“นี่มัน…’’ใบหน้าอันชราเหี่ยวย่นของโยวเก้อเผยให้เห็นถึงความตกตะลึงตอนนี้เมื่อเขาตรวจชีพจรด้วยสัมผัสของผู้ฝึกยุทธ์ เขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าร่างกายของหญิงสาววัยกลางคนนั้นดีเยี่ยมกว่าคนธรรมดา
ไม่ช้าโยวเก้อก็อดหันไปมองผู้อํานวยการจ้าวไม่ได้“คุณจะบอกผมว่าเขาเพียงแค่ตรวจชีพจรแล้วใช้วิธีการสกัดจุดเพียงครั้งเดียวเพื่อทําให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้ขึ้นเหรอ?’’
ต้องรู้ก่อนต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ปลุกพลังชีวิตแล้วก็ยังไม่สามารถทําได้ยิ่งเป็นเขาผู้ฝึกวิชาแพทย์แผนจีนมาอย่างยาวนานกระทั่งสามารถใช้พลังชีวิตถ่ายทอดเพื่อรักษาเยียวยาอาการต่างๆให้แก่ผู้อื่นได้ก็เกรงว่าจะไม่สามารถทําเช่นนี้ได้
แล้วนี่มันเกิดขึ้นได้ยังไง!
มู่หลินคนที่ว่านี้ทําได้อย่างไร?
ด้านโยวมี่ก็ไม่กล้ารอช้าเธอยื่นมือไปจับแขนของหญิงสาววัยกลางคนที่นอนหลับอยู่เพื่อตรวจชีพจรแต่ในครู่ต่อมาเธอก็ต้องเผยให้เห็นถึงใบหน้าตะลึงงัน “นี่มัน…’’
เป็นไปได้อย่างไร?
“เป็นความจริงแพทย์เทวะมู่หลินนั้นได้ทําการรักษาเพียงแค่สกัดจุดครั้งเดียวซึ่งไอ้ผมก็ไม่รู้หรอก แต่เป็นเขาเองที่บอกว่าได้สกัดจุดด้วยวิธีการพิเศษดังนั้นด้วยการเร่งปฏิกิริยาการเดินเลือดอย่างฉับพลันมันจึงทําให้เลือดเหล่านั้นสามารถใช้ชะล้างมะเร็งและทําให้พวกมันหายไปได้ซึ่งไอ้ผมก็ไม่ค่อยเชื่อหรอก ดังนั้นผมจึงเรียกคุณมาทีนี่!’’เห็นสีหน้าตะลึงงันของทั้งสองคน ผู้อํานวยการจ้าวก็พยักหน้าอธิบายถึงแม้เขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องแพทย์แผนจีนมากนักแต่เขาที่เป็นหมอย่อมรู้ดีว่าเรื่องแบบนี้มันน่าเหลือเชื่อแค่ไหน
กลับกันโยวเก้อและโยวมี่ที่ได้ยินผู้อํานวยการจ้าวเรียกอีกฝ่ายว่า ‘แพทย์เทวะ’พวกเขาก็อึ้งไป
“คุณเรียกเขาว่าแพทย์เทวะ?’’โยวเก้อเป็นคนแรกที่ถามออกมาอย่างประหลาดใจเขาประหลาดใจว่าทําไมคนอย่างผู้อํานวยการจ้าวถึงได้เรียกขานอีกฝ่ายเช่นนี้
“เปล่าความจริงแล้วเป็นเขาเองที่บอกว่าเขาคือ แพทย์เทวะ!’’ ถูกถามผู้อํานวยการจ้าวก็เข้าใจได้ทันทีจึงส่ายหัว ตอนแรกเขาก็งงว่ามันหมายถึงอะไรแต่ดูๆแล้วเซียนหมอก็ไม่น่าจะรู้เหมือนกัน
“ปู่การที่เขากล้าเรียกตัวเองว่าแพทย์เทวะเช่นนี้นั่นย่อมหมายความว่าเขามั่นใจในฝีมือของตัวเองน่าดูอย่างแน่นอน!’’โยวมี่พูดขึ้น เธอรู้ดีว่าสมญานามแต่ละอันมีความหมายว่าอย่างไรดังนั้นหากหมอเทวดาและเซียนหมอหมายถึงยอดคนอะไรอย่างนั้นแล้วแพทย์เทวะคงเทียบเท่าได้กับตํานาน!
ตํานานแห่งการแพทย์!
“น่าสนใจจริงๆดูเหมือนว่าถ้ามีโอกาสฉันต้องเรียกเขามาเจอหน่อยแล้ว!’’ หลังจากที่อึ้งไปซักพักโยวเก้อก็พยักหน้าอยู่หลายครั้ง ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้จะไม่ใช่แค่พวกขี้คุยโวเผลอๆอีกฝ่ายอาจจะมีฝีมือมากกว่าเขาก็ได้ดังนั้นเขาจึงอยากรู้เป็นอย่างมากว่าเบื้องหลังคนที่เก่งกาจขนาดนี้มีใครเป็นอาจารย์กัน
ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงไม่สามารถเก่งกาจขนาดนี้ได้หรอก!
“จริงสิ ในเมื่อคุณได้เจอเขาและเห็นความสามารถของเขากับตามาแล้วคุณก็น่าจะมีเบอร์ของเขาใช่ไหม?’’ นึกขึ้นได้ โยวเก้อก็มองผู้อํานวยการจ้าวด้วยประกายตาแห่งความคาดหวังเขาคาดหวังเป็นอย่างมากว่าอีกฝ่ายจะมีเบอร์ของชายหนุ่มคนนี้
“มีครับเพียงแต่ถ้าจะให้เขารักษานั้นต้องจ่ายเงิน เพราะเขาไม่ได้รักษาให้ฟรี’’เข้าใจได้ว่าเซียนหมอต้องการที่จะโทรไปผู้อํานวยการจ้าวก็หยิบเบอร์ที่ชายหนุ่มจดเอาไว้ให้ยื่นให้กับอีกฝ่าย
“จ่ายเงิน?นั่นไม่สําคัญ! เพราะตราบใดที่เรียกตัวเขามาได้ฉันก็จะได้รู้เสียทีว่าเขานั้นมีฝีมือมากน้อยแค่ไหน!’’ ได้ยิน โยวเก้อก็ส่ายหัวไม่ว่าจะเป็นเงินเท่าไหร่ถ้าเขาสามารถเรียกอีกฝ่ายมาได้ เขาก็ยอม
“อืมหนูก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่อยู่ในรุ่นเดียวกับหนูไปเก่งแบบนั้นได้ยังไง!’’ด้านโยวมี่ก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างตื่นเต้น แม้เธอจะไม่รู้ว่าเขาเก่งแค่ไหนแต่ที่แน่ๆจากการที่ทําให้ปู่ของเธอตกตะลึงได้นั่นย่อมหมายความแล้วว่าเขามีค่าคู่ควรพอ
คู่ควรพอที่จะให้เธอสนใจ!
…
ณหมู่บ้านแดงเดือด
“เฮ้ย!’’เสียงอุทานอย่างตกอกตกใจของหญิงสาวดังขึ้น
มองไปยังสภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าหลันเอ๋อร์ตกใจเป็นอย่างมาก เพราะเธอรู้ดีเลยว่าทั้งหมดนี้ล้วนตายหมดแล้วแน่นอนว่าเธอย่อมต้องรู้ว่าเป็นฝีมือใครดังนั้นเธอจึงได้รู้สึกตกใจและเริ่มโกรธขึ้นมาโกรธที่เขากล้าฆ่าคนแล้วโทรมาขอความช่วยเหลือเช่นนี้
“บ้าเอ๊ยถ้าเจอกันอีกทีฉันจะด่านายให้หูชาเลย!’’ ยิ่งมองก็ยิ่งโกรธหลันเอ๋อร์จึงคํารามเสียงดุ เธอตั้งใจแล้วว่าถ้าเจอกันอีกต่อให้เขาเก่ง เธอก็จะด่าเขาให้เขาหูชาให้ได้
…
“ฮัลโหลมีอะไร?’’เห็นว่าซุยหมิงโทรมา มู่หลินที่นั่งอยู่บนรถ BMW ก็ถามอย่างสงสัย
“มู่หลินนี่นายไปถึงเมืองหลวงแล้วใช่ไหม?’’ซุยหมิงถามอย่างรวดเร็ว ที่เขาโทรมานี่เป็นเพราะว่ามีเรื่องบางอย่างที่อยากให้ชายหนุ่มไปทํา
“ใช่’’มู่หลินตอบ
“ความจริงแล้วที่ฉันโทรมาก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกเพียงแต่นายจําภาพวาดธารนํ้าสวรรค์ที่นายเคยให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิดได้ไหม?’’ได้ยิน ซุยหมิงก็เข้าเรื่อง “จริงๆแล้วน่ะนะหลังจากที่ฉันได้มันมาฉันก็นํามันเก็บไว้ที่บ้านตลอดจนวันนี้เมื่อฉันนําไปตั้งโชว์ที่บริษัท ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาพวกพนักงานที่ได้ถ่ายรูปมันและนําไปโพสต์ลงเน็ตก็เข้ามาบอกฉันว่ามีปรมาจารย์ท่านหนึ่งสนใจที่จะซื้อมันในราคาสูงลิ่วดังนั้นฉันจึงอยากให้นายคิดไตร่ตรองดูให้ดีว่าจะวาดให้เขาไหม!’’
สําหรับซุยหมิงแล้วภาพวาดธารนํ้าสวรรค์ที่มู่หลินมอบให้นั้นถึงจะขายได้ในราคาสูงลิ่วแต่เขาก็ไม่คิดที่จะขายมันเพราะอย่างไรซะมันก็เป็นของขวัญวันเกิดที่ถูกมอบให้โดยเพื่อนของเขาดังนั้นเขาจึงได้โทรมาหาชายหนุ่มเพื่อถามซึ่งบางทีอีกฝ่ายอาจจะสนใจวาดมันขึ้นมาใหม่และทําการขายก็ได้
นี่แหละเหตุผลของการโทรมาครั้งนี้!
“ดูท่าแล้วปรมาจารย์คนนั้นคงจะเงินหนาน่าดูเลยใช่ไหม?เอาล่ะส่งที่อยู่ของเขามา เดี๋ยวฉันจะไปเจอเขาซักหน่อย!’’มู่หลินเข้าใจได้ทันทีเขาจึงยิ้มดูเหมือนว่าเขาจะสามารถทําเงินมหาศาลได้อีกเร็วๆนี้
“โอ้!นี่นายจะไป?’’ ซุยหมิงอ้าปากกว้างด้วยความประหลาดใจแต่เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะส่งที่อยู่และบอกเกี่ยวกับรายละเอียดของปรมาจารย์คนที่ว่า
ไม่ช้าเมื่อการสนทนาจบลงมู่หลินก็หันไปทางหวังคังก่อนพูด“ดูเหมือนว่านายจะต้องไปจัดการเรื่องที่เหลือเองแล้ว ดังนั้นก่อนที่จะไปนายไปส่งฉันที่สมาคมจิตรกรก่อน!’’
“โอเค!’’หวังคังตอบตกลงอย่างไม่ลังเล เพราะหน้าที่การจัดการเกี่ยวกับสถานสงเคราะห์ที่เหลือไม่ใช่งานยากดังนั้นการไม่มีอีกฝ่ายอยู่ย่อมไม่มีปัญหา
ครู่ต่อมาBMW ก็เปลี่ยนทิศทางและมุ่งหน้าสู่ สมาคมจิตรกรทันที
…
ไม่กี่นาทีต่อมาหน้าสมาคมจิตกร ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ เขามีหน้าตาหล่อเหลาที่ไร้ที่ติ แน่นอนว่าชายคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมู่หลิน!
‘สมาคมจิตรกรงั้นเหรอ?ขอดูหน่อยเถอะว่าจิตรกรในโลกนี้จะมีฝีมือแค่ไหน!’มองไปยังสถานที่ใหญ่โตมโหฬารตรงหน้า มุมปากของมู่หลินก็ยกยิ้มขึ้น
สมาคมจิตรกร!
ฉันมาแล้ว!