โซ่ตรวนที่แน่นหนาที่สุดในโลกไม่ใช่เหล็กกล้าที่พันรัดร่างกายภายนอก ทว่ามันคือความรัก ความผูกพัน และความเชื่อใจที่ถูกปั่นทอขึ้นเป็นตาข่ายบดบังสายตาและความคิดจนไม่อาจดิ้นรนหนีไปไหนได้ ในฐานะของนักบูรณะหนังสือ... ผมเพียรพยายามทากาวแป้งเปียกทีละน้อยเพื่อสมานรอยแยกแตกร้าวในจิตวิญญาณของวิเวียน ทว่าน้ำกรดความจริงภายนอกกลับคอยหยดลงมากัดกร่อนหน้ากระดาษอย่างรุนแรงขึ้นทุกขณะเมื่อขบวนการค้นหาของผู้กำกับพงษ์เริ่มบีบวงล้อมเข้ามาใกล้ตัวเราสองคน
ตลอดทั้งวันนั้น วิเวียนขังตัวเองอยู่ในห้องทำงานชั้นสองของบ้านพัก เธอไม่ก้าวเท้าลงมาช่วยผมดูแลร้านข้างล่างเลยแม้แต่ก้าวเดียว เสียงปักผ้าและเสียงดินสอวาดเขียนที่เคยดังอย่างสม่ำเสมอเงียบหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันชวนให้อึดอัดใจ ผมรู้ดีว่าเธอกำลังสับสนและพยายามค้นหาความจริงผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในโทรศัพท์มือถือ
และเพื่อป้องกันไม่ให้อัญมณีล้ำค่าของผมได้รับรู้ข้อมูลสารเคมีหรือข่าวลือประวัติคดีฆาตกรรมของผมในกรุงเทพฯ ที่ตำรวจอาจจะเผยแพร่ออกมา ผมจึงจำเป็นต้องเปิดระบบควบคุมสัญญาณเครือข่ายไร้สาย (Bandwidth Limiter) ในบ้านพัก บีบให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตบนมือถือของเธอช้าลงและขัดข้องชั่วคราว อ้างเรื่องสัญญาณขัดข้องหลังภัยพิบัติพายุใหญ่
"นนท์คะ... ทำไมช่วงนี้สัญญาณอินเทอร์เน็ตในบ้านช้าจังเลยคะ? เวียนค้นหาข้อมูลและรูปภาพแบบไม่ได้เลยค่ะ" เธอกล่าวถามเสียงแผ่วระริกเมื่อผมเดินนำมื้อเย็นเป็นสตูเนื้อหอมกรุ่นขึ้นมาเสิร์ฟให้ถึงห้องทำงาน
"สงสัยเป็นเพราะเสาสัญญาณหลักริมอ่าวประจวบฯ ชำรุดและยังซ่อมแซมไม่เสร็จน่ะครับคนดี... ทานมื้อเย็นร้อนๆ ก่อนนะครับ อย่าเพิ่งคิดมากเรื่องงานหรือเรื่องอื่นเลย นนท์อยู่ตรงนี้เคียงข้างเวียนเสมอ" ผมเอ่ยตอบพลางส่งยิ้มละมุนละไมและลูบผมสลวยของเธอเพื่อปลอบประโลม
วิเวียนช้อนตาหวานคู่สวยมองสบตาผมตรงๆ หยาดน้ำตาจางๆ เอ่อคลอดวงตาคู่สวย แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรัญจวนเจ็บปวดลึกซึ้งระคนหวาดกลัว "นนท์คะ... บอกเวียนตามตรงได้ไหมคะ... คุณไม่มีความลับอะไรปิดบังเวียนอยู่ใช่ไหมคะ? เรื่องตำรวจทั้งสองคนนั้น... และคดีในอดีตที่กรุงเทพฯ..."
คำถามตรงๆ ของเธอทำให้บรรยากาศรอบตัวเราสองคนเย็นเยียบขึ้นกะทันหันดุจน้ำแข็ง ผมวางจานสตูเนื้อลงบนโต๊ะ ขยับตัวเข้าไปโอบกอดร่างบางของเธอไว้แน่นหนา ดึงเธอเข้ามาซบลงกับอกแกร่ง สัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของเธอที่เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว
"นนท์ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องและรักษาเวียนไว้ให้อยู่ในโลกที่ปลอดภัยและสะอาดบริสุทธิ์ที่สุดครับคนดี โลกภายนอกมันสกปรก โหดร้าย และอันตรายเกินกว่าที่คนดีอย่างเวียนจะเข้าใจ... หากไม่มีนนท์คอยบูรณะปกป้อง โลกของเราสองคนก็คงจะผุพังพินาศไปนานแล้ว เชื่อใจนนท์เถอะนะครับเวียน นนท์ไม่มีวันทำร้ายเวียนเด็ดขาดชั่วชีวิต" ผมกระซิบถ้อยคำหวานบิดเบี้ยวข้างใบหูเธอ
วิเวียนยืนเกร็งตัวอยู่ในอ้อมกอดของผม มือบางทาบหน้าอกแกร่งของผมแน่นและไม่เอ่ยวาจาใดๆ ออกมาอีก เธอตระหนักดีว่าเธอกลายเป็นนกน้อยในกรงทองของฆาตกรผู้คลั่งรักโดยสมบูรณ์แบบแล้ว และทางรอดเดียวของเธอคือการยอมจำนนต่ออ้อมกอดอุ่นร้อนนี้เพื่อประคับประคองชีวิตรอด
กระทั่งช่วงค่ำคล้อย แสงแดดอัสดงสีส้มแก่โรยตัวหายลับกลืนไปในสายหมอกที่ก่อตัวหนาทึบอีกครั้ง เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านหนังสือโบราณดังกริ่งขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน บ่งบอกถึงผู้มาเยือนคนเดิมที่ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมความตึงเครียดสะสม
ผมก้าวเดินลงบันไดกลับมารับหน้า และพบผู้กำกับพงษ์ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ไม้โอ๊ก แววตานิ่งสงบดุจผืนน้ำแข็งของเขาจ้องมองตรงมาที่ผมอย่างมีเลศนัย ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาชิ้นหนึ่งที่เพิ่งได้รับรายงานด่วนส่งตรงมาจากสำนักงานสอบสวนกลางในกรุงเทพฯ
"คุณธนนท์ครับ... พอดีทางเจ้าหน้าที่สืบสวนกู้ข้อมูลประวัติเบื้องหลังของร้านหนังสือเดิมของคุณในกรุงเทพฯ สำเร็จแล้ว และผมพบข้อมูลที่น่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับคดีบุคคลสูญหายเมื่อสองปีก่อน..." ผู้กำกับพงษ์เอ่ยเสียงเรียบต่ำพลางสบสายตากับผมอย่างจงใจจับผิดและกดดันขีดสุด "ผมจึงอยากจะขอรบกวนให้คุณช่วยเข้าไปดูและตรวจสอบเอกสารชุดนี้ร่วมกันกับผมหน่อยครับ"
พายุลูกใหญ่สีแดงฉานกำลังพัดถล่มประชิดกรงแก้วของผม และเกมไล่ล่าช่วงชิงความลับครั้งนี้กำลังจะดำเนินเข้าสู่จุดเดือดท้าทายทุกสิ่งชั่วนิรันดร