อาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง

    บทที่ 80 กระสุน 6 นัดเปิดศึก

            เออร์วินใช้อย่างก้าวเงาภูติวิ่งผ่านป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าอย่างรวดเร็วจนเหมือนกับเป็นภูติพรายที่เห็นเพียงแค่เงาเท่านั้นตามชื่อที่เขาตั้ง เออร์วินวิ่งมาจนถึงพื้นที่โล่งกว้างก่อนจะหยุดลง ในมือของเขาตอนนี้ยังคงถือปืนกล่องพริกไทยโดยจับส่วนลำกล้องไว้ ถุงมือด้านซ้ายได้ใส่แหวนวงหนึ่งไว้ตัวแหวนประดับไว้ด้วยเพชรสีน้ำตาล

            เขาสูดหายใจเข้าออกปอดช้าๆ และลึกๆ สองถึงสามรอบก่อนจะหยุดแล้วหยิบน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ออกมาจากถุงมิติเทียม เปิดฝาแล้วจิบเพียงเล็กน้อยแล้วปิดฝาเก็บกลับดังเดิม

            เขาแหงนหน้ามองท้องฟ้าพบว่าตอนนี้ยังคงเต็มไปด้วยหมู่ดาว เขามองหมู่ดาวเหล่านั้นราวกับกำลังควานหาอะไรสักอย่างที่อยู่ท่ามกลางความมืดมิดบนท้องฟ้า เขาไม่รู้ว่าทวีปอาร์เคนัสอยู่ตรงไหนในจักรวาลและดาวที่เขารู้จักที่มีชื่อว่าโลกนั้นอยู่ห่างไกลออกไปขนาดไหน เขาหันไปมองดวงจันทร์ที่ยังคงสว่างและสุกสกาวเช่นทุกที ขนาดของมันนั้นใหญ่กว่าดวงจันทร์ในโลกเดิมของเขามาก เออร์วินคิดว่าน่าจะเพราะมันอยู่ใกล้มากถึงได้มาขนาดใหญ่เช่นนี้

            เขาไล่สายตาลงมาจากบนฟ้ามองตรงไปข้างหน้าไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าคนที่มีปีกนั่นอยู่ตรงไหนในป่านี้ แต่เขามั่นใจว่าคงอยู่ไม่ไกลจากป้อมปราการแอสทราวินเท่าไรนัก ตราบใดที่คนพวกนั้นยังไม่ได้ของที่แม้แต่เออร์วินเองก็ยังไม่รู้ว่าคืออะไรพวกนั้นก็คงจะไม่ถอยกลับไปง่ายๆ เออร์วินแสยะยิ้มภายใต้หน้ากากก่อนจะเปลี่ยนเป็นถือด้ามปืนกล่องพริกไทยแล้วหันปากกระบอกปืนขึ้นฟ้าก่อนจะลั่นไก เสียงดังปังดังขึ้นหกครั้งคิด

            ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!ปัง!

            เสียงสะท้องดังไปทั่วผืนป่าได้ยินเสียงนกตกใจบินขึ้นจากต้นไม้

            ริคกับเอ็นวี่ที่อยู่ไม่ไกลออกไปรับหันไปมองทิศทางที่เสียงดังมา ในขณะที่เอ็นวี่สงสัยว่าเสียงนี้คืออะไรกลับเป็นริคที่ดูตื่นตัวเพราะเขาจำเสียงนี้ได้แม่นยำจากการที่พึ่งเคยโดนอาวุธที่สร้างเสียงนี้เล่นงานมาไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาไม่รู้ตอนนี้พวกศาสนจักรได้ของชิ้นนั้นไปหรือยังแต่ถ้ามีโอกาสแม้จะเพียงเล็กน้อยที่ของจะยังอยู่กับคนนี้เขาก็ยังไม่อยากด่วนสรุปอะไรทั้นนั้น

            “ริคเสียงนี่มัน?”

            เอ็นวี่ถามขึ้นซึ่งริคกลับตอบว่า

            “คนที่ได้ของชิ้นนั้นไป” ริคกลางปีกออกแล้วพูดอีกว่า “เอ็นวี่ฉันจะร่วงหน้าไปก่อนตามไปสมทบด้วยล่ะ”

            พูดจบก็ทิ้งเอ็นวี่ที่ยืนงงงวยอยู่อย่างนั้นแล้วบินขึ้นฟ้ามุ่งหน้าไปทางที่เสียงดังมา

            หลังจากที่ลั่นไกขึ้นฟ้าไปหกนัดเออร์วินก็เก็บปืนกล่องพริกไทยลงในถุงมิติเทียมแล้วชักปืนลูกโม่งทั้งสองกระบอกออกมาถือไว้ เขายืนรออยู่นิ่งๆ เงียบๆ ไม่ขยับไปไหนในขณะที่ประสาทสัมผัสเฝ้าสังเกตการณ์รอบตัว เขายืนอยู่อย่างนั้นอึดใจเดียวใบหน้าภายใต้หน้ากากก็ยิ้มอีกครั้งก็จะหันไปทางด้านหลังตรงทิศแปดนาฬิกา สายตาของเขามองเห็นจุดๆ หนึ่งบนท้องฟ้าก่อนจะเริ่มขยายขึ้นเรื่องๆ จนเห็นเป็นคนมีปีกบินมาหาเขาด้วยความเร็วสูง

            เออร์วินยังคงจ้องมองอีกฝ่ายโดยไม่มีท่าทีว่าจะยกปืนขึ้นมาเล็งใส่แต่อย่างใด จนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหยุดอยู่กลางอากาศแต่แทนที่อีกฝ่ายจะเริ่มทำการโจมตีกลับถามขึ้นมาว่า

            “ของชิ้นนั้นยังอยู่กับเจ้ามั้ย”

            ส่วนทำตอบของเออร์วินคือการยกปืนลูกโม่ในมือขวาขึ้นมาแล้วเหนี่ยวไก

            ปัง!

            ริครีบหุบปีกทันทีที่เห็นเออร์วินเล็งมาที่เขาทำให้กระสุนโดนปีกของริคแทน แต่ถึงแม้ว่ากระสุนจะไม่ถูกตัวเขาแต่ผลจากการที่หุบปากก็ทำให้ริคร่วงลงจากท้องฟ้า ริคตั้งใจจะกลางปีกแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้กลางแค่อ้าปีกออก เออร์วินที่พุ่งเข้ามาก็เหนี่ยวไกปืนในมือขวาอีกครั้งทำให้ริคต้องหุบปีกอีกรอบ

            ปัง! กระสุนกระทบกับปีกของริคอีกครั้ง จนในที่สุดริคก็หล่นลงพื้นจนเศษดินกระขาย ผลคือแม้ว่าพื้นจะเป็นหลุมแต่เขากลับไม่เป็นอะไรมาก ริคฝืนลุกขึ้นมาแต่เห็นว่าเออร์วินเดินมาหาเขาอย่างใจเย็นพร้อมกับเล็งปืนมาที่เขา ริครีบกลับมาหุบปีกอีกครั้ง

            ปัง!

            ‘ปีกแข็งจังเลยน้า’ เออร์วินคิดในใจซึ่งตอนนี้เขาค่อนข้างแน่ใจได้อย่างหนึ่งแล้วว่าคนๆ นี้แทบไม่มีประสบกาณ์ในการต่อสู้เลย แม้จะมีความสามารถที่น่าทึ่งและพลังป้องกันที่ชววนให้ปวดเศียรเวียนเกล้า แต่กลับไร้ซึ่งการพลิกแพลงและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้เออร์วินใช้เพียงแค่กระสุนหนึ่งนัดก็สะกดเขาให้หยุดอยู่กับที่และได้แต่หลบอยู่หลังปีกอย่างไม่ยากเย็น ถ้าไม่ใช่เพราะแทบไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ก็คงเป็นเพราะที่ผ่านมาเจอแต่พวกที่มีความสามารถด้อยกว่าเลยทำให้เขาเป็นแบบนี้ นี่คือสิ่งที่เออร์วินสรุปขึ้นก่อนจะยังไปที่ปีกของอีกฝ่ายอีกหนึ่งนัดโดยไม่รอให้ริคกลางปีกออก

            ปัง!

            ‘เวรเอ๊ยถ้าไม่มีอาวุธบ้านี่ล่ะก็’ ริคบ่นในใจก่อนรู้สึกเหมือนมีคนวิ่งไตร่ขึ้นปีกตามด้วยเงาของอะไรบางอย่างที่ทอดมายังเขาจากด้านบน พอเงยหน้าขึ้นกลับพบเห็นโลหะทรงกระบอกสองอันจ่อมาที่หน้าของเขา หนึ่งในนั้นยังคงได้กลิ่นเห็นไหม้ชัดเจน เป็นเออร์วินที่นั่งยองๆ บนปีกพร้อมกลับจ่อปืนทั้งสองกระกอบใส่ วินาทีนั้นริคขนรุกไปทั่วร่างเขาไม่นึกเลยว่าทุกอย่างจะจบลงแบบนี้ เมื่อครั้งที่เขาต่อสู้กับแกเร็ทที่มีร่างเป็นเหล็กอีกฝ่ายยังไม่เคยพอเขามาถึงจุดนี้เลยด้วยซ้ำ

            เออร์วินก็ไม่คิดจะเสียเวลาพูดคำคมหรือถากถางเพราะเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยังมีพวกอีกเท่าไร แล้วกำลังเสริมที่เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องเรียกมาเพื่อรับมือกับพวกศาสนจักรนั้นมีถึงแล้วหรือยังและมีความสามารถระดับไหน ท่ามกลางปัจจัยที่ไม่แน่ชัดมากมายนี้ดังนั้นเก็บได้หนึ่งคนเร็วเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น แต่ก่อนที่เออร์วินจะได้เหนี่ยวไกสัญชาตญาณของเขาก็ทำงานขึ้น เขารีบดีดตัวออกจากปีกของริคทันทีพร้อมกับลั่นไกปืนทั้งสองกระบอก

            ปัง! ปัง!

            อะไรบางอย่างผ่านหน้าเขาไปอย่างฉิวเฉียดตกลงที่พื้นไม่ไกลนัก จนเมื่อขาตกลงพื้นก็หันไปมองทางพบว่ามีชายคนหนึ่งยืนอยู่ ย้อมขาวสลับดำเสื้อผ้าขาดวิ่นแต่ที่ที่ทำให้เออร์วินอึ้งกลับเป็นแขนขวาของชายคนนี้ที่มีลักษณะเป็นงูพิษที่กำลังอ้าปากโชว์ลิ้นสองแฉกมาทางเขา รีบหันไปมองตำแหน่งของสิ่งที่เกือบพุ่งมามาโดนเขาเมื่อสักครู่ พบว่าวัชพืชบรเวณนั้นต่างพาเน่าตายในทันที ควันน่าสะอิดสะเอียนรอยออกมาจากวัชพืชที่เน่าตายเหล่านั้น

            ‘เป็นพิษที่ร้ายแรงชะมัด’ เขาคิดในใจก่อนจะหันมาสนใจแขนของอีกฝ่ายที่กลายเป็นงู

            ‘นั่นมันอะไรเวทย์จำแลงอสูรอีกแล้วเหรอ’ เออร์วินคิดในใจพร้อมกับสงสัยว่าทำไมพักนี้เขาเจอผู้ใช้เวทย์จำแลงอสูรบ่อยนัก ก่อนจะหันไปสนใจริคที่ตอนนี้เริ่มคลายปีกออกอีกครั้งซึ่งเออร์วินก็ยิ่งอีกหนึ่งนัด

            ปัง! จนริคต้องหุบปีกมากันไว้อีกครั้ง

            เออร์วินร้องในใจว่าบัดซบเพราะจังหวะที่เขาดีดตัวออกมาได้ยินไปสองนัด เออร์วินมั่นใจมีนัดหนึ่งยิงโดนปีกเพราะเขาได้ยิงเสียงกระสุนปืนกระทบกับศิลา แสดงว่าอีกนัดหนึ่งนั้นไม่เข้าเป้าเพราะอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่

            เอ็นวี่มองเออร์วินก่อนจะถามว่า

            “เฮ้ยแกสินะไอ้เปี๊ยกที่ได้ของชิ้นนั้นไปตอนนี้ของยังอยู่กับแกรึเปล่าฟะถ้ายังอยู่กับแกล่ะก็มอบมันออกมาซะแล้วพวกเราจะ...”

            ปัง! เออร์วินตอบอีกฝ่ายด้วยการประเคนให้หนึ่งนัดเข้าที่หน้าอกแต่เอ็นวี่กลับพูดต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า

            “ให้แกตายสบาย”

            พูดจบงูพิษก็พุ่งเข้ามาฉกใส่เออร์วินแต่เขาเบี่ยงตัวหลบได้ทันก่อนจะใช้ปืนในมือขวายิงไปที่หัวงูหนึ่งนัด ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่มีแม้แต่เกล็ดที่จะหลุดออกมาแม้แต่อันเดียว

            ‘ยิงไม่เข้า?’ เออร์วินพูดในใจก่อนจะสังเกตุอีกว่าความยาวของงูมันมากกว่าที่เขาเห็นในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง ‘ขนาดของมันยืดออกได้’ เหมือนเป็นเครื่องยืนยันงูหัดกลับไปมีความยาวเท่าแขนคนอีกครั้ง ก่อนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างจึงหันกลับไปมองพบว่าตอนนี้ริคได้กลางปีกและกลับมาบินอยู่บนท้องฟ้าอีกครั้ง

            “จะถามอีกครั้งของชิ้นนั้นยังอยู่กับเจ้ามั้ย”

            แม้ว่าสถานการณ์จะดูเป็นรองแต่ใบหน้าภายใต้หน้ากากของเออร์วินกลับยังคงยิ้ม เขาปลดลูกโม่ปืนในมือขวาแล้วตั้งปืนขึ้นเพื่อให้ปลอกกระสุนล่วงลงมา ก่อนจะหยิบกระสุนปืนจากเข็มขัดที่ข้างเอวขึ้นมาบรรจุทีละนัดอย่างใจเย็น ทั้งริคและเอ็นวี่ต่างไม่เข้าใจว่าเออร์วินกำลังทำอะไรเพราะเขาไม่เคยเห็นอาวุธที่เออร์วินใช้มาก่อนและที่สำคัญในทวีปอาร์เคนัสที่วิทยาศาสตร์ล้าหลังนี้ย่อมไม่มีใครรู้จักหรือเคยเห็นสิ่งที่เรียกว่าปลอกกระสุนมาก่อน

            แต่ไม่เคยเห็นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเดาไม่ออกว่าเขากำลังทำอะไรเพราะถึงยังไงก็ยังพอมีความรู้เกี่ยวปืนไฟของคนแคระ ริคเดาออกได้ทันทีรีบตะโกนว่า

            “เขากำลังบรรจุกระสุนขัดขวางเขาเร็วเข้า”

            ‘ชิ’ เออร์วินสบถในใจเพราะความหัวไวของอีกฝ่ายก่อนจะปากระสุนสองนัดในมือทิ้งหลังจากที่บรรจุไปได้เพียงแค่หกนัดสะบัดปืนเพื่อให้ลูกโม่กลับเข้าที่ พร้อมกับกลิ้งตัวออกด้านข้างหลบหัวงูพิษที่พุ่งเข้ามาได้อย่างฉิวเฉียด แล้วเล็งปืนทั้งสองกระบอกไปยังริคที่ตอนนี้ปีกของเขาเริ่มพองขึ้นเตรียมปล่อยห่าฝนที่เป็นขนนกศิลา เออร์วินลั่นไกใส่ริคอีกครั้งสองนัดบีบให้ริคต้องกลับมาหุบปีกครั้งจนตัวเขาร่วงจากฟ้าอีกรอบ

            เมื่อสะกดให้ริคกลับไปป้องกันได้เออร์วินก็หันกลับมาจ่อปืนทั้งสองกระบอกใส่หัวของงูที่พุ่งเข้ามาก่อนจะลั่นไกทั้งหมดผลคือมีเกร็ดงูบางส่วนหลุดออกมา เอ็นวี่รู้สึกเจ็บเล็กน้อยทว่าในใจของเขานั้นกลับเต็มไปด้วยโทสะ หัวงูหันกลับมาฉกใส่เออร์วินแต่เขาก็หลบได้อย่างไม่ยากเย็นก่อนจะถอยห่างออกมา แม้จะไม่รู้การที่งูที่ควรจะเป็นแขนของอีกฝ่ายยืดออกมาได้ยังไง เป็นเวทย์มนต์แบบไหนแต่เขาไม่เชื่อว่ามันจะยืดได้ไร้ที่สิ้นสุด

            เออร์วินเหลือบมองไปทางริคพบว่าตอนนี้อีกฝ่ายเริ่มกลับมาตั้งหลักได้แล้วและกำลังเตรียมจะพ่นห่าฝนขนนกศิลาใส่เขาอีกรอบ เออร์วินหยิบกระสุนนออกมาสองนักบรรจุลงในปืนด้านในมือขวาก่อนจะยิงไปที่ริคทำให้เขาต้องกลับมาหุบปีกอีกครั้ง

            ‘ระยำเอ๊ย’ ริคบ่นในใจเพราะอีกฝ่ายคอยแต่บีบให้เขาตั้งรับอยู่ท่าเดียวไม่ยอมเปิดโอกาสให้เขาได้ทำอะไรเลยสักอย่าง ริคหล่นลงที่พื้นอีกครั้ง

            เออร์วินทำการรีโหลดกระสุนแต่เสร็จไปแต่กระบอกเดียวก็ต้องกลิ้งหลบออกด้านข้างเมื่ออีกฝ่ายพ่นพิษใส่เขา เออร์วินไม่สนใจว่าพิษที่พ่นมานั้นร้ายแรงขนาดไหนเขาเอาแต่รีโหลดกระสุนปืนอีกกระบอกก่อนจะรีบก้มตัวหลบการฟาดของอะไรบางอย่างเมื่อลุกขึ้นมารีโหลดกระสุนเสร็จเรียบร้อย เขาจ่อปืนทั้งสองกระบอกไปทางเอ็นวี่แต่กลับต้องตาเบิกดพลงเมื่อพบว่าแขนซ้ายของอีกฝ่ายตอนนี้ได้หลายเป็นงูใหญ่ที่ไม่มีพิษแทน

            ‘อะไรกันทำไมถึงมีงูสองชนิดในร่างเดียวได้เป็นเวทย์จำแลงอสูรจริงๆ เหรอ’ เออร์วินรู้สึกสงสัยแต่ก็ได้แค่คิดในใจและได้แต่เก็บความสงสัยไว้เพราะไม่มีเวลามาหาคำตอบในตอนนี้เมื่อมีลมพายุที่รุนแรงพัดใส่เขาจนปลิวกระเด็นไป เมื่อตกถึงพื้นแต่ไม่ทันที่ได้ตั้งตัวงูพิษก็พุ่งเข้ามาฉกใส่เขา แต่เออร์วินก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียดแต่กลับโดนหัวงูใหญ่พุ่งเข้ามาพร้อมอ้าปากหมายจะงับหัวเขา เออร์วินแทนที่จะหลบเขากลับยิงปืนเข้าไปในปากของงูกระบอกละสองนัดรวมเป็นสี่นัด เลือดสีแดงฉานพุ่งออกมาจากจุดที่ถูกยิงส่วนงูตัวนั้นดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด

            “อ้าก!” เอ็นวี่ร้องออกมา

            ‘โอ๊ะยิงงูแต่คนก็เจ็บด้วยแฮะ’ เออร์วินคิดด้วยสนใจพลางถอยออกมาเพื่อรักษาระยะห่าง

            “แกตาย” เอ็นวี่มองมายังเขาด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะให้งูพิษพ่นพิษใส่เขา แต่เออร์วินก็หลบได้อย่างง่ายดายแล้วรีบหันไปหาคนที่มีปีกผลคือถูกอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามากระแทกอย่างรวดเร็วแต่เขาอาศัยถีบตัวถอยหลังเพื่อลดแรงก่อนจะกระเด็นไปด้านหลัง

            ริคที่พุ่งเข้ามากระแทกเออร์วินด้วยความเร็วหันไปหาเอ็นวี่

            “เอ็นวี่เราจะยังฆ่ามันไม่ได้นะจนกว่าจะน่าใจว่าของไม่ได้อยู่ที่มันแล้ว”

            “รู้น่าริคเมื่อกี้แค่ของมันขึ้นเฉยๆ”

            เอ็นวี่ตอบพลางหดงูทั้งสองให้กลับมามีขนาดความยาวเท่าแขนในขณะที่เลือดยังไหลออกมาจากปากของงูใหญ่ไม่หยุด ริคกำลังจะพูดอะไรบางอย่างก่อนจะรีบหุบปีกก่อนที่จะโดนยิงที่ปีกสองครั้ง เป็นเออร์วินที่มีแสงสีน้ำตาลหุ้มยิงใส่ริคทันทีที่ตั้งหลักได้แหวนที่เขาสวมเปล่งแสงออกมา

            ‘สองคนนี้ร่วมมือกันยุ่งยากจังเลยน้า’ เออร์วินคิดในใจว่าการร่วมมือกันของอีกฝ่ายเป็นแค่ความยุ่งยากไม่ใส่ความน่ากลัวแต่อย่างใด แสงสีน้ำตาลที่หุ้มรอบตัวสลายหายไปพร้อมกับแสงบนแหวนที่ดับลง ‘แต่มีประโยชน์จังเลยน้าแหวนที่พี่สาวให้เนี่ย’ เมื่อครู่ตอนริคพุ่งเข้ามากระแทกใส่เออร์วินที่นอกจากถีบตัวเองไปข้างหลังแล้วก็รีบใช้พลังของแหวนสร้างม่านบาเรียขนาดเล็กหุ้มรอบตัวไว้ ทำให้แม้เขาจะกระเด็นไปตามแรงกระแทกแต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ

            แหวนวงนี้เป็นแหวนที่เรเวนได้มาจากการฆ่า ดอน โกเบอร์ แล้วนำมันมามอบให้เออร์วิน เป็นแหวนธาตุดินที่มีคุณสมบัติหลักๆ สองอย่างคือเพิ่มพละกำลังให้ผู้ใช้กับสร้างม่านบาเรียป้องกันขนาดเล็ก บาเรียนี้แม้จะรับดาเมจหนักๆ ไม่ได้มากแต่ถ้าใช้อย่างถูกวิธีก็แสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

            เอ็นวี่ใช้งูพิษฉกเข้าใส่เออร์วินแต่เขาหลบได้ก่อนจะยิงสวนใส่เอ็นวี่ไปสองนัดแต่ยังคงไร้ผล เอ็นวี่ยืนนิ่งไม่สะทกสะท้านจากการถูกยิงสองนัดก่อนที่จะให้งูพิษวกหัวกลับมาแล้วฉกเข้าใส่เออร์วินอีกครั้งแต่เออร์วินก็เบี่ยงตัวหลบออกด้านข้างได้อย่างฉิวเฉียดแล้วยังใส่ไปที่หัวของงูกระบอกละสองนัดรวมเป็นสี่นัดใส่ตำแหน่งเดียวกันทั้งหมดแต่กลับทำได้แค่ให้เกล็ดงูตรงตำแหน่งนั้นเสียหายและหลุดออกมาเท่านั้นไม่สามารถสร้างดาเมทที่หนักกว่านี้ได้

            “แก!” เอ็นวี่พูดออกมาอย่างอาฆาตก่อนจะให้หัวงูงกลับมาแล้วแกเข้าใส่เออร์วินอีกรอบก่อนจะเบี่ยงตัวหลบออกด้านข้างอีกครั้งแล้วยังไปที่หัวของงูทั้งหมดห้านัดโดยทุกนัดที่ยิงจะยิงใส่ตำแหน่งเดียวคือเป็นจุดที่เกล็ดหลดออกมา เลือดพุ่งออกมาจากจุดที่ยิงพร้อมกลับหัวของงุนั้นที่ส่ายไปมา

            “อ้าก!” เอ็นวี่ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเท่ากับว่าทั้งแขนขวาที่เป็นงูพิษกับแขนซ้ายที่เป็นงูใหญ่ต่างได้รับบดเจ็บทั้งคู่ เสียงร้องของเอ็นวี่ทำให้ริครีบกลางปีกออกมาด้วยความเป็นห่วงแต่กลับถูกเออร์วินประเคนกระสุนนัดสุดท้ายให้จนเขาต้องมาหลบอยู่หลังปีกอีกครั้ง

            ‘บัดซบเอ๊ย’ ริคสบถในใจด้วยความขุ่นเคืองเพราะอีกฝ่ายกลับเลือกที่จะสะกดเขาไว้ให้หลบอยู่แต่หลังปีกทำให้ริคต้องต่อสู้คนเดียว ก่อนจะรู้สึกพรั่นพรึงขึ้นมา เพราะเขาก็พึงได้ปะทะกับอีกฝ่ายดังนั้นเขาจึงนึกไม่ถึงว่าเอ็นวี่ที่สามารถรับมือกับนักล่าค่าหัวหลายคนได้ด้วยตัวคนเดียวที่ถึงไม้จะมีเสียท่าบ้างแต่ก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บจนต้องกรีดร้องแบบนี้ ริคนึกถึงอาวุธที่อีกฝ่ายใช้ก่อนจะพึมพำว่า

            “อาวุธนั่นมันอะไรกัน” ก่อนที่จะใจอะไรบางอย่างได้ “ไม่สิไม่ใช่อาวุธของมันไม่เหมือนเดิมแตกต่างจากที่ก่อนหน้านี้ที่มันปะทะกับเรา”  ริคค้นพบว่าอาวุธที่อีกฝ่ายใช้ก่อนหน้านี้ทั้งใหญ่กว่ายาวกว่าและดูขะมีพลังมากกว่า แต่อาวุธที่อีกฝ่ายถืออยู่ในตอนนี้สั้นกว่าเล็กกว่าแต่อานุภาพนั้นกลับไม่ด้อยไปกว่ากันเลย


    คล้ายกับเรื่องอาวุธมนุษย์เกิดใหม่เป็นเจ้าชายขยะ ในโลกที่ตัดสินว่าเวทมนต์คือทุกสิ่ง ที่คุณอ่าน