ปราบมองยังเงาตะคุ่มๆที่ไต่ตามผนังของหลุมยักษ์ ร่างเงามืดทะมึนนั้นมันใหญ่โตยิ่ง มันใหญ่กว่าไดโนเสาร์หลายเท่านัก
“ ฮื่อห์ “ ปราบถอนหายใจออกอย่างแรงแล้วเหยียดร่างถอยไกล
“ อัลตรอน ที่แอฟริกาเป็นยังไงบ้างเวลานี้ “ ชายหน่มเอ่ยถาม
“ เจ้านายที่แอฟริกาปรากฏหลุมยักษ์ที่มีขนาดแลอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับวางไข่ ทั้งยังมีของเหลวที่เป็นแหล่งพลังงานไว้ให้ไข่ทั้งหลายทำการดูดซับ “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
เขามองร่างยักษ์ที่ขึ้นมายังผืนพารา ชายหนุ่มพลันสะท้านทั่วร่าง
“ นี่มันตัวบ้าอะไร “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ โฮกกกก “ มันกรีดร้องคำรามลั่น
“ ครืนน “ พลังคลื่นเสียงของมันแผดออกทั่วอาณา สรรพสิ่งต่างเร่งเร้าหนีหาย
“ ฟู่วว “ ไฟร้อนแรงสีฟ้าถูกพ่นออกจากปากของมัน
“ ครืนนน “ เปลวไฟสีฟ้าพวยพุ่งเข้าแผดเผาผืนป่าในทันใด
“ เปรี้ยะ “
“ กรอบ แกรบ “
เสียงต้นไม้น้อยใหญ่ระเบิดเพราะถูกไฟเผา ควันไฟพวยพุ่งเข้าปกคลุมทั่วอาณาทำให้ทัศนะวิสัยเป็นศูนย์
ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆแล้วเบิกเนตรห้วงมิติทะยานร่างเข้าหาอสูรระดับเก้าอย่างรวดเร็ว
กระบี่สีทองในมือของเขากระชับแน่นแล้วชูขึ้นสูง “ เปรี้ยงง “ แสงสังหารสีทองพุ่งทะยานออกอย่างบ้าคลั่ง
“ เคร้งง “ ราวกับเหล็กแข็งกล้ากระทบกัน
“ อือ “ ชายหนุ่มพลันสั่นสะท้านมือทั้งข้างของเขาสั่นไหวลามไปถึงไหล่
เขามองยังรอยกระบี่ “ ลึกประมาณสิบเซ็นฯ “ เขาพึมพำ
“ ต้องย้ำๆซ้ำๆเพื่อให้เข้าถึงเนื้อ “ ชายหนุ่มพึมพำ
“ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องคำรามลั่น
“ เปรี้ยงง “ แสงสังหารพุ่งทะยานออกอีกครา
“ เคร้งง “
“ เปรี้ยงง “
“ เคร้งง “
ปราบทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดเขาก็เปิดแผลของมันได้
“ โฮกกก “ มันร้องคำรามลั่นแล้วฟาดหางของมันเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“ เจ้านายหางของมันไม่แข็งแกร่ง การโจมตีที่หางอาจทำได้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ ย้ากก “ ปราบร้องตะโกนลั่นพร้อมกับฟาดฟันกระบี่สีทองออกสุดแรง
“ เปรี้ยงง “ คมกระบี่สีทองพุ่งทะยานเข้าหาหางอสูรยักษ์ที่เหวี่ยงเข้ามา
“ ตูมม “
“ โฮกกก “ อสูรยักษ์กรีดร้องลั่นเมื่อของมันถูกแสงสังหารระเบิดขาด
“ พรวดด “ เลือดสีดำพลันหลั่งไหลออกท่วมอาณา
“ ตึง “ ร่างยักษ์ของมันพลันหัวคะมำหน้าทิ่มลงยังพื้น
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ชายหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะลั่นเมื่ออสูรยักษ์สิ้นลายเพราะไร้หาง
ด้วยช่วงหัวแลช่วงอกของมันที่ใหญ่ยักษ์มันจึงต้องมีหางที่ยาวไว้คอยถ่วงน้ำหนัก เมื่อไร้หางที่คอยถ่วงน้ำหนักช่วงหัวแลอกที่มีน้ำหนักมหาศาลจึงไม่สามารถยืนได้
มันมองยังชายหนุ่มอย่างอาฆาตพร้อมกับอ้าปากออก “ ฟู่วว “ เปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งพวยออกอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเร่งหลบลี้ในทันใด เขาหลบหลีกไฟสีฟ้าอยู่ครู่ใหญ่จึงเริ่มทำการตอบโต้มันทีละน้อย
เสียงเหล็กตีกันดังสนั่นลั่นป่าอยู่นานนับวันกว่าจะสิ้นสุด
ชายหนุ่มนั่งมองยังอสูรระดับเก้าที่ยังไม่ตายมันส่ายหางกุดๆของมันยั่วเย้าชายหนุ่ม แม้นว่ามันจะยังไม่ตายแต่ตามตัวของมันก็ปรากฏรอยแผลอยู่ทั่วทั้งเลือดดำของมันก็ยังหลั่งไหลไม่ขาดสาย
“ แก่นเพลิงสีฟ้าของมัน “ ชายหนุ่มพึมพำ
ปราบกลืนโอสถฟื้นฟูลงไปแล้วเร่งเข้าปฏิบัติการณ์ต่อ
เขาใช้เวลาไปหลายวันกว่าที่อสูรระดับเก้าจะเลือดไหลออกหมดตัวจนตาย
“ ฟู่ว “ ชายหนุ่มทิ้งร่างลงนั่งที่พื้นแล้วกรอกโอสถฟื้นฟูลงไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อฟื้นฟูร่างกายแล้วเสร็จก็เป็นการชำแหละร่างยักษ์ใหญ่โต กว่าที่จะทำการเลาะเกล็ดของมันออกได้แต่ละชิ้นนั้นก็ทำเอาเหงื่อท่วม
อีกหนึ่งวัน
ชายหนุ่มได้แก่นเพลิงสีฟ้าและแก่นวิญญาณของมันมาครอบครองแล้ว เขายังคงเสียดายเนื้อแลโลหิตต้นกำเนิดของมัน เขาจึงลงมืออีกครั้งอีกครั้งแลอีกครั้ง
เมื่อเขาส่งสัญญาณคณะวิจัยเข้ามาในพื้นที่แล้วเร่งนำร่างยักษ์ออกจากอาณาเขตอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มทะยานร่างไปยังรังของมันที่แอฟริกาเขายังสงสัยอยู่ว่ามันเกิดขึ้นได้เช่นใด ทั้งที่ทั้งสองนั้นอยู่ห่างไกลกัน “ เหมือนมันถูกตั้งโปรแกรมไว้ “ ชายหนุ่มพึมพำ
เมื่อมาถึงหลุมยักษ์ปรากฏว่ามันเริ่มหดเล็กลงราวกับว่าเมื่อไม่ใช้งานแล้วก็ต้องปิดตัว ชายหนุ่มวาดมือนำของเหลวในหลุมออกมาได้ราวห้าพันลิตรแล้วให้กับคณะวิจัยไปตรวจสอบ
“ เจ้านายของเหลวนี้เต็มไปด้วยพลังชีวิตที่มากมาย ทั้งยังมีพลังต้นกำเนิดของอะไรสักอย่าง “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า
เขาทะยานร่างลงไปอย่างรวดเร็วแล้วทำการดื่มมันเข้าไปอย่างบ้าคลั่งทั้งยังเก็บไว้ในแหวนมิติอีกมากมาย
ของเหลวมากมายที่เต็มหลุมครั้นเมื่อชายหนุ่มทะยานร่างออกพลันหลงเหลือเพียงกึ่ง
“ ฮี่ ฮี่ “ เขายิ้มออกแล้วทำการส่งมอบของเหลวให้กับคณะวิจัย
ชายหนุ่มแบกร่างที่เต็มไปด้วยของเหลวกลับยังสำนักจอมยุทธโลกา
เขาถ่ายเทมันออกมาจนหมดร่างแล้วนำบรรจุลงยังขวดหยก
ชายหนุ่มเริ่มทำการตรวจสอบร่างกายของเขาอย่างช้าๆ เพื่อดูว่าสิ่งใดเปลี่ยนแปลงหรือไม่
“ ไอ้หนูที่เจ้าได้มานั้นก็คือพลังต้นกำเนิดแห่งโลกา เจ้าสามารถใช้มันฝึกฝนได้ ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อเจ้ายิ่ง “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ เหตุใดโลกาถึงช่วยเหลือพวกมัน “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ข้าจะไปรู้รึ “ มันเอ่ย
“ คงต้องถามไถ่พวกที่อพยพหนีไปจึงจะได้ความ “ มันเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า
เขานำเอาขวดหยกขึ้นมาแล้วกรอกลงไปจนหมดขวด
“ ครืนน พลังต้นกำเนิดโลกาพลันระเบิดพลังออกทั่วตันเถียน
“ วู๊มม “ สองปลาหยินหยางเร่งเร้าหมุนวนควบแน่นพลังต้นกำเนิดสร้างดาราหยินหยางที่สอง
ดวงดาราหยินหยางที่สองเริ่มเปล่งแสงเรืองรองสว่างไสว
“ ยังไม่พอ “ เขาเอ่ย
“ อึก “ พลังต้นกำเนิดโลกาถูกกลืนลงไปอีกขวด อีกขวดแลอีกขวด
“ ห้าขวดห้าร้อยซีซี นี่มันบ้าไปแล้ว “ ชายหนุ่มตะโกนลั่น
“ ตูมม “ ดาราหยินหยางระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง
“ ครืนน พลังปราณที่มากมายบ้าคลั่งแผดออกทั่วอาณาผืนป่าที่เขาอยู่
ราวสองชั่วยาม
“ อืม “ ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วกวาดมองทั่วร่างของเขา
“ กร้อบ “ พลังที่เพิ่มพูนขึ้นอีกระดับทำเอาตื่นตะลึงในทันใด
“ นี่คือพลังของดาราหยินหยางสองดวงรึ “ เขาพึมพำ
“ หากตอนนั้นใช้พลังนี้จัดการอสูรระดับเก้า คงจะมิเหนื่อยถึงขนาดนั้น “ ชายหนุ่มพึมพำ
หลังจากที่ทำการคำนวณพลังต้นกำเนิดโลกาแล้วเขาได้แจกจ่ายให้กับทุกคน
ชายหนุ่มมายังป่าอะเมซอนแล้วไล่ล่าจัดการอสูรระดับแปด เพื่อมิให้เหล่าอสูรมีฐานพลังที่เหนือกว่า เพราะเวลานี้จอมยุทธบนโลกนั้นมีพลังระดับเบิกนภาเพียงไม่กี่คน ไม่สามารถรับมืออสูรระดับแปดได้
ชายหนุ่มใช้เวลาราวหนึ่งเดือนในป่าอสูรจึงจัดการอสูรระดับแปดได้หมดสิ้น เขาทำการเก็บกวาดร่างของพวกมันจนไม่หลงเหลือให้พวกมันที่เหลือใช้เป็นอาหารได้
ชายหนุ่มทำการฟื้นฟูกายาและขั้นพลังอีกขั้นเพื่อที่จะลุยใต้หลุมลึก แต่ก่อนที่จะทำงานใหญ่เขาต้องไปปลอบใจหลายต่อหลายคน