บทที่ 92 ซูเหยียน
ชิว เหวินเจี้ยน ที่ตอนนี้กำลังอ่อนแอเป็นอย่างมาก ก็ได้แต่นอนอยู่เฉยๆ และดูว่า สาวน้อยใช้ชีวิตยังไงในแต่ละวัน
สาวน้อยคนนั้น ในทุกๆวันตอนเช้าจะต้องตื่นมารดน้ำต้นไม้ และก็ออกไปทำหน้าที่ของตนเองในเมืองหลวง ซึ่งหลังจากกลับมาตอนเย็นก็ยังต้องรดน้ำต้นไม้อีกรอบหนึ่ง อย่างนี้ทุกวันเป็นประจำ
ชิว เหวินเจี้ยน ได้เห็นภาพเหล่านี้จนชินตา แล้วมันก็ได้ผ่านมาถึง15วันแล้ว ที่เขานอนอยู่บนเตียงไม่ได้ลุกออกไปไหน
แต่พอตอนเช้าวันที่16ก็มาถึง ชิว เหวินเจี้ยน จึงได้เปิดปากถามสาวน้อยคนนั้น “นี่สาวน้อย เจ้าทำงานอะไรอย่างนั้นหรือ? ข้าเห็นว่าเจ้าจะต้องทำอย่างนี้ซ้ำๆในทุกๆวัน ไม่เบื่อบ้างหรือ ข้าไม่เห็นเจ้าจะมีเวลาออกไปเดินเล่นเที่ยวชมสิ่งต่างๆบ้างเลย”
สาวน้อยคนนั้นจึงหันกลับมาตอบกลับ ชิว เหวินเจี้ยน “ข้าจะต้องทำงานที่เมืองหลวง เพราะข้าเป็นแพทย์อันดับหนึ่ง งานก็เลยยุ่งวุ่นวาย ส่วนเจ้าก็พักผ่อนเสียหละ เพราะยังเหลืออีกตั้งหลายปีกว่าเจ้าจะหาย...”
ปึก!
ชิว เหวินเจี้ยน ได้ลุกออกมาจากที่นอน โดยที่ตนเองไม่แสดงอาการเจ็บปวดเลยสักนิด “ข้าหายดีแล้ว วันนี้เจ้าจะให้ข้าไปเที่ยวเมืองหลวงกับเจ้า ได้หรือไม่?”
“ไม่ได้!! นี่พึ่งผ่านมาไม่กี่วัน เจ้าจะหายดีได้อย่างไรกัน และอีกอย่างพลังของเจ้ายังแตกสลายอีก แล้วอย่างนี้จะให้ออกไปไหนมาไหนได้อย่างไรกัน” สาวน้อยคนนั้นได้แต่ดุด่า ชิว เหวินเจี้ยน
“ข้าหายดีแล้ว ไม่เชื่อเจ้าก็ลองมาสำรวจดูเองสิ...ฮึ ฮึ ฮึ” ชิว เหวินเจี้ยน ยิ้มอย่างชั่วร้าย เพราะเขาคิดว่า นางจะต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
นางจึงเดินมาตรวจสอบชีพจรของ ชิว เหวินเจี้ยน และท่าทางของนางก็เป็นอย่างที่ ชิว เหวินเจี้ยน คาดหวังไว้ นั่นก็คือ นางตกตะลึงเป็นอย่างมาก จนนางแทบจะไม่อยากจะเชื่อ “นี่เจ้าหายดีแล้ว!...เป็นไปได้อย่างไรกัน หรือที่ผ่านมาข้าจะดูผิดไปเองว่าพลังของเจ้าแตกสลาย?”
ชิว เหวินเจี้ยน ได้ตัดการคุยเรื่องไร้สาระออกไป เนื่องจากถ้าเกิดนางรู้ความลับของเขา บางทีอาจจะสืบค้นไปถึง จักรวาล หนิง หลี่เฟิงโจวชิงเหอ ก็เป็นได้ “เรื่องนั้นไม่สำคัญ! ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันก่อนดีหรือไม่ ข้ามีนามว่า ชิว เหวินเจี้ยน ส่วนเจ้า...?”
สาวน้อยทำหน้าตาเขินอาย เนื่องจากไม่เคยมีใครได้รู้จักชื่อของนางจริงๆเลยสักคนเดียว “ข...ข้า มีนามว่า ซูเหยียน ...” หลังจากที่ตอบไป นางก็ยังแสดงท่าทางเขินอายอยู่แบบนั้น
ชิว เหวินเจี้ยน ที่ได้รู้จักนามของนางแล้ว เขาก็พยักหน้าสองสามที “ซูเหยียน อื้ม เป็นชื่อที่ไพเราะมาก...ถ้าอย่างนั้น ข้าก็คงจะเข้าไปในเมืองหลวงได้แล้วใช่หรือไม่ ในเมื่อข้าหายดีแล้ว?”
“ด...ได้ แต่ข้าขอเตือนไว้ก่อน อย่าทำตัวให้มีปัญหาเด็ดขาด เพราะข้าเองก็ไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไรด้วย ถ้าเกิดเจ้าทำอะไรไม่ดี ข้าไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้อย่างแน่นอน” ซูเหยียน ได้กล่าวตอบ ชิว เหวินเจี้ยน กลับไป
ชิว เหวินเจี้ยน ที่อยากจะรู้ว่านางทำงานอะไรอยู่ เขาจึงรีบกล่าวในทันที “ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ไปกันเถอะ...”
“อื้ม ตามข้ามา”
และแล้ว ทั้ง2คนก็ได้เดินทางไปยังเมืองหลวง แต่ปกติแล้ว ถ้าซูเหยียนออกเดินทางคนเดียว นางจะเหาะบนอากาศไป เพราะว่ามันรวดเร็วยิ่งกว่า แต่ตอนนี้ กลับมี ชิว เหวินเจี้ยน ติดตามไปด้วย ซึ่งเขามีพลังเพียงแค่เขตแดนยอดนักสู้เท่านั้น จึงไม่สามารถเหาะบนอากาศได้อย่างนาง พวกเขาก็เลยจำเป็นที่จะต้องเดินทางบนพื้นดินแทน
หลังจากที่ทั้งคู่เดินทางกันมาประมาณ 20นาที ทั้งคู่ก็มาถึงยังหน้าประตูเมืองเรียบร้อยแล้ว และตรงหน้าประตูเมืองได้มีเหล่าทหารยามเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลานับหมื่นคน
หลังจากที่ เหล่าทหารยามได้มองเห็นซูเหยียน พวกเขาก็เริ่มทำความเคารพกันในทันที แถมยังเป็นการเคารพจากใจจริงอีกด้วย “ยินดีต้อนรับ ท่านแพทย์อาวุโส” ทหารนับหมื่นนายได้ทำความเคารพพร้อมกันในทันที
แล้วหลังจากนั้น ซูเหยียน ก็ได้เดินนำทาง โดยมี ชิว เหวินเจี้ยน เดินตามหลังเข้าไปข้างในเมืองหลวง
ในระหว่างทาง ชิว เหวินเจี้ยน ได้แต่คิดในใจ ‘แค่นี้ก็บ่งบอกได้แล้วว่านางมีตำแหน่งที่สูงส่ง เพราะขนาดทหารยามยังเคารพนางอย่างนอบน้อม...’
แต่ทว่า ในระหว่างนั้นเอง ซูเหยียน ก็ได้หันกลับมามอง ชิว เหวินเจี้ยน และกล่าวขึ้นมาว่า “ต่อจากนี้เจ้าคงจะติดตามข้าเข้าไปด้านในไม่ได้แล้ว เนื่องจากมันถูกกำหนดไว้ให้เข้าได้แต่คนสำคัญเท่านั้น! ส่วนเจ้า ก็บอกแค่ว่าอยากจะมาเห็นเมืองหลวงไม่ใช่หรือ ถ้าอย่างนั้น เราแยกกันตรงนี้ก็แล้วกัน”
หลังจากกล่าวเสร็จ ซูเหยียน ก็ได้เดินเข้าไปข้างในปราสาทแห่งหนึ่ง ซึ่งถ้าใครมองดูก็สามารถรู้ได้ทันทีว่า ผู้ที่สามารถเข้าไปด้านในได้นั้น จะต้องมีตำแหน่งที่สูงส่งอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆก็ ระดับพระราชาของแต่ละเมืองหลวง!
หลังจากที่นางเข้าไปด้านในปราสาท ชิว เหวินเจี้ยน ก็ยังครุ่นคิดอยู่ที่เดิม ‘เอาหละ ข้าโดนทิ้งซะแล้วสิ แล้วอย่างนี้จะไปทางไหนดี?’
ปัก! โคร่มม~~!!!!
“นายน้อยพอได้แล้วขอรับ พระราชามีรับสั่งว่าห้ามมามีเรื่องในเขตแดนของคนอื่นๆ พวกเราควรจะกลับกันได้แล้วขอรับ”
เป็นเสียงของผู้คนในดินแดนแห่งนี้ ทะเลาะกัน แล้วดูเหมือนว่าจะทำลายข้าวของไปมากมายอีกด้วย