน้ากันก่อนที่ไต้กั๋วฉิวจะเอ่ยอย่างเนิบช้าขึ้น
“ปืนที่ดีที่สุดคือก็ปืนของกองทัพรองลงมาก็หน่วยสวาท ผมรู้จักทั้งสองที่นี้อยู่ แต่มันอยู่ไกลออกไปหน่อย”
“ไม่เป็ไรขอแค่มีของดีก็พอ” ถังฮ่าวได้ยินก็ตาเป็ประกาย
“ต่อให้พวกเราหาเจอแต่ก็ไม่สามารถขนย้ายของพวกนั้นออกมาได้คราวละมากๆเพราะถนนด้านนอกมหาลัยถูกรถจอดขวางเต็มไปหมด” หยวนจวินขมวดคิ้ว
“ถ้าเป็รถเล็กก็ไม่เป็ไรไม่ว่าจะเป็รถก่อสร้างขนาดใหญ่หรือรถกั้นก็สามารถเคลียร์ออกได้มีเพียงรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่บรรทุกสินค้าเต็มคันเท่านั้นที่เป็ปัญหา”หลิวหยุนกล่าว
“ถนนในเมืองไม่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่แบบนั้นเพียงแต่ว่าพวกเราต้องอ้อมไกลหน่อยเท่านั้นเอง!” หลวนกั๋วชิ่งขมวดคิ้ว
ทุกคนต่างก็ออกความเห็นกันอย่างรวดเร็ว
เพราะมีคนช่วยกันคิดดีกว่าหัวเดียวกระเทียมลีบ
หลังจากนั้นไม่นาน!
ทุกคนก็ได้ช่วยกันวางแผนและกำหนดเส้นทางออกมาสองเส้นสุดท้ายถังฮ่าวก็ตัดสินใจมุ่งเป้าหมายแรกไปที่กองร้อยสวาทหยุนจิงที่อยู่ห่างออกไปสี่กิโลเมตร!
แน่นอนว่าพวกเขาต้องเดินเท้าไปแต่ตอนขากลับอาจจะต้องอ้อมไกลหน่อย
...
ในขณะที่หวังเส้าผิงและไต้กั๋วฉิวกำลังวิวัฒนาการอยู่นั้นถังฮ่าวก็เปิดระบบขึ้นมา
เขา้าอัปเกรดระบบ
ตอนนี้เขามีคริสตัลิญญา208.7 ชิ้น โดยครึ่งหนึ่งได้มาจากเหล่าผู้ติดตามของเขา
หลังจากใช้คริสตัลิญญาไป100 ชิ้น ก็มีแสงออร่าเปล่งประกายขึ้น!
หน้าต่างของระบบก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยด้วย
โฮสต์: ถังฮ่าว
ตำแหน่ง: ลี้มู่ (ตำแหน่งถัดไป : เสียนจู่ป๋อ[2] 201/500)
คะแนนวิวัฒนาการขุนพล: 2.10
คะแนนวิวัฒนาการ: 1.70
คริสตัลิญญา: 108.9
ระดับ: บุตรแห่งเทพ Lv.2
พละกำลัง: 890
ความเร็ว: 762
จิติญญา: 63.8
ทักษะพิเศษ: คทาแห่งาา Lv.2 (โลหิตคลั่ง)
พื้นที่จัดเก็บ: 1 ลูกบาศก์เมตร (+)
...
ตำแหน่งถัดไปที่อัปเกรดคือเสียนจู่ป๋อและตำแหน่งนี้ก็จะต้องมีผู้ติดตาม 500 คนจึงจะเลื่อนขั้นได้
ด้านหลังของคทาแห่งาาLv.1 ที่เป็ทักษะพิเศษก็มีคำว่า (โลหิตคลั่ง) เพิ่มขึ้นมา
หากใช้คริสตัลิญญา10 ชิ้น ก็สามารถกระตุ้นพลังชีวิตของจำนวนผู้ติดตามที่อยู่ในรัศมีร้อยเมตรได้แถมยังสามารถเพิ่มพลังโจมตีขึ้น 10% โดยจะมีผลอยู่ได้นาน 5 นาที
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็ทักษะพิเศษที่แข็งแกร่งมาก
นอกจากทักษะพิเศษที่เปลี่ยนไปแล้วสิ่งที่ทำให้ถังฮ่าวดีใจที่สุดคือระบบมีพื้นที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นมาแม้ว่าตอนนี้จะมีเพียง 1 ลูกบาศก์เมตรก็ตามทว่าภายหลังก็สามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้ด้วยการใช้คริสตัลิญญาหรือแต้มวิวัฒนาการ
คะแนนวิวัฒนาการ1 แต้มสามารถขยายพื้นที่จัดเก็บได้ 1 ลูกบาศก์เมตร
ส่วนคริสตัลิญญาจะต้องใช้ตามจำนวนที่กำหนดโดยครั้งแรกต้องใช้คริสตัลิญญา 100 ชิ้นถึงสามารถขยายพื้นที่จัดเก็บให้เป็ 10ลูกบาศก์เมตร
แต่ครั้งที่สองต้องใช้คริสตัลิญญาถึง500 ชิ้นเลย ถึงจะเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ 10 ลูกบาศก์เมตรได้
ถังฮ่าวไม่ลังเลเลยสักนิดเขาเลือกใช้คริสตัลิญญา 100 ชิ้นเพื่อขยายพื้นที่จัดเก็บเป็ 10ลูกบาศก์เมตรทันที
...
“พี่เซวี่ย”ถังฮ่าวเอ่ยเรียกเชียนมู่เซวี่ยเบาๆ ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าและสวมกอดเธอไว้หลวมๆ!
ร่างบอบบางของเชียนมู่เซวี่ยแข็งทื่อแต่เธอก็ไม่ได้ผลักถังฮ่าวออกหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็กอดตอบถังฮ่าวและเอ่ยเสียงเบาออกมา
“ระวังตัวด้วยนะ”
“อืม!”ถังฮ่าวพยักหน้าก่อนจะใช้มือขวาตบบ่าของเชียนมู่เซวี่ยเบาๆจากนั้นเขาก็ส่งคะแนนวิวัฒนาการขุนพล 1 แต้มเข้าไปในร่างของเชียนมู่เซวี่ย
ร่างกายบอบบางของเชียนมู่เซวี่ยสั่นสะท้าน
ซ่า!
ม่านน้ำสีฟ้าครามได้ปกคลุมร่างของทั้งคู่!
ภาพที่เกิดขึ้นนี้ทำให้หยวนจวินไต้กั๋วฉิว หลิวหยุน และคนอื่นๆ ต่างเบิกตาโตด้วยความใ
พวกเขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าเชียนมู่เซวี่ยก็เป็ผู้วิวัฒนาการด้วย
ยิ่งไปกว่านั้นพอดูจากแสงออร่าของม่านน้ำแล้วระดับวิวัฒนาการของเชียนมู่เซวี่ยถือว่าค่อนข้างสูงเลยอย่างน้อยก็น่าจะสูงกว่าพวกเขามาก
หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับผู้วิวัฒนาการระดับ1 แล้ว ความสามารถในการรับรู้ก็จะเพิ่มขึ้นมาก
เวลานี้แม้แต่จางเสี่ยวเหาเฉินจวิน เฉียนเจิง และหลัวจื้อจวินก็ยังตกตะลึง
พวกเขารู้จักเชียนมู่เซวี่ยดีแต่บัดนี้พอเห็นม่านน้ำนี้แล้ว พวกเขากลับรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาแม้ออร่าของม่านน้ำนี้จะไม่ได้พุ่งเป้ามาที่พวกเขาแต่พวกเขาก็ยังคงััได้ถึงพลังงานมหาศาลที่น่ากลัวยิ่งกว่าพลังของพวกเขาระดับหนึ่ง
่นี้เชียนมู่เซวี่ยไม่ได้ออกไปฆ่าซอมบี้แต่กลับอยู่ประจำที่ห้องสมุดเพื่อรับผิดชอบด้านเสบียงเช่นนั้นแล้วทำไมเธอถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?
ถังฮ่าวมองไปที่ม่านน้ำที่หมุนวนอยู่รอบๆด้วยความใ
ต่อให้เป็เขาก็ยังมองเห็นเพียงเงาอันเลือนรางเท่านั้นแต่ไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็ใคร
หลังจากที่เชียนมู่เซวี่ยเลื่อนขั้นเป็ระดับ2 แล้ว ใบหน้าที่งดงามของเธอก็ยิ่งดูโดดเด่นเข้าไปใหญ่ ผิวพรรณก็ขาวผ่องเป็ยองใยสิ่งสกปรกในร่างกายได้ถูกชำระล้างด้วยกระแสน้ำอย่างรวดเร็วไม่เพียงเท่านี้ร่างกายของเธอยังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชวนหลงใหลอีกด้วย
เมื่อมองไปที่ใบหน้างามที่ไร้ที่ติโดยเฉพาะอย่างยิ่งริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่เผยอขึ้นเล็กน้อยแล้วหัวใจของถังฮ่าวก็สั่นไหวทันใดนั้นเขาก็โน้มศีรษะลงไปจูบริมฝีปากของเธอโดยไม่รู้ตัว
หัวของเชียนมู่เซวี่ยว่างเปล่า!
เวลานี้เธอตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก!
พอตั้งสติกลับมาได้ก็ััได้ถึงไออุ่นที่ส่งผ่านมาจากริมฝีปากและมันก็ทำให้ใบหน้าสวยของเธอขึ้นสีแดงก่ำทันที
-----------------------
[1] ลี้มู่ คือตำแหน่งขุนนางหรือเ้าหน้าที่ระดับล่าง ทำหน้าที่ควบคุมบัญชี
[2]เสียนจู่ป๋อ คือตำแหน่งขุนนางหรือเ้าหน้าที่ระดับล่างทำหน้าที่เป็ผู้ช่วยของเ้าเมือง