ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 58 : สมาพันธ์จอมยุทธ

    ปราบพิภพทะยานร่างออกไล่ล่าสังหารผู้บุกรุกในเขตสิบสี่จนหมดสิ้น แล้วข้ามไปยังเขตสิบห้า

     

    เขาใช้เวลาราวหนึ่งเดือนจึงจัดการพวกมันในเอเชียจนหมดสิ้นแล้วเข้าไปในยุโรป

     

    “ เจ้านายยานของพวกมันกำลังจะพ้นจากชั้นบรรยากาศของโลก “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า

     

    “ วิ้ง “ กระบี่สีทองที่ได้มาจากหอคอยพลันปรากฏในมือของเขา

     

    “ เปรี้ยงงง “ แสงสังหารพุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว

     

    “ ครืนนน “ ห้วงนภาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

     

    “ มาแล้ว “ ชายหนุ่มผู้หนึ่งร้องตะโกนลั่นด้วยความแตกตื่น

     

    เขามองยังแสงสังหารแล้วใจของเขาพลันคล้ายกับตกตาย

     

    “ ครึก ครัก “ เรือเหาะของพวกเขาแทบจะแหลกสลายไปเพราะแรงกดดันที่แผดเข้าโลมเลียลำเรือ

     

    “ อือ “ ผู้คนทั่วลำเรือพลันสั่นสะท้านทั้งหมดหวังที่จะได้มีชีวิตอยู่ต่อ

     

    “ วูบบ “ พลันแสงสังหารสลายหายไป

     

    “ เกิดสิ่งใดขึ้น “ ชายชราเอ่ยออกมาอย่างงุนงง

     

    “ มันหายไปได้ยังไง “ ปราบพึมพำ

     

    “ เจ้านายมียานเข้ามาในชั้นบรรยากาศโลก “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ พวกเจ้าตามมา “ เสียงหนึ่งดังออกจากยานอวกาศ

     

    “ รอดแล้ว “ ชายชราเอ่ย

     

    “ เฮ “ ผู้คนบนเรือเหาะต่างระเบิดเสียงโห่ร้องอย่างยินดี

     

    “ รอดแล้ว “

     

    “ มิตายแล้ว “

     

    เทียนฉางชิงทะยานร่างเข้าหายานอวกาศ

     

    “ ไอ้หนูระวังไว้ คนพวกนี้แข็งแกร่งกว่าเจ้าหลายขุมนัก “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    “ วิ้ง “ พลันประตูยานอวกาศเปิดออก

     

    ผู้ชรานับสิบสวมชุดเกราะสมัยใหม่ออกมาจากยานอวกาศ

     

    พวกเขากวาดตามองทั่วอาณาแล้วพยักหน้าช้าๆ

     

    “ การกระทำของพวกเจ้าถือว่าสมาพันธ์รับมิได้ พวกเจ้าทุกคนจะถูกลงโทษกักขังเป็นเวลาคนละสิบปีที่สำนักของตน ตลอดสิบปีห้ามพวกเจ้าออกจากสำนักของพวกเจ้า “ ชายชราผู้มาใหม่เอ่ย

     

    “ อะไรกันพวกมันเข่นฆ่าผู้คนบนโลกนี้นับพันล้าน พวกมันมีโทษเพียงสิบปี “ ปราบเอ่ย น้ำเสียงของเขานั้นเต็มไปด้วยโทสะ

     

    “ มิยุติธรรม “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ไอ้หนู เจ้าเองก็มีความผิดรู้รึไม่ “ ชายชราเอ่ย

     

    “ เช่นใด “ ชายหนุ่มเอ่ยถาม

     

    “ ความผิดของเจ้าก็คือสังหารคนของสมาพันธ์จอมยุทธ โทษของเจ้าคือตายสถานเดียว “ ชายชราเอ่ย

     

    “ หึ “ ชายหนุ่มแค่นเสียง

     

    “ ช่างยุติธรรมดีแท้ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ สมาพันธ์ทำสิ่งใดมิผิด แต่ข้าเพียงปกป้องคนของข้าโลกของข้า ข้ากลับมีความผิด “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ พวกเจ้าถือว่ายิ่งใหญ่เที่ยวกำหนดโชคชะตาของผู้คน “ ชายหนุ่มเอ่ยแล้ววาดกระบี่ออกชี้หน้าไปยังทุกคน

     

    “ เช่นนี้รึสมาพันธ์ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ไอ้หนู เจ้ากำลังดูถูกสามพันธ์ โทษของเจ้าจะเพิ่มขึ้น “ ชายชราเอ่ย

     

    “ โทษของข้าก็คือตาย เจ้าจะเอาศพของข้ามาฆ่าอีกครั้งรึ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ไอ้สัตว์ “ ชายชราร้องลั่น

     

    “ ไอ้แก่ กูจะบอกให้ คนของโลกนี้ถูกไอ้เหี้ยพวกสังหารนับพันล้าน แต่พวกมึงกลับปกป้องมันด้วยโทษกักขังบริเวณสิบปี เมื่อครบสิบแล้วพวกมันก็คงกลับมาฆ่าพวกกูจนหมดสิ้นโลก “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ไม่มีใครทำแบบนี้ คนพันล้านตกตายไม่ยุติธรรม ผู้หญิงถูกข่มขืน ชายชราถูกอสูรเลี้ยงของมันแยกร่างออกเป็นหกส่วน เด็กๆถูกเข็มเจาะเข้าที่เส้นเลือดแล้วให้เลือดไหลจนตาย “ ปราบเอ่ย

     

    น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โกรธแค้น ชิงชัง อาฆาตของเขานั้นทำเอาเหล่าผู้ชราทั้งหลายถึงกับสะท้านทั่วร่าง

     

    “ มันช่างยุติธรรมเสียเหลือเกิน พวกเขานั้นจากไปด้วยวิญญาณที่มิสงบ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ไอ้แก่คนบริสุทธิ์ คนธรรมดาสามัญที่ไม่ฝึกวรยุทธพวกมันยังฆ่าได้ลงคอ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ สมาพันธ์ของมึงมีกฎห้ามฆ่าคนธรรมดาไม่ใช่เหรอ เอามาใช้สิ ใช้กับพวกมันทุกตัว “ เขายิ่งพูดน้ำตาของเขาก็ยิ่งไหลริน

     

    “ อย่างน้อยโทษของพวกมันก็น่าจะรุนแรงกว่านี้ “ ปราบเอ่ย

     

    “ เช่น ทำลายวรยุทธของมัน ให้พวกมันกลับไปเป็นคนธรรมดาแลรอวันตาย อย่างนี้ก็ยังดี “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ หรือจะให้พวกมันไปใช้แรงงานหนักขุดเหมืองคนละหมื่นปีก็พอที่จะบรรเทาความเกรี้ยวกราดของดวงวิญญาณของพวกเขาได้ “ ปราบเอ่ย

     

    เขากวาดตามองยังเหล่าผู้ชราที่ไม่มีอาการสะทกสะท้านใดๆ

     

    “ ดี “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

     

    “ สมาพันธ์จอมยุทธ สักวันเราจะได้เห็นกัน “ ปราบเอ่ย

     

    “ มึงพูดจบรึยัง “ ชายชราเอ่ย

     

    “ กูจะบอกมึงให้ สมาพันธ์ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหาความแข็งแกร่ง ไม่ได้ถูกตั้งเพื่อปกป้องผู้ใด “ ชายชราเอ่ย

     

    “ และสมาพันธ์มีกฎอยู่ว่าผู้ใดก็ตามที่สังหารคนของสมาพันธ์จอมยุทธมันผู้นั้นจะต้องตกตาย เพื่อเซ่นดวงวิญญาณของคนแห่งสมาพันธ์ “ ชายชราเอ่ย

     

    “ กูตัดสินโทษของพวกมันแค่นี้ก็ถือว่าหนักที่สุดเท่าที่เคยมีการตัดสินมาแล้ว ในประวัติศาสตร์ของสมาพันธ์นั้นไม่เคยมีการตัดสินโทษใดๆสักอย่าง “ ชายชราเอ่ย

     

    “ แล้วตัวมึงก็มีโทษตาย แต่เพราะความสูญเสียที่มากมายมึงจึงต้องทำเพื่อล้างแค้นกูเข้าใจเรื่องนี้ กูจึงไม่ตัดสินโทษตายให้มึง “ ชายชราเอ่ย

     

    “ หวังว่ามึงจะเข้าใจ “ ชายชราเอ่ย

     

    “ กลับ “ ชายชราเอ่ย

     

    “ ครืนน “ ยานอวกาศแลเรือเหาะเร่งทะยานออกจากชั้นบรรยากาศของโลกอย่างรวดเร็ว

     

    “ อ้ากกกก “ ปราบระเบิดเสียงร้องออกก้องโลกา

     

    “ ครืนน “ พลันคลื่นเสียงของเขาแผดผลาญไปทั่วโลกาอย่างบ้าคลั่ง

     

    ชายหนุ่มมองยังยานอวกาศของสมาพันธ์แลเรือเหาะลำนั้น

     

    “ พวกมึงได้เจอกูแน่ “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ไอ้หนูกูขอเตือนมึงไว้อย่าง อย่าได้คิดแก้แค้นประเดี๋ยวโลกของมึงจะเหลือเพียงชื่อ “ ชายชราส่งเสียงออกมา

     

    “ ฮื่อห์ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มร้องคำรามลั่นในลำคอ

     

    “ ไอ้หนู พวกที่มาอยู่ขั้นเบิกสวรรค์ ข้าเชื่อว่าพวกที่อยู่เฝ้าสมาพันธ์น่าจะเป็นขั้นเบิกจักรวาล “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    ชายหนุ่มส่งเสียงออกไปว่าปลอดภัยแล้ว แล้วกลับไปยังบ้านของตน

     

    เวลาผ่านไปอีกสิบปี

     

    โลกได้รับการฟื้นฟูโดยสมบูรณ์

     

    ทั้งเหล่าจอมยุทธก็เก่งกล้ามากขึ้น เวลานี้โลกมีจอมยุทธขั้นผันแปรมากกมายหลายล้านคน ขั้นหลอมรวมกายาอีกหลายลิบล้าน ที่โลกมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะการถือกำเนิดของบ่อโลหิตที่อยู่กลางประเทศอินเดีย จีน รัสเซีย ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย แอฟริกา

     

    แลโลกนั้นมีความสามัคคีเพิ่มขึ้นการถ่ายทอดวิทยาการต่างๆจึงมีมากมาย และทำให้โลกเกือบจะกลายเป็นหนึ่งเดียวแล้ว

     

    ชายหนุ่มนั่งมองยังเหล่าสาวงามทั้งห้าที่เวลานี้ข้ามผ่านเป็นจอมยุทธขั้นแปรหมดสิ้นแล้ว พวกนางฉีกยิ้มหวานให้กับชายหนุ่ม

     

    นางทั้งห้านั้นในสิบปีที่ผ่านมา พวกนางทั้งห้าร่วมมือกันช่วยเหลือกันป้องกัน ทำให้นางทั้งห้าอยู่รอดปลอดภัยแลรักกันมากขึ้น

     

    พวกนางเร่งเข้ามานัวเนียชายหนุ่มอย่างรวดเร็วหลังจากที่พวกนางข้ามผ่านพันธนาการได้

     

    สมชายนั่งมองดาวที่หลังคาบ้าน เวลานี้เขาเป็นจอมยุทธขั้นผันแปรแล้ว แลรอคอยเวลาที่พวกนั้นจะกลับมาเขาจะได้สางแค้นให้สิ้น

     

    พีมมองยังท้องฟ้าแล้วพูด “ มันคงไม่มาแล้ว เพราะถูกขู่ไว้มากขนาดนั้น “

     

    “ แต่มิว่าอย่างไร พวกเราต้องไมประมาท “ สมชายเอ่ย

     

    “ นั่นสิ “ อิงอรเอ่ย

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน