ร้านขายของเก่าหมายเลข 10

    ตอนที่ 36 ต่างแคว้น ตอนจบ

    ณ ห้องทรงงาน

    องค์หญิงห้าทรงเข้าเฝ้าท่านอ๋อง และรีบตรัสถามว่า “วันนี้ไม่มีการประลองใดๆ งั้นหรือเพคะ”

    “เราชื่นชมในความรักที่องค์รัชทายาทมีต่อเหรินซวง ดังนั้นเราจึงขอเป็นฝ่ายยอมแพ้เสียเอง” ท่านอ๋องตรัส

    “แล้วเสด็จพี่ของหม่อมฉันอยู่ที่ไหนล่ะเพคะ ทำไมหม่อมฉันไม่เห็นพระองค์” องค์หญิงห้าทรงสงสัย

    “อีกเจ็ดวัน องค์รัชทายาทถึงจะกลับแคว้นฉิน ดังนั้นในช่วงเจ็ดวันนี้ เราก็เลยเสนอให้องค์รัชทายาทพาเหรินซวงไปท่องเที่ยวให้ทั่วแค้นฝาง” ท่านอ๋องตรัส

    “ทำไมเสด็จพี่ไม่ชวนหม่อมฉันไปด้วยล่ะเพคะ” องค์หญิงห้าทรงสงสัยอีก

    “เจ้าจะไปเป็น ก ข ค อย่างนั้นหรือ” ท่านอ๋องตรัสอ้าง

    “ระหว่างที่รอเสด็จพี่กลับมา หม่อมฉันจะทำอะไรล่ะเพคะ” องค์หญิงห้าทรงเบื่อ

    “กลับไปเยี่ยมสหายที่อบรมด้วยกันเมื่อสามปีที่แล้วไงล่ะ ซีหมิง” ท่านอ๋องตรัส

    “พระองค์ทรงทราบหรือเพคะ” องค์หญิงห้าหรือองค์หญิงหมิงซีทรงตกพระทัยที่ท่านอ๋องทรงทราบว่าพระองค์ทรงปลอมตัวเป็นซีหมิงเมื่อสามปีที่แล้ว

    “เราจะไม่รื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตอีก และจะไม่บังคับเจ้าด้วย แต่ในระหว่างเจ็ดวันนี้ เจ้าจงไปเยี่ยมสหายที่อบรมด้วยกัน เมื่อเยี่ยมครบทุกคนแล้ว เจ้าค่อยกลับแคว้นฉินไป เราขอรับรองว่าจะไม่ฉุดดึงรั้งเจ้าอีก” ท่านอ๋องตรัส

    “แน่นะเพคะ” องค์หญิงห้าทรงระแวง

    “เรากล่าวแล้วไม่คืนคำอยู่แล้ว” ท่านอ๋องตรัสคำมั่น

    “ก็ได้เพคะ งั้นหม่อมฉันจะเดินทางไปพบสหายเดี๋ยวนี้” องค์หญิงห้าเองก็ทรงอยากไปเจอสหายอยู่แล้ว

    “เราจะส่งนางกำนัล 1 คนและองครักษ์ไปคุ้มกันเจ้าอีก 2 คน เพื่อที่จะได้ไม่ดูเอิกเกริกมากเกินไป ดีมั้ย” ท่านอ๋องทรงเสนอ

    “ขอบพระทัยเพคะ”

    ********************************************

    นางกำนัลผู้ติดตามองค์หญิงห้าคนใหม่กำลังจะเดินผ่านสวนอุทยานและมุ่งหน้าไปที่ห้องบรรทมขององค์หญิงห้า แต่ทว่านางกลับถูกฉุดเข้าไปหลบอยู่หลังต้นไม้

    “ว๊าย! อื้อ…” นางกำนัลตกใจสุดขีดและกำลังร้องขอความช่วยเหลือ แต่ถูกปิดปากไว้

    “เงียบๆ หน่อยสิ” ชายปริศนากล่าว

    “เอ้าเอ็นใอร” (เจ้าเป็นใคร)

    “เราเอง ว่าที่สามีของเจ้าไงล่ะ” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ และยอมเอาพระหัตถ์ออกจากปากของเหรินซวงที่ปลอมตัวเป็นนางกำนัล

    “ทรงฉุดหม่อมฉันแบบนี้ทำไมเพคะ มันได้เวลาที่หม่อมฉันต้องไปเข้าเฝ้าองค์หญิงห้าแล้วนะเพคะ” เหรินซวงต่อว่า

    “เจ้าเก็บสร้อยมรกตไว้กับตัวก่อนสิ อย่าเพิ่งสวมตอนนี้ เดี๋ยวหมิงซีก็จับได้กันพอดีว่าเจ้าคือเหรินซวงหรือว่าที่ชายาของเรา” องค์รัชทายาททรงเตือน

    “เอ่อ หม่อมฉันลืมไปเพคะ” เหรินซวงรีบถอดสร้อยที่องค์รัชทายาททรงประทานให้ออกและเก็บไว้กับตัวทันที

    “เราไปรอที่รถม้านะ” องค์รัชทายาททรงกอดเหรินซวงแล้วเสด็จไปรอที่รถม้าในฐานะทหารองครักษ์

    เหรินซวงจึงมองซ้ายมองขวาก่อนที่จะรีบเดินไปที่ห้องบรรทมขององค์หญิงห้า

    ********************************************

    ณ ห้องบรรทมขององค์หญิงห้า

    “ความจริงให้เราไปพร้อมกับนางกำนัลของเราก็ได้นะ” องค์หญิงห้าทรงอยากเดินทางไปพร้อมกับนางกำนัลคนสนิทมากกว่า

    “นางกำนัลข้างกายพระองค์ถูกนำตัวไปห้องคุมขังแล้วเพคะ” เหรินซวงที่ปลอมตัวเป็นนางกำนัลกล่าว

    “อะไรนะ! ใครกันที่กล้าจับกุมนางกำนัลของเรา และมีสิทธิ์อะไรไม่ทราบ” องค์หญิงห้าทรงกริ้ว

    “นางต้องได้รับโทษที่ก่อไว้เมื่อสามปีที่แล้วเพคะ” เหรินซวงกล่าว

    “นางทำอะไรผิด” องค์หญิงห้าทรงอยากรู้

    “แต่ก่อน นางเคยเป็นนางกำนัลข้างกายองค์หญิงสี่ และนางก็ทำร้ายหลางชุ่ยจนเสียโฉมตามรับสั่งขององค์หญิงสี่เพคะ” เหรินซวงเล่า

    “เป็นไปได้อย่างไรกัน หลางชุ่ยถูกทำร้าย นี่คือรับสั่งของเสด็จพี่สี่จริงๆ อย่างนั้นหรือ” องค์หญิงห้าทรงไม่เชื่อ

    “หม่อมฉันว่า พระองค์ทรงไปเยี่ยมแม่นางหลางชุ่ยก่อน แล้วพระองค์ก็ทรงจะทราบความเป็นมาเองเพคะ” เหรินซวงแนะนำ

    องค์หญิงห้าทรงนึกไม่ถึงว่า ด้วยความที่สมัยก่อนหลางชุ่ยเองก็ตกหลุมรักท่านอ๋อง นางคอยดูแลเอาใจใส่ท่านอ๋องเกือบตลอดเวลา ทั้งคอยบริการยกตำรามาหรือคอยฝนหมึกให้ท่านอ๋อง นั่นจึงทำให้เสด็จพี่สี่ทรงไม่พอพระทัยอย่างมาก แต่องค์หญิงห้าทรงนึกไม่ถึงว่าเสด็จพี่สี่จะกระทำรุนแรงต่อหลางชุ่ยถึงขนาดนี้

    ********************************************

    ณ กระท่อมแห่งหนึ่งที่อยู่กลางป่า

    องค์หญิงห้าทรงลงจากรถม้าและเสด็จไปที่กระท่อมพร้อมกับเหรินซวงที่ปลอมตัวเป็นนางกำนัลอยู่ โดยมีองค์รัชทายาทและทหารองครักษ์อีกนายคอยคุ้มกันอยู่ข้างนอกกระท่อม

    “ใครน่ะ” หลางชุ่ยได้ยินเสียงเคาะประตู

    “ข้าเอง ซีหมิงไงล่ะ” องค์หญิงห้าตรัส

    “อย่าเข้ามา ข้าไม่อยากให้ใครเห็นหน้าข้า” หลางชุ่ยไม่ยอมเปิดประตู

    “ข้าไม่ถือหรอก ให้ข้ากับสหายอีกคนเข้าไปเถอะนะ” องค์หญิงห้าทรงพยายามเกลี้ยกล่อม

    หลางชุ่ยยอมเปิดประตูกระท่อมให้หญิงสาวทั้งสองเดินเข้าไป

    “เจ้าวาดภาพอยู่อย่างนั้นหรือ” องค์หญิงห้าทรงทอดพระเนตรเห็นภาพวาดเต็มทั่วห้อง

    “ใช่แล้ว ข้าวาดภาพขายน่ะ เป็นไงสวยมั้ย” หลางชุ่ยอวดสหาย

    “ฝีมือของเจ้าไม่ตกเลยจริงๆ” องค์หญิงห้าตรัสชม

    “อย่ามองหน้าข้าสิ” หลางชุ่ยรีบปิดใบหน้าของตัวเองด้วยความอาย

    “มันเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงห้าทรงทอดพระเนตรเห็นสหายหน้าเละตรงแถบซ้าย

    “องค์หญิงสี่ทรงมีรับสั่งให้นางกำนัลข้างกายไปนำน้ำกรดมาสาดหน้าข้า ข้าก็เลยเสียโฉมแบบนี้” หลางชุ่ยกล่าวทั้งน้ำตา

    “ที่เจ้าหายตัวไปเพราะเจ้าถูกองค์หญิงสี่ทำร้ายอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงห้าทรงสงสัย

    “ข้าน่าเกลียดน่ากลัวแบบนี้แล้ว ข้าไม่กล้าสู้หน้าใครหรอก ว่าแต่เจ้าไม่ถูกองค์หญิงสี่ทำร้ายอย่างนั้นหรือ” หลางชุ่ยสงสัย เพราะความจริงแล้วซีหมิงน่าจะโดนหนักกว่านาง เพราะท่านอ๋องทรงมีพระทัยให้ซีหมิงแต่เพียงผู้เดียว

    “ทำไมองค์หญิงสี่ต้องทำร้ายข้าด้วยล่ะ” องค์หญิงห้าทรงไม่เข้าพระทัย

    “ก็ท่านอ๋องทรงรักเจ้าแต่เพียงผู้เดียวน่ะสิ เรื่องนี้ข้าเองก็รู้มาโดยตลอด” หลางชุ่ยเองก็รู้สึกอิจฉาซีหมิงเช่นกัน

    “พระนางทรงไม่ได้ทำอะไรข้า” องค์หญิงห้าตรัส

    “ก็ดีแล้ว! ส่วนภาพนี้ข้าให้เจ้าก็แล้วกัน” หลางชุ่ยยื่นม้วนภาพให้

    “มันคือภาพอะไรอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงห้าทรงยังไม่คลี่เปิดออก

    “มันคือภาพสิ่งของทั้งหมดที่ท่านอ๋องทรงฝากเจียงเว่ยมอบให้เจ้า แต่เจียงเว่ยกลับรับค่าจ้างจากองค์หญิงสี่ให้นำสิ่งของเหล่านั้นไปจำนำน่ะสิ” หลางชุ่ยกล่าว

    “แล้วทำไมเจ้าถึงรู้ล่ะ” องค์หญิงห้าทรงสงสัย

    “ก็เพราะสมัยก่อนข้าแอบหลงรักท่านอ๋อง ข้าก็เลยแอบติดตามท่านอ๋องไปทุกที่ และคอยจดจำสิ่งของที่พระองค์ทรงฝากเจียงเว่ยมอบให้เจ้าด้วยน่ะสิ” หลางชุ่ยกล่าว

    “เจ้ากำลังพูดปรักปรำองค์หญิงสี่อยู่หรือเปล่า ความจริงเจ้าอาจเป็นคนจ้างเจียงเว่ยก็เป็นได้” องค์หญิงห้าทรงเค้นถาม

    “ข้าเป็นคนยากคนจน ข้าจะเอาอัฐจากไหนไปจ้างเจียงเว่ยได้ล่ะ อีกอย่าง เจ้าดูจำนวนสิ่งของสิ มีตั้งยี่สิบชิ้นแบบนี้ ถ้าข้าเป็นคนจ้าง ข้าได้หมดตัวกันพอดี” หลางชุ่ยไม่ได้เป็นคนร่ำรวยมาจากไหน

    “ตอนนี้เจียงเว่ยอยู่ที่ไหนงั้นหรือ” องค์หญิงห้าทรงอยากไปเยี่ยมสหายคนต่อไป

    “เขาทำงานเป็นเสี่ยวเอ้ออยู่ที่โรงเตี๊ยมใกล้ๆ นี้ ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องทรงคาดโทษไว้ หากเขาไม่สามารถนำสิ่งของทั้งหมดยี่สิบชิ้นกลับคืนมาได้ เขาจะถูกจำคุกตลอดชีวิต” หลางชุ่ยกล่าว

    “ข้าจะลองไปเยี่ยมเจียงเว่ยดูก็แล้วกัน” องค์หญิงห้าตรัส

    “ข้าดีใจที่ได้เจอเจ้านะซีหมิง และข้าก็อยากให้เจ้าอย่าหูเบาเชื่อสหายชนชั้นสูงให้มากนัก เป็นเพราะเจ้ายอมเชื่อคำตรัสขององค์หญิงสี่แทบทุกอย่าง เจ้าก็เลยไม่สมหวังในความรักและคิดเสมอว่าท่านอ๋องทรงเป็นคนหลายใจ” หลางชุ่ยเตือน

    “มันต้องใช้เวลาพิสูจน์ไม่ใช่หรือ งั้นข้าขอตัวไปเยี่ยมเจียงเว่ยก่อนนะ พอดีเลย ข้าจะได้ไปพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนั้น” องค์หญิงห้าตรัส

    ********************************************

    ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง

    “ยินดีต้อนรับ ท่านอยากได้ห้องพักสักกี่ห้องดีล่ะขอรับ” เจียงเว่ยกล่าว

    “สองห้องก็แล้วกัน” องค์หญิงห้าตรัส โดยให้เหรินซวงนอนกับพระองค์ และให้ทหารองครักษ์สองคนนอนด้วยกัน

    “ซีหมิง! เจ้าจริงด้วย ข้าดีใจจริงๆ ที่ได้เจอเจ้า” เจียงเว่ยเพิ่งนึกออก

    “ไม่เจอกันนานเลยนะเจียงเว่ย” องค์หญิงห้าตรัส

    “ข้ามีเรื่องจะขอให้เจ้าช่วย” เจียงเว่ยรีบขอความช่วยเหลือ

    “ว่ามาสิ” องค์หญิงห้าทรงรอฟัง

    “เจ้ายังจำสร้อยข้อเท้าหนึ่งคู่ที่ท่านอ๋องทรงฝากให้ข้ามอบให้เจ้าได้หรือเปล่า” เจียงเว่ยรีบถาม

    “จำได้! ทำไมงั้นหรือ” องค์หญิงห้าทรงสงสัย

    “ข้าขอคืนจะได้มั้ย ตอนนี้ข้ารวบรวมสิ่งของได้ครบจำนวน 19 ชิ้นแล้ว ขาดเพียงสร้อยข้อเท้าที่อยู่กับเจ้าเท่านั้น หากข้าคืนของให้ท่านอ๋องไม่ครบ ข้าอาจถูกจำคุกตลอดชีวิตได้” เจียงเว่ยกล่าว

    “สักครู่นะ ขอข้าเข้าไปที่ห้องเพื่อทำธุระส่วนตัวก่อน ข้าจะนำสร้อยข้อเท้ามาให้เจ้า” องค์หญิงห้าทรงยอมช่วย

    “งั้นเชิญห้องนี้ได้เลย ห้องนี้ข้าทำความสะอาดเป็นอย่างดีแล้ว” เจียงเว่ยรีบนำทาง

    เหรินซวงจึงติดตามองค์หญิงห้าเข้าไปในห้อง ก็พบว่าพระนางทรงประทับนั่งอยู่บนพระแท่นบรรทม จากนั้นก็ทรงถอดรองเท้าพร้อมกับแกะสร้อยที่พระนางทรงสวมอยู่ที่ข้อเท้าทั้งสองข้างและยื่นส่งให้เหรินซวงถือไว้

    “นี่พระองค์ทรงสวมใส่ตลอดเลยงั้นหรือเพคะ” เหรินซวงแปลกใจ

    “อย่าไปบอกใครล่ะ” องค์หญิงห้าทรงกำชับ

    เหรินซวงยิ้มแหยๆ เพราะนางจำเป็นต้องรายงานทุกอย่างให้ท่านอ๋องทราบ ตอนนี้นางทำได้เพียงรีบนำสร้อยข้อเท้าไปมอบให้กับเจียงเว่ยที่ห้องครัว

    ณ ห้องครัว

    “นางยังคงเก็บอยู่หรือนี่ ดีจังเลย ข้าจะได้พ้นข้อกล่าวหาฐานยักยอกทรัพย์เสียที” เจียงเว่ยดีใจที่ได้ของของท่านอ๋องคืนมาครบ 20 ชิ้นแล้ว

    “แล้วท่านต้องนำสิ่งของไปให้ใครอย่างนั้นหรือ” เหรินซวงอยากรู้

    “ท่านอ๋องทรงจะเสด็จมารับสิ่งของทั้งยี่สิบชิ้นด้วยพระองค์เองน่ะสิ นั่นไงรถม้ามานั่นแล้ว” เจียงเว่ยชี้ให้ดู

    ********************************************

    ณ ห้องพักใต้ดิน

    “ทำได้ดีมาก เจ้าสามารถนำสิ่งของมาคืนได้หมดจริงๆ และสร้อยข้อเท้านี่ล่ะ ไหนว่าเจ้ามอบให้ซีหมิงไปแล้วไงล่ะ” ท่านอ๋องทรงสงสัย

    “กระหม่อมมอบให้ซีหมิงแล้ว แต่วันนี้กระหม่อมเพิ่งเจอนาง กระหม่อมก็เลยขอสร้อยคืนจากนางขอรับ” เจียงเว่ยกล่าวอย่างซื่อๆ

    “อะไรนะ! เจ้าไปทวงของที่เรามอบให้นางไปแล้วได้อย่างไร” ท่านอ๋องทรงกริ้ว

    “ก็พระองค์ตรัสว่ากระหม่อมจะต้องไปเสาะหาสิ่งของให้ครบไงพะย่ะค่ะ” เจียงเว่ยกล่าวอ้าง

    “ทรงอย่ากล่าวโทษเจียงเว่ยเลยเพคะ นี่จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าซีหมิงสวมสร้อยข้อเท้าที่พระองค์ทรงประทานให้อยู่ตลอด นางไม่เคยถอดเลยเพคะ” เหรินซวงช่วยพูด

    “แสดงว่าความจริงแล้ว นางเองก็มีใจให้เราสินะ แล้วเจ้าออกมาอย่างนี้ ซีหมิงจะไม่สงสัยอย่างนั้นหรือ” ท่านอ๋องทรงกังวลแทน

    “หม่อมฉันวางยานอนหลับไว้ในน้ำชาให้ซีหมิงดื่มเพคะ” เหรินซวงกลัวองค์หญิงห้าจับได้ จึงต้องวางยาพระองค์แบบนี้

    “งั้นเราขอไปดูหน้านางหน่อยจะได้มั้ย” ท่านอ๋องทรงอยากทอดพระเนตรเห็นพระพักตร์ขององค์หญิงห้าใกล้ๆ

    “ได้สิเพคะ เชิญทางนี้” เหรินซวงนำทางท่านอ๋องให้เสด็จไปพบซีหมิงที่ห้องพัก

    เหรินซวงปล่อยให้ท่านอ๋องทรงเสด็จเข้าไปในห้อง ส่วนตนก็ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องอยู่อย่างนั้น

    ท่านอ๋องเสด็จไปนั่งประทับอยู่ข้างๆ เตียง และจับมือหญิงสาวอย่างทะนุถนอม จากนั้นก็ลูบแก้มของนางเบาๆ

    “ขอบใจนะที่เจ้ายอมสวมสร้อยข้อเท้าที่เรามอบให้เจ้า” ท่านอ๋องทรงกระซิบข้างหู

    แต่ทว่าอยู่ดีๆ องค์หญิงก็ทรงละเมอ “เสด็จพี่สี่เพคะ ทรงอย่ากริ้วไปเลยนะเพคะ หม่อมฉันยอมออกห่างจากท่านอ๋องให้แล้ว”

    “เจ้าทั้งรักและเกรงใจพี่สาวไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ” ท่านอ๋องทรงส่ายพระพักตร์

    ณ หน้าห้องพักขององค์หญิงห้า

    สักพักเหรินซวงก็ทักเสียงดังเพื่อให้คนที่อยู่ภายในห้องได้ยิน

    “มีอะไรหรือเปล่าเพคะ ทรงอย่าลืมสิว่าพระองค์นั้นปลอมตัวเป็นองครักษ์อยู่นะเพคะ” เหรินซวงพูดเสียงดังๆ

    “เจ้ามาทำอะไรอยู่หน้าห้องน่ะเหรินซวง” องค์รัชทายาททรงสงสัย

    “องค์หญิงทรงอยากทำธุระส่วนตัวเพคะ หม่อมฉันเลยออกมา” เหรินซวงกล่าวอ้าง

    “อย่าโกหกเราเลย พวกเราเคยใช้ชีวิตฉันสามีภรรยาด้วยกันมาก่อน ดังนั้นเราดูออกเวลาเจ้าโกหกมันเป็นยังไง ท่านอ๋องเข้าไปในห้องน้องสาวของเราใช่หรือไม่” องค์รัชทายาทตรัสอย่างรู้ทัน

    “ท่านอ๋องทรงต้องอยู่ในวัง จะอยู่ที่นี่ได้อย่างไรเพคะ” เหรินซวงกล่าวอ้างอีก

    องค์รัชทายาททรงจะเปิดประตูเข้าไปดู แต่เหรินซวงพยายามกอดรั้งพระองค์ไว้ไม่ให้เปิดประตู

    “พระองค์ทรงไม่ควรเข้าไปนะเพคะ มันไม่งาม” เหรินซวงพยายามห้ามปราม

    “ปล่อยเรานะเหรินซวง ท่านอ๋องทรงต้องให้เกียรติน้องสาวของเราบ้าง ยังไงนางก็ยังไม่ได้เข้าพิธีอภิเษก” องค์รัชทายาททรงไม่พอพระทัย

    “พวกเจ้ามาทำอะไรกันอยู่หน้าห้องของซีหมิงน่ะ ลักษณะพวกเจ้าน่าจะเป็นคู่รักกัน เอาอย่างนี้ดีมั้ย ให้ข้าจัดห้องให้ใหม่อีกห้อง ดีมั้ย” เจียงเว่ยเสนอ

    “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ” เหรินซวงรีบแก้ตัว

    “มีอะไรกันอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงห้าหรือซีหมิงทรงเปิดประตูออกมาดูเหตุการณ์วุ่นวายหน้าห้อง

    องค์รัชทายาทเสด็จเข้าไปดูภายในห้องนอนของพระขนิษฐา เมื่อไม่มีอะไรก็ทรงรู้สึกโล่งพระทัย

    เหรินซวงในฐานะนางกำนัลก็เลยกระซิบว่า “ทหารองครักษ์ท่านนี้กลัวว่าจะมีใครบุกรุกเข้ามาในห้องขององค์หญิง เขาก็เลยขอเข้าไปสำรวจเพคะ”

    “ในห้องไม่มีใครหรอก เจ้าอย่าห่วงเลย” องค์หญิงห้าทรงตื่นจากบรรทมก็ทรงทอดพระเนตรไม่เห็นใครเลย

    “เจ้าไปส่งข้าหน่อยสิ” องค์รัชทายาทตรัสกับเหรินซวง

    “ทำไมข้าต้องไปด้วย” เหรินซวงรีบปฏิเสธ

    “เจ้าไปเถอะ รีบไปรีบมาล่ะ” องค์หญิงห้าตรัสตัดบทให้

    “หากขาดเหลืออะไรบอกข้าได้นะ งั้นข้าขอตัว” เจียงเว่ยกล่าว

    “ขอบคุณมากเจียงเว่ย” องค์หญิงห้าตรัส

    เหรินซวงเดินไปส่งองค์รัชทายาทที่ห้องพักอีกห้อง

    “ถึงน้องสาวของเราจะมีใจให้ท่านอ๋อง แต่ยังไงตอนนี้ทั้งสองก็ยังไม่เข้าพิธีอภิเษก ดังนั้นเจ้าไม่ควรปล่อยให้ท่านอ๋องล่วงเกินน้องสาวของเรา รู้มั้ย” องค์รัชทายาททรงเตือน

    “พระองค์ทรงยังทำกับหม่อมฉันได้เลยเพคะ” เหรินซวงบ่น เพราะนางเองก็โดนเอาเปรียบตลอด

    “นั่นเพราะ…” องค์รัชทายาททรงตรัสไม่จบเพราะเหรินซวงกล่าวแทรก

    “ก็ได้เพคะ หม่อมฉันจะพยายามขัดขวางท่านอ๋องให้เอง หม่อมฉันกลับไปที่ห้องนะเพคะ” เหรินซวงทำท่าหาวนอน

    องค์รัชทายาททรงจับแขนเพื่อรั้งคนรัก

    “นี่ไงเพคะ พระองค์ทรงทำยิ่งกว่าท่านอ๋องเสียอีก” เหรินซวงมองไปที่พระหัตถ์ขององค์รัชทายาทที่กำลังจับแขนนางอยู่

    “ก็ได้! เราจะพยายามหักห้ามใจไม่แตะต้องตัวเจ้าก็แล้วกัน” องค์รัชทายาทตรัสยิ้มๆ

    “ไม่ใช่แค่พยายามเพคะ ต้องห้ามแตะต้องตัวหม่อมฉัน” เหรินซวงกำชับ

    “เจ้าไปพักผ่อนเถิด พวกเราต้องไปด้วยกันอีกหลายที่ กว่าจะไปพบสหายของน้องห้าจนครบทุกคน” องค์รัชทายาทตรัส

    ********************************************

    และแล้วก็ถึงวันที่เจ็ด ตอนนี้องค์หญิงห้าทรงเสด็จไปเยี่ยมสหายจำนวน 19 คนแล้วจากทั้งหมด 22 คน โดยถ้าหักลบท่านอ๋องและองค์หญิงสี่ไป ก็จะเหลือเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น

    “หนานซู่อยู่ในคุกหลวง เขาทำผิดอะไรกันนะ” องค์หญิงห้าทรงบ่น

    “ท่านจะมาเยี่ยมใคร” ทหารผู้คุมคุกกล่าว

    “หนานซู่เจ้าค่ะ” องค์หญิงห้าตรัสเพราะตอนนี้พระนางทรงปลอมเป็นซีหมิงที่่แต่งกายชุดหญิงชาวบ้านอยู่

    “โชคดีนะที่พวกเจ้ามาเยี่ยมก่อนวันประหารชีวิตหนึ่งวัน เชิญทางนี้ ข้าจะนำทางไปที่คุก” ทหารผู้คุมคุกกล่าว

    “เจ้าค่ะ” องค์หญิงห้าตรัส

    ดังนั้นองค์หญิงห้า องครักษ์ตัวจริงหนึ่งนาย เหรินซวงที่ปลอมเป็นนางกำนัลและองค์รัชทายาทที่ทรงปลอมพระองค์เป็นองครักษ์ก็ได้พากันเข้าไปเยี่ยมหนานซู่ที่หน้าประตูคุก

    “เจ้ามาทำอะไรที่นี่น่ะซีหมิง” หนานซู่กล่าว

    “ทำไมเจ้าถึงได้รับโทษประหารชีวิตล่ะ” องค์หญิงห้าทรงสงสัย

    “เจ้าเองก็รู้ ว่าข้ารักองค์หญิงสี่มากแค่ไหน แต่พระนางทรงมีพระทัยให้ท่านอ๋องแต่เพียงผู้เดียว แม้องค์หญิงสี่ทรงกำจัดคู่แข่งอย่างเจ้าและหลางชุ่ยจนพ้นทางแล้ว แต่พระนางก็ทรงมิอาจได้พระทัยของท่านอ๋อง ดูได้จากในวันที่พวกเราไปร่วมกิจกรรมฝังขุมทรัพย์โดยฝังสิ่งมีค่าของตนไว้จุดใดจุดหนึ่งในลานกลางป่า องค์หญิงสี่ทรงไม่ได้ฝังของมีค่าของพระองค์ แต่กลับเอาแต่เฝ้าติดตามว่าท่านอ๋องทรงฝังสิ่งมีค่าไว้ที่ไหน จนกระทั่งพระนางได้เจอจุดฝังทรัพย์สินของท่านอ๋อง และพระนางก็ได้ขุดเอาภาพของเจ้าและมีดสั้นขึ้นมา ด้วยความกริ้ว พระนางจึงไปสอบถามกับท่านอ๋องตรงๆ และท่านอ๋องก็ตรัสว่าพระองค์รักเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นจึงทำให้องค์หญิงสี่ทรงหมดความอดทนรีบชักมีดสั้นฟันไปที่พระปรางของท่านอ๋องจนเสียโฉม จากนั้นพระนางก็ทรงฉีกทำลายภาพวาดของเจ้า และโยนมีดสั้นทิ้งไป ท่านอ๋องทรงทำเพียงตามไปเก็บมีดสั้นเท่านั้น ผ่านไปไม่นานองค์หญิงสี่ก็ทรงหลอกใช้ความรักที่ข้ามีต่อพระองค์ พระนางทรงสั่งให้ข้าไปจ้างนักฆ่าฝีมือดีเพื่อสังหารท่านอ๋อง” หนานซู่เล่า

    “เป็นไปไม่ได้!” องค์หญิงห้าทรงไม่เชื่อว่าเสด็จพี่สี่จะกล้าคิดสังหารท่านอ๋อง

    “มันเป็นไปแล้ว! เราได้จ้างนักฆ่าฝีมือดีจำนวน 5 คนไปลอบสังหารท่านอ๋อง ตอนนั้นท่านอ๋องทรงถูกฟันหลายแผลจนทั่วทั้งพระวรกาย แต่พระองค์ทรงมีชะตาแข็งมาก ทำให้พระองค์ทรงรอดชีวิตมาได้ ซึ่งนั่นก็ต้องใช้เวลาหลายเดือน กว่าพระองค์ทรงจะหายเป็นปกติ แต่ก็ทรงยังคงมีแผลเป็นทั่วพระวรกายอยู่” หนานซู่เล่าต่อ

    “แล้วทำไมพระองค์ถึงทรงสืบได้ว่าเจ้าเป็นผู้บงการล่ะ” องค์หญิงห้าทรงสงสัย

    “ในระหว่างที่สู้กันนั้น ท่านอ๋องทรงได้รับพิษทำให้อ่อนกำลังลง ดังนั้นพระองค์จึงทรงเสียท่านักฆ่าทั้งห้าได้อย่างง่ายดาย แต่พระองค์ก็ทรงสู้ด้วยการซัดเข็มพิษใส่นักฆ่าทั้งห้า พิษนั่นไม่ได้ทำให้ถึงตาย แต่ทำให้ปวดแสบปวดร้อนไปทั่วทั้งตัว ต้องได้รับยาแก้พิษจากท่านอ๋องเท่านั้น นักฆ่าถึงจะหายเป็นปกติ ดังนั้นพวกเขาจึงยอมมอบตัวและยอมรับสารภาพจนหมดเปลือกถึงจะได้รับยาแก้พิษ” หนานซู่กล่าว

    “เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อสามปีที่แล้ว เหตุใดเจ้าถึงเพิ่งได้รับโทษประหารล่ะ” องค์หญิงห้าทรงสงสัย

    “ท่านอ๋องทรงให้เวลาข้าเป็นเวลาสามปีในการติดต่อองค์หญิงสี่ให้มารับโทษที่แคว้นฝาง ข้าพยายามส่งจดหมายไปหาองค์หญิงหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่พระองค์ทรงไม่เคยติดต่อกลับมาเลยสักครั้ง” หนานซู่กล่าว

    “แล้วเหตุใดเจ้าถึงเชื่อฟังองค์หญิงสี่ทุกอย่างจนถึงขั้นยอมกระทำความผิดล่ะ” องค์หญิงห้าทรงอยากรู้

    “องค์หญิงสี่ทรงตรัสว่าจะยอมมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับข้าหลังงานเสร็จ แต่พอข้าทำงานเสร็จแล้ว พระนางก็ทรงตระบัดสัตย์ เท่านั้นยังไม่พอ ทรงยังสั่งให้ทหารองครักษ์ฆ่าข้าปิดปากอีก ดีที่ข้าหลบหนีได้ทัน และประกอบกับองค์หญิงทรงรีบเสด็จกลับแคว้นฉิน ข้าก็เลยรอดตาย แต่ข้าไม่อาจรอดพ้นความผิดที่ข้าก่อเอาไว้ได้ ข้าก็เลยถูกมือปราบตามจับตัวมาขึ้นศาลและรับโทษทัณฑ์แบบนี้” หนานซู่อยากแก้ไขอดีตแต่ทำไม่ได้

    “เจ้าปรักปรำองค์หญิงสี่หรือเปล่า” องค์หญิงห้าทรงยังไม่เชื่อ

    “ซีหมิง เจ้าติดตามองค์หญิงสี่มานาน ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่รู้จักนิสัยส่วนพระองค์ แต่เจ้าพยายามปิดหูปิดตาไม่รับรู้ความร้ายกาจขององค์หญิงสี่ต่างหาก” หนานซู่มองออก

    “ข้าคงช่วยชีวิตเจ้าไม่ได้” องค์หญิงทรงรู้สึกสงสาร

    “ข้าทำใจไว้แล้ว ขอบคุณที่มาเยี่ยมก็แล้วกัน” หนานซู่ใช้เวลาทำใจตั้งสามปี

    องค์หญิงห้าทรงดำริว่า “หรือว่าเสด็จพี่ทรงจงใจให้เรามารับผิดแทนพระองค์กันแน่นะ”

    ********************************************

    และแล้วองค์หญิงห้าก็ทรงปฏิบัติภารกิจครบ นั่นก็คือการเสด็จเยี่ยมสหายที่อบรมด้วยกันเมื่อสามปีที่แล้ว พระนางทรงเสด็จไปที่สวนอุทยานและเดินอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเผลอเสด็จไปที่ห้องรักษาพยาบาลที่ตั้งอยู่หลังสวนอุทยาน

    พระนางทรงแอบดูว่าเหตุใดห้องรักษาพยาบาลถึงอยู่ในที่ลับตาคนเช่นนี้ พระนางก็เลยแอบทอดพระเนตร

    “ครีมบัวหิมะช่วยได้จริงๆ พะย่ะค่ะ รอยแผลเป็นค่อยๆ เลือนหายไปแล้ว” ท่านหมอหลวงกล่าวในระหว่างที่ทาครีมตามแผลเป็นบนพระวรกายของท่านอ๋อง

    “แผลเหล่านี้คงหายยาก ไม่เป็นไรหรอกเราคงไม่แต่งตั้งชายา” ท่านอ๋องทรงดำริว่าชายาอาจรู้สึกขยะแขยงกับบาดแผลทั่วพระวรกายแบบนี้

    “พระองค์ทรงกลัวว่าพระชายาทรงจะเกรงกลัวและรังเกียจบาดแผลเหล่านี้งั้นหรือพะย่ะค่ะ” ท่านหมอหลวงกล่าว

    “ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนกับสภาพของเราที่เป็นแบบนี้ได้หรอก” ท่านอ๋องตรัส

    “พระองค์ทรงยินยอมปล่อยให้องค์หญิงห้าเสด็จกลับแคว้นฉินงั้นหรือพะย่ะค่ะ” ท่านหมอหลวงสงสัย

    “ในเมื่อนางไม่ได้รักเรา เราก็ควรปล่อยนางไปสิจริงมั้ย เราไม่อยากเป็นเหมือนองค์หญิงสี่ พออีกฝ่ายไม่รักตอบ พระนางก็ทำลายคนที่พระนางบอกว่ารักนักรักหนา” ท่านอ๋องตรัส

    “หากพระองค์ทรงเปิดพระทัยคุยกับองค์หญิงห้า บางทีพระนางทรงอาจ…” หมอหลวงกล่าวไม่จบเพราะท่านอ๋องตรัสแทรก

    “อย่าพูดเลย นางไม่เคยเชื่อคำพูดของเราอยู่แล้ว เอะอะก็บอกว่าเรามีความสัมพันธ์กับองค์หญิงสี่และทอดทิ้งพระนาง บ้างก็บอกว่าเราเจ้าชู้อย่างนั้นอย่างนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังคิดว่าเราหลอกลวงนางหาว่าเราแกล้งจีบนางเพื่อเอาชนะอะไรอย่างนี้” ท่านอ๋องทรงเบื่อที่จะอธิบาย

    “เอ่อ กระหม่อมทาครีมบัวหิมะเสร็จแล้วพะย่ะค่ะ” หมอหลวงกล่าว

    “พรุ่งนี้เวลาเดิมเราจะมาใหม่ก็แล้วกัน” ท่านอ๋องทรงนัดหมาย

    ********************************************

    ณ ท้องพระโรง

    “ไปเที่ยวแคว้นฝาง เป็นอย่างไรบ้าง” ท่านอ๋องแสร้งตรัสกับองค์รัชทายาท

    “แคว้นฝางน่าอยู่มากเลยพะย่ะค่ะ เสียดายที่กระหม่อมกับว่าที่ชายาจะต้องรีบกลับแคว้นฉินแล้ว” องค์รัชทายาททรงแสร้งตรัสเพราะพระองค์ทรงไม่ได้เสด็จไปเที่ยว แต่คอยติดตามพระขนิษฐาไปเยี่ยมสหาย

    “แล้วเจ้าล่ะ เจอสหายครบทุกคนแล้วใช่มั้ย องค์หญิงห้า” ท่านอ๋องตรัสกับองค์หญิงห้า

    “เพคะ” องค์หญิงห้าตรัสสั้นๆ

    “อย่างน้อยแคว้นฝางจะได้เป็นความทรงจำที่ดีสำหรับเจ้าบ้าง” ท่านอ๋องตรัส

    “หม่อมฉันตัดสินใจแล้วว่าจะอภิเษกกับพระองค์เพคะ” องค์หญิงห้าตรัส

    “หมายความว่ายังไง! เพื่อเชื่อมความสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นน่ะหรือ เราขอบอกเลยว่า มันไม่จำเป็น เพราะเราได้เขียนหนังสือสัญญาสงบศึกให้แล้วและแคว้นพวกเราจะเป็นเหมือนบ้านพี่เมืองน้อง” ท่านอ๋องตรัส

    “หม่อมฉันรักพระองค์เพคะ” องค์หญิงห้าทรงสารภาพรักต่อหน้าทุกคนในท้องพระโรง

    “อะไรนะ! เจ้ากินยาผิดมาหรือเปล่า” ท่านอ๋องทรงไม่เชื่อ

    “หม่อมฉันอยากใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ที่แคว้นฝางเพคะ” องค์หญิงห้าตรัสยืนยัน

    “เป็นเพราะเจ้าฟังเรื่องราวของเราจากปากของนักโทษประหาร เจ้าก็เลยรู้สึกสงสารเรา และแกล้งพูดให้เราดีใจเล่นหรือเปล่า” ท่านอ๋องทรงคาดเดาเหตุการณ์

    “หม่อมฉันอยากได้ของทั้งหมด 20 ชิ้นจากพระองค์ และอยากอภิเษกกับพระองค์ให้เร็วที่สุดเพคะ” องค์หญิงห้าตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    ท่านอ๋องทรงลุกจากพระที่นั่ง และเสด็จเข้าไปกอดองค์หญิงห้า และองค์หญิงห้าก็ทรงกอดตอบโดยไม่ขัดขืน

    “เจ้าเปลี่ยนใจไม่ได้อีกแล้วนะ ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่ เจ้าต้องอยู่ไปตลอดกาล” ท่านอ๋องทรงกำชับ

    “พระองค์ทรงอยู่ที่ไหน หม่อมฉันก็จะอยู่ที่นั่นเพคะ” องค์หญิงห้าตรัส

    เหรินซวงก็เลยกระซิบถามองค์รัชทายาท “องค์หญิงห้าทรงโดนมนตร์สะกดหรือเปล่าเพคะ”

    องค์รัชทายาททรงกระซิบตอบ “ไม่น่าใช่นะ เป็นเพราะสหายทุกคนต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าองค์หญิงสี่มีพระทัยร้ายเพียงใด และต่างกล่าวตรงกันว่าท่านอ๋องทรงรักซีหมิงหรือองค์หญิงห้ามากแค่ไหน”

    “ท่านอ๋องทรงฉลาดนะเพคะ พระองค์ทรงไม่บีบบังคับองค์หญิงห้าให้อภิเษกด้วย แต่ทรงทำให้องค์หญิงห้าทรงค่อยๆ เปิดพระทัยยอมรับความจริงที่ว่าท่านอ๋องทรงรักพระนาง และความจริงแล้วพระนางเองก็ทรงมีพระทัยให้ท่านอ๋องนานแล้ว” เหรินซวงกระซิบอีก

    ********************************************

    และแล้ว ท่านอ๋องและองค์หญิงห้าก็ทรงเข้าสู่พิธีอภิเษกอย่างสมพระเกียรติ โดยมีองค์รัชทายาทและว่าที่พระชายาแห่งแคว้นฉินร่วมเป็นสักขีพยานด้วย

    ณ ห้องหอ

    หลังจากที่ท่านอ๋องและพระชายาทรงเสวยเหล้ามงคลเสร็จ ท่านอ๋องก็รีบเสด็จออกไปจากห้องหอ แต่องค์หญิงห้าทรงรีบกอดจากทางด้านหลังได้ทัน และตรัสว่า “จะเสด็จไปไหนหรือเพคะ”

    “เจ้าคงยังไม่พร้อมที่จะเห็นบาดแผลบนตัวของเรา” ท่านอ๋องตรัส

    “หม่อมฉันยอมรับได้ทุกอย่างเพคะ” องค์หญิงห้าตรัส

    “แน่ใจนะ” ท่านอ๋องตรัสย้ำ

    องค์หญิงห้าทรงเป็นฝ่ายถอดฉลองพระองค์ให้พระสวามี พระนางทรงค่อยๆ สัมผัสพระวรกายโดยไร้ซึ่งอาการรังเกียจใดๆ จากนั้นก็ตรัสโดยมีน้ำตาคลอว่า “ทรงเจ็บมากมั้ยเพคะ หม่อมฉันขอประทานอภัยแทนเสด็จพี่สี่ด้วยเพคะ”

    “เจ้าขอโทษแทนนางไม่ได้หรอก มันคือความโหดร้ายขององค์หญิงสี่ ไม่ใช่ความผิดของเจ้า” ท่านอ๋องทรงหันไปหาพระชายา จากนั้นก็ทรงเช็ดน้ำตาให้และจูบหน้าผากของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน

    พอท่านอ๋องทรงผละออกจากนาง พระนางก็ทรงเป็นฝ่ายจับพระพักตร์ของพระสวามีและจูบกับท่านอ๋องก่อน

    บัดนี้ทั้งสองพระองค์ทรงจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม ไฟพิศวาสได้ลุกโชนโหมกระหน่ำ ด้วยแรงปรารถนาทำให้สองพระองค์ตกเป็นของกันและกันอย่างสมบูรณ์ บาดแผลตามร่างกายที่ดูน่ากลัวไม่อาจเป็นอุปสรรคในการก่อความสัมพันธ์รักอันแน่นแฟ้นครั้งนี้ได้

    ********************************************

    ณ หน้าประตูเมือง

    “นี่คือพระราชสาส์นที่เราขอฝากไปให้ฮ่องเต้แห่งแคว้นฉิน รับรองว่าเราจะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นฝางและแคว้นฉินให้ยั่งยืนนานที่สุด” ท่านอ๋องตรัสคำมั่น

    “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาทตรัส

    “ขอบใจมากนะเหรินซวง ครีมบัวหิมะได้ผลเกินคาด บาดแผลตามตัวของเราได้เลือนหายไปบ้างแล้ว” ท่านอ๋องตรัสกับเหรินซวงหรือลูกจ้างจากร้านขายของเก่าหมายเลข 50

    องค์รัชทายาททรงทอดพระเนตรไปที่ว่าที่พระชายาด้วยความกริ้วและด้วยอารมณ์หึงหวง เพราะทรงเข้าพระทัยผิดคิดว่าเหรินซวงเป็นผู้ทาครีมบนพระวรกายของท่านอ๋อง

    เหรินซวงรีบก้มหน้าหลบสายตาพิฆาตนั้น

    “นางไม่ได้ทาครีมบัวหิมะให้เราหรอก เราให้หมอหลวงทาให้ต่างหาก” ท่านอ๋องทรงแก้ตัวให้

    “แล้วไปพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงโล่งพระทัยและตรัสอีกว่า “ว่าแต่น้องสาวกระหม่อมไม่มาด้วยอย่างนั้นหรือพะย่ะค่ะ”

    “ครั้งแรกน่ะ ก็เลยระบมไปบ้าง หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ” ท่านอ๋องทรงไม่สะดวกจะตรัสตรงๆ

    “ฝากดูแลน้องสาวของกระหม่อมด้วยพะย่ะค่ะ นางโดนพี่สาวข่มมาตั้งแต่เล็กแล้ว” องค์รัชทายาททรงรู้จักน้องสาวทั้งสองเป็นอย่างดี

    “เราขอรับรองด้วยเกียรติ เราจะดูแลชายาของเรายิ่งชีวิต” ท่านอ๋องตรัสคำมั่น

    “ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” องค์รัชทายาททรงไว้วางพระทัยท่านอ๋อง

    “เดินทางปลอดภัย” ท่านอ๋องตรัสลา

    “หม่อมฉันทูลลาเพคะ” เหรินซวงถวายบังคม

    องค์รัชทายาททรงประคองให้เหรินซวงขึ้นไปบนรถม้า แต่ทรงยังไม่เสด็จกลับไปทรงม้า

    “มีอะไรหรือเปล่าเพคะ ทำไมยังไม่ทรงม้าอีก” เหรินซวงสงสัย

    “สร้อยมรกตน่ะ รีบสวมซะ หรือว่าทำหายไปแล้ว” องค์รัชทายาททรงทัก

    “เปล่าเสียหน่อยเพคะ” เหรินซวงก็เลยรีบควักห่อสร้อยและหยิบสร้อยมรกตมาสวมโดยไว จากนั้นก็กล่าวว่า “หม่อมฉันสวมสร้อยแล้ว พอพระทัยแล้วนะเพคะ”

    “ต่อไปห้ามทาครีมหรือทายาให้ใครอีกนอกจากเรากับลูก” องค์รัชทายาทตรัสกำชับ

    “ทราบแล้วเพคะ ทรงรีบเสด็จเถิดเพคะ ทุกคนรออยู่” เหรินซวงรู้สึกอายเมื่อมองเห็นทุกคนจับจ้องมาที่พระองค์กับนาง

    องค์รัชทายาททรงม้าและนำขบวนทูตกลับแคว้นฉินอย่างองอาจ บัดนี้พระองค์ทรงปฏิบัติภารกิจส่งพระขนิษฐาองค์เล็กเข้าพิธีอภิเษกกับท่านอ๋องแห่งแคว้นฝางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นยังได้ตัวว่าที่พระชายาเหรินซวงกลับคืนมาอีกด้วย แต่สิ่งที่พระองค์ทรงต้องเผชิญต่อไปก็คือ ความเห็นของฮองเฮา ซึ่งตอนนี้ฮองเฮาทรงพยายามส่งเสริมให้พระองค์ทรงอภิเษกกับหยุนเฉียน บุตรสาวของท่านเสนาบดี ดังนั้นฮองเฮาทรงต้องคัดค้านไม่ให้องค์รัชทายาทอภิเษกกับเหรินซวงเป็นครั้งที่สองเป็นแน่

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของเก่าหมายเลข 10 ที่คุณอ่าน