ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 63 : พลังต้นกำเนิดแห่งโลกา

    ปราบมองยังเงาตะคุ่มๆที่ไต่ตามผนังของหลุมยักษ์ ร่างเงามืดทะมึนนั้นมันใหญ่โตยิ่ง มันใหญ่กว่าไดโนเสาร์หลายเท่านัก

     

    “ ฮื่อห์ “ ปราบถอนหายใจออกอย่างแรงแล้วเหยียดร่างถอยไกล

     

    “ อัลตรอน ที่แอฟริกาเป็นยังไงบ้างเวลานี้ “ ชายหน่มเอ่ยถาม

     

    “ เจ้านายที่แอฟริกาปรากฏหลุมยักษ์ที่มีขนาดแลอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับวางไข่ ทั้งยังมีของเหลวที่เป็นแหล่งพลังงานไว้ให้ไข่ทั้งหลายทำการดูดซับ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

     

    เขามองร่างยักษ์ที่ขึ้นมายังผืนพารา ชายหนุ่มพลันสะท้านทั่วร่าง

     

    “ นี่มันตัวบ้าอะไร “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ โฮกกกก “ มันกรีดร้องคำรามลั่น

     

    “ ครืนน “ พลังคลื่นเสียงของมันแผดออกทั่วอาณา สรรพสิ่งต่างเร่งเร้าหนีหาย

     

    “ ฟู่วว  “ ไฟร้อนแรงสีฟ้าถูกพ่นออกจากปากของมัน

     

    “ ครืนนน “ เปลวไฟสีฟ้าพวยพุ่งเข้าแผดเผาผืนป่าในทันใด

     

    “ เปรี้ยะ “

     

    “ กรอบ แกรบ “

     

    เสียงต้นไม้น้อยใหญ่ระเบิดเพราะถูกไฟเผา ควันไฟพวยพุ่งเข้าปกคลุมทั่วอาณาทำให้ทัศนะวิสัยเป็นศูนย์

     

    ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆแล้วเบิกเนตรห้วงมิติทะยานร่างเข้าหาอสูรระดับเก้าอย่างรวดเร็ว

     

    กระบี่สีทองในมือของเขากระชับแน่นแล้วชูขึ้นสูง “ เปรี้ยงง “ แสงสังหารสีทองพุ่งทะยานออกอย่างบ้าคลั่ง

     

    “ เคร้งง “ ราวกับเหล็กแข็งกล้ากระทบกัน

     

    “ อือ “ ชายหนุ่มพลันสั่นสะท้านมือทั้งข้างของเขาสั่นไหวลามไปถึงไหล่

     

    เขามองยังรอยกระบี่ “ ลึกประมาณสิบเซ็นฯ “ เขาพึมพำ

     

    “ ต้องย้ำๆซ้ำๆเพื่อให้เข้าถึงเนื้อ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    “ ย้ากก “ ชายหนุ่มร้องคำรามลั่น

     

    “ เปรี้ยงง “ แสงสังหารพุ่งทะยานออกอีกครา

     

    “ เคร้งง “

     

    “ เปรี้ยงง “

     

    “ เคร้งง “

     

    ปราบทำเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดเขาก็เปิดแผลของมันได้

     

    “ โฮกกก “ มันร้องคำรามลั่นแล้วฟาดหางของมันเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว

     

    “ เจ้านายหางของมันไม่แข็งแกร่ง การโจมตีที่หางอาจทำได้ “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ ย้ากก “ ปราบร้องตะโกนลั่นพร้อมกับฟาดฟันกระบี่สีทองออกสุดแรง

     

    “ เปรี้ยงง “ คมกระบี่สีทองพุ่งทะยานเข้าหาหางอสูรยักษ์ที่เหวี่ยงเข้ามา

     

    “ ตูมม “

     

    “ โฮกกก “ อสูรยักษ์กรีดร้องลั่นเมื่อของมันถูกแสงสังหารระเบิดขาด

     

    “ พรวดด “ เลือดสีดำพลันหลั่งไหลออกท่วมอาณา

     

    “ ตึง “ ร่างยักษ์ของมันพลันหัวคะมำหน้าทิ่มลงยังพื้น

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ชายหนุ่มระเบิดเสียงหัวเราะลั่นเมื่ออสูรยักษ์สิ้นลายเพราะไร้หาง

     

    ด้วยช่วงหัวแลช่วงอกของมันที่ใหญ่ยักษ์มันจึงต้องมีหางที่ยาวไว้คอยถ่วงน้ำหนัก เมื่อไร้หางที่คอยถ่วงน้ำหนักช่วงหัวแลอกที่มีน้ำหนักมหาศาลจึงไม่สามารถยืนได้

     

    มันมองยังชายหนุ่มอย่างอาฆาตพร้อมกับอ้าปากออก “ ฟู่วว “ เปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งพวยออกอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มเร่งหลบลี้ในทันใด เขาหลบหลีกไฟสีฟ้าอยู่ครู่ใหญ่จึงเริ่มทำการตอบโต้มันทีละน้อย

     

    เสียงเหล็กตีกันดังสนั่นลั่นป่าอยู่นานนับวันกว่าจะสิ้นสุด

     

    ชายหนุ่มนั่งมองยังอสูรระดับเก้าที่ยังไม่ตายมันส่ายหางกุดๆของมันยั่วเย้าชายหนุ่ม แม้นว่ามันจะยังไม่ตายแต่ตามตัวของมันก็ปรากฏรอยแผลอยู่ทั่วทั้งเลือดดำของมันก็ยังหลั่งไหลไม่ขาดสาย

     

    “ แก่นเพลิงสีฟ้าของมัน “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    ปราบกลืนโอสถฟื้นฟูลงไปแล้วเร่งเข้าปฏิบัติการณ์ต่อ

     

    เขาใช้เวลาไปหลายวันกว่าที่อสูรระดับเก้าจะเลือดไหลออกหมดตัวจนตาย

     

    “ ฟู่ว “ ชายหนุ่มทิ้งร่างลงนั่งที่พื้นแล้วกรอกโอสถฟื้นฟูลงไปอย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อฟื้นฟูร่างกายแล้วเสร็จก็เป็นการชำแหละร่างยักษ์ใหญ่โต กว่าที่จะทำการเลาะเกล็ดของมันออกได้แต่ละชิ้นนั้นก็ทำเอาเหงื่อท่วม

     

    อีกหนึ่งวัน

     

    ชายหนุ่มได้แก่นเพลิงสีฟ้าและแก่นวิญญาณของมันมาครอบครองแล้ว เขายังคงเสียดายเนื้อแลโลหิตต้นกำเนิดของมัน เขาจึงลงมืออีกครั้งอีกครั้งแลอีกครั้ง

     

    เมื่อเขาส่งสัญญาณคณะวิจัยเข้ามาในพื้นที่แล้วเร่งนำร่างยักษ์ออกจากอาณาเขตอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างไปยังรังของมันที่แอฟริกาเขายังสงสัยอยู่ว่ามันเกิดขึ้นได้เช่นใด ทั้งที่ทั้งสองนั้นอยู่ห่างไกลกัน “ เหมือนมันถูกตั้งโปรแกรมไว้ “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    เมื่อมาถึงหลุมยักษ์ปรากฏว่ามันเริ่มหดเล็กลงราวกับว่าเมื่อไม่ใช้งานแล้วก็ต้องปิดตัว ชายหนุ่มวาดมือนำของเหลวในหลุมออกมาได้ราวห้าพันลิตรแล้วให้กับคณะวิจัยไปตรวจสอบ

     

    “ เจ้านายของเหลวนี้เต็มไปด้วยพลังชีวิตที่มากมาย ทั้งยังมีพลังต้นกำเนิดของอะไรสักอย่าง “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า

     

    เขาทะยานร่างลงไปอย่างรวดเร็วแล้วทำการดื่มมันเข้าไปอย่างบ้าคลั่งทั้งยังเก็บไว้ในแหวนมิติอีกมากมาย

     

    ของเหลวมากมายที่เต็มหลุมครั้นเมื่อชายหนุ่มทะยานร่างออกพลันหลงเหลือเพียงกึ่ง

     

    “ ฮี่ ฮี่ “ เขายิ้มออกแล้วทำการส่งมอบของเหลวให้กับคณะวิจัย

     

    ชายหนุ่มแบกร่างที่เต็มไปด้วยของเหลวกลับยังสำนักจอมยุทธโลกา

     

    เขาถ่ายเทมันออกมาจนหมดร่างแล้วนำบรรจุลงยังขวดหยก

     

    ชายหนุ่มเริ่มทำการตรวจสอบร่างกายของเขาอย่างช้าๆ เพื่อดูว่าสิ่งใดเปลี่ยนแปลงหรือไม่

     

    “ ไอ้หนูที่เจ้าได้มานั้นก็คือพลังต้นกำเนิดแห่งโลกา เจ้าสามารถใช้มันฝึกฝนได้ ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อเจ้ายิ่ง “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ เหตุใดโลกาถึงช่วยเหลือพวกมัน “ ชายหนุ่มเอ่ย

     

    “ ข้าจะไปรู้รึ “ มันเอ่ย

     

    “ คงต้องถามไถ่พวกที่อพยพหนีไปจึงจะได้ความ “ มันเอ่ย

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า

     

    เขานำเอาขวดหยกขึ้นมาแล้วกรอกลงไปจนหมดขวด

     

    “ ครืนน  พลังต้นกำเนิดโลกาพลันระเบิดพลังออกทั่วตันเถียน

     

    “ วู๊มม “ สองปลาหยินหยางเร่งเร้าหมุนวนควบแน่นพลังต้นกำเนิดสร้างดาราหยินหยางที่สอง

     

    ดวงดาราหยินหยางที่สองเริ่มเปล่งแสงเรืองรองสว่างไสว

     

    “ ยังไม่พอ “ เขาเอ่ย

     

    “ อึก “ พลังต้นกำเนิดโลกาถูกกลืนลงไปอีกขวด อีกขวดแลอีกขวด

     

    “ ห้าขวดห้าร้อยซีซี นี่มันบ้าไปแล้ว “ ชายหนุ่มตะโกนลั่น

     

    “ ตูมม “ ดาราหยินหยางระเบิดออกอย่างบ้าคลั่ง

     

    “ ครืนน  พลังปราณที่มากมายบ้าคลั่งแผดออกทั่วอาณาผืนป่าที่เขาอยู่

     

    ราวสองชั่วยาม

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นแล้วกวาดมองทั่วร่างของเขา

     

    “ กร้อบ “ พลังที่เพิ่มพูนขึ้นอีกระดับทำเอาตื่นตะลึงในทันใด

     

    “ นี่คือพลังของดาราหยินหยางสองดวงรึ “ เขาพึมพำ

     

    “ หากตอนนั้นใช้พลังนี้จัดการอสูรระดับเก้า คงจะมิเหนื่อยถึงขนาดนั้น “ ชายหนุ่มพึมพำ

     

    หลังจากที่ทำการคำนวณพลังต้นกำเนิดโลกาแล้วเขาได้แจกจ่ายให้กับทุกคน

     

    ชายหนุ่มมายังป่าอะเมซอนแล้วไล่ล่าจัดการอสูรระดับแปด เพื่อมิให้เหล่าอสูรมีฐานพลังที่เหนือกว่า เพราะเวลานี้จอมยุทธบนโลกนั้นมีพลังระดับเบิกนภาเพียงไม่กี่คน ไม่สามารถรับมืออสูรระดับแปดได้

     

    ชายหนุ่มใช้เวลาราวหนึ่งเดือนในป่าอสูรจึงจัดการอสูรระดับแปดได้หมดสิ้น เขาทำการเก็บกวาดร่างของพวกมันจนไม่หลงเหลือให้พวกมันที่เหลือใช้เป็นอาหารได้

     

    ชายหนุ่มทำการฟื้นฟูกายาและขั้นพลังอีกขั้นเพื่อที่จะลุยใต้หลุมลึก แต่ก่อนที่จะทำงานใหญ่เขาต้องไปปลอบใจหลายต่อหลายคน

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน