เฮลเฟลชและเมลิซ่าก็ติดต่อมาหาไลท์และเบเรียล พวกเธอบ่นไลท์เล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องที่ไลท์ขอเบเรียลแต่งงาน เนื่องจากทั้งสองเพิ่งจะออกเดินทางจากหมู่บ้านฟอร์ก้าได้ไม่ถึงเดือนก็ต้องกลับไปหาพวกไลท์อีกครั้ง
ไลท์และเบเรียลก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆและพูดขอโทษทั้งสอง
แน่นอนว่าทั้งสองไม่ได้บ่นอะไรมากนัก นอกจากนี้ทั้งสองก็แสดงความยินดีกับทั้งสองคนด้วย
หลายวันมานี้จากที่คุณเฟลิกซ์ติดต่อมามีผู้คนในหอคอยแห่งนิรันดร์บางส่วนเริ่มที่จะทยอยออกไปโลกภายนอกแล้ว แม้ว่าจะไม่มากเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่ถึงอย่างนั้นก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี
นอกจากนี้ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านๆเล็กๆในป่าเขา สภาจอมเวทย์เองก็ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปบอกข่าวและพาพวกเขาอพยพไปยังโลกภายนอกด้วยเหมือนกัน ส่วนจุดหมายปลายทางนั้นจะเป็นที่ไหนก็ต้องให้ชาวบ้านเป็นคนตัดสินใจ
นอกจากนี้จอมเวทย์ธาตุดินและธาตุไม้ก็ถูกสภาจอมเวทย์จ้างวานให้ไปสร้างบ้านให้กับชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องอพยพออกมาทั้งๆที่ทิ้งบ้านหลังเก่าเอาไว้ พวกเขาเองก็ต้องสร้างหมู่บ้านใหม่ให้กับพวกเขาเหมือนกัน แม้ว่าจะได้ดีเยี่ยมเท่ากับหมู่บ้านเก่าของพวกเขาก็ตาม แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วที่มีหมู่บ้านใหม่ให้พวกเขาได้นอนพักและดำรงชีวิตต่อ
ซึ่งไลท์เองก็ออกคำสั่งให้หน่วยลับเทพยุทธ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนออกไปตามหาหมู่บ้านที่อาศัยอยู่บนในป่าเขา หรือพื้นที่ที่เข้าไปถึงได้ยากเพื่อบอกพวกเขาเกี่ยวกับการพังทลายของหอคอยแห่งนิรันดร์และช่วยเหลือพวกเขาในการอพยพมายังเมืองทะเลสาบ
เมื่อหน่วยลับเทพยุทธ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคำสั่ง พวกเขาก็ออกปฏิบัติการทันที
ทางด้านของไลท์ ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ในห้องนอนส่วนตัว ด้านหน้าของเขามีสมบัติจำนวนมากที่วางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
ส่วนตรงกลางห้องก็มีเตาปรุงยาสามขาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ นอกจากนี้ภายในเตาก็มีน้ำที่ถูกเทเอาไว้จนเกือบเต็ม
ตอนนี้ไลท์กำลังทำพิธีทำนายโชคชะตาว่าเขาควรที่จะจัดงานแต่งเมื่อไหร่
ทักษะทำนายโชคชะตานี้เทียนตี้อู่หลงได้เรียนรู้มาจากบรรพชนเฒ่าของตำหนักเบิกสวรรค์
ตำหนักเบิกสวรรค์เป็นตำหนักที่มีลูกศิษย์ไม่มาก แต่พวกเขากลับได้รับความเคารพจากผู้ฝึกตนทั่วโลก เนื่องจากผู้คนจากตำหนักเบิกสวรรค์นั้นสามารถทำนายโชคชะตาหรือทำนายอนาคตได้อย่างแม่นยำ
ด้วยความที่พวกเขาสามารถทำนายโชคชะตาหรือทำนายอนาคตได้ ทำให้ตำหนักเบิกสวรรค์มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลก ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ย่อมได้รับความเคารพและความนับถือจากผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วน
ไลท์สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนที่เขาจะหลับตาลง
แม้ว่าไลท์จะหลับตาแต่มือของเขาก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
มือของไลท์ทำมือเป็นสัญลักษณ์ต่างๆอย่างรวดเร็ว ซึ่งความเร็วในการทำสัญลักษณ์ของไลท์นั้นแม้แต่ตัวตนระดับSSก็ยังมองไม่ทัน
แค่เสี้ยววินาทีไลท์ก็ทำสัญลักษณ์มือไปไม่ต่ำกว่าสิบสัญลักษณ์แล้ว
ไม่นานสมบัติที่วางเอาไว้ในห้องก็ค่อยๆเปล่งแสงสีหลากสีสันขึ้นก่อนที่มันจะลอยขึ้นบนอากาศ
ผ่านไปสามนาที สมบัติชิ้นแรกก็ลอยเข้าไปในเตาปรุงยา
ทันทีที่สมบัติลงไปในเตาปรุงยา
น้ำในเตาปรุงยาก็เรืองแสงขึ้นมาเล็กน้อย
นอกจากนี้ความอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเมื่อสมบัติที่ลงไปในเตาปรุงยาแล้วมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับว่ามันไม่เคยมีสมบัติชิ้นนั้นมาก่อน
หลังจากนั้นทุกๆสามนาที สมบัติที่ลอยอยู่บนอากาศก็ค่อยๆลอยลงไปในเตาปรุงยาทีละชิ้นๆ
จนกระทั้งเวลาผ่านไปสามชั่วโมง
สมบัติชิ้นสุดท้ายก็ลงไปในเตาปรุงยา
เตาปรุงยาก็เรืองแสงสีทองขึ้นมา ก่อนที่น้ำในเตาปรุงยาจะลอยขึ้นมาบนอากาศก่อนที่จะหมุนวนอยู่รอบๆห้องนานกว่าห้านาทีก่อนที่มันจะกลับไปในเตาปรุงยาอีกครั้ง
ไม่นานน้ำในเตาก็มีอักษรบางอย่างปรากฏขึ้น ซึ่งมันไม่ใช่ตัวอักษรที่อยู่ในโลกแฟนตาซี แต่มันเป็นตัวอักษรที่อยู่ในโลกผู้ฝึกตน
ไลท์ลืมตาขึ้นก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับเล็กน้อย
ไม่นานตัวอักษรเหล่านั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากนั้นไลท์ก็ถอนหายใจออกมาเพราะว่าตอนนี้เขาสามารถทำนายโชคชะตาได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว
“ เพียงแต่ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าฤกษ์งานแต่งของฉันจะต้องรอไปอีกแปดเดือนข้างหน้า ” ไลท์พึมพำออกมา
“ ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันก็ได้ฤกษ์แล้ว เรื่องเวลาก็ค่อยๆเป็นค่อยไปแล้วกัน นอกจากนี้ฉันยังต้องใช้เวลาในการเดินทางกลับไปยังเมืองรุ่งอรุณอีกด้วย ” ไลท์ถอนหายใจออกมาจากนั้นเขาก็เก็บเตาปรุงยาไว้ในแหวนมิติ
ตอนเย็นไลท์และเบเรียลก็นั่งทำอาหารกินกันที่สวนดอกไม้
“ เบเรียล ฉันได้ทำนายฤกษ์งานแต่งเอาไว้แล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
เมื่อได้ยินไลท์พูดแบบนี้ สีหน้าของเบเรียลก็กลายเป็นตื่นเต้น
“ แล้วฤกษ์งานแต่งของเราคือเมื่อไหร่? ” เบเรียลถามด้วยความตื่นเต้น
“ อีกแปดเดือนข้างหน้า ” ไลท์ตอบ
“ แปดเดือนงั้นหรอ ก็นับว่าไม่ได้นานซะทีเดียว ” เบเรียลพึมพำออกมา จากนั้นเธอก็ถามต่อว่า “ ว่าแต่การทำนายของนาย ฤกษ์งานแต่งนี้คือดีที่สุดแล้วใช่ไหม? ”
ไลท์ส่ายหน้าแล้วก็พูดขึ้นว่า “ นี้คือฤกษ์ดีอันที่สอง ซึ่งฤกษ์ดีอันแรกจะต้องรออีกประมาณสิบปีจึงจะดีที่สุด แต่ฉันไม่ได้อยากรอถึงสิบปี เพราะฉะนั้นฤกษ์ดีอันที่สองจึงเหมาะสมที่สุด ”
เบเรียลพยักหน้า
“ แม้ว่าอันแรกจะดีแต่ต้องรอนานเกินไปจริงๆ ” เบเรียลออกความเห็น
ไลท์ยิ้มและพูดขึ้นว่า “ ฉันคิดว่าพวกเราควรกลับไปที่เมืองรุ่งอรุณแล้วล่ะ ”
“ นั้นสิ พวกเราก็ออกมาจากเมืองนานหลายเดือนแล้วไม่รู้ว่าตอนนี้ที่เมืองรุ่งอรุณจะเป็นอย่างไรบ้าง ” เบเรียลพยักหน้าเห็นด้วย
“ งั้นเดี๋ยวฉันจะบอกพวกไลก้าให้เตรียมตัวให้พร้อม อีกสองวันพวกเราจะกลับเมืองรุ่งอรุณ ” ไลท์พูดขึ้น
สองวันต่อมา
เรือบินของไลท์ก็ค่อยๆลอยขึ้นบนท้องฟ้า
การเดินทางใช้เวลาประมาณสิบสองวันเท่านั้น พวกเขาก็มาถึงเมืองแสงจันทร์แล้ว
หลังจากนั้นพวกเขาก็ใช้เวลาอีกสามวันในการเดินทางมาถึงเมืองรุ่งอรุณ
จากนั้นวิถีชีวิตแบบปกติก็กลับมาเหมือนเมื่อก่อน
ไลท์ใช้ชีวิตไปกับการฝึกฝนเหล่าหน่วยลับเทพยุทธ์รวมไปถึงซีรอสด้วย
ทางด้านสมาชิกเดธปาร์ตี้คนอื่นๆก็พากันฝึกฝนลูกศิษย์ของตัวเองด้วยเหมือนกัน
ส่วนเรื่องช่วงเวลาแต่งงานของไลท์และเบเรียลก็ถูกประกาศออกไปแล้วว่าจะจัดขึ้นในอีกแปดเดือนข้างหน้า
เรื่องงานแต่งของไลท์และเบเรียลทำให้ตัวตนระดับสูงจำนวนมากต้องการที่จะเข้าร่วมงานแต่งของทั้งสอง เนื่องจากไลท์คือตัวตนที่แข็งแกร่ง การที่สามารถเข้าร่วมงานแต่งของไลท์ได้ก็นับว่าเป็นเกียรติของพวกเขามาก
พริบตาเดียวก็ผ่านมาห้าเดือน
ตอนนี้เมืองรุ่งอรุณก็พัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ประชากรเมืองรุ่งอรุณก็มีมากกว่าสิบห้าล้านคนแล้ว นับว่าตอนนี้เมืองรุ่งอรุณคือเมืองที่ใหญ่โตที่สุดของเผ่ามนุษย์
นอกจากนี้เมืองรุ่งอรุณก็ยังเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ชาวเมืองทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข พวกเขาอยู่รวมกันโดยที่ไม่แบ่งแยกสูงต่ำ
ชาวบ้านก็อยู่อย่างเรียบง่าย พวกเขาไม่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมีชีวิตชีวา เนื่องจากถ้าหากมีใครสร้างปัญหาให้กับพวกเขา หรือพวกเขาถูกรังแก พวกเขาก็จะไปฟ้องร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องรับคำฟ้องและตรวจสอบอย่างยุติธรรม ถ้าหากคนที่รังแกชาวบ้านจริงๆ พวกเขาจะต้องถูกลงโทษตามกฏที่วางเอาไว้
ซึ่งในช่วงแรกๆก็ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนที่หวาดกลัวต่ออำนาจของตระกูลใหญ่บางตระกูลที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองรุ่งอรุณ
สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้นก็ถูกจับเนื่องจากหน่วยลับเทพยุทธ์มีหูตาอยู่ทั่วทั้งเมือง ส่วนคนที่รังแกชาวบ้านที่เป็นถึงลูกชายของผู้นำตระกูลใหญ่คนนั้นก็ถูกจับขังคุกเป็นเวลาสามปี
นอกจากนี้ชาวบ้านคนนั้นก็จะได้รับการคุ้มครองจากหน่วยลับเทพยุทธ์ ทำให้ตระกูลใหญ่ตระกูลนั้นไม่กล้าที่จะทำอะไรชาวบ้าน
เรื่องนี้ทำให้ชาวบ้านหลายคนมีความกล้าที่จะไปฟ้องร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำให้ลูกหลานตระกูลใหญ่ๆหรือตระกูลต่างๆที่พอมีอำนาจก็ไม่กล้าที่จะโอ้อวดอำนาจบารมี เพราะพวกเขากลัวที่จะไปนอนในคุกสองถึงสามปี
ส่วนทางด้านความแข็งแกร่งของเมืองรุ่งอรุณก็พัฒนาสูงขึ้นมาก แม้กระทั้งตัวตนระดับSSจำนวนมากก็ค่อยๆเริ่มปรากฏตัวขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็นเหล่าลูกศิษย์ของสมาชิกเดธปาร์ตี้ รวมไปถึงหน่วยลับเทพยุทธ์หลายคนที่สามารถฝ่าฝันและพัฒนาความแข็งแกร่งมาถึงระดับนี้ได้สำเร็จ
ตอนนี้มีตัวตนระดับSS มากกว่าสิบคนในเมืองรุ่งอรุณแล้ว แต่ส่วนมากพวกเขาก็ปกปิดตัวตนและยังคงแกล้งทำเป็นว่าพวกเขามีความแข็งแกร่งในระดับSอยู่ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะท่านไลท์กำชับมาว่าให้ปกปิดความแข็งแกร่งเอาไว้ ไม่ให้เปิดเผยต่อหน้าคนอื่นๆ
ตอนนี้หนึ่งในห้าของป่าอูการ์ได้กลายเป็นพื้นที่ของเมืองรุ่งอรุณไปแล้ว
ทางด้านไลท์ เขาถูกเบเรียลเรียกตัวมาเพื่อที่จะสอบถามถึงการสร้างรถไฟความเร็วสูงที่จะขนส่งคนไปยังเมืองรอบๆด้วยความเร็ว
ไลท์เองก็ได้บอกเล่าข้อมูลที่เขาพอจะจำได้ให้กับหน่วยวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เวทย์
เมื่อหน่วยวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เวทย์ได้ยินมาว่ามีรถไฟความเร็วสูงที่สามารถวิ่งได้โดยที่ไม่ต้องใช้เวทย์มนต์ก็ทำให้พวกเขาสนใจ
ทำให้พวกเขาได้รับข้อมูลมาจากท่านไลท์ก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันสร้างขึ้นมา โดยที่พวกเขาจะสร้างเป็นรถไฟควมเร็วสูงที่ใช้พลังเวทย์แทน
ในโลกนี้ รถไฟสามารถวิ่งได้แปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นพาหนะที่ผู้คนในโลกนี้ใช้ในการเดินทางข้ามเมืองกัน เนื่องจากทุกๆเมืองมีเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อกันเอาไว้ ไม่เหมือนกับเมืองต่างๆภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ การเดินทางไปยังเมืองต่างๆจะต้องใช้เรือยนต์
เนื่องจากการเดินทางแต่ละครั้งอาจจะถูกดักปล้นโดยพวกองค์กรมืดได้ เพราะฉะนั้นทำให้ไม่มีการใช้รถไฟในการเดินทางข้ามเมือง
เพราะแบบนี้รถไฟจึงไม่ค่อยได้ถูกพัฒนาเท่าที่ควร ไม่เหมือนกับเรือยนต์หรือเรือบินที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยเหตุนี้ทำให้หน่วยวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์เวทย์พากันคิดหาวิธีที่ทำให้รถไฟสามารถเดินทางได้เร็วขึ้นและต้องมีความปลอดภัยอีกด้วย
เนื่องจากในช่วงหลังๆมานี้ไลท์ไม่จำเป็นที่จะต้องไปสอนพวกหน่วยลับเทพยุทธ์หรือซีรอสในการอีกต่อไป เพราะตอนนี้พวกเขาก็มีอาจารย์ผู้ฝึกสอนสำหรับหน่วยลับเทพยุทธ์แล้ว ซึ่งผู้ฝึกสอนเหล่านี้ก็คือครูฝึกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาจากสภาจอมเวทย์ที่ตอนนี้มีความแข็งแกร่งในระดับSแล้วนั่นเอง
ทางด้านสองสถาบันการศึกษาและสถานบันฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ก็ยังคงผลิตรุ่นเยาว์ที่มีความสามารถออกมาเรื่อยๆ จนในตอนนี้ทวีปวอร์เตอร์ไดซ์ยกให้สองสถาบันนี้คือสองสถาบันที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ถ้าหากใครที่อยากจะประสบความสำเร็จในอนาคต ขอแค่จบมาจากสองสถาบันนี้ก็จะมีกองกำลังหรืออาณาจักรต่างๆจ้างพวกคุณในราคาที่สูงมาก
ไลท์ในตอนนี้ที่นอนเล่นอยู่ที่บ้านของตัวเอง เขาก็ครุ่นคิดว่าจะจัดงานอย่างไรให้มันอลังการงานสร้างไปเลย
โดยที่ไลท์คิดว่าเขาจะสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ขึ้นและเขาก็จะจัดงานแต่งภายในค่ายกลแห่งนั้น
ซึ่งภายในค่ายกลนี้เขาก็จะสร้างทะเลดอกไม้พร้อมกับคฤหาสน์ลอยฟ้าขนาดใหญ่รวมไปถึง รูปปั้นยักษ์ของเทียนตี้อู่หลงรวมไปถึงสหายของเขา นอกจากนี้ก็จะมีพลุมากกว่าหนึ่งล้านลูกที่จะจุดขึ้นในงานแต่งของเขาอีกด้วย
ด้วยความที่จะต้องสร้างค่ายกลขนาดใหญ่แบบนี้ขึ้นมา ไลท์คิดว่าอาจจะต้องใช้เวลานานเป็นเดือนๆกว่าที่จะสร้างค่ายกลนี้สำเร็จ
“ แต่เพื่องานแต่งของฉันและเบเรียล ฉันจะต้องลงทุนสักหน่อย ” ไลท์พึมพำขึ้นมา ก่อนที่เขาจะหยิบสมบัติออกมาสลักลมปราณลงไปในนั้น
ครึ่งเดือนต่อมาไลท์ก็มุ่งหน้าไปยังทางทิศตะวันออกของเมืองเล็กน้อย ก่อนที่จะทำการสร้างค่ายกลแห่งแรกขึ้นมาก่อน จากนั้นเขาก็จะสร้างค่ายกลทับซ้อนกันอีกทีหนึ่ง
หรือก็คือเมื่อเข้ามาในค่ายกลแรกก็จะเป็นการยืนยันตัวตนหรือเป็นการที่แขกจะมาพูดคุยกันก่อนที่งานแต่งจะเริ่มนั่นเอง
หลังจากที่ถึงฤกษ์แต่งงานแล้วทุกๆคนก็จะเข้าไปในค่ายกลอีกชั้นหนึ่งเพื่อที่จะถูกส่งมายังคฤหาสน์ลอยฟ้าที่มีทะเลดอกไม้ที่อยู่ด้านล่าง
ไลท์หยิบสมบัติจำนวนมากออกมาก่อนที่จะทำการสร้างค่ายกลชั้นที่หนึ่งทันที