บทที่ 39 เธอเป็นคนฆ่าอาสยง (รีไรต์)
ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซุนเฮาถามเสียงเบา “พี่ใหญ่ ผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า”
สายตาเฉียบคมของกู้ไฮว่ถิงยังคงกวาดมองไปด้านหลัง ครู่หนึ่งจึงส่ายหัว “ไปกันเถอะ”
“เถ้าแก่ เดี๋ยวผมจะแบกเถ้าแก่ไปเองครับ” อาสยงเดินเข้ามาพร้อมพูดน้ำเสียงทุ้มต่ำ
เจียงอี้อิ่นรู้ดีว่าร่างกายของเธออ่อนแอเกินไป ยิ่งนานไปก็จะยิ่งเป็นตัวถ่วงทุกคน เธอจึงไม่ปฏิเสธ เพียงแต่พูดด้วยความรู้สึกผิดว่า “รบกวนด้วยนะคะ”
อาสยงยิ้มกว้าง “คุณก็ตัวแค่นี้ สำหรับผมแล้วไม่ได้เหมือนหนักอะไรเลย”
ระหว่างพูดเขาก็ก้มตัวลงอุ้มเธอขึ้นพาดบ่าอย่างมั่นคง
กู้ไฮว่ถิงที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นว่า “เธอจับหัวเขาไว้ก็พอ เราต้องรีบแล้ว”
“ค่ะ” เธอค่อย ๆ เอามือจับที่หัวของอาสยงอย่างระมัดระวัง วินาทีถัดมาก็รู้สึกเหมือนกำลังเหาะเหินเดินอากาศ
จากนั้นก็รู้ว่าก่อนหน้านั้น ความเร็วที่เธอคิดว่าเร็วมากจริง ๆ แล้วเป็นเพราะพวกเขายอมลดความเร็วลงเพื่อเธอแล้ว ตอนนี้พวกเขาเร่งความเร็วเต็มที่ ทำให้เธอได้สัมผัสกับความรู้สึกที่แท้จริงของคำว่า ‘เร็วปานสายฟ้าแลบ’
แม้ความจริงแล้วระบบคมนาคมเกือบจะล่มสลาย แต่พวกผู้มีพลังพิเศษก็ยังสามารถทำการค้าขายได้ ถ้าหากระหว่างทางไม่เผชิญภยันตราย พวกเขาก็อาจจะสามารถใช้สองขาของตัวเองก้าวเดินวัดโลกได้เลย
เวลาผ่านไปไม่นาน พระอาทิตย์ก็ลอยเด่นขึ้นเหนือหัว กู้ไฮว่ถิงเอ่ย “พักตรงนี้ก่อนนะ อีกสี่สิบนาทีค่อยออกเดินทาง เราต้องไปถึงจุดพักแรมก่อนฟ้ามืด”
“จุดพักแรมเหรอ” เธอสงสัยใคร่รู้
“อืม แผนการสร้างจุดพักแรมนั้น ทางฐานอีเดนเป็นแกนนำดำเนินการมาเมื่อหลายปีก่อน พวกพ่อค้าสามารถพักผ่อนที่จุดพักแรมได้ และถ้าหากประสบกับอันตรายใด ๆ จุดพักแรมก็มีสัญญาณพลุพิเศษที่ผลิตโดยกลุ่มอีเดนไว้ขอความช่วยเหลือ แย่ที่สุดก็ยังสามารถฝากข้อความสุดท้ายเอาไว้ได้…” กู้ไฮว่ถิงอธิบายอย่างละเอียด “ปัจจุบันนี้ทั่วประเทศสร้างจุดพักแรมไปแล้วมากกว่าหนึ่งพันแห่ง การติดต่อประสานงานระหว่างแต่ละฐานก็ค่อย ๆ แน่นแฟ้นมากขึ้น”
ดวงตาของเจียงอี้อิ่นเปล่งประกายราวกับได้เปิดหูเปิดตา ชื่อของฐานอีเดนยิ่งฝังลึกลงในใจเธอ
ซุนเฮาและพรรคพวกช่วยกันทำความสะอาดพื้นโล่งด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว ทุกคนนั่งลงกับพื้น จิ้งจิ้งจึงหยิบกล่องเกี๊ยวขนาดใหญ่หลายกล่องออกมาจากพื้นที่มิติ และยังหยิบเอาขนมโก๋ถั่วเขียวออกมาอีกหลายกล่อง
เจียงอี้อิ่นเอามือลูบ ๆ กล่องขนมโก๋ถั่วเขียว ความรู้สึกเหมือนเพิ่งหยิบออกมาจากตู้เย็นไม่มีผิด เธออดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาว่า “พลังพื้นที่มิติช่างมหัศจรรย์จริง ๆ”
จิ้งจิ้งยิ้มอย่างเขินอาย “พื้นที่มิติของฉันมีข้อบกพร่อง สามารถใช้เก็บของได้นิดหน่อยเท่านั้นเอง”
ตั้งแต่ที่สนิทสนมกับเจิ้งฮุ่ยเจวียนแล้ว เจียงอี้อิ่นก็รู้เรื่องของจิ้งจิ้งมากขึ้น
พลังพิเศษควบคุมพื้นที่มิติจัดอยู่ในพลังประเภทพิเศษ เดิมทีก็หาได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นก็เหมือนกับพลังพิเศษประเภทพิเศษอื่น ๆ ทั้งหมด มันมักจะเกิดความ ‘พิการ’ ได้ง่าย
คนที่มีพลังพิเศษเกี่ยวกับพื้นที่แบบโจวอี้เซวียน หัวหน้าฝ่ายบริหารของฐานอู๋ถง ที่ทั้งแข็งแกร่งและแทบไม่มีข้อบกพร่องนั้นหาได้ยากยิ่งนัก
ขณะที่พลังของจิ้งจิ้งกลับกลายเป็นภาระอันใหญ่หลวงต่อร่างกายของเธอ หากใช้แค่เก็บหรือหยิบของก็ยังพอไหว แต่ถ้าใช้ต่อสู้กับศัตรู เกรงว่าศัตรูยังไม่ทันตาย เธอคงกระอักเลือดออกมาเป็นลิตรเสียก่อน พลังของเธอจึงใช้ได้แค่ช่วยจัดเก็บของมีค่าบางอย่างของฐานมู่หลานเท่านั้น
ถึงอย่างนั้นพลังพื้นที่มิติของเธอก็ยังเป็นที่หมายปอง ฐานมู่หลานต้องทุ่มเทอย่างหนักเพื่อปกป้องเธอ จิ้งจิ้งจึงรู้สึกผิดอยู่เสมอ
เนื่องจากผลข้างเคียงของพลัง เจิ้งฮุ่ยเจวียนจึงลังเลที่จะร่วมมือทำการค้ามาโดยตลอด ท้ายที่สุดจิ้งจิ้งก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากว่าอยากทำอะไรเพื่อทุกคนให้มากขึ้น ทั้งสองฝ่ายจึงตกลงร่วมมือกัน
ขณะที่ฟังจิ้งจิ้งพูด เจิ้งฮุ่ยเจวียนก็มองเห็นแววตาที่รู้สึกผิดของเด็กสาว เธออดไม่ได้ที่จะลูบผมของจิ้งจิ้งอย่างอ่อนโยน “เธอทำดีมากแล้ว มีเธอ อาหารพวกนี้ถึงได้สดใหม่เหมือนกับตอนเพิ่งทำเสร็จ เราน่าจะขายได้กำไรเยอะแยะเลยนะ ถึงตอนนั้นทุกคนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น”
จิ้งจิ้งพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น “อื้ม! พี่เจียงคะ อาหารที่พี่ทำอร่อยทุกอย่าง รับรองว่าขายดีแน่นอนค่ะ”
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังคุยกัน อาสยงก็คีบเกี๊ยวทอดเข้าปากไปแล้วหนึ่งชิ้น
เสียง “กร๊อบ” ดังขึ้นเมื่อฟันกระทบลงบนแป้งเกี๊ยวทอดสีเหลืองทองที่ทอดจนกรอบ น้ำซุปเนื้อรสเลิศไหลทะลักออกมาจากรอยแยก อาสยงเบิกตากว้าง “อร่อย! ผมขอประกาศว่าเกี๊ยวทอดคืออาหารโปรดของผมนับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป”
ซุนเฮาแย้ง “ไม่กี่วันที่แล้ว นายยังบอกว่าหมูตงพัวคือของโปรดไม่ใช่เหรอ”
“นั่นมันเมื่อสองวันก่อน เกี่ยวอะไรวันนี้ด้วยล่ะ” อาสยงพูดพลางยัดเกี๊ยวทอดเข้าปากอีกหนึ่งชิ้น
ซุนเฮาอยากจะโต้เถียงกับเขาต่อ แต่พอเห็นทุกคนเงียบกริบและเริ่มกินอาหารกลางวัน เขาก็ยกตะเกียบขึ้นเข้าร่วมแถวแย่งเกี๊ยวกับคนอื่นทันที
เจียงอี้อิ่นกินน้อย อิ่มเร็ว จึงนั่งกอดแก้วถั่วเขียวต้มน้ำตาลดูพวกเขาแย่งเกี๊ยวทอดสองชิ้นสุดท้ายกันอย่างสนุกสนาน
เสียงใบไม้เสียดสีกันดังขึ้นเบา ๆ เจียงอี้อิ่นหันไปมองอย่างงุนงง ด้วยความอยากรู้ว่าเสียงอะไร แต่ก็เห็นแค่กิ่งไม้ไหวเบา ๆ ตามแรงลม
กู้ไฮว่ถิงถามขึ้นทันใด “เป็นอะไรไป”
“เมื่อกี้ฉันเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง แต่ฉันคงหูฟาดไปมั้ง” เธอพูดอย่างไม่แน่ใจนัก เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่มีปฏิกิริยาอะไร
เขาชำเลืองมองรอบ ๆ แล้วพูดปลอบเสียงนุ่ม “ไม่ต้องกังวลนะ ถ้ามีอะไรเข้ามาใกล้ พวกเราจะรู้ตัวแน่”
“อืม”
เวลาสี่สิบนาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาสยงแบกเธอขึ้นบ่าอีกครั้ง ทุกคนเริ่มออกเดินทางต่อ
สภาพแวดล้อมรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ พืชที่เติบโตอย่างบ้าคลั่งเริ่มบางตาลง เผยให้เห็นพื้นดินไหม้สีดำ เธอได้กลิ่นฉุนบางอย่าง และอดไม่ได้ที่จะไอออกมาสองสามครั้ง
“ใกล้ถึงจุดพักแรมแล้วละ ตอนก่อสร้างที่นี่ บริษัทอีเดนได้เตรียมยาฆ่าหญ้าสูตรพิเศษไว้ เพราะไม่อย่างนั้น พวกพืชก็จะงอกขึ้นมาปกคลุมทั่วบริเวณภายในไม่กี่วัน ยานี้จะช่วยป้องกันไม่ให้พืชขึ้น”
“กลิ่นแรงขนาดนี้คงเพิ่งฉีดไปไม่นานมั้ง” กู้ไฮว่ถิงขมวดคิ้ว “มันออกจะฉุนไปหน่อย แต่ก็คงต้องทนเอาหน่อยแล้ว”
เธอเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะฤทธิ์ของยานั่น “ฉันไม่เป็นไร”
สวบสาบ…
ทันใดนั้นก็มีเสียงเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง เธอขมวดคิ้วหันกลับไปมอง แต่ดวงตากลับพร่ามัวเพราะหยาดน้ำตา
“ระวัง!” ซุนเฮาร้องเตือนขึ้นมา
สิ้นเสียงของเขา พื้นดินตรงที่พวกเขายืนอยู่ก็ยุบตัวลง ทุกคนต่างก็ใช้พลังพิเศษของตัวเอง กระโดดหลบออกมาได้ทัน แต่ก่อนที่พวกเขาจะยืนได้มั่นคง ปากขนาดมหึมาก็โผล่ขึ้นมาจากพื้นที่ยุบลงไป พุ่งตรงเข้าหาอาสยง
“ไส้เดือนกลายพันธุ์!” ซุนเฮาตะโกน “อาสยงระวังเถ้าแก่ด้วย!”
อาสยงคำรามลั่น หมุนตัวกลับมาซัดกำปั้นเข้าใส่หัวของไส้เดือนอย่างจัง กำปั้นขนาดเท่าหม้อดินเผาของเขา ทำให้หัวของมันบุ๋มลงไปทั้งสองข้าง
ทว่าร่างกายของไส้เดือนกลายพันธุ์ตัวนี้ กลับเหมือนกับของเล่นคลายเครียดที่เคยฮิต ๆ กัน ไม่ว่าจะกดบุ๋มลงไปลึกแค่ไหน มันก็จะกลับคืนรูปเดิมภายในเวลาอันรวดเร็ว กำปั้นของอาสยงถูกดีดกลับออกมา ปากอันน่าสะพรึงกลัวที่เหมือนกับประตูมิติจากต่างโลกยังคงพุ่งเข้าใส่พวกเขาไม่หยุด
มองเห็นฟันแหลมคมซี่เล็ก ๆ เรียงซ้อนกันเป็นวงอยู่ภายในปาก เธอก็แทบหยุดหายใจ
“เถ้าแก่…”
อาสยงคำรามลั่นคว้าเอวเธอเหวี่ยงออกไปสุดแรง
เธอร้องเสียงหลง ร่างลอยขึ้นกลางอากาศ รู้สึกเหมือนไร้น้ำหนักในชั่วพริบตา
วินาทีต่อมา กู้ไฮว่ถิงก็กระโดดขึ้นไปรับร่างเธอไว้ได้ทัน ก่อนจะกระโดดอีกหลายครั้งก็พาเธอขึ้นไปอยู่บนต้นไม้สูง
แต่อาสยงที่เสียสมาธิโยนเธอออกมา ทำให้เขาเสียโอกาสหลบการโจมตี ปากของไส้เดือนยักษ์ที่กลายพันธุ์ขยายใหญ่ขึ้นจนน่าสะพรึงกลัว มันอ้าปากงับร่างเขาเข้าไปทั้งตัว
“อาสยง…”
เธอเบิกตากว้าง ดวงตาแดงก่ำ รู้สึกเหมือนร่างกายตกลงสู่หุบเหวน้ำแข็ง
เพราะกระเหี้ยนกระหือรืออยากทำภารกิจ จึงทำให้อาสยงต้องตาย!