บทที่ 36 สิ่งที่สาวน้อยเห็น
“จะให้หนูจริงๆเหรอคะ?” ดารินทร์จ้องมองไปยังหนังสือเล่มที่สายฝนเพิ่งส่งให้เธอมา หน้าปกมีชื่อหนังสืออยู่ หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า[ฝึกฝนเวทมนตร์เบื้องต้น เล่ม1] แค่ชื่อหนังสือดารินทร์ก็รู้แล้วว่ามันสำคัญแค่ไหน สำหรับคนธรรมดามันเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับหนังสือแบบนี้มา
“จริงสิ” สายฝนกล่าวยืนยัน หนังสือเล่มนี้ไม่มีประโยชน์ต่อเขาเลย เขาซื้อมาเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ดารินทร์เท่านั้น หากสาวน้อยไม่รับไม่ใช่ว่าเขาจะเสียแต้มสำรวจไปฟรีๆหรอกหรือ? สายฝนยอมรับไม่ได้! แค่ตอนกดซื้อหนังสือมาสายฝนก็เจ็บปวดใจมากแล้ว ถ้าดารินทร์ไม่เอาอีกไม่รู้ว่าเขาจะเจ็บปวดแค่ไหน
“ขอบคุณค่ะ” สาวน้อยก้มหัวกล่าวขอบคุณ เธอใช้แขนทั้งสองข้างกอดหนังสือใว้แน่น หนังสือเล่มนี้สามารถทำให้เธอกลายเป็นนักเวทที่แท้จริงได้ การจะเป็นนักเวทที่แท้จริงเธอจำเป็นต้องใช้เวทมนตร์ให้ได้ก่อน เวลานี้เธอยังใช้เวทมนตร์ไม่เป็นเลย การเรียนรู้การใช้เวทมนตร์ด้วยตนเองมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เกรงว่าคงมีแต่อัจฉริยะระดับพระเจ้าเท่านั้นถึงจะทำได้
สาวน้อยไม่รู้ว่าสายฝนเป็นใครกันแน่ถึงได้มีหนังสือเล่มนี้ทว่าเธอก็เลือกที่จะไม่คิดต่อไป การอยู่กับสายฝนเป็นเวลานานทำให้ดารินทร์ปวดหัว ชายคนนี้ลึกลับเกินไป! เธอไม่สามารถหาคำตอบในสิ่งที่สงสัยได้เลย
“ใช้เวลาที่เหลือก่อนออกเดินทางอ่านมัน” สายฝนบอกดารินทร์ สาวน้อยพยักหน้าบอกว่ารับรู้แล้ว แม้สายฝนจะไม่บอกเธอก็จะอ่านมันอยู่ดี
“งั้นฉันไม่รบกวนแล้ว” สายฝนมองสาวน้อยจากนั้นจึงเดินห่างออกไป เมื่อเขาเดินไปได้ไกลแล้วดารินทร์ก็ละความสนใจออกจากร่างสายฝน เธอหันมาสนใจหนังสือ[ฝึกฝนเวทมนตร์เบื้องต้น เล่ม1]แทน
เด็กสาวเปิดหนังสืออย่างเบามือ เธอทำราวกับกลัวมันจะขาดหากเปิดแรงเกินไป ดารินทร์เปิดมาเรื่อยๆจนพบหน้าสารบัญ สาวน้อยดูสารบัญไม่กี่วินาทีก่อนพลิกกระดาษไปหน้าต่อไป
ในหน้านี้ไม่มีสิ่งใดเขียนใว้ทั้งนั้น ดารินทร์อดประหลาดใจไม่ได้ เธอขยับมือต้องการเปิดไปหน้าถัดไป ทว่าวินาทีนั้นหน้าหนังสือที่ว่างเปล่าพลันส่องแสงสีเหลืองทองออกมา ถ้าสายฝนเห็นเหตุการณ์นี้เขาคงงงงงัน เมื่อครู่ตอนเขาเปิดมาหน้านี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ดูเหมือนแสงสีเหลืองทองจะมีเพียงดารินทร์เท่านั้นที่เห็น คนอื่นๆไม่มีใครเห็นแม้แต่คนเดียว สายฝนซึ่งเป็นคนซื้อหนังสือเล่มนี้มาก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
‘เกิดอะไรขึ้น?’ ดารินทร์สงสัย ฉับพลันรอบข้างกลายเป็นสีขาวไม่มีสิ่งใดทั้งสิ้น สาวน้อยหันมองซ้ายขวา ไม่เห็นสายฝนหรือพวกฮันน่าเลยซักคน เธออดตกใจไม่ได้
ด้วยความตกใจเด็กสาวรีบปิดหนังสือทันที เมื่อหนังสือถูกปิดโลกรอบข้างกลับกลายเป็นดั่งเดิม ดารินทร์มีหน้าตางงงวย เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกัน?
สาวน้อยเปิดหนังสืออีกครั้ง เธอพลิกกระดาษไปยังหน้าเดิมที่เปิดใว้ หลังเปิดมาถึงหน้านี้กระดาษก็ส่องแสงสีเหลืองทองอีกครั้ง รอบข้างพลันเปลี่ยนไป
“หนังสือเล่มนี้มันคืออะไรกันแน่?” ดารินทร์พึมพำ ครั้งนี้เธอไม่ได้ปิดหนังสือ เธอเดินสำรวจรอบๆ นอกจากความว่างเปล่าแล้วที่แห่งนี้ไม่มีสิ่งใดเลย
วิ้ง!
เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นพร้อมๆกับร่างหนึ่งปรากฏ เด็กสาวมองร่างนี้แล้วตกใจ อีกฝ่ายคือมนุษย์! ไม่ใช่แค่นั้นมนุษย์คนนี้ยังมีรูปร่างหน้าตาเหมือนเธอทุกอย่าง!
“...” ดารินทร์เงียบไม่สามารถกล่าวสิ่งใดได้หลายวินาที ชั่วขณะนั้นดารินทร์อีกคนก็เคลื่อนไหว เธอใช้นิ้วขยับไปมากลางอากาศราวกับกำลังวาดเขียดบางอย่างอยู่
ดารินทร์พยายามมองสิ่งที่ตัวเธออีกคนเขียน แสงสีขาวจางๆเกิดขึ้นเมื่อนิ้วของดารินทร์อีกคนวาดผ่าน ตัวเธออีกคนยังคงเขียนต่อไปไม่สนใจสิ่งใด หลายนาทีถัดมาจึงหยุด มีอักขระอักษรแปลกๆลอยอยู่กลางอากาศ มันมีสีขาวจ่างๆ หากมองไม่ดีไม่มีทางเห็นมันแน่
วิ้ง!
ดารินทร์อีกคนพลันหายไป เวลาเดียวกันนั้นอักขระอักษรกลางอากาศสีขาวก็สว่างขึ้น แสงสีขาวจางๆกลายเป็นแสงสีเหลืองทอง วินาทีต่อมาอักษรก็หายไป ปรากฏเป็นของเหลวขึ้นมาแทน ของเหลวมีสีเดียวกับแสงที่สว่างขึ้นเมื่อครู่
ของเหลวสีเหลืองทองพุ่งเข้าใส่ร่างดารินทร์อย่างรวดเร็ว สาวน้อยตกใจและพยายามจะหลบ แต่น่าเสียดายเธอไม่สามารถหลบมันได้ ความเร็วของมันเร็วกว่าเธอมาก
“อะ” ดารินทร์ส่งเสียงร้องออกมา นิ่งงันไปหลายวินาทีก่อนได้สติอีกครั้ง สาวน้อยเริ่มสังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง หลังสำรวจดารินทร์อดกังวลไม่ได้ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นกับร่างกายเธอทว่าการที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่แหละคือสิ่งที่เด็กสาวกังวล เธอไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายตนเองบ้าง
‘ฉันคงไม่เป็นอะไร หนังสือเล่มนี้เป็นพี่สายฝนที่ให้ฉันมา บางทีเขาอาจจะรู้ก็ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน’ สาวน้อยคิดในใจเงียบๆ ความกังวลเริ่มหายไปหลายส่วน สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าดารินทร์เชื่อมั่นสายฝนแค่ไหน
หน้ากระดาษไม่ได้ส่องแสงอีกต่อไป รอบข้างกลับมาเป็นดั่งเดิม ดารินทร์มองซ้ายมองขวา เห็นฮันน่ากำลังพูดคุยกับโลเวลอยู่ เห็นสายฝนยืนพิงต้นไม้ เปลือกตาปิดสนิท บริเวณแขนมีรอยสักบางอย่าง
รอยสักเป็นรูปอักขระอักษรแปลกๆซึ่งไม่เหมือนกับที่ดารินทร์เคยเจอ รอยสักของสายฝนมันมีความลึกลับและความชั่วร้ายมากกว่าอักษรที่สาวน้อยเคยเจอเมื่อหลายวินาทีก่อนมาก ดูก็รู้แล้วว่ามันต้องไม่ใช่รอยสักธรรมดา
‘ฟู่วว~ ดูเหมือนฉันจะกังวลเกินไปสินะ’ ดารินทร์คิดพลางถอนหายใจ หลังเห็นอักษรลี้ลับของสายฝนเธอก็ไม่เหลือความกังวลอีกต่อไปแล้ว สายฝนจะต้องรู้เกี่ยวกับอักษรที่เธอเคยเห็นแน่ ถึงเขาจะไม่เคยเห็นแต่เขาก็ต้องมีวิธีรับมือกับมัน เธอเชื่ออย่างงั้น
‘ฉันควรอ่านหนังสือเล่มนี้ต่อ’ สาวน้อยคิดอย่างตื่นเต้น เพียงแค่เปิดไม่กี่หน้าเธอก็ได้เจอกับสิ่งมหัศจรรย์แล้ว ถ้าเปิดไปหน้าหลังๆล่ะ? ดารินทร์พลิกกระดาษไปหน้าถัดไป เธออ่านทุกสิ่งทุกอย่างในหนังสือ อ่านทุกตัวอักษร ไม่เร่งรีบ
ทีแรกสาวน้อยกังวลกลัวอ่านไม่ออก แต่ดูเหมือนว่าความกังวลของเธอจะไม่มีค่าอะไรเลย ตัวอักษรที่ใช้เขียนหนังสือเล่มนี้แน่นอนว่าเด็กสาวไม่เคยเห็นมาก่อนทว่าเธอกลับเข้าใจมันได้เพียงแค่มอง พี่สายฝนคงคาดเดาเรื่องแบบนี้ใว้อยู่แล้ว
ยิ่งเธออ่านเธอยิ่งมีความเข้าใจเกี่ยวกับเวทมนตร์มากขึ้น แน่นอนว่าหากเทียบความรู้ของเธอในตอนนี้กับนักเวทที่แท้จริงความรู้ของดารินทร์ยังมีน้อยมาก
สิบหน้า ยี่สิบหน้า สามสิบหน้า
หลังอ่านมาสามสิบหน้าสาวน้อยก็ได้รู้ว่าอักขระอักษรที่เธอเจอในโลกสีขาวมันเรียกว่าอักษรรูน อักษรรูนเป็นสิ่งที่นักเวทใช้เพื่อทำให้เวทมนตร์ปรากฏขึ้น อักษรรูนจะมีอยู่ด้วยกันหลายอักษรซึ่งดารินทร์ยังจำได้ไม่หมด ถึงเธอจะมีความทรงจำดีขึ้นหลังยกระดับแต่ก็ไม่สามารถจำอักษรรูนได้หมด
‘หลังจากนี้ฉันจะได้เป็นนักเวทที่แท้จริงแล้ว’ ดวงตาสาวน้อยเปล่งประกาย เธอตื่นเต้นมากๆ
‘รอยสักของพี่สายฝนไม่ใช่อักษรรูน ความรู้สึกฉันมันบอกว่ารอยสักของเขาแข็งแกร่งกว่าอักษรรูนมาก’ เด็กสาวคิดแต่ไม่นานเธอก็ส่ายหัวทันที สาวน้อยเคยเจออักษรรูนในชีวิตจริงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แถมยังไม่รู้ด้วยว่ามันแข็งแกร่งขนาดไหน บางทีมันอาจเป็นแค่อักษรรูนระดับตํ่า
‘ฉันต้องการข้อมูลมากกว่านี้!’ ดารินทร์เวลานี้กระหายความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์มาก เธอก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อไป
สายฝนซึ่งยืนพิงต้นไม้อยู่เปิดเปลือกตาขึ้น เขารู้สึกว่าเมื่อครู่ตนเองไม่เข้าใจอักขระลี้ลับแม้แต่นิด สายฝนจึงหยุดศึกษามันก่อน เอาใว้พร้อมจริงๆค่อยศึกษาต่อ บางครั้งการเร่งรีบเกินไปก็ไม่ดี
‘ดาวดวงโคตรอยู่ยาก’ สายฝนอดบ่นในใจไม่ได้ สายตาเขามองไปยังดารินทร์ที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ เพราะทะเลได้บดบังดวงตะวัน แสงจากดวงตะวันจึงไม่สามารถส่องลงมาได้
เพราะงั้นสำหรับคนธรรมดาในดาวดวงนี้การอ่านหนังสือมีโอกาสสูงมากที่สายตาจะเสีย คนธรรมดาย่อมไม่มีหินแสงสว่างสีฟ้าสดใดเหมือนดารินทร์และไม่มีสายตาที่ดีขึ้นจากการยกระดับ
---
จบบทที่ 36 สิ่งที่สาวน้อยเห็น