“ตอนนี้มีแต่ข้าวผัดไข่กับนม” จางฮ่านตอบ
“คนแผ่นดินใหญ่?” เธอมองเขาด้วยท่าทางดูถูกนิดๆ
จางฮ่านไม่ได้สนใจอะไรเธอ เขาจำที่จางลี่เคยบอกกับเขาได้ว่า อยู่ไปนานๆ ก็เข้าใจเองแหละว่าทำไมคนที่นี่ถึงไม่ชอบคนแผ่นดินใหญ่ มีสารพัดเหตุผลที่ทำให้คนเซียงเจียงไม่ชอบคนแผ่นดินใหญ่
อย่าว่าแต่เธอที่จางฮ่านไม่สนใจ ต่อให้มาจากต่างประเทศ หรือต่างดาวจางฮ่านก็ไม่ได้รู้สึกอัศจรรย์ใจอะไรด้วย
“มีแค่สองอย่าง? งั้นเอาให้ฉันชุดหนึ่ง” เธอหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมา “ทั้งหมดเท่าไหร่?”
“ข้าวผัดไข่ 280 นมแก้วละ 80” จางฮ่านพูดขึ้น “ถ้าจะกินก็รอครึ่งชั่วโมง”
“แพงขนาดนี้เชียว? ถ้างั้นก็ไม่เอาแล้วกัน” เธอเก็บกระเป๋าเงินอย่างไว หันมามองจางฮ่านด้วยสายตาดูถูกอีกทีก่อนจะจากไป
เธอรีบกลับไปที่ร้านที่เธอทำงานอยู่
“ผู้จัดการๆ ฉันไปดูมาแล้วร้านข้างๆ เป็นคนแผ่นดินใหญ่ที่มาเปิด” เธอรายงาน
“ร้านของคนจากแผ่นดินใหญ่?”
“คนแผ่นดินใหญ่อีกแล้ว?”
“......”
พวกพนักงานคุยกันจอแจ ส่วนผู้จัดการก็ถามขึ้น “ที่ร้านขายอาหารอะไร?”
หญิงสาวตอบไปว่า “ข้าวผัดไข่”
ทุกคนพากันอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะพากันหัวเราะ
“แล้วก็มีนม” หญิงสาวพูดต่อ “พวกเธอทายซิว่าเขาขายเท่าไหร่? ข้าวผัดไข่ 280 นมแก้วละ 80”
“เหอะๆ คงคิดจะโกยกำไรจนเสียสติไปแล้วมั้ง?” พนักงานคนหนึ่งพูดขึ้น
“แบบนี้ยังเรียกว่าร้านอาหารได้เหรอ? มีลูกค้าก็แปลกแล้ว”
“ใช่ๆ เขาคิดว่าเขาเป็นกุ๊กเทวดาไปแล้วมั้ง? ขายแพงแบบนี้คิดว่าเล่นตลกคาเฟ่หรือไง?”
“น่าสนใจจริงๆ ” ผู้จัดการหนุ่มพูดขึ้น “ฉันก็ว่าสองวันมานี้ทำไมลูกค้าถึงได้เข้าไปในร้านไม่ทันไร แค่สองนาทีก็ออกมาแล้ว ปัญหาอยู่ที่ราคานี่เอง” พูดๆ ไปก็อดขำไม่ได้ “แล้วทำไมเธอไม่ลองดูหน่อย ว่าไอ้ข้าวผัดจานละ 280 เนี่ยรสชาติมันเป็นยังไง?”
“ฉันยังสติดีอยู่” หญิงสาวแขวะ
ถ้าคนที่มากินเป็นคนบ้า ที่หน้าร้านก็มีคนบ้ามารอกินอยู่ถึงสามคน
“เถ้าแก่ เมื่อไหร่ข้าวจะเสร็จ?” เหลียงเมิ่งฉีเดินนำกลุ่มเข้ามาในร้าน
“ยี่สิบนาที” จางฮ่านตอบ
“งั้นพวกเรารออยู่นะ” เหลียงเมิ่งฉี พูดเสร็จก็รีบหันไปเรียกผู้ชายนะยะเพื่อนเธอออกมาจากโต๊ะอาหารโต๊ะใหญ่ “เดี๋ยวก่อนๆ ที่นั่งลูกค้าอยู่นี่”
“อะไรกัน? ไม่ใช่เลือกนั่งตามสบายหรอกเหรอ?”
“เธอคิดอย่างงั้นเรอะ? นั่นมันโต๊ะสำหรับเถ้าแก่เอาไว้นั่งกินข้าวกับลูกสาว”
“โต๊ะแค่นี้เนี่ยนะ? นี่เธอแกล้งฉันหรือไง? พวกเธอนั่งนี่แล้วฉันไปนั่งตรงไหนกันล่ะยะ?” ผู้ชายนะยะร้องขึ้น
“ข้างๆ ไม่ใช่ว่ามีที่นั่งเหลืออยู่หรือไง? อย่าบ่นมาก รีบๆ นั่งซะ ไม่งั้นเธอก็ไปรอข้างนอก” สาวอวบพูดขึ้น
“ก็ได้ๆ ๆ นั่งนี่ก็ได้พอใจรึยัง? บอกไว้ก่อนนะถ้าวันนี้อาหารไม่อร่อยเหมือนที่อวดสรรพคุณไว้ล่ะ แม่จะด่าให้ยับเลย คอยดูสิ” ตุ๊ดบ่น
“ดัดจริตจนน่าหมั่นไส้” สาวอวบค้อน
“แหมๆ พวกเธอนี่เหมาะสมกันดีจริงๆ คนหนึ่งก็สาวห้าว อีกคนก็แต๋วจ๋า” เหลียงเมิ่งฉี หัวเราะ
ผู้ชายนะยะชื่อจ้าวต้าหู่ เป็นชื่อที่สมชายชาตรี แต่ดันเป็นตุ๊ด ส่วนสาวอวบนั้นชื่อหยูชิงชิง เป็นชื่อที่ผู้ญิ๊งผู้หญิงแต่ก็ดันเป็นสาวห้าวแทบจะเรียกได้ว่าโคตรแมน ที่น่าแปลกก็คือ ผู้ชายนะยะตามจีบสาวห้าวคนนี้มานานถึงสองปีเต็มๆ
“ใครจะเอาแม่นี่กัน แต๋วซะขนาดนี้” หยูชิงชิง พูดอารมณ์เสีย
“เชอะ แต่ฉันชอบสาวห้าวแบบเธอนี่ยะ” บ่นไปก็มองดูภายในร้านไปรอบๆ “ที่นี่ไม่เห็นจะเหมือนร้านอาหารเลยเนอะ? มีแต่โต๊ะอาหารเล็กสามตัวนี่ ฉันว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจจะทำร้านอาหารจริงๆ หรอก”
“เขาจะแต่งร้านยังไงไปเกี่ยวอะไรกับเธอเล่า? เงียบปากกับเขาเป็นบ้างมั้ย?” หยูชิงชิง หันไปพูด
“ก็ได้ๆ ๆ ไม่พูดแล้วก็ได้” ต้าหู่ชมดชม้อย แล้วก็พูดต่อ “แต่จะว่าไปที่นี่ก็แต่งร้านได้หรูอย่างเธอว่าจริงๆ นะ ทั้งกำแพงนั่นทั้งเปียโน แต่ก็ไม่รู้สินะว่าตั้งไว้โชว์เท่ๆ หรือเปล่า?”
“ฉันจะบอกให้นะ แม่หญิงจ้าว” เหลียงเมิ่งฉีทำปากจุ๊ๆ “ฝีมือการเล่นเปียโนของเขาเนี่ย ไม่แพ้ระดับโลกเลยนะจะบอกให้”
“จริงเหรอ? เทพขนาดนั้นเลย?” หยูชิงชิง รู้สึกแปลกใจ
“โถๆ ๆ เมิ่งฉี ฉันว่าเธอคงจะเผลอไปชอบตานั่นเข้าล่ะสิไม่ว่า? พูดแทนกันซะขนาดนี้” จ้าวต้าหู่พูดๆ ไป ก็นึกสงสัย “หือ? นี่มันกลิ่นนมแพะไม่ใช่เหรอเนี่ย? หอมจังเลย”
“จ๊อกๆ ๆ ๆ ...” เหลียงเมิ่งฉี ท้องร้อง เธอเลียปากอย่างเซ็กซี่ “จะทนรอไม่ไหวอยู่แล้ว” ยี่สิบนาทีอันแสนทรมานในที่สุดก็ได้ผ่านไป
“เหมิงเหมิง กินข้าวได้แล้ว” จางฮ่านเดินไปอุ้มเหมิงเหมิงที่กำลังดูการ์ตูนอยู่อย่างเพลิดเพลิน
“กินข้าวๆ ” เหมิงเหมิงเพิ่งจะเห็นพวกเธอ
“อ้าว พี่สาวมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” เหมิงเหมิงโบกมือ
“อรุณสวัสดิ์ เหมิงเหมิง” เหลียงเมิ่งฉี ทักทาย
“อรุณสวัสดิ์ เหมิงเหมิง” อีกสองคนก็ทักตาม
“สวัสดีจ้า เชอะ” เหมิงเหมิงพอหันไปเห็นสองคนนั้นก็ค้อนใส่
“จานข้าวอยู่ในชั้นนั่น ข้าวก็อยู่ในถาด พวกเธอตักเอาเองแล้วกัน ส่วนหม้อใหญ่นั่นนมวัว หม้อเล็กก็นมแพะ” จางฮ่านหันไปบอกทั้งสามคน
“ได้เลย” เหลียงเมิ่งฉี ลุกไปอย่างอารมณ์ดี
หยูชิงชิงหน้านิ่ว
เปิดร้านยังไงให้ลูกค้าตักอาหารเอง เพิ่งจะเคยพบเคยเห็น ถ้าเป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ก็ว่าไปอย่าง
“ข้าวผัดไข่จริงๆ มีแต่ข้าวกับไข่ หอมมีอยู่กระจึ๋งเดียว แต่กลิ่นไม่เลวเลยทีเดียว” จ้าวต้าหู่พูดไม่หยุด
ทั้งสองคนตักนมเสร็จ พอหันไปเห็นเหลียงเมิ่งฉีก็ถึงกับชะงัก ท่าทางเธอเหมือนไม่ได้กินอะไรมาสามวัน
“จะอร่อยอะไรขนาดนั้น?” สองคนมองหน้ากัน
“ไปลองกันไป” พูดจบก็รีบกลับไปนั่งที่โต๊ะ
หยูชิงชิงมองเหลียงเมิ่งฉี ที่ก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจใคร พลางตักข้าวใส่ปากตัวเองคำหนึ่ง
นี่....มันใช่ข้าวผัดไข่จริงๆ เหรอเนี่ย?
เธอยัดข้าวเข้าปากไวกว่าปกติสามเท่า เธอรู้สึกเหมือนฝันไป จะมีได้ยินเสียงของจ้าวต้าหู่บ้างในบางครั้ง “ง่ำๆ ๆ ๆ ...อร่อยจริงๆ เลย นี่มันใช่ข้าวผัดไข่.....แน่เหรอเนี่ย ตั้งแต่เกิดมา.....”
จบตอน