ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 275 องค์ชายเจ็ด

“ข้าบอกว่า..... ข้าเลือกชิ้นนี้ก่อน!”

เสียงเรียบหรูแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดของ เอโรซ่า ประธานนักศึกษาฝั่งตะวันตกดังขึ้น

นางเป็นหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ มีเส้นผมสีทองยาวประบ่าที่ดูสง่างามใบหน้าคมเข้มและดวงตาสีฟ้าคมกริบที่สะท้อนถึงความมั่นใจและอำนาจ

“เฮอะ!...... ข้าต่างหากที่เห็นก่อน!”

เสียงเล็กแต่ดุดันของ จินยี้ ประธานนักศึกษาฝั่งตะวันออกตอบกลับอย่างไม่ลดละสาวร่างเล็กแต่เต็มไปด้วยพลังนางมีผมสั้นสีดำสนิทและดวงตาสีนิลที่เป็นประกายเจิดจ้า พร้อมกับท่าทางที่แสดงออกถึงความไม่ยอมใคร

“เจ้าคงลืมไปแล้วสินะว่าใครเป็นผู้ชนะครั้งล่าสุดที่เราเผชิญหน้ากัน?”

เอโรซ่าเอ่ยขึ้น พลางยิ้มเยาะน้อยๆมือเรียวของนางยังคงจับเครื่องประดับชิ้นงามที่ทั้งสองต้องการ

“ผู้ชนะ?” .... เจ้าคิดว่าเป็นข้าใช่ไหม?...เพราะข้าจำได้แม่นว่าเจ้าต้องถอยกลับไปหอบหายใจ”

จินยี้ยักคิ้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

“คำพูดของเจ้าช่างน่าขำ...แต่ข้าก็พอจะเข้าใจเพราะตระกูลตะวันออกของเจ้ามีแต่พลังมิติลูกเล่นตื้นๆ”

เอโรซ่ากล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่ง

“ลูกเล่นตื้นๆ? หึ! เจ้าคงไม่ลืมหรอกนะว่า....................‘วงมิติสวรรค์ลวง’....ของตระกูลข้าเคยทำให้ตระกูลเจ้าพ่ายแพ้ในอดีต!”

จินยี้แค่นเสียง ดวงตาเปล่งประกายความท้าทาย

ทั้งสองต่างจ้องหน้ากันราวกับมีประกายไฟลุกโชนระหว่างดวงตาคนในร้านที่เคยแอบมองสถานการณ์อยู่เงียบๆ เริ่มถอยออกห่างเพราะกลัวว่าอาจเกิดการปะทะกันจริงจัง

“ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน... จินยี้”

เอโรซ่าเอ่ยพลางยกเครื่องประดับในมือขึ้นระดับสายตา “อย่าทำตัวเป็นหนามขวางทางข้าอีก ไม่อย่างนั้น คราวหน้า ข้าจะไม่ปรานี”

“หนาม? .....ข้าไม่เคยคิดว่าข้าเป็นอะไรต่ำต้อยเช่นนั้น...แต่ถ้าเจ้ามั่นใจนักก็ลองดูสิ ว่าพลังมิติของข้าจะเหนือกว่าเจ้าขนาดไหน!”

จินยี้ตอบกลับอย่างไร้ความเกรงกลัว

เสียงของทั้งสองดังก้องไปทั่วร้านจนเจ้าของร้านต้องรีบออกมากล่าวขอโทษขอโพยและพยายามไกล่เกลี่ย “คุณหนูทั้งสองโปรดใจเย็นๆ ของในร้านข้ามีชิ้นงามอื่นอีกมากขอแค่ไม่ทำให้ร้านของข้าพังทลายก็เพียงพอ”

เอโรซ่าหันไปมองเจ้าของร้านด้วยรอยยิ้มบาง

“หึ ข้าไม่มีเวลามาเสียพลังกับเรื่องไร้สาระหรอก!”

นางหันกลับไปส่งสายตาเยือกเย็นใส่จินยี้

“ไว้พบกันในสนามแข่งดีกว่าข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่ามิติของข้าเหนือกว่าเจ้าอย่างไร”

เอโรซ่าหันหลังเดินออกจากร้านไปอย่างสง่างามทิ้งให้จินยี้ยืนกัดฟันแน่น

“ในสนามแข่งเหรอ? ได้เลย...ข้าจะทำให้เจ้าตระหนักว่าตระกูลข้าไม่แพ้ตระกูลเจ้าแน่!”

เสียงความมุ่งมั่นของจินยี้ดังขึ้นเบาๆก่อนที่นางจะก้าวออกจากร้านด้วยรอยยิ้มท้าทายเต็มใบหน้า บรรยากาศในร้านจึงกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

แต่เหล่าคนที่ได้ยินบทสนทนานั้นต่างรู้ดีว่า...การแข่งขันศึกสุดยอดสถาบันครั้งนี้จะต้องดุเดือดแน่นอน!

 

 ณ เขตพระราชฐานส่วนตัวของราชวงศ์

ดวงจันทร์ลอยเด่นกลางฟากฟ้า ทอแสงสีเงินส่องกระทบพื้นระเบียงหินอ่อนขัดเงาองค์หญิงอิงอิง ยืนเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ริมฝีปากบางเม้มแน่นเล็กน้อยดวงตาที่มักสง่างามฉายแววเศร้าหมองความคิดที่ล่องลอยนำพาไปหาบุรุษผู้หนึ่งที่ทิ้งร่องรอยในหัวใจของนางไว้ลึกซึ้ง

เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่เงาร่างสูงสง่าขององค์ชายเจ็ด จะปรากฏขึ้นเบื้องหลัง น้องชายผู้มีรูปลักษณ์อ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาดเขายืนมองพี่สาวครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือความหยอกล้อ

“พี่หญิงคิดอะไรอยู่หรือ?....... หรือว่ากำลังคิดถึงชายหนุ่มคนนั้น?”

องค์หญิงอิงอิงสะดุ้งเล็กน้อยคำพูดที่ตรงไปตรงมาของน้องชายทำให้นางเสียอาการชั่วขณะ

ใบหน้าเรียวสวยขึ้นสีระเรื่อนางพยายามปกปิดความรู้สึกแต่ท่าทีที่เปลี่ยนไปก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาขององค์ชายเจ็ดได้

“น้องเจ็ด...! เจ้าเสียมารยาทจริงพี่เพียงครุ่นคิดเรื่องอื่นเท่านั้น”

องค์หญิงเอ่ยปฏิเสธเสียงเบาแต่สายตาของนางกลับลอบมองไปยังเงาจันทร์ เหมือนพยายามกลบเกลื่อนความจริง

องค์ชายเจ็ดคลี่ยิ้มเล็กน้อยรู้ดีว่าพี่สาวของเขานั้นมีจิตใจผูกพันอยู่กับใครบางคน เขาไม่ถามต่อแต่เปลี่ยนเรื่องสนทนาแทน

“พี่หญิงคิดว่าอย่างไรกับการแข่งขันครั้งนี้?”

องค์หญิงอิงอิงเบนสายตามามองน้องชายรอยยิ้มบางแต่งแต้มบนริมฝีปาก แม้ใจยังไม่อาจละจากความคิดถึง “เจ้าก็เป็นตัวแทนครั้งนี้ด้วย ข้าคิดว่าคงจะมีความท้าทายไม่น้อย แต่ละพื้นที่ล้วนส่งตัวแทนที่แข็งแกร่งมาเจ้าล่ะคิดว่ายังไง?”

องค์ชายเจ็ดหัวเราะเบาๆ ท่าทีผ่อนคลาย

“ก็เหมือนทุกครั้งนั้นแหละพี่หญิงสถานศึกษากลางของเราไม่เคยพลาดการเป็นที่หนึ่งในแต่ละครั้ง และพวกเราจะรักษาเกียรติของสถานศึกษาหลักไว้ได้แน่นอน”

คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจขององค์ชายเจ็ดทำให้องค์หญิงอิงอิงรู้สึกอุ่นใจขึ้นแต่ในใจลึกๆ นางกลับคิดถึงใครบางคน...ชายผู้ที่อาจจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มตัวแทนสถานศึกษาแต่กลับมีศักยภาพที่จะทำให้ทุกคนต้องประหลาดใจ อิงอิงยิ้มบางเบา

“ข้าหวังเช่นนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะทำได้ดีในสนามแข่งนี้”

 

องค์ชายเจ็ดทอดสายตามองท้องฟ้ายามค่ำคืนดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือสายหมอก ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบเขาหันกลับมามองพี่สาวที่ยังยืนอยู่ริมระเบียงแสงจันทร์อาบร่างขององค์หญิงอิงอิงจนดูราวกับเทพธิดาแต่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่งดงามนั้น กลับซ่อนความว้าวุ่นในจิตใจที่เขาสัมผัสได้

องค์ชายเจ็ดถอนหายใจเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้น

“ข้ากำลังคิด...ไม่รู้ว่าในการแข่งขันครั้งนี้ชายคนนั้นจะได้เป็นตัวแทนของสถานศึกษาหรือไม่”