อีฟมองลงไปผ่านทางหน้าต่างซึ่งติดระเบียงของทาวน์เฮาส์ไปยังร่างโปร่งของชายหนุ่มผู้หนึ่ง
คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน‘ใครมาที่บ้านกันนะ’
ไม่รู้มารดามีแขกหรือเปล่า...หรืออย่างไร
เขายังคงเฝ้าสังเกตไปชั่วอึดใจก่อนจะเห็นร่างท้วมของมารดาซึ่งเปิดประตูรั้วออกไปหาชายหนุ่มผู้นั้นทั้งสองคุยกันไม่กี่คำชายหนุ่มคนดังกล่าวก็เข้ามาในตัวบ้านของเขาอีฟรีบซอยเท้าผลุนผลันลงบันไดจากชั้นสองทันทีเพราะระลึกขึ้นได้ว่ามารดาเคยบอกจะจ้างครูสอนเปียโน...
แต่แบบ...ให้มาสอนที่บ้านเลยเหรอตอนแรกเขาคิดว่ามารดาหมายถึงจะให้เขาออกไปเรียนที่โรงเรียนดนตรีเสียอีก
ความรู้สึกแรกของอีฟที่เห็นหน้าครูคนนี้คือ...บางครั้งคนเราก็รู้สึกไม่ชอบใครโดยไม่มีเหตุผล
ใช่ๆ... มันฟังดู แย่ แต่มันก็เป็อย่างนั้นจริง ๆ
ผู้ชายที่เขาเห็นเป็ชายหนุ่มซึ่งมีอายุมากกว่าเขา...น่าจะหลายปี เพราะเขาเพิ่งอยู่แค่ชั้น ม.4เอง
ชายหนุ่มมีผิวขาวหน้าตาน่ารัก ซึ่งอีฟเห็นแล้วค่อนข้างขัดใจในแง่ของ ผู้ชาย ซึ่งมันก็ไม่จำเป็ว่าจะต้องเป็ไปแบบที่เขาคิดก็ได้มั้งเพราะผู้ชายหน้าหวานก็ไม่จำเป็จะต้องเป็เกย์ไปเสียทุกคนแต่ไอ้ความรู้สึกไม่ชอบหน้านี่... หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า‘เขม่น’ เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมมันรุนแรงเบอร์นั้น
มารดาของเขาพาครูคนนั้นเข้ามาอีฟเดินลงมาจากบันไดพอดี เขากำลังชะงักเท้าเพื่อที่จะรอดูสถานการณ์อยู่ห่าง ๆแต่พอดี นางเวธนี มารดา หันมาเห็นเสียก่อน
“อ้าวอีฟ มาพอดีเลยลูก” มารดาร่างท้วมท่าทางใจดีรีบกวักมือหย็อยๆ เรียกบุตรชาย “มานี่สิอีฟ แม่ไปติดต่อครูมาแล้ว”
“แม่ทำอะไรไม่ถามผมสักคำ”
อีฟบ่นกระปอดกระแปดคิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากัน สายตาสีน้ำตาลมองไปเห็นครูคนนั้นยิ้มน้อย ๆ ...เอาจริง ๆนะ เขารู้สึกไม่ชอบเลย
“หัวเราะอะไรวะ”
เขาพูดกับตนเองเบาแสนเบาเพื่อไม่ให้ทั้งเ้าตัวและมารดาได้ยินแต่ แป้งหอม ก็อ่านปากของเขาได้ รอยยิ้มนั้นจึงหุบลง
บ้านของอีฟมีเปียโนอยู่แล้วเพราะมันเป็มรดกตกทอดจากคุณพ่อผู้ซึ่งเป็นักเปียโนอยู่แล้วแต่ท่านได้เสียชีวิตลงไปเป็เปียโนเก่าแก่ซึ่งคุณพ่อเคยใช้ในการประกอบอาชีพ
“ครูชื่อแป้งหอมนะ”
ฝ่ายนั้นพูด
“สวัสดีครับ”
อีฟยิ้มแกนๆ ให้ สายตามองสำรวจคนตรงหน้าั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า แต่ก็พยายามไม่ให้เสียมารยาทจนเกินไปคำเดียวเลยคือ ‘ไม่ชอบ !’
“น้องชื่ออะไร”
“อีฟครับ”
เด็กหนุ่มตอบ
“อะจ้า ยังไงแม่ขอฝากด้วยแล้วกันนะคะพอดีคุณพ่อของเขาเสียไปก่อนจะได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้เด็กคนนี้นี่ก็ยังเล่นได้แค่งู ๆ ปลา ๆ อยู่เลย !@#$%^&*()_+”
นางเวธนีรีบเข้ามาโอบไหล่บุตรชายพลางตบปุๆ ฝากฝังให้แป้งหอมเป็การใหญ่
แป้งหอมมองอีฟแล้วก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายท่าจะดื้อดูจากแววตาดื้อรั้นคู่นั้นสิ เขาเองก็ไม่คุ้นเคยกับนักเรียนผู้ชายมากนักโดยเฉพาะที่อยู่ ม.ปลาย แล้ว
“คุณแม่เขาไปเจอครูที่ไหนเหรอครับ”
อีฟพูดขึ้นเมื่อพวกเขาเดินขึ้นบันไดมายังชั้นสองซึ่งเป็ห้องที่มีเปียโนตั้งอยู่
“จากอินเทอร์เน็ตน่ะ ครูลงประกาศรับสอนเปียโนตามบ้าน”
แป้งหอมตอบขณะเดินตามเด็กหนุ่มเข้าไปในห้อง
“เหรอครับ...”
“คุณพ่อของอีฟเป็นักเปียโนด้วยเหรอ”
“ใช่ครับ ชื่อ จีระ”
“อ๋อ อาจารย์จีระ”
อีฟพยักหน้ามองใบหน้าหวานของครูที่ยิ้มให้
“ใช่ครับ รู้จักด้วยเหรอ”
‘ฟังจากการพูดจาก็ดูเรียบร้อยดี น่าจะไม่เป็ไรมั้ง’
แป้งหอมคิดให้กำลังใจตนเองถึงอย่างไรนางเวธนีก็จ่ายค่าเรียนให้แล้ว เขาก็ต้องตั้งใจสอนอย่างดีที่สุด
“รู้จักสิ”
ชายหนุ่มตอบออกไป
ว่าแล้วก็เริ่มต้นสอน
ดูท่าอีฟจะเล่นได้แบบ‘งู ๆ ปลา ๆ’ จริงอย่างที่นางเวธนีว่า
มือใหม่สุดๆ แบบที่ทักษะอะไรยังไม่มีเลย
“หืม”
แป้งหอมรำพึงกับตนเองเพราะไม่คิดว่าบุตรชายของนักเปียโนที่มีชื่อเสียงจะเล่นเปียโนดูไม่เป็เอาเลย
อีฟได้ยินเสียงชายหนุ่มพึมพำจึงหันมามอง
“...”
เขาคิดไปว่าสงสัยแป้งหอมต้องนึกดูถูกอยู่แน่ๆ เหอะ ! ก็ทำอย่างไรได้ล่ะ ขนาดพ่อเป็นักกีตาร์ ลูกยังเล่นกีตาร์ไม่ได้เลยแล้วนับประสาอะไรกับพ่อเป็นักเปียโน แล้วลูกจำเป็จะต้องเล่นให้ได้
“ครูเป็ลูกครึ่งหรือเปล่าเนี่ย”
เขาชวนคุยนอกเื่ฟังเหมือนมีมิตรจิตมิตรใจแต่ที่จริงไม่ใช่ มันเป็เพราะเขาไม่ชอบคน ๆ นี้เอาเลย
“ทำไมล่ะ”
“ก็ผมของครูสีอ๊อนอ่อน แล้ว ผม ตรงอื่นจะเป็สีอ่อนแบบนี้ด้วยหรือเปล่า”
ลอยหน้าลอยตาพูดเห็นริมฝีปากสีสวยของแป้งหอมยกขึ้นมาเป็รอยยิ้มนิดหน่อย“ไม่หรอกก็ผมสีนี้อยู่แล้ว”
“...”
“ทีน้องอีฟยังตาสีน้ำตาลเลยนี่”
“...ก็ตาสีนี้อยู่แล้ว”
แป้งหอมยิ้ม
ทำไมนะ...เขาถึงรู้สึกเกลียดรอยยิ้มของชายคนนี้จัง มันดู น่ารัก เกินไปไม่เหมาะสมกับผู้ชายเลย...
อีฟไม่ชอบผู้ชายลักษณะเช่นนี้เลยและไม่อยากคบค้าด้วยนั่นเพราะเขายังตัดขาดความคิดที่ว่า อีกฝ่ายเป็เกย์ ? ไม่ได้ หรือเขาจะฟังเพื่อนผู้หญิงที่ห้องพูดคุยเื่ยะโอะอิมากเกินไปถึงมีความคิดฝังหัวแบบนั้น
เพื่อนๆ ที่ห้องเรียนของอีฟเป็สาววายกันเยอะ
พวกหล่อนชอบจับคู่ดารานักร้องเกาหลีพูดคุยเื่แต่งฟิค ว่าง ๆ ก็ดูคอนแล้วก็หัวเราะคิกคักเสียงดัง ถึงไม่อยากรู้เื่ชาวบ้านแต่อย่างไรก็ต้องรู้อยู่ดี
อีฟไม่ใช่ผู้ชายไม่ตามเทรนด์เสียทีเดียวเพราะฉะนั้นเขาก็รู้ ๆ บ้างว่าสมัยนี้ฮิตเื่ประมาณนี้กันชายแท้ทั้งแท่งอย่างเขาไม่สนุกกับเื่แบบนี้เสียทีเดียว ...เอาจริง ๆคือไม่สนุกเลย และเขามองว่ามัน ซิลลี่ สิ้นดี
แต่ถึงพูดไปก็อาจถูกรุมประชาทัณฑ์เสียเปล่าๆ
เอาเป็ว่าความไม่ชอบหน้าก็ไม่ใช่ไร้เหตุผลเสียทีเดียว...แต่มันก็ไร้เหตุผลอยู่ดีนั่นแหละ
เขาพยายามคิดว่าจะต้องเรียนกับครูคนนี้ไปอีกนานแค่ไหน...เป็เดือน ๆ เลยเหรอ นานไปไหม ?
ฟังดูน่าตลกที่จริงแล้วการเรียนดนตรีอย่างจริงจังมันก็ต้องใช้เวลา หลายเดือน ถึง หนึ่งปีขึ้นไปทั้งนั้น แต่นี่เขาคิดว่าเดือนเดียวพอไหมเนี่ยนะ
ครูแป้งหอมมาสอนที่บ้านให้สัปดาห์ละหนึ่งครั้งซึ่งมารดาของเขาเลือกให้วันอาทิตย์เพื่อที่วันเสาร์เขาจะได้มีเวลาพักผ่อนจากการไปโรงเรียนและเคลียร์การบ้านแต่อีฟขอแย้งว่าให้เรียนตอนเย็นวันศุกร์ที่เขากลับมาจากโรงเรียนเลยดีกว่าเพื่อจะได้พักผ่อนยาวๆ ถึงอย่างไรวันศุกร์ก็เป็วันที่โรงเรียนเขาปล่อยเร็วและคาบว่างเยอะอยู่แล้ว
กลายเป็ว่าทุกเย็นวันศุกร์หลังโรงเรียนเลิกอีฟมีภารกิจที่มากมายกว่าคนอื่นคือต้องรีบกลับบ้านมาเรียนเปียโนโดยไม่เต็มใจ...หมายถึง ไม่เต็มใจกับคนสอนคนนี้ น่ะนะเพราะถึงอย่างไรหากสามารถเป็อย่างบิดาได้แม้เพียงสักนิด ตัวเขาเองคงจะดีใจมาก
“ไม่รู้ว่าครูสอนเปียโนคนอื่นไม่มีแล้วหรือไงแม่ผมถึงได้เลือกครูมาสอน”
อีฟพูดขึ้นโดยไม่รักษามารยาทเมื่ออยู่กันสองคนระยะหลัง ๆ มาเขาเริ่มแสดงออกว่าไม่ชอบแป้งหอมมากขึ้นอาการต่อต้านอย่างเห็นได้ชัดทำให้การเรียนไม่คืบหน้าไปไหน
“พูดกับผู้ใหญ่เนี่ยพูดแบบนี้ก็ได้เหรอ”
แป้งหอมว่าหลัง ๆ ชักเริ่มเห็นความร้ายกาจของนายอีฟแล้ว
“ครูเป็ผู้ใหญ่กว่าผมสักกี่ปีเชียว”
อีฟมองหน้า
“ยี่สิบปี... มากพอไหม”
“อึก”
ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเพราะคาดไม่ถึงว่าอย่างแป้งหอมจะมีอายุสามสิบกว่าแล้วทั้งที่หน้ายังเด็กอยู่แท้ ๆ
“ที่จริงมาสอนพิเศษก็ไม่อยากจะดุว่าให้มากนักหรอก แต่น้อย ๆ หน่อยก็ดีนะเอาเวลาพูดไปตั้งใจเรียนซะยังดีกว่า”
“...”
แป้งหอมพอรู้ว่าอีฟไม่ชอบตนเพราะแววตาที่แสดงออกั้แ่คราแรกมันแสดงความ เป็ปฏิปักษ์ อย่างเห็นได้ชัดที่จริงอีฟก็ดูเรียบร้อยดี ไม่น่าเป็เด็กดื้อไปได้เลย
...แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่า ดื้อเงียบ
“ทำไมต้องไม่ชอบครูขนาดนั้น”
ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อพวกเขาเริ่มคุ้นชินกันคำถามนี้เป็คำถามที่ค้างคาอยู่ในใจเขาเสมอ
“ก็ครู... หน้าเหมือนเกย์”
“อะไรนะ ?!”
แป้งหอมร้องเสียงสูง
“จริง ๆ นะ ก็ครูหน้าเหมือนพวกเกย์จริง ๆ นี่เหมือนที่พวกผู้หญิงห้องผมชอบดูกันในมือถือ”
“...”
เงิบสิครับแบบนี้แป้งหอมอ้าปากจะประท้วงแต่แล้วก็หุบลงชายหนุ่มหน้าหวานอดหัวเราะไม่ได้กับความคิดของอีฟ
มันก็ช่วยไม่ได้หรอกเพราะตัวเขาถูกทักแบบนี้เป็ประจำทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย แป้งหอมรู้ดีว่าตนเองห่างไกลจาก ความเป็เกย์ ไปไกลโขแต่บางครั้งคนเราก็ชอบตัดสินคนอื่นง่าย ๆ แบบนี้แหละ
ถึงอย่างไรก็เป็เครื่องยืนยันได้ว่าอีฟยังคงมีความคิดแบบเด็กๆ อยู่
เห็นได้ชัดว่าหากคิดเด็ก ๆ แบบนี้ เด็กคนนี้ก็คงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ...เขาหวังว่าอย่างนั้นนะ
“แล้วที่บ้านมีพี่น้องหรือเปล่า”
ชายหนุ่มเปลี่ยนเื่ขณะสอนในบทเรียนไปด้วย
“ถ้ามีครูก็คงเห็นแล้วสิ ไม่มีหรอกครับผมเป็ลูกคนเดียว”
อีฟย่นจมูก
หากเป็คนอื่นเจอเด็กตอบกวนแบบนี้คงหมดความอดทนไปแล้วแต่พอดีตัวเขาเป็คนมีความอดทนสูงเพราะฉะนั้นแบบนี้ยังจิ๊บ ๆ อยู่อย่างไรก็เข้าใจได้ว่าเ้าตัวถูกมารดาบังคับออกแนวยัดเยียดให้เรียนเปียโนล่ะนะแต่เครื่องดนตรีเนี่ยถ้าไม่อยากเล่นเอง แล้วมันจะได้ผลสักแค่ไหนกัน
“แล้วมีเพลงที่อยากเล่นเป็พิเศษหรือเปล่า จะได้สอนได้ง่ายขึ้น”
แป้งหอมถาม
“ก็มีครับ”
อีฟตอบ
“เพลงอะไรล่ะ”
“นารูโตะ”
“หา ?”
“เพลงการ์ตูน”
“...”
เป็อีกครั้งที่แป้งหอมรู้สึกว่าอีฟช่างไร้เดียงสาเสียจริงเขาเริ่มชินกับเด็กคนนี้มากขึ้นแล้ว ถึงพูดจาไม่ค่อยมีหางเสียงกวนไปกวนมาและชอบทำตาขวาง ๆ ใส่ แต่อีฟก็ยังเป็เด็กอยู่มากปกติเขาสอนเด็กเล็กกว่านี้ก็เลยเพิ่งเคยเจอแบบอีฟนี่แหละ ที่รับสอนทั้งที่เป็เด็กม.ปลาย แล้วก็เพราะตอนติดต่อไปคุณแม่ของอีฟพูดจาสุภาพรัดกุมมาก ๆซึ่งเมื่อเจอตัวจริงเขาก็รู้สึกว่านางเวธนีเป็คนใจดี
แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังรู้สึกไม่วางใจอีฟอยู่ดีฝ่ายนั้นชอบมองหน้าเขาเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา