สุดยอดนักผจญภัย

    ปลดปล่อยเฮลเฟลช

    หลังจากที่ไลท์ดื่มชาจนหมดถ้วยแล้วเขาก็ค่อยๆวางถ้วยชาลง

    “ เป็นชาที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยดื่มมาเลย ” ไลท์พูดขึ้น

    “ แน่นอนอยู่แล้ว นี้คือชาลิ้นมังกรเชียวนะ การที่จะปลูกชานี้ได้จะต้องใช้น้ำลายมังกรในการทำให้มันเติบโต จึงทำให้มันมีพลังเวทย์ในตัวสูงมาก แม้ว่ามันจะดูน่าเกลียดไปหน่อยที่ต้องใช้น้ำลายมังกร แต่มันก็นับว่าเป็นของหายากมากๆเลยนะ ” เฮลเฟลชพูดขึ้น

    “ งี้นี้เอง ไม่แปลกใจเลยที่ว่าทำไมพลังของฉันถึงรู้สึกเหมือนกับถูกกระตุ้น ” ไลท์พยักหน้า เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจที่จะต้องใช้น้ำลายมังกรในการทำให้ชาเติบโต อีกอย่างน้ำลายมังกรของโลกนี้นับว่าเป็นของล้ำค่าอีกด้วย 

    ไลท์หันไปหาเบเรียลและพูดขึ้นว่า “ เบเรียลเธอเองก็มาลองกินชานี้ดูสิ ” 

    เบเรียลทำท่าลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปนั่งข้างๆไลท์

    “ เป็นสาวน้อยที่กล้าหาญจริงๆนะ ” เฮลเฟลชหัวเราะออกมา

    “ นานแล้วที่ไม่ได้มีแขกมาที่นี้ ถ้าหากจะให้เดาก็น่าจะสามร้อยปีได้ ” เฮลเฟลชพึมพำออกมา จากนั้นเธอก็หันไปหาออรัคและถามขึ้นว่า “ นกน้อยด้านนอกเกิดอะไรขึ้นกันแน่ทำไมถึงไม่มีใครลงมาเลยในช่วงสามร้อยปีมานี้? ” 

    เฮลเฟลชสงสัย เพราะทุกๆหนึ่งร้อยปีจะต้องมีนกน้อยลงมาถ่ายเทพลังไปที่ผนึกของเธอเพื่อไม่ให้ผนึกเสื่อมคลาย แต่ในช่วงสามร้อยปีมานี้ไม่มีนกน้อยลงมาแม้แต่ตัวเดียว แต่วันนี้จู่ๆก็มีนกน้อยลงมาพร้อมกับมนุษย์สองคน เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกสงสัยอย่างมาก เธอจึงคาดเดาว่าด้านบนจะต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นแน่นอน

    “ ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละครับ ” ออรัคตอบ

    เฮลเฟลชหรี่ตาลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

    “ หนุ่มน้อยเธอพอจะเล่าเรื่องราวด้านนอกให้ฟังได้ไหมว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง คนเดียวมากว่าสามร้อยปีแล้วทำให้ฉันอยากรู้เรื่องราวด้านนอกบ้าง ” เฮลเฟลชพูดขึ้น

    “ ได้สิ ” ไลท์ตอบรับ 

    จากนั้นไลท์และเฮลเฟลชก็พูดคุยกันในของเรื่องราวด้านนอก ซึ่งบ้างครั้งเบเรียลก็พูดเสริมขึ้นมาด้วย

    พริบตาเดียวก็ผ่านไปกว่าสามชั่วโมง 

    “ เฮลเฟลชเดี๋ยวฉันจะไปแล้วนะ ไว้ว่างๆฉันจะลงมาคุยด้วยใหม่ ” ไลท์ลุกขึ้นยืนพร้อมกับบิดขี้เกียจเล็กน้อย 

    “ ได้สิ ครั้งหน้าลงมาแล้วก็เอาของอร่อยๆมาให้ฉันกินด้วยล่ะ ของที่เธอนำมาให้ฉันกินอร่อยมากเลย ” เฮลเฟลชพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ จริงสินายเอานี้ไปด้วยสิ ” เฮลเฟลชพูดพร้อมกับโยนถุงชาให้กับไลท์

    “ ชาลิ้นมังกรน่ะ ” เฮลเฟลชพูดขึ้น

    “ ขอบคุณ  ” ไลท์เก็บถุงชาลิ้นมังกรไว้ในแหวนมิติ

    เมื่อออรัคเห็นว่าไลท์และเบเรียลออกมาแล้วเขาก็เรียกขึ้น

    ไลท์และเบเรียลเดินไปหาออรัค

    ออรัคพาทั้งสองไปยังอีกที่หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเฮลเฟลชมากนัก 

    ด้านหน้าของออรัคเป็นแท่นหินขนาดใหญ่ ด้านบนมีลูกแก้วสีทองที่กำลังปลดปล่ยพลังบางอย่างออกมา ด้านล้างของแท่นหินเป็นโซ่ขนาดใหญ่สี่เส้น ซึ่งโซ่ทั้งสี่ก็คือโซ่ที่ใช้ในการผนึกเฮลเฟลชนั่นเอง

    ลูกแก้วสีทองนั้นมีสีทองจางๆจนดูเหมือนว่าสีของมันใกล้ที่จะกลายเป็นสีขาวเต็มทีแล้ว 

    “ ท่านไลท์นี้คือผนึกที่ใช้ในการผนึกเฮลเฟลชครับ ขอเพียงท่านไลท์ใส่พลังลงไปด้านในผนึกก็เรียบร้อยแล้วครับ ” ออรัคพูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้ารับและเดินไปที่แท่นหินก่อนที่จะวางมือลงบนลูกแก้วสีทองก่อนที่จะปล่อยลมปราณไปที่ลูกแก้วสีทองทันที 

    ทันใดนั้นไลท์ก็รู้สึกตัวว่าเขาได้มาอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ในห้องใต้ดินที่สะกัดเฮลเฟลชเอาไว้ 

    “ สวัสดีหนุ่มน้อย ” เสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านหลังของไลท์

    ไลท์รีบหันไปมองก็พบว่าเป็นชายอายุประมาณสี่สิบกว่าใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสมส่วน สวมชุดคลุมสีขาว 

    “ คุณคือ? ” ไลท์รู้สึกคุ้นหน้ากับชายด้านหน้ามาก

    “ ฉันคือคูเลย์ซิน คนที่ผนึกเฮลเฟลชเอาไว้ที่เกาะลอยฟ้า ” คูเลย์ซินพูดด้วยรอยยิ้ม

    ไลท์หรี่ตาลงก่อนที่จะจำใบหน้าของคูเลย์ซินได้ว่าเขาเคยเห็นที่ไหน ซึ่งก็คือประตูทางเข้าที่มีรูปของคูเลย์ซินอยู่นั่นเอง

    “ แล้วที่นี้มันคือที่ไหน? ” ไลท์สงสัย

    “ ที่นี้คือภายในมาเบิ้ลฮิล นี้เป็นครั้งแรกเลยนะนับตั้งแต่ที่ฉันผนึกเฮลเฟลชแล้วมีคนเข้ามาหาฉันได้ ” คูเลย์ซินพูดด้วยรอยยิ้ม

    “ หมายความว่ายังไง? ” ไลท์สงสัย

    “ ถ้าหากฉันเดาไม่ผิดน่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเผ่ามนุษย์วิหค ทำให้เผ่ามนุษย์วิหคตกต่ำลงจนไม่มีระดับSSเกิดขึ้นมาสินะ ” คูเลย์ซินพูดขึ้น

    ไลท์พยักหน้า

    คูเลย์ซินถอนหายใจออกมา “ ฉันขอถามหน่อยว่าฉันผนึกเฮลเฟลชไปแล้วกี่ปี? ” 

    “ ประมาณหนึ่งพันปีกว่าได้ ” ไลท์ตอบ

    คูเลย์ซินพยักหน้าเบาๆ 

    “ ในเมื่อเธอมาที่นี้เป็นคนแรกมีอะไรจะถามฉันไหม? ” คูเลย์ซินถามขึ้น

    “ นิสัยของเฮลเฟลชเป็นยังไง? ” ไลท์ถาม

    “ นิสัยของยัยมังกรบ้านั้นหรอ ยัยนั้นเป็นพวกที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองและเป็นพวกบ้าการต่อสู้แบบสุดโต่งนั่นแหละ แต่ความจริงแล้วยัยนั้นก็เป็นพวกนิสัยดีอยู่นะ ” คูเลย์ซินตอบ

    “ แล้วทำไมเฮลเฟลชถึงได้ทำลายเมืองต่างๆล่ะ? ” ไลท์สงสัย ในเมื่อเฮลเฟลชนิสัยดีแล้วทำไมถึงต้องไปทำลายเมืองของมนุษย์ด้วย 

    “ ก็เพราะตอนนั้นยัยมังกรบ้าดันไปกินลูกแก้วปีศาจเข้าทำให้ถูกความมืดเข้าแทรกทำให้เธอออกอาละวาดไปทั่ว จนฉันที่กำลังเพิ่งออกมาจากการฝึกฝนพลังเวทย์ต้องมาสะกดยัยบ้านั้นเอาไว้ ความจริงแล้วฉันก็รู้จักยัยมังกรบ้าดีเพราะพวกเราสองคนก็เป็นเพื่อนกันมานานหลายปี ” คูเลย์ซินพูดพร้อมกับทำหน้าระลึกถึงเรื่องราวในอดีต

    “ ที่แท้ก็แบบนี้นิเอง แล้วทำไมจู่ๆเฮลเฟลชถึงได้หายจากการถูกความมืดเข้าแทรกกันล่ะ? ” ไลท์ถามขึ้น

    “ ในตอนที่เฮลเฟลชกำลังอาละวาด ฉันได้บุกไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อช่วงชิงมาเบิ้ลฮิลมา ซึ่งมาเบิ้ลฮิลมีความสามารถในการขจัดความมืดออกจากสิ่งมีชีวิตได้ หลังจากที่ได้มาเบิ้ลฮิลแล้วฉันก็ทำการผนึกเธอแล้วใช้มาเบิ้ลฮิลในการรักษาเธอ ซึ่งวิธีการรักษาเธอก็คือการที่ให้ตัวตนระดับSSใส่พลังมาเบิ้ลฮิลเพื่อขจัดความมืดออกจากร่างกายของเฮลเฟลช 

    ซึ่งฉันได้โกหกกับเผ่ามนุษย์วิหคไว้ว่าทุกๆหนึ่งร้อยปีจะต้องมาถ่ายทอดพลังลงไปในลูกแก้วผนึกเพื่อที่จะทำให้ผนึกทำงานอยู่ตลอดเวลา เพราะฉันไม่รู้ว่าถ้าหากเผ่ามนุษย์วิหครู้ความจริงเข้าแล้วจะยังถ่ายทอดพลังเข้าไปในมาเบิ้ลฮิลอยู่อีกหรือไม่ ” คูเลย์ซินอธิบาย

    “ ที่แท้ก็แบบนี้นิเอง ” ไลท์พยักหน้ารับพร้อมกับเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องให้ตัวตนระดับSSถ่ายทอดพลังในทุกๆหนึ่งร้อยปี 

    “ จากที่ฉันคาดเดาตอนนี้ยัยมังกรบ้าคงจะหายจากความมืดกลืนกินแล้วใช่ไหม? ” คูเลย์ซินถามขึ้น

    “ ผมก็ไม่แน่ใจแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีออร่าความมืดอยู่เลย ” ไลท์พูดขึ้น 

    คูเลย์ซินถอนหายใจ 

    “ งั้นก็ดีแล้วที่ยัยนั้นปลอดภัยฉันจะได้หมดห่วงเสียที ” คูเลย์ซินยิ้มขึ้นอย่างยินดี 

    ไลท์ยิ้มและถามขึ้นว่า “ ดูเหมือนว่าคุณจะเป็นห่วงเฮลเฟลชมากเลยนะเนี้ย คุณเป็นอะไรกับเฮลเฟลชหรือเปล่า? ” 

    “ เปล่าหรอก ยัยนั้นเป็นผู้มีพระคุณของฉัน ตอนที่ฉันยังเด็กฉันก็ถูกยัยนั้นเป็นคนดูแลจนทำให้ฉันแข็งแกร่ง ” คูเลย์ซินอธิบาย

    ไลท์เห็นด้วยถ้าหากเป็นอย่างที่คูเลย์ซินเล่ามา ตัวตนของเฮลเฟลชจะมีความสำคัญกับคูเลย์ซินก็ไม่แปลก 

    “ ถ้าหากเป็นไปได้เธอช่วยพายัยนั้นออกไปด้วยได้ไหม การถูกขังเป็นเวลากว่าหนึ่งพันปีบางทีมันก็เป็นอะไรที่น่าอึดอัดเหมือนกัน และฉันก็คิดเอาไว้ว่ายัยนั้นจะต้องปฏิเสธแน่ๆถ้าหากนายชวนเธอออกไป เพราะเธอไม่ต้องการที่จะทำร้ายมนุษย์ ” คูเลย์ซินพูดขึ้น 

    “ แต่ฉันอยากจะบอกเธอว่าความจริงแล้วโลกใบนี้มันอันตรายกว่าที่เธอคิดเอาไว้อีกและความแข็งแกร่งของเฮลเฟลชจะต้องมีประโยชน์ในอนาคตอย่างแน่นอน ฉันอยากจะบอกว่าแม้แต่ฉันก็ยังไม่สามารถเอาชนะสิ่งนั้นได้ ” คูเลย์ซินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

    ไลท์ขมวดคิ้วแน่น “ คุณหมายความว่ายังไง? ” 

    “ เธอยังอ่อนแอเกินไปที่จะรู้ความจริงเหล่านั้น ถ้าหากเธอแข็งแกร่งขึ้นจนอยู่ในระดับSSSแล้ว เธอค่อยมาหาฉันที่มาเบิ้ลฮีล แล้วฉันจะอธิบายเกี่ยวกับโลกในหอคอยแห่งนิรันดร์ให้เธอฟัง ” คูเลย์ซินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็ดีดนิ้วเบาๆ 

    ‘ ระดับที่สูงกว่าSSก็คือระดับSSSสินะ ’ ไลท์ครุ่นคิดก่อนที่จะสติจะดับวูบไป

    “ ไลท์!! ” เสียงตะโกนของเบเรียลดังขึ้นด้วยความหวาดกลัว

    “ ท่านไลท์!! ” เสียงตะโกนของออรัคดังและเบเรียลดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

    ไลท์กระพริบตาหลายทีก่อนที่จะมองไปที่เบเรียลด้วยความสงสัย

    “ เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ? ” ไลท์สับสน

    เมื่อเห็นว่าไลท์กลับมาเป็นปกติแล้วเบเรียลและออรัคก็ถอนหายใจออกมา

    “ ก็หลังจากที่นายจับไปที่ลูกแก้วผนึก นายก็หยุดนิ่งไปเลย นายทำให้ฉันกลัวมากเลยนะ ” เบเรียลพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมา

    ไลท์เช็ดน้ำตาพร้อมกับกอดเบเรียล

    “ ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว เธอไม่ต้องร้องแล้วนะ ” ไลท์พูดขึ้น

    “ แล้วสรุปนายเป็นอะไรกันแน่? ” เบเรียลถามขึ้น

    “ งั้นมาคุยกันทางนี้เถอะ ” ไลท์พูดพร้อมกับพาทุกคนกลับไปหาเฮลเฟลช

    เฮลเฟลชที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่ก็หันมามองก็เห็นว่าไลท์กลับมาอีกครั้ง

    “ เธอจัดการเสร็จแล้วงั้นหรอ? ” เฮลเฟลชถามด้วยรอยยิ้ม เธอรู้ว่าไลท์มาที่นี้เพื่อทำให้ผนึกกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง 

    “ เปล่า ฉันมาที่นี้เพื่อที่จะถามเธอว่า เธออยากจะเข้าร่วมกลุ่มกับฉันไหม? ” ไลท์ถาม

    “ ไลท์นายบ้าไปแล้วงั้นหรอ!! ” เบเรียลตกใจที่จู่ๆไลท์ก็ชวนเฮลเฟลชเข้าร่วมกลุ่ม

    “ ท่านไลท์!! ” ออรัคตกใจเช่นกัน

    แม้แต่เฮลเฟลชที่ได้ยินก็ยังตกใจเหมือนกันเธอไม่คิดเลยว่าไลท์จะชวนเธอเข้าร่วมกลุ่ม

    “ ฉันคงต้องขอปฏิเสธล่ะนะ ” เฮลเฟลชยิ้มและส่ายหน้า

    “ เธอปฏิเสธเหมือนกับที่คุณคูเลย์ซินบอกมาเลย ” ไลท์พูดขึ้น

    ทันทีที่ได้ยินชื่อของคูเลย์ซิน ตัวของเฮลเฟลชก็สั่นเทาขึ้นเบาๆพร้อมกับมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาจริงจัง

    “ นายไปได้ยินชื่อนี้มาจากไหน? ” เฮลเฟลชถามด้วยน้ำเสียงจริงจังและมองมาที่ไลท์ด้วยแววเย็นชา

    “ ภายในมาเบิ้ลฮีลหรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อของลูกแก้วผนึก ” ไลท์พูดขึ้นจากนั้นเขาก็เล่าเรื่องที่เขาคุยกับคูเลย์ซินในมาเบิ้ลฮีลให้กับทุกๆคนฟัง

    “ ไอเจ้าบ้านั้น!! ” เฮลเฟลชยิ้มพร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

    “ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นิเอง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคุณเฮลเฟลชถึงได้ดูใจเย็นและไม่ได้บ้าคลั่งเหมือนกับที่เล่ามา ” เบเรียลยิ้มขึ้น

    “ ที่แท้บรรพบุรุษของฉันก็ถูกหลอกมาโดยตลอด ” ออรัคเต็มไปด้วยความตกใจแต่เขาก็เข้าใจดีว่าถ้าหากไม่มีบรรพบุรุษของเขา เฮลเฟลชก็คงจะยังมีอารมณ์ร้ายและเต็มไปด้วยออร่าแห่งความมืด แบบนี้ก็ถือว่าบรรพบุรุษของเขาได้ช่วยเหลือโลกในอีกทางหนึ่ง เมื่อคิดได้แบบนี้ออรัคก็รู้สึกภาคภูมิใจในบรรพบุรุษของตัวเอง 

    “ แล้วเธอจะเอายังไงต่อ? ” ไลท์ถามเฮลเฟลชอีกครั้ง

    “ เจ้าหมอนั้นบอกว่าโลกใบนี้ยังมีอันตรายที่รออยู่แล้วพลังของฉันก็เป็นสิ่งจำเป็นงั้นหรอ? ” เฮลเฟลชถามขึ้น

    “ ใช่แล้วครับ ” ไลท์พยักหน้า

    “ แม้แต่เจ้าหมอนั้นก็ยังเอาชนะไม่ได้งั้นหรอน่าสนใจดีนิหว่า ” เฮลเฟลชพูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม

    “ ไลท์ฉันตกลงที่จะเข้าร่วมกลุ่มกับนาย ” เฮลเฟลชพูดขึ้น

    “ ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มของฉันนะเฮลเฟลช แต่ทว่าตอนที่ทำลายผนึกเหล่านี้พลังของเธอจะลดลงจนอยู่ในระดับS แต่คูเลย์ซินบอกว่าเธอจะใช้เวลาประมาณสิบถึงยี่สิบปีในการฟื้นฟูพลังกลับมา ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ก็แค่สิบยี่สิบปีเองไม่ใช่หรอ? ฉันถูกผนึกมาตั้งพันปีเวลาแค่นี้นับว่าน้อยมาก แต่อย่าลืมว่าฉันเป็นเผ่าพันธุ์มังกรความแข็งแกร่งของฉันต่อให้ระดับSSฉันก็สามารถจัดการได้สบายๆ ” เฮลเฟลชยิ้มสบายๆ 

    จากนั้นไลท์ก็เริ่มทำการปลดผนึกตามที่คูเลย์ซินสอนมา

    คลืนนนนนนนนน

    ห้องใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

    ความแรงในการสั่นสะเทือนนั่นเกิดขึ้นทั่วทั้งเกาะลอยฟ้าเลยทีเดียว 

    เครื่องมือสื่อสารของไลท์สั่นขึ้น เป็นเดซี่ที่โทรมา

    “ อาจารย์เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ” เดซี่ถามด้วยความตกใจ

    “ เธอไม่ต้องห่วงไม่มีอะไรร้ายแรง…จริงสิเธอตามทุกคนให้มาที่เมืองสเกียน่าให้เร็วที่สุด ” ไลท์พูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้วอาจารย์ ” เดซี่พูดพร้อมกับวางสายไป

    โชคดีที่แรงสั่นสะเทือนนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้น 

    ตอนนี้โซ่ที่ผนึกเฮลเฟลชก็หลุดออกมจากแขนขาของเฮลเฟลช

    “ ในที่สุดฉันก็ได้รับอิสระเสียที ” เฮลเฟลชบิดขี้เกียจด้วยความตื่นเต้น

    “ ไปกันเถอะ ” ไลท์พูดพร้อมกับให้ออรัคเดินนำ

    หลังจากที่ขึ้นมาข้างบนแล้ว เฮลเฟลชก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นพร้อมกับสูดอากาศรอบๆ

    “ อากาศข้างบนมันดีจริงๆ ” เฮลเฟลชพึมพำเบาๆ พร้อมกับมองไปที่ดวงดาวด้านบนท้องฟ้า 

    ไลท์หยิบเครื่องมือสื่อสารและบอกให้ทุกคนมาที่พระราชวังทันที

    ไม่นานพวกเดซี่ก็มาถึงพระราชวัง

    “ อาจารย์เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ” เดซี่ถามด้วยความสงสัย ส่วนคนอื่นก็รู้สึกสงสัยไปด้วย

    “ ก่อนอื่นฉันขอแนะนำสมาชิกคนใหม่ให้กับพวกเธอก่อน ” ไลท์พูดพร้อมกับชี้ไปที่เฮลเฟลช 

    ทุกๆคนมองไปเฮลเฟลชก่อนที่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจ เพราะเธอไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นมนุษย์ครึ่งสัตว์

    “ เธอคือมังกรเชียวนะ ” ไลท์พูดขึ้น

    “ มังกร!! ” ทุกคนตะโกนขึ้นอย่างตกใจก่อนที่จะรีบมุงดูเฮลเฟลชทันที

    หลังจากนั้นทุกๆคนก็แนะนำตัวเองจนเสร็จ 

    “ ฉันเฮลเฟลชสมาชิกใหม่ จากนี้ไปต้องขอรบกวนพวกเธอด้วยนะ ” เฮลเฟลชพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ พวกเราก็เช่นกัน ” ไลท์หัวเราะ ส่วนคนอื่นๆเองก็ยิ้มให้กับเฮลเฟลช