“ เอายังไงดีครับ หัวหน้า ”
“ ช่างเถอะ ปล่อยมันไป ” ชายชุดสูทถอดใจยอมแพ้
“ แต่ว่า เรายังสั่งสอนมันไม่มากพอเลยนะครับ ”
“ แล้วอีกอย่างนายน้อย… ” ลูกน้องอีกคนกล่าวด้วยความเคลือบแคลง พวกเขาล้วนไม่เห็นด้วย ซึ่งสองคนที่พูดแย้งหัวหน้าเขาไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคนที่ถูกหยางหลิวสู้กลับจนเจ็บตัวเอง
“ ถ้าแกไม่พูด ฉันไม่พูดก็พอ ! ” ครั้งนี้ชายชุดสูทเริ่มตวาดด้วยความกราดเกรี้ยว เขาไม่พูดอะไรอีกต่อไป และหันหลังกลับ ลูกน้องทุกคนก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ก่อนหน้านี้หยางหลิวเคยคิดที่จะหันหลังกลับไปจัดการคนที่วิ่งไล่ตามเขา แต่ทว่าเขากังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของตระกูลหวัง ถ้าจิ่นลี่ต้องการฆ่าเขาให้ตายภายในวันนี้ เขาอาจจะไม่ได้ส่งคนมาแค่นี้ก็ได้โดยเฉพาะหลังจากที่หยางหลิวสู้สองคนได้จนหมอบ ฝั่งลูกน้องของจิ่นลี่อาจจะส่งคนมากขึ้น หรือถ้าเขายังตัดสินใจที่จะสู้กับกลุ่มคนพวกนี้มันอาจจะทำให้เรื่องพวกนี้มันใหญ่มากยิ่งขึ้นและเขาอาจจะไม่ใช่คนเดียวที่ได้รับผลกระทบ ครอบครัวของเขา พ่อ แม่ และน้องอาจจะตกอยู่ในอันตรายจากปัญหาส่วนตัวของเขาได้
หยางหลิวไม่สามารถทำอะไรได้ ในเมื่อเขาไม่มีอำนาจมากพอ สุดท้ายก็ย่อมตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในโลกนี้ปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็ก ในประเทศนี้มีคนตั้งกี่พันล้านคน ? ถ้าครอบครัวหนึ่งถูกลบหายไปจะมีใครสนใจพวกเขากัน หรือต่อให้ตำรวจลงพื้นที่สืบคดีนี้จิ่นลี่อาจจะส่งแพะมารับบาปแทนเขาก็ได้ สุดท้ายไม่ว่าอย่างไรในตอนนี้หยางหลิวต้องถอยไปก่อนอย่างน้อย ๆ จนกว่าเขาจะมีอำนาจมากพอที่จะต่อกรกับอิทธิพลของตระกูลหวังได้ !
“ เฮ้อ ! ในที่สุดก็ออกจากป่าบ้านั่นมาได้สักที ”
เกือบชั่วโมงที่หยางหลิวติดอยู่ในป่าถึงเขาจะวิ่งเกือบตลอด อาจจะมีบ้างที่สลับเดินเพื่อพักให้หายเหนื่อยแต่ในป่าค่อนข้างมืดเป็นอย่างมาก โชคดีที่วันนี้ท้องฟ้าไม่มีเมฆมาบดบังแสงจากดวงจันทร์เขาจึงยังพอมองเห็นได้อยู่บ้าง
ไม่นานนักหลังจากที่เขาออกจากป่าได้ เขาก็ตรงกลับไปยังบ้านของเขาทันทีแต่กว่าจะถึงก็เป็นเวลาดึกแล้ว คนในบ้านต่างพากันนอนหลับปุ๋ย
หยางหลิวใช้กุญแจไขเข้าไปในบ้าน พอเขาไปถึงที่ห้องนอนจู่ ๆ ก็มีพลังงานลึกลับบางอย่างเล่นงานเขา เขาพบว่าตัวเองนั้นถูกบางอย่างดูดให้เข้าไปใกล้มันมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งหยางหลิวก็ทิ้งตัวลงที่เตียงนอนหลับโดยไม่รับรู้เรื่องราวใด ๆ อีกต่อไป
...
วันต่อมา
“ ก๊อก ๆ ” เสียงเคาะดังขึ้น “ ก๊อก ๆๆ ” เสียงเริ่มดังและถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ
ในตอนนี้หยางหลิวพลันลืมตาตื่นขึ้นมาจากเตียง เขาสลบไสลไปโดยไม่รู้ตัว !
“ ก๊อก ๆๆๆ ” เสียงเคาะดังขึ้นมาอีกครั้งและก็มีเสียงเด็กสาวดังขึ้นมา“ พี่ตื่นได้แล้ว ! มันจะเที่ยงแล้วนะ ” เสียงเด็กสาวคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น น้องสาวของหยางหลิวเธอมาปลุกพี่ชายของเธอ
หยางหลิวเปิดประตูและน้องสาวของเขาก็เดินเข้ามาในห้อง
“ อี๋ ! พี่ไม่ได้อาบน้ำเหรอ ทำไมเหม็นจัง ” เหมยหลิวทำมือมาปิดที่จมูกของเธอพร้อมกับค่อย ๆ ก้าวถอยหลังออกจากห้องอย่างช้า ๆ หยางหลิวสังเกตสีหน้าของเธอพร้อมกับยิ้มแห้ง ๆ
“ ว่าแต่เหมยหลิว ทำไมเธอถึงมาปลุกพี่ล่ะ ” หยางหลิวถามน้องสาวแก้เขิน
“ อีกสักหน่อยพี่ก็จะเดินทางแล้วแม่เลยบอกให้หนูมาช่วยพี่เตรียมของ ”“ อืมม แล้วก็วันนี้หนูยังไม่ได้กินกับข้าวฝีมือพี่เลย หึ ! ” เหมยหลิวพูดไปพลางสะบัดหน้าหนีและรีบเดินจากไป
แต่ก่อนที่เหมยหลิวจะหายไปจากสายตาของหยางหลิว เหมยหลิวก็พลันหันกลับมาพร้อมทั้งมีเสียงหนึ่งดังขึ้น“ พี่รีบ ๆ ไปอาบน้ำได้แล้วนะ อีกอย่างก็ทำข้าวให้หนูกินด้วย หนูหิวจะแย่แล้ว ”
หยางหลิวยังพอมองเห็นน้องสาวที่น่ารักของเขา เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและยิ้มออกมา
…
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย หยางหลิวก็ไปทำกับข้าวให้น้องสาวสุดน่ารัก เวลาเห็นน้องสาวตัวน้อยกินข้าว เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม
ตอนนี้เธอกินอย่างไม่ค่อยมีมารยาทเท่าไหร่ แต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าพอเธอโตขึ้น เธอจะสวยได้ขนาดนั้น ถึงขนาดที่ว่าหลังจากไปฝึกทำอาหารอยู่หลายปี พอมาเจอหน้าน้องสาวอีกทียังต้องตะลึง
ในตอนที่เธอมารับเขาที่สถานีรถไฟ หยางหลิวเห็นเหมยหลิวยิ้มให้เขา เขาก็ยังคงมองซ้ายมองขวา แต่ก็ไม่เห็นใครที่อยู่ข้าง ๆ เขาเลยแม้แต่คนเดียว พอคิดไปคิดมาก็เพิ่งนึกออกว่าเป็นน้องสาวของตัวเขาเอง !
‘ ใครจะไปคิดว่าลูกเป็ดขี้เหร่ในตอนนี้จะสวยขนาดนั้น ’ หยางหลิวคิดในใจ
พอรับประทานอาหารเสร็จ เหมยหลิวก็ฉีกยิ้มกว้าง ๆ ให้กับพี่ชายของเธอ พร้อมกับยกนิ้วโป้งให้“ อาหารที่พี่ทำนี่มันอร่อยจริง ๆ เมื่อเช้าแม่ทำอาหารให้หนูกิน หนูเกือบอ้วกออกมาแน่ะ ” เหมยหลิวพูดติดตลก แต่หลังจากที่พูดจบก็มีมือข้างหนึ่งเคาะบนศีรษะเธอ
“ โอ๊ย ! แม่ ” เหมยหลิวรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัว แม่ของเธอที่อยู่ด้านหลังเคาะหัวเหมยหลิวอย่างไม่ออมแรง
“ ถ้าพี่ไม่อยู่ งั้นหนูก็ทำกินเองนะ ” แม่ของพวกเขาสองพี่น้องเริ่มแสดงอาการน้อยใจออกมา
“ โธ่แม่ ! น้องแค่ล้อเล่นน่ะ ” หยางหลิวเห็นท่าไม่ดีก็เลยเอ่ยแก้ตัวแทนน้องสาว
“ แม่รู้ แต่แม่หมั่นไส้ ” แม่ของสองพี่น้องกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ สองพี่น้องได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ออกมา