[53] ยารักษา
“พี่ชาย หนูอยากกินอันนั้นได้มั้ยคะ?”“ไหนๆ อันไหน อลิซอยากได้รสอะไร ชี้เลยครับ”“อันนี้ๆ สีแดงๆ ล่ะ”เซ็ทควักเงินในกระเป๋าเปย์น้องสาวโดยไม่หวง แม้ว่ามือข้างหนึ่งจะเต็มไปด้วยถุงขนมมากมายแล้ว แต่เซ็ทก็ยังไม่หยุดปฏิบัติการขุนอลิซให้อ้วนท้วมสมบูรณ์ ไม่ว่าอลิซจะอยากได้อะไร อยากกินอะไร ตราบใดที่ไม่ใช่สิ่งที่ไม่เหมาะสม เซ็ทก็พร้อมเปย์ทุกอย่าง“พี่ชายไม่ร้อนเหรอ?”“ไม่ครับ ไม่ต้องเป็นห่วง พี่สบายดี”เซ็ทตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น พลางลูบหัวอลิซเบาๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่อลิซจะเป็นห่วงเขา นั่นก็เพราะการแต่งตัวของเซ็ทช่างไม่เข้าคู่กับอากาศเมืองไทยเอาเสียเลย นอกจากจะกางเกงขายาวเสื้อแขนยาว ยังมีผ้าปิดปากกับแว่นกันแดดแล้วก็หมวกแก็ป ดูผ่านๆ โครตเหมือนคนน่าสงสัยเซ็ทพาอลิซมาเดินเล่นซื้อของกินที่ถนนคนเดินแห่งหนึ่ง เนื่องจากเวลายังไม่ใช่ช่วงที่มีคนมาเยอะ สองพี่น้องเลยไม่ต้องเบียดเสียดกับใครมาก “อลิซโกรธพี่รึเปล่าที่พี่ไม่ได้ไปหาที่โรงเรียนสักที?”“ไม่โกรธค่ะ อลิซเข้าใจ พี่ชายเป็นห่วงหนูนี่นา หนูจะโกรธพี่ชายได้ยังไงกัน” อลิซยิ้มกว้างขณะที่ตักขนมถ้วยเข้าปาก เห็นน้องสาวตัวน้อยรู้ความขนาดนี้เซ็ทก็อดจะภาคภูมิใจในตัวเธอไม่ได้“อลิซไม่โกรธเหรอที่เพื่อนๆ ไม่เชื่อว่าอลิซเป็นน้องพี่ ไม่โกรธจริงๆ เหรอที่พี่ทำให้เพื่อนๆ มองหนูเป็นเด็กขี้โกหก?”“ไม่โกรธจริงๆ ค่ะ พี่เป็นพี่ของหนู เพื่อนจะว่ายังไงหนูก็ไม่สนหรอก ก็หนูไม่ได้โกหกนี่ แล้วก็ปะป๊าเคยอธิบายให้ฟังแล้ว ถึงจะไม่รู้เรื่องทั้งหมด แต่อลิซก็เข้าใจนะคะ!”อลิซเป็นเด็กฉลาด เธอไม่เอาแต่ใจ ไม่งอแง และเห็นเซ็ทเป็นพี่ชายคนสำคัญเสมอ ต่อให้บางครั้งเธอคงไม่เข้าใจถึงการกระทำของคนในครอบครัวอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังรู้สึกได้ว่าใครที่หวังดีต่อตัวเธอจริงๆ ดังนั้นถ้าอดัม แม่อร หรือเซ็ทว่าอะไร อลิซก็จะรับฟังอย่างตั้งใจ...อลิซช่างเป็นเด็กน้อยน่ารักฉลาดหัวไว ยิ้มแย้มแจ่มใส และอีกร้อยล้านคำชมที่พูดได้ไม่มีวันจบ จนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสายเลือดครึ่งหนึ่งในตัวจะเป็นของผู้ชายเฮงซวยอย่างสิงหาเอาเสียได้แต่ต่อให้อลิซจะเป็นสายเลือดของใคร เซ็ทก็ยังรักและเอ็นดูอลิซไม่ต่างจากเดิมอยู่ดี เพราะว่าเธอ... เซ็ทสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่านยกมือขึ้นลูบหัวอลิซเบาๆ“น้องสาวของพี่น่ารักมากๆ เลยครับ”“ก็หนูเป็นน้องสาวของพี่จ๋านี่นา จะไม่น่ารักได้ยังไงล่ะ ฮิๆ”ใจจริงเซ็ทนั้นอยากจะประกาศให้โลกรู้ไปเลยว่าอลิซเป็นครอบครัวที่เขาให้ความสำคัญ เพียงแต่อลิซพึ่งอายุได้แค่สิบขวบทั้งยังมีปมติดตัว เซ็ทไม่อยากให้อลิซลำบากหรือต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านสื่อยิ่งชอบเล่นข่าวกันแบบไม่สนใจความปลอดภัยของคนอื่น แถมยังชอบขุดคุ้ยเรื่องที่ไม่จำเป็นอยู่ด้วย ดีไม่ดีถ้าไปโชว์ตัวให้เพื่อนๆ อลิซได้พบ อลิซคงโดนพวกพี่ๆ ของเพื่อนมารุมล้อมเพราะอยากเข้าใกล้เขาแหงๆ หรือไม่ก็อาจโดนใช้ประโยชน์อย่างไม่สมควร ...คนรอบตัวน่ะไม่ใช่ว่าจะเป็นคนดีไปซะหมดหรอกนะ ...จะบอกว่าคิดมากมันก็ใช่ แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรคิดเผื่อในกรณีแย่ๆ ไว้เสมอ จะได้เตรียมตัวรับมือทันไม่ใช่รึไง?...เซ็ทอยากให้อลิซใช้ชีวิตสงบสุขเหมือนเด็กธรรมดาคนหนึ่งมากกว่า...อย่าได้เป็นเหมือนเขา...ที่สำคัญที่สุดขืนประกาศออกไปแล้วสื่อขุดไปจนถึงเรื่องสมัยก่อน จนอลิซได้รู้ว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของแม่อรกับอดัม หากแต่เป็นน้องสาวคนละพ่อกับเซ็ท ต้นเหตุที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ครอบครัวต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ ถ้าเธอจำได้อลิซจะรู้สึกแย่สักแค่ไหน ให้เธอลืมมันไปน่ะดีที่สุดแล้ว อย่าให้ใครขุดมันขึ้นมาให้เธอกับแม่อรต้องสะเทือนใจเลย อรอนงค์นั้นยังโตแล้ว แต่อลิซนั้นไม่เหมือนกัน เธอยังเด็กอยู่มาก ท่ามกลางสังคมที่คนใส่หน้ากากเข้าหากัน มีดถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากรอยยิ้ม อย่างน้อยๆ เซ็ทก็ต้องการให้เธอโตกว่านี้ เพื่อที่ว่าร่างกายและจิตใจจะเข้มแข็งพอรับมือกับคำพูดเสียดแทงของคนรอบข้างได้“พี่จ๋า อ้ามมมม”เสียงหวานว่าพลางใช้มือเล็กยื่นช้อนมาตรงหน้า ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ เซ็ทก็อ้าปากรอรับของกินที่น้องสาวตัวน้อยป้อนให้อย่างเป็นธรรมชาติ“อ้ามครับ อื้อ อร่อยมากเลย”“งั้นกินอีกนะคะ อ้าม”เซ็ทอ้าปากรับขนมคำแล้วคำเล่า ตัดสินใจปล่อยวางความคิดเครียดๆ เอาไว้ ขอแค่อลิซเข้าใจว่าตัวเขาจะทำเพื่อเธอก็พอแล้ว ตอนนี้ขอใช้เวลาว่างอันน้อยนิดที่มี ตามใจน้องน้อยอย่างที่อยากทำก่อนดีกว่าอลิซพาเซ็ทแวะร้านโน้นร้านนี้ เซ็ทก็แวะทุกร้านโดยไม่ปริปากบ่น เมื่อน้องสาวทำท่าอยากได้อะไรมากเป็นพิเศษ พี่ชายแสนดีก็จะคอยหยิบมาถือจนเต็มสองมือ“อลิซอยากได้ตุ๊กตาเหรอ ตัวไหนดีเอ่ย?”เด็กสาวทำหน้ารู้สึกผิด แต่นิ้วเล็กๆ ก็ชี้ไปยังตุ๊กตาหมูสีชมพูบนชั้นวาง เซ็ทก็หยิบมันลงมาส่งให้ถึงมือน้อย อลิซกอดตุ๊กตาแนบอกแล้วยิ้มกว้าง ใช้แก้มเนียนๆ ถูๆ ไถๆ ไปบนขนนุ่มๆ ของตุ๊กตาหมูอย่างเคลิบเคลิ้ม อลิซเงยหน้ามองเซ็ทแล้วทำตาอ้อนๆ“...ซื้อได้เหรอคะ?”...ไม่ต้องถามเลยว่าไม่กี่นาทีต่อมา ตุ๊กตาตัวนั้นก็ถูกเซ็ทนำไปจ่ายเงินอย่างไว“ถ้าอลิซอยากได้ ก็ต้องได้แน่นอนสิ”แต่แล้วเจ้าอเล็กซ์ที่ย้ายที่อยู่มาอยู่ในกระเป๋าเสื้อเซ็ทอย่างเป็นทางการก็กระโดดออกจากกระเป๋า มันไต่ไปตามชั้นวางของแล้วเกาะเข้าที่หมอนตุ๊กตาตัวเงินตัวทองขนาดเท่าตัวจริงที่ถูกวางไว้มุมหนึ่งของร้าน ไม่วายส่งสายตาอ้อนๆ กับร้องเสียงแผ่วพอให้เซ็ทเข้าใจ“...มุกิ้ว”...เซ็ทลอบกรอกตา ตุ๊กตาเต็มร้านแต่เจ้าจิ้งจกนี่ดันอยากได้ตุ๊กตาตัวเหี้ย!“พี่ชาย มีอะไรเหรอคะ?” อลิซถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นเซ็ทชะงักค้างไป“ไม่มีอะไรครับคนดี พี่ว่า...”{ซื้อให้มันเถอะเซ็ท ถือซะว่าเป็นของขอโทษที่ลืมมันไว้ในถุงขนมคราวก่อน}จากที่ตั้งใจจะทำเมิน คำพูดของโรก็ทำให้เซ็ทนึกได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนเซ็ทเคยลืมมันไว้ในถุงขนมจริงๆ แล้วก็พึ่งรู้ว่ามันหายไปก็ตอนที่มันวิ่งกลับมาหาเซ็ทที่ห้องซ้อมของบริษัทในอีกสองวันให้หลัง และจากเหตุการณ์นั้นก็ทำให้อเล็กซ์ไม่ยอมแยกจากเซ็ทไปไหนไกลตัวอีกเลย “...มุมุ...กิ้ว”อเล็กซ์เองก็ยังดูจะงอนๆ เซ็ทไม่เลิก ดังนั้นเซ็ทเลยได้แต่เดินไปหยิบหมอนตัวเหี้ยที่มีอเล็กซ์เกาะอยู่ขึ้นมาถือ แล้วเดินไปจ่ายเงิน“...พี่แค่ว่าจะซื้อตุ๊กตาอีกสักตัว...”...แล้วห้องนอนอันโล่งสบายของเซ็ทก็มีตัวเหี้ยเข้ามายึดครองพื้นที่ส่วนหนึ่งของเตียงอีกตัว...เย็นวันนั้นอลิซเล่าเรื่องที่เซ็ทพาออกไปเที่ยวให้อดัมและแม่อรฟังอย่างกระตือรือร้น มือเล็กๆ หยิบขนมที่เซ็ทหิ้วกลับบ้านออกจากถุงแล้วทำท่าภูมิใจนำเสนอ ขนมและของฝากเล็กๆ น้อยๆ หลายต่อหลายอย่างที่ใช้เงินเซ็ทซื้อล้วนถูกส่งต่อถึงมือสองบุพการี ในขณะที่ตัวอลิซเองเอาแค่ตุ๊กตาหมูสีชมพูที่เซ็ทซื้อให้ไปนอนกอดในห้องของตัวเองความน่ารักของอลิซไม่ว่าจะเป็นอดัมหรือแม่อรต่างก็ต้องพ่ายแพ้ ขนมของกินและของฝากจากเงินของเซ็ทไม่ได้ทำให้อดัมบ่นเซ็ทเรื่องใช้เงินสิ้นเปลืองแม้แต่น้อย ...ก็นะ อลิซยิ้มแย้มขนาดนี้ ใครก็บ่นไม่ลงทั้งนั้นล่ะ...แต่สำหรับตุ๊กตาตัวเหี้ยขนาดเท่าตัวจริงก็ยังคงเป็นที่คลางแคลงใจจนอดัมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม เล่นซะคนซื้อหันมองตาเขียวปั๊ด“เซ็ทชอบตุ๊กตาแบบนั้นเหรอลูก?”“อย่าพูดอดัม”...แล้ววันว่างๆ หนึ่งวันอันหาได้ยากเย็นของเซ็ทก็หมดลงอย่างรวดเร็ว คนที่ดูจะมีความสุขที่สุดก็คงไม่พ้นอลิซกับอเล็กซ์ เซ็ทไม่มีปัญหาเลยที่เห็นน้องสาวตัวน้อยยิ้มแย้มเต็มแก้มแต่พอมาเห็นอเล็กซ์ยิ้มจนแก้มปริ ใช้ร่างจิ๋วๆ ของมันนอนกอดตุ๊กตาตัวเหี้ยที่ตัวใหญ่กว่าตัวหลายเท่า มันกลับทำให้รู้สึกอารมณ์เสีย จนรู้ตัวอีกทีก็เผลอโยนหมอนตัวเหี้ยกับเจ้าจิ้งจกมีขนตัวสีฟ้าลงไปกองบนพื้นห้อง“กิ้ว!!”
“สวัสดี รู้สึกเหมือนไม่ได้คุยกับคุณมาสักพักเลยนะ”[สวัสดีค่ะ ก็ดูเหมือนจะสักพักจริงๆ ล่ะมั้งคะ ไม่ทราบว่าที่ติดต่อมานี่มีธุระอะไรให้ช่วยจัดการอีกอย่างนั้นเหรอคะคุณ Z]ในเวลากลางคืนเซ็ทได้ติดต่อไปหาไลล่าเพื่อตามงานที่เขาต้องการ ในขณะที่ปากคุยโทรศัพท์ทั่วไป หากแต่ตาก็ยังคงจับจ้องไปยังภาพที่กำลังแฮ็กจากกล้องวงจรปิด เซ็ทอดที่จะลอบหัวเราะเบาๆ ไม่ได้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังทำหน้าปั้นยาก ราวกับกลัวที่จะต้องคุยกับเขาเสียเหลือเกิน“ดูเหมือนว่าถ้าผมติดต่อไปคุณจะต้องคิดว่าผมมีอะไรให้คุณทำนะ?”[ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงค่ะ ใครให้คุณติดต่อมาทีก็มีแต่เรื่องช็อกโลกทุกทีล่ะคะ]“วันนี้ผมไม่ได้มีธุระอะไรมากหรอก เพียงแค่ติดต่อมาขอรับของจากคุณลุงของคุณ ยาตัวแรกที่ผมต้องการ ผลิตเรียบร้อยแล้วไม่ใช่รึไง?”เซ็ทจับจ้องการกระทำของไลล่า โจนส์ตลอดเวลา ราวกับกำลังจับพิรุธ เมื่อเห็นว่าปลายสายเงียบไป เซ็ทจึงกล่าวสำทับขึ้นอีกประโยค“ผมเคยบอกแล้วว่าผมคอยติดตามการเคลื่อนไหวของพวกคุณ คิดจะเล่นตุกติกกับผมอย่างนั้นเหรอไลล่า คุณคิดดีแล้วแน่นะ?”น้ำเสียงของเซ็ทกดต่ำลงจนดูเย็นชา ผู้ฟังถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความหวาดกลัว หญิงสาวที่อยู่ปลายสายโบกไม้โบกมือเป็นพัลวันราวกับคู่สนทนานั่งอยู่เบื้องหน้า เธอรีบเก็บโทรศัพท์ที่เผลอปล่อยหลุดมือขึ้นมาถือแล้วกรอกเสียงลงไปในอย่างรัวเร็ว[ขะ-เข้าใจผิดแล้วค่ะคุณ Z ทางเราไม่ได้คิดจะเล่นตุกติกอะไรกับคุณเลยนะคะ โปรดระงับโทสะก่อน ฉันแค่ตกใจ เพราะทางลุงโจเซฟพึ่งแจ้งเรื่องนี้แก่ฉันเอง ฉันแค่ไม่คิดว่าคุณจะรู้เร็วขนาดนี้]“อย่างนั้นหรอกเหรอ?” เซ็ทยอมปล่อยผ่านประเด็นเก่าพอให้ไลล่าถอนหายใจโล่งอกได้ครู่หนึ่ง “งั้นคุณจะส่งของให้ผมได้เมื่อไหร่ล่ะ?”[คุณ Z คะ คือยานั่นยังไม่ได้ทดลองผลสำเร็จเลยนะคะ คุณจะ-]“ทดลอง? คุณพูดคำนั้นกับผมที่เป็นคนให้สูตรผลิตยากับพวกคุณงั้นเหรอ คุณไลล่า ผมรู้ประสิทธิภาพของยาพวกนั้นดีที่สุด คุณอยากจะทดลองผลของมันสักกี่เดือนกี่ปีจนกว่าจะแน่ใจก็เรื่องของพวกคุณ แต่ผมต้องได้ยาตัวนั้นตามที่ผมต้องการ”เซ็ทว่าด้วยน้ำเสียงที่ดุดันขึ้นอีกหน ในเมื่อหนทางในการรักษาแม่อรให้หายดีอยู่ใกล้แค่เอื้อม จะให้มารอการทดลองตัวยาที่เซ็ทรู้ประสิทธิภาพของมันดีอยู่แล้วเพื่ออะไร“คุณจะไม่ไว้วางใจในสูตรยาก็เรื่องของคุณ แต่สิ่งที่ผมต้องการ ผมต้องได้”...ในห้องทำงานกว้างใหญ่ของประธานบริษัท IElect ไลล่า โจนส์เม้มริมฝีปากแน่น สองตาเหม่อมองไปยังท้องฟ้ากว้างได้ไม่นานก็ต้องรีบดึงสติกลับมาที่การพูดคุยกับปลายสายที่แสนจะน่าหวาดกลัว[ไลล่า ผมจะพูดอีกครั้ง คุณจะส่งของให้ผมได้เมื่อไหร่?]“...ต่อให้คุณมั่นใจในสูตรยาของคุณมากแค่ไหน แต่คุณก็ต้องไม่ลืมนะคะว่ายาที่คุณเอาไปใช้ ไม่ว่าจะกับใคร มันหมายถึงชีวิตของคนๆ นั้น”ไลล่าว่าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือกว่าปกติ ด้วยรับรู้ได้ว่าเซ็ทกำลังอารมณ์เสีย แม้จะไม่เห็นหน้าค่าตาอีกฝ่าย แต่ก็รู้ได้จากน้ำเสียง และทุกคำพูดของเธอที่พูดออกไป อาจจะทำให้บริษัทของพ่อต้องปิดตัวลงได้ทุกเวลาถึงกระนั้นเธอก็ยอมรับไม่ได้ หากอีกฝ่ายจะนำยาที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์คุณภาพไปใช้ จนอาจกลายเป็นเหตุให้คนๆ หนึ่งต้องตายโดยไร้ความหมาย แต่แล้วเสียงทุ้มต่ำเย็นชาจากปลายสายก็พลันกลายเป็นเสียงหัวเราะในลำคอ เธอสะดุ้งโหยง แผ่นหลังหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ[คุณคิดว่าผมขายสูตรยาที่ใช้ไม่ได้ให้พวกคุณรึไง สูตรยาทุกตัวที่ผมให้คุณไป คุณรู้ไว้เลยว่ามันใช้ได้จริงตามที่ผมบอกทั้งหมด]“...ฉัน”[...อย่าเล่นตุกติกกับผม]“ฉันไม่ได้คิดจะตุกติก และฉันก็อยากจะเชื่อสิ่งที่คุณพูดค่ะ!” เสียงหวานตะโกนเมื่อถูกปลายสายกดเสียงต่ำข่มขู่อีกหน “แต่ฉันและคุณลุงยอมรับไม่ได้ที่จะนำยาตัวนี้ไปใช้กับคนโดยไม่ได้รับการยืนยันในผลลัพธ์ สูตรยาของคุณอาจจะเพอร์เฟ็กต์ ดีเลิศ ไร้จุดผิดพลาด แต่ไม่ได้หมายความว่าขั้นตอนการผลิตจะไม่ผิดพลาดเลยนี่คะ!”[...]“แม้แต่ทีมผลิตของคุณลุงยังไม่มั่นใจว่าผลิตได้ตามสูตรยาที่คุณให้มาร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณที่คอยดูอยู่ห่างๆ มั่นใจขนาดนั้นได้ยังไงกันล่ะคะ?” มือบางทุบโต๊ะดังตึง เสียงที่ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดเริ่มแผ่วเบาลง “ที่คุณอยากได้ยาตัวนี้โดยเร็วก็เพราะคุณต้องการรักษาคนสำคัญของคุณใช่มั้ยล่ะ ฉันน่ะ...ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้นค่ะ ดังนั้นฉันจึงต้องปฏิเสธที่จะส่งมอบของให้คุณ”ไลล่าว่าพลางกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ไม่รู้ว่าคุณธรรมหรือมโนธรรมในจิตใจอะไรสั่งให้มาเป็นคนดีเอาเสียตอนนี้ หากหลังจากนี้ไปห้านาทีเธอต้องกลายเป็นคนไร้บ้านก็เป็นเพราะเธอทำตัวของเธอเองนั่นแหละ ทั้งๆ ที่แค่มอบๆ ให้ไปก็จบแล้วแท้ๆหญิงสาวหลับตานิ่งเหมือนกับกำลังรอคอยคมดาบประหัตถ์ประหารที่มองไม่เห็น แต่รอนานแค่ไหนเสียงสั่งตายก็ยังมาไม่ถึงเสียที ไลล่าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ แล้วกรอกเสียงลงในโทรศัพท์เบาๆ“เอ่อ...คุณ Z คะ?”[คุณเป็นคนดีนะ] ปลายสายว่าเนิบช้า หากแต่คนโดนชมกลับไม่ได้รู้สึกปลาบปลื้มแต่อย่างใด กลับกันตัวเธอยิ่งสั่นสะท้านเข้าไปใหญ่ เธอเม้มปากแน่น สูดหายใจลึกหลายหนกว่าจะอ้าปากพูดได้สักคำ“...ฉันไม่ คือฉันไม่ได้”[ผมเข้าใจสิ่งที่คุณกำลังคิดมากแล้ว คราวหน้าก็พูดมาตรงๆ อย่ามัวแต่ยึกยักจนน่าสงสัย ผมไม่ใช่พวกไร้เหตุผล คุณก็น่าจะพอดูออกไม่ใช่รึไง?]“...ค่ะ คิดว่าอย่างนั้น...มั้งคะ” เธอได้แต่รับคำเสียงแห้ง[เอาเป็นว่าขั้นตอนการผลิตไม่ได้ผิดพลาด ผมตรวจสอบแล้ว ยาที่ทีมผลิตสร้างใช้ได้จริงตามที่ผมระบุไว้ เพราะฉะนั้นยานั่นจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาแก่ผู้ใช้แต่อย่างใด ผมต้องการยารักษา ไม่ใช่ยาที่จะใช้ฆ่าใคร ถ้าใช้รักษาไม่ได้ผมจะเอาไปทำไมกัน][คุณอยากเชื่อคำพูดผมไม่ใช่รึไง งั้นก็เชื่อซะสิว่าผมไม่ได้โกหก เชื่อใจผม]ไลล่าเงียบไปเป็นนาที กว่าจะหาเสียงของตัวเองเจออีกหน เธอถอนหายใจยาวยามตอบรับคำพูดจากคนที่อยู่ปลายสาย สองข้างแก้มย้อมสีแดงระเรื่อโดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้สึกตัว“...ก็ได้ค่ะ ฉันจะเชื่อคุณ”[ก็แค่นั้นแหละที่คุณต้องทำ แล้ววันรับของ อย่าได้คิดส่งใครมาลอบตามหาตัวผมแบบครั้งก่อนเชียวล่ะ ไม่งั้นผมไม่รับประกันนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น]“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ ไม่ต้องห่วง ฉันยังรักตัวกลัวตายนะคะ”หญิงสาวตอบกลับ มือบางยกขึ้นลูบคอตัวเองเบาๆ แค่รอดหวุดหวิดจากการพูดคุยเมื่อครู่ได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว เรื่องอะไรจะเอาความสุขสบายทั้งชีวิตไปเสี่ยงอีก[หึ ผมรู้ว่าคุณฉลาด แล้วธุรกิจเครื่องสำอางคุณล่ะไปถึงไหนแล้ว?]ไลล่าไม่ได้คิดว่าปลายสายจะสอบถามถึงเรื่องนี้ แต่เธอก็ตอบกลับได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนโดยไม่ตื่นตระหนก ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะรายงานเขาทุกเรื่อง ในเมื่อเขาคือหุ้นส่วนคนสำคัญ“คุณลุงช่วยหาโรงงานที่ไว้ใจได้แล้ว การผลิตก็ไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้อยู่ในระหว่างการทดลองว่าจะเกิดอาการแพ้หรือส่งผลอันตรายต่อร่างกายรึเปล่า หากขั้นตอนตรงส่วนนี้เป็นไปด้วยดี การจดทะเบียนหรือดำเนินการตามบทกฏหมายไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยค่ะ”ไลล่ากล่าวโดยสรุป แต่แล้วเธอก็นึกได้ว่ามีเรื่องต้องเสริม“หากธุรกิจเป็นไปได้ด้วยดี ส่วนแบ่งที่คุณจะได้รับคือห้าสิบเปอร์เซ็นต์จากผลกำไร อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่จะมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ยังต้องคุยกันอีกทีตามข้อตกลงเดิมค่ะ”[ห้าสิบห้าสิบ จะเอาจริงเหรอ?]“ใช่ค่ะ คู่ค้าที่ดีก็สมควรได้รับในสิ่งที่เหมาะสม ธุรกิจนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นแน่ๆ ถ้าไม่มีสูตรจากคุณ ส่วนแบ่งครึ่งต่อครึ่งไม่ใช่สิ่งที่มากเกินไป ฉันได้ร่างเอกสารสัญญาแล้ว คุณสามารถนำไปอ่านแล้วแก้ไขข้อตกลงได้ตามที่ต้องการค่ะ แต่ทางฝั่งฉันจะโอเคมั้ยนี่ต้องคุยกันอีกทีนะคะ”[ได้ ผมจะเอามาอ่านแล้วส่งกลับไปให้คุณอีกที ต้องชมอีกครั้งล่ะนะว่าคุณน่ะฉลาด แต่อย่าคิดว่าแค่เงินที่มากขึ้นหน่อย คุณจะเอามาเป็นบุญคุณต่อผมได้]สิบเปอร์เซ็นต์จากกำไรตามข้อตกลงเดิมก็ถือเป็นเม็ดเงินมหาศาลแล้ว เพราะทุกความเสี่ยงและต้นทุนมีแค่ฝ่ายเธอที่ต้องแบกรับ เขาแค่ต้องนั่งรอนับเงินสบายๆ ก็เท่านั้น “ฉันไม่คิดว่าเงินซื้อคุณได้ ฉันเพียงแต่คิดว่าคุณสมควรได้รับก็เท่านั้น ถือซะว่าเป็นเพียงของกำนัลจากฉัน คุณไม่จำเป็นต้องถือเป็นบุญคุณหรือรู้สึกติดค้างอะไรทั้งนั้นค่ะ” ...ปากพูดแบบไหน ไม่ได้แปลว่าใจต้องคิดแบบเดียวกันการจะยอมเสียผลกำไรมากหน่อยเพื่อให้ได้ความประทับใจที่ดีหรือเพื่อคงความสัมพันธ์ในระยาว ถือเป็นการลงทุนที่น่าเสี่ยง ...นี่สิถึงจะเรียกว่านักธุรกิจไลล่ารู้ดีว่ายังไงปลายสายก็ต้องเดาทางเธอได้ หากแต่เธอก็ยังคงเดินหมากตานี้ต่อไป รอคำตอบอยู่ไม่นาน เธอก็ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจ แม้จะไม่ได้รับคำสัญญาใดๆ ก็ตาม[ถ้าคุณว่าแบบนั้นก็เอาตามนั้น ไม่เกินสามวันผมจะส่งเอกสารสัญญากลับไป แล้วถ้าอยากได้คำแนะนำอะไรจากผม ก็ติดต่อมา ถ้าไม่ว่างไว้ผมจะติดต่อกลับ]...เพราะขอแค่เขายังรับไว้ก็ถือว่าบรรลุจุดประสงค์แล้ว“ต้องขอบคุณล่วงหน้าเลยค่ะ ถ้าติดขัดหรือมีปัญหาอะไรกับสินค้า ฉันคงต้องได้ขอคำแนะนำจากคุณแน่นอน”[งั้นวันนี้ผมก็ขอตัวก่อนแล้วกัน อ๋อ สถานที่ วันนัด และปริมาณของที่ผมต้องการอยู่ในเมล ส่งของให้ถึงมือผมล่ะ]เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ยามได้ยินเสียงสัญญาณตัดสาย นิ้วเรียวนวดขมับผ่อนคลายความตึงเครียดเมื่อครู่ได้ไม่นาน เธอก็เปิดหน้าจอคอมขึ้นมาดูอีเมลล่าสุดจากอีกฝ่าย แต่แล้วก็เผลอร้องเสียงหลง “ให้ส่งของภายในวันนี้นี่คิดได้ยังไง นี่ไม่กะให้ฉันมีเวลาเตรียมอะไรหน่อยเลยรึไงกัน (วะ) คะ!?”ไลล่ารีบติดต่อไปทางโจเซฟที่มีของอยู่กับตัว ยังต้องมานั่งคิดอีกว่าจะอธิบายยังไงให้ลุงโจเซฟที่มีจิตวิญญาณนายแพทย์เต็มขั้นเข้าใจว่ายานั่นใช้ได้จริงโดยไม่ต้องรอผลทดสอบ
เซ็ทที่ตัดสายจากไลล่ามายังคงตามดูอีกฝ่ายวิ่งวุ่นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหัวเราะด้วยความสะใจ การคุยกับคนฉลาดมักจะต้องปวดสมองเสมอ และการคุยกับเธอก็ทำให้เซ็ทต้องเปลืองพลังงานมากเช่นกัน ดังนั้นการที่เขาได้เห็นไลล่าวิ่งวุ่นเพื่อให้ความต้องการของเขาบรรลุจึงเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งเซ็ทเปิดเอกสารสัญญาที่อีกฝ่ายร่างไว้ขึ้นมาอ่าน แล้วก็ต้องพยักหน้ายอมรับในความรอบคอบและครอบคลุมของทีมกฏหมายของเจ้าหล่อนไม่น้อย ไม่ผูกมัด แต่ก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล ควบคุมไม่ได้ ก็ต้องพนันกับความรู้สึก“...ห้าสิบเปอร์เซ็นต์งั้นเหรอ ทั้งๆ ที่ผู้หญิงฉลาดแบบนั้นก็คงเดาได้ว่าเงินน่ะซื้อฉันไม่ได้ แต่ก็ยังจะเอาเงินมากองให้ ช่างกล้าได้กล้าเสียจริงนะ”{ยังไงรายจ่ายของคุณก็ไม่ใช่น้อยๆ อยู่แล้ว คุณจะคอยช่วยอะไรเธอมั้ยก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตไป ตอนนี้โกยได้ก็โกยไปเถอะ เธอออกปากเองนี่ว่าไม่ติดค้างอะไร}เซ็ทไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของผู้ช่วยคู่ใจ เขาปัดมือลากหน้าจอที่อยู่เบื้องหน้าทิ้งไป ก่อนจะล้มตัวลงนอน ทว่าขาก็ยังเขี่ยตุ๊กตาตัวเหี้ยที่อยู่บนพื้นห้องให้ถอยห่างออกไปอีกหน่อย“ทันทีที่บริษัทเข้าตลาดหุ้น ก็เตรียมซื้อหุ้นเก็บไว้ล่ะ”{รับทราบ}...เช้าวันถัดมา ยาที่เซ็ทต้องการก็ส่งมาถึงไทยอย่างรวดเร็วเซ็ทจำได้ว่าคนส่งมอบของเป็นคนเดียวกับที่เคยมาแลกเปลี่ยนโปรแกรมกันครั้งก่อน เพียงแต่ครั้งนี้ไม่มีใครคอยจับตาดูตามที่หญิงสาวรับปาก ทว่าเซ็ทไม่ได้ใช้วิธีวางของทิ้งไว้แล้วค่อยไปเอาแบบครั้งก่อน เขาที่ใส่แว่นที่มีฟังก์ชั่นปลอมตัวเป็นคนอื่นโผล่หน้าเข้าไปรับของอย่างหน้าชื่นตาบาน จนคนที่ทำหน้าที่ขนของมาให้ถึงกับตกตะลึงไปพักใหญ่“สวัสดีครับ ผมคือ Z มารับของจากคุณไลล่า โจนส์ตามที่นัดไว้”“...อะ...เอ่อครับ นี่...เชิญตรวจสอบครับ”“ไม่ต้องหรอกครับ เพราะผมเชื่อว่าเจ้านายของคุณคงไม่กล้าเล่นตุกติกกับผมแน่”เซ็ทรู้ว่าอีกฝ่ายพยายามจดจำลักษณะของเขา ซึ่งเซ็ทก็ไม่ได้ขัดขวางการกระทำนั้น ที่ยอมปรากฏตัวให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งก็เพราะเซ็ทนั้นก็ไม่ได้คิดจะปิดบังตัวตนตลอดไปมาตั้งแต่แรก จริงๆ ที่ปิดมาได้นานขนาดนี้ก็ถือว่าเกินความคาดหมายไปไกลโข เพียงแต่หากอยากรู้ว่าเขาเป็นใครก่อนที่เขาจะอยากบอกด้วยตัวเอง อีกฝ่ายก็ต้องคลำหากันไปตามมีตามเกิด...ถือว่าหมากตานี้เป็นเกมส์ที่มีไว้พิสูจน์คำพูดของเธอ “รายงานเรื่องวันนี้แก่ท่านประธานของคุณอย่างละเอียดด้วยนะครับ ส่วนคนอื่นนั้นคุณจะรายงานหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ ผมไม่ห้าม”
‘มองให้ออกถึงความหมายที่แฝงอยู่ในการกระทำของแต่ละคน คุณถึงจะไม่เสียเปรียบใคร’
-----------------------กลับมาให้ช่วยเปย์อีกแล้ว แฮร่ อลิซน่ารักที่สุดในเรื่องแล้ว (จากตอนนี้คงได้รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมเซ็ทถึงไม่ได้ไปโผล่ที่โรงเรียนอลิซสักที) อเล็กซ์ได้เพื่อนมาเพิ่มอีกตัว แต่เซ็ทดูจะไม่ค่อยปลื้มนะ (น่าสงสารน้องหมอนตัวเงินตัวทอง //ในเรื่องใช้ตัวเหี้ย อาจจะหยาบไปนิดแต่ตรงประเด็นดี) บทสนทนากับไลล่าก็ยังเขียนยากตามเคย คาแร็กเตอร์นางต้องเป็นนักธุรกิจที่ฉลาด แต่มีความเป็นผู้หญิง มีเปิ่นๆ โก๊ะๆ บ้างก็ว่ากันไป ซึ่งจากตอนนี้จะเห็นได้ว่าเซ็ทจะประเมินไลล่าสูงขึ้นพอสมควร จากช่วงไปเอายาในท้ายตอน จะเห็นว่าเซ็ทโผล่หน้าออกไป (แต่ไม่ใช่หน้าตัวเอง) และมีท่อนที่บอกว่าไม่ได้คิดจะปิดบังตัวตนตลอดไปมาตั้งแต่แรก (ท่อนนี้สามารถย้อนกลับไปอ่านตอนที่ [5] ช้อปปิ้ง ได้ มีประโยคที่คล้ายกันอยู่ เอามายืนยันว่าเซ็ทไม่ได้อยู่ๆ จะเปิดเผยตัวนะ) ไทม์ไลน์ของเรื่องผ่านมากว่าครึ่งปีโดยที่ยังไม่มีใครจับโป๊ะเซ็ทได้เลยแน่ะ จะว่าน่าทึ่งก็ใช่นะเออ หรือจะบอกว่าเรื่องยังไม่ถึงไหนก็ใช่อีกนั่นแหละ //น้ำตาร่วงทุกการกระทำในเรื่องค่อนข้างเชื่อมโยงกันค่ะ แต่ตอนอ่านไม่ต้องคิดมากว่าแมวจะเล่นลูกเล่นอะไรมาก เพราะบางครั้งมันก็ตรงๆ ไม่มีเบื้องลึกให้ต้องสงสัยอะไร เซ็ทเป็นผู้ใหญ่ที่มีความเป็นเด็ก จูนิเบียวไปบ้าง โหดบางที ก็ไม่ต้องไปคิดเยอะเนอะยิ่งทอล์กก็ยิ่งยาว เอาเป็นว่าขอบคุณทุกท่านที่ช่วยติดตาม ช่วยคอมเม้นต์ ช่วยรีีวิว ช่วยให้กำลังใจ ช่วยจ่ายเงินเปย์ ขอบคุณอีกครั้งและอีกครั้งค่ะ หากมีคำผิดหรือไม่ตรงใจแมวต้องขออภัยล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ กราบบบบ