เขาร้าย แต่เขารัก

    บทที่ 1

            อีฟมองลงไปผ่านทางหน้าต่างซึ่งติดระเบียงของทาวน์เฮาส์ไปยังร่างโปร่งของชายหนุ่มผู้หนึ่ง

            คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน‘ใครมาที่บ้านกันนะ’

            ไม่รู้มารดามีแขกหรือเปล่า...หรืออย่างไร

            เขายังคงเฝ้าสังเกตไปชั่วอึดใจก่อนจะเห็นร่างท้วมของมารดาซึ่งเปิดประตูรั้วออกไปหาชายหนุ่มผู้นั้นทั้งสองคุยกันไม่กี่คำชายหนุ่มคนดังกล่าวก็เข้ามาในตัวบ้านของเขาอีฟรีบซอยเท้าผลุนผลันลงบันไดจากชั้นสองทันทีเพราะระลึกขึ้นได้ว่ามารดาเคยบอกจะจ้างครูสอนเปียโน...

            แต่แบบ...ให้มาสอนที่บ้านเลยเหรอตอนแรกเขาคิดว่ามารดาหมายถึงจะให้เขาออกไปเรียนที่โรงเรียนดนตรีเสียอีก

            ความรู้สึกแรกของอีฟที่เห็นหน้าครูคนนี้คือ...บางครั้งคนเราก็รู้สึกไม่ชอบใครโดยไม่มีเหตุผล

            ใช่ๆ... มันฟังดู แย่ แต่มันก็เป็๲อย่างนั้นจริง ๆ

            ผู้ชายที่เขาเห็นเป็๞ชายหนุ่มซึ่งมีอายุมากกว่าเขา...น่าจะหลายปี เพราะเขาเพิ่งอยู่แค่ชั้น ม.4เอง

            ชายหนุ่มมีผิวขาวหน้าตาน่ารัก ซึ่งอีฟเห็นแล้วค่อนข้างขัดใจในแง่ของ ผู้ชาย ซึ่งมันก็ไม่จำเป็๲ว่าจะต้องเป็๲ไปแบบที่เขาคิดก็ได้มั้งเพราะผู้ชายหน้าหวานก็ไม่จำเป็๲จะต้องเป็๲เกย์ไปเสียทุกคนแต่ไอ้ความรู้สึกไม่ชอบหน้านี่... หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า‘เขม่น’ เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมมันรุนแรงเบอร์นั้น

            มารดาของเขาพาครูคนนั้นเข้ามาอีฟเดินลงมาจากบันไดพอดี เขากำลังชะงักเท้าเพื่อที่จะรอดูสถานการณ์อยู่ห่าง ๆแต่พอดี นางเวธนี มารดา หันมาเห็นเสียก่อน

            “อ้าวอีฟ มาพอดีเลยลูก” มารดาร่างท้วมท่าทางใจดีรีบกวักมือหย็อยๆ เรียกบุตรชาย “มานี่สิอีฟ แม่ไปติดต่อครูมาแล้ว”

            “แม่ทำอะไรไม่ถามผมสักคำ”

            อีฟบ่นกระปอดกระแปดคิ้วคมเข้มขมวดเข้าหากัน สายตาสีน้ำตาลมองไปเห็นครูคนนั้นยิ้มน้อย ๆ ...เอาจริง ๆนะ เขารู้สึกไม่ชอบเลย

            “หัวเราะอะไรวะ”

            เขาพูดกับตนเองเบาแสนเบาเพื่อไม่ให้ทั้งเ๽้าตัวและมารดาได้ยินแต่ แป้งหอม ก็อ่านปากของเขาได้ รอยยิ้มนั้นจึงหุบลง

            บ้านของอีฟมีเปียโนอยู่แล้วเพราะมันเป็๞มรดกตกทอดจากคุณพ่อผู้ซึ่งเป็๞นักเปียโนอยู่แล้วแต่ท่านได้เสียชีวิตลงไปเป็๞เปียโนเก่าแก่ซึ่งคุณพ่อเคยใช้ในการประกอบอาชีพ

            “ครูชื่อแป้งหอมนะ”

            ฝ่ายนั้นพูด

            “สวัสดีครับ”

            อีฟยิ้มแกนๆ ให้ สายตามองสำรวจคนตรงหน้า๻ั้๫แ๻่ศีรษะจรดปลายเท้า แต่ก็พยายามไม่ให้เสียมารยาทจนเกินไปคำเดียวเลยคือ ‘ไม่ชอบ !’

            “น้องชื่ออะไร”

            “อีฟครับ”

            เด็กหนุ่มตอบ

            “อะจ้า ยังไงแม่ขอฝากด้วยแล้วกันนะคะพอดีคุณพ่อของเขาเสียไปก่อนจะได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้เด็กคนนี้นี่ก็ยังเล่นได้แค่งู ๆ ปลา ๆ อยู่เลย !@#$%^&*()_+”

            นางเวธนีรีบเข้ามาโอบไหล่บุตรชายพลางตบปุๆ ฝากฝังให้แป้งหอมเป็๲การใหญ่

            แป้งหอมมองอีฟแล้วก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายท่าจะดื้อดูจากแววตาดื้อรั้นคู่นั้นสิ เขาเองก็ไม่คุ้นเคยกับนักเรียนผู้ชายมากนักโดยเฉพาะที่อยู่ ม.ปลาย แล้ว

             

            “คุณแม่เขาไปเจอครูที่ไหนเหรอครับ”

            อีฟพูดขึ้นเมื่อพวกเขาเดินขึ้นบันไดมายังชั้นสองซึ่งเป็๲ห้องที่มีเปียโนตั้งอยู่

            “จากอินเทอร์เน็ตน่ะ ครูลงประกาศรับสอนเปียโนตามบ้าน”

            แป้งหอมตอบขณะเดินตามเด็กหนุ่มเข้าไปในห้อง

            “เหรอครับ...”

            “คุณพ่อของอีฟเป็๲นักเปียโนด้วยเหรอ”

            “ใช่ครับ ชื่อ จีระ”

            “อ๋อ อาจารย์จีระ”

            อีฟพยักหน้ามองใบหน้าหวานของครูที่ยิ้มให้

            “ใช่ครับ รู้จักด้วยเหรอ”

            ‘ฟังจากการพูดจาก็ดูเรียบร้อยดี น่าจะไม่เป็๞ไรมั้ง’

            แป้งหอมคิดให้กำลังใจตนเองถึงอย่างไรนางเวธนีก็จ่ายค่าเรียนให้แล้ว เขาก็ต้องตั้งใจสอนอย่างดีที่สุด

            “รู้จักสิ”

            ชายหนุ่มตอบออกไป

            ว่าแล้วก็เริ่มต้นสอน

            ดูท่าอีฟจะเล่นได้แบบ‘งู ๆ ปลา ๆ’ จริงอย่างที่นางเวธนีว่า

            มือใหม่สุดๆ  แบบที่ทักษะอะไรยังไม่มีเลย

            “หืม”

            แป้งหอมรำพึงกับตนเองเพราะไม่คิดว่าบุตรชายของนักเปียโนที่มีชื่อเสียงจะเล่นเปียโนดูไม่เป็๞เอาเลย

            อีฟได้ยินเสียงชายหนุ่มพึมพำจึงหันมามอง

            “...”

            เขาคิดไปว่าสงสัยแป้งหอมต้องนึกดูถูกอยู่แน่ๆ เหอะ ! ก็ทำอย่างไรได้ล่ะ ขนาดพ่อเป็๲นักกีตาร์ ลูกยังเล่นกีตาร์ไม่ได้เลยแล้วนับประสาอะไรกับพ่อเป็๲นักเปียโน แล้วลูกจำเป็๲จะต้องเล่นให้ได้

            “ครูเป็๞ลูกครึ่งหรือเปล่าเนี่ย”

            เขาชวนคุยนอกเ๱ื่๵๹ฟังเหมือนมีมิตรจิตมิตรใจแต่ที่จริงไม่ใช่ มันเป็๲เพราะเขาไม่ชอบคน ๆ นี้เอาเลย

            “ทำไมล่ะ”

            “ก็ผมของครูสีอ๊อนอ่อน แล้ว ผม ตรงอื่นจะเป็๲สีอ่อนแบบนี้ด้วยหรือเปล่า”

            ลอยหน้าลอยตาพูดเห็นริมฝีปากสีสวยของแป้งหอมยกขึ้นมาเป็๞รอยยิ้มนิดหน่อย“ไม่หรอกก็ผมสีนี้อยู่แล้ว”

            “...”

            “ทีน้องอีฟยังตาสีน้ำตาลเลยนี่”

            “...ก็ตาสีนี้อยู่แล้ว”

            แป้งหอมยิ้ม

            ทำไมนะ...เขาถึงรู้สึกเกลียดรอยยิ้มของชายคนนี้จัง มันดู น่ารัก เกินไปไม่เหมาะสมกับผู้ชายเลย...

            อีฟไม่ชอบผู้ชายลักษณะเช่นนี้เลยและไม่อยากคบค้าด้วยนั่นเพราะเขายังตัดขาดความคิดที่ว่า อีกฝ่ายเป็๞เกย์ ? ไม่ได้ หรือเขาจะฟังเพื่อนผู้หญิงที่ห้องพูดคุยเ๹ื่๪๫ยะโอะอิมากเกินไปถึงมีความคิดฝังหัวแบบนั้น

            เพื่อนๆ ที่ห้องเรียนของอีฟเป็๲สาววายกันเยอะ

            พวกหล่อนชอบจับคู่ดารานักร้องเกาหลีพูดคุยเ๹ื่๪๫แต่งฟิค ว่าง ๆ ก็ดูคอนแล้วก็หัวเราะคิกคักเสียงดัง ถึงไม่อยากรู้เ๹ื่๪๫ชาวบ้านแต่อย่างไรก็ต้องรู้อยู่ดี

            อีฟไม่ใช่ผู้ชายไม่ตามเทรนด์เสียทีเดียวเพราะฉะนั้นเขาก็รู้ ๆ บ้างว่าสมัยนี้ฮิตเ๱ื่๵๹ประมาณนี้กันชายแท้ทั้งแท่งอย่างเขาไม่สนุกกับเ๱ื่๵๹แบบนี้เสียทีเดียว ...เอาจริง ๆคือไม่สนุกเลย และเขามองว่ามัน ซิลลี่ สิ้นดี

            แต่ถึงพูดไปก็อาจถูกรุมประชาทัณฑ์เสียเปล่าๆ

            เอาเป็๲ว่าความไม่ชอบหน้าก็ไม่ใช่ไร้เหตุผลเสียทีเดียว...แต่มันก็ไร้เหตุผลอยู่ดีนั่นแหละ

            เขาพยายามคิดว่าจะต้องเรียนกับครูคนนี้ไปอีกนานแค่ไหน...เป็๞เดือน ๆ เลยเหรอ นานไปไหม ?

            ฟังดูน่าตลกที่จริงแล้วการเรียนดนตรีอย่างจริงจังมันก็ต้องใช้เวลา หลายเดือน ถึง หนึ่งปีขึ้นไปทั้งนั้น แต่นี่เขาคิดว่าเดือนเดียวพอไหมเนี่ยนะ

            ครูแป้งหอมมาสอนที่บ้านให้สัปดาห์ละหนึ่งครั้งซึ่งมารดาของเขาเลือกให้วันอาทิตย์เพื่อที่วันเสาร์เขาจะได้มีเวลาพักผ่อนจากการไปโรงเรียนและเคลียร์การบ้านแต่อีฟขอแย้งว่าให้เรียนตอนเย็นวันศุกร์ที่เขากลับมาจากโรงเรียนเลยดีกว่าเพื่อจะได้พักผ่อนยาวๆ ถึงอย่างไรวันศุกร์ก็เป็๞วันที่โรงเรียนเขาปล่อยเร็วและคาบว่างเยอะอยู่แล้ว

            กลายเป็๲ว่าทุกเย็นวันศุกร์หลังโรงเรียนเลิกอีฟมีภารกิจที่มากมายกว่าคนอื่นคือต้องรีบกลับบ้านมาเรียนเปียโนโดยไม่เต็มใจ...หมายถึง ไม่เต็มใจกับคนสอนคนนี้ น่ะนะเพราะถึงอย่างไรหากสามารถเป็๲อย่างบิดาได้แม้เพียงสักนิด ตัวเขาเองคงจะดีใจมาก

             

            “ไม่รู้ว่าครูสอนเปียโนคนอื่นไม่มีแล้วหรือไงแม่ผมถึงได้เลือกครูมาสอน”

            อีฟพูดขึ้นโดยไม่รักษามารยาทเมื่ออยู่กันสองคนระยะหลัง ๆ มาเขาเริ่มแสดงออกว่าไม่ชอบแป้งหอมมากขึ้นอาการต่อต้านอย่างเห็นได้ชัดทำให้การเรียนไม่คืบหน้าไปไหน

            “พูดกับผู้ใหญ่เนี่ยพูดแบบนี้ก็ได้เหรอ”

            แป้งหอมว่าหลัง ๆ ชักเริ่มเห็นความร้ายกาจของนายอีฟแล้ว

            “ครูเป็๲ผู้ใหญ่กว่าผมสักกี่ปีเชียว”

            อีฟมองหน้า

            “ยี่สิบปี... มากพอไหม”

            “อึก”

            ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเพราะคาดไม่ถึงว่าอย่างแป้งหอมจะมีอายุสามสิบกว่าแล้วทั้งที่หน้ายังเด็กอยู่แท้ ๆ

            “ที่จริงมาสอนพิเศษก็ไม่อยากจะดุว่าให้มากนักหรอก แต่น้อย ๆ หน่อยก็ดีนะเอาเวลาพูดไปตั้งใจเรียนซะยังดีกว่า”

            “...”

            แป้งหอมพอรู้ว่าอีฟไม่ชอบตนเพราะแววตาที่แสดงออก๻ั้๫แ๻่คราแรกมันแสดงความ เป็๞ปฏิปักษ์ อย่างเห็นได้ชัดที่จริงอีฟก็ดูเรียบร้อยดี ไม่น่าเป็๞เด็กดื้อไปได้เลย

            ...แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่า ดื้อเงียบ

            “ทำไมต้องไม่ชอบครูขนาดนั้น”

            ชายหนุ่มถามขึ้นเมื่อพวกเขาเริ่มคุ้นชินกันคำถามนี้เป็๲คำถามที่ค้างคาอยู่ในใจเขาเสมอ

            “ก็ครู... หน้าเหมือนเกย์”

            “อะไรนะ ?!”

            แป้งหอมร้องเสียงสูง

            “จริง ๆ นะ ก็ครูหน้าเหมือนพวกเกย์จริง ๆ นี่เหมือนที่พวกผู้หญิงห้องผมชอบดูกันในมือถือ”

            “...”

            เงิบสิครับแบบนี้แป้งหอมอ้าปากจะประท้วงแต่แล้วก็หุบลงชายหนุ่มหน้าหวานอดหัวเราะไม่ได้กับความคิดของอีฟ

            มันก็ช่วยไม่ได้หรอกเพราะตัวเขาถูกทักแบบนี้เป็๞ประจำทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย แป้งหอมรู้ดีว่าตนเองห่างไกลจาก ความเป็๞เกย์ ไปไกลโขแต่บางครั้งคนเราก็ชอบตัดสินคนอื่นง่าย ๆ แบบนี้แหละ

            ถึงอย่างไรก็เป็๲เครื่องยืนยันได้ว่าอีฟยังคงมีความคิดแบบเด็กๆ อยู่

            เห็นได้ชัดว่าหากคิดเด็ก ๆ แบบนี้ เด็กคนนี้ก็คงไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ...เขาหวังว่าอย่างนั้นนะ

            “แล้วที่บ้านมีพี่น้องหรือเปล่า”

            ชายหนุ่มเปลี่ยนเ๹ื่๪๫ขณะสอนในบทเรียนไปด้วย

            “ถ้ามีครูก็คงเห็นแล้วสิ ไม่มีหรอกครับผมเป็๲ลูกคนเดียว”

            อีฟย่นจมูก

            หากเป็๲คนอื่นเจอเด็กตอบกวนแบบนี้คงหมดความอดทนไปแล้วแต่พอดีตัวเขาเป็๲คนมีความอดทนสูงเพราะฉะนั้นแบบนี้ยังจิ๊บ ๆ อยู่อย่างไรก็เข้าใจได้ว่าเ๽้าตัวถูกมารดาบังคับออกแนวยัดเยียดให้เรียนเปียโนล่ะนะแต่เครื่องดนตรีเนี่ยถ้าไม่อยากเล่นเอง แล้วมันจะได้ผลสักแค่ไหนกัน

            “แล้วมีเพลงที่อยากเล่นเป็๞พิเศษหรือเปล่า จะได้สอนได้ง่ายขึ้น”

            แป้งหอมถาม

            “ก็มีครับ”

            อีฟตอบ

            “เพลงอะไรล่ะ”

            “นารูโตะ”

            “หา ?”

            “เพลงการ์ตูน”

            “...”

            เป็๲อีกครั้งที่แป้งหอมรู้สึกว่าอีฟช่างไร้เดียงสาเสียจริงเขาเริ่มชินกับเด็กคนนี้มากขึ้นแล้ว ถึงพูดจาไม่ค่อยมีหางเสียงกวนไปกวนมาและชอบทำตาขวาง ๆ ใส่ แต่อีฟก็ยังเป็๲เด็กอยู่มากปกติเขาสอนเด็กเล็กกว่านี้ก็เลยเพิ่งเคยเจอแบบอีฟนี่แหละ ที่รับสอนทั้งที่เป็๲เด็กม.ปลาย แล้วก็เพราะตอนติดต่อไปคุณแม่ของอีฟพูดจาสุภาพรัดกุมมาก ๆซึ่งเมื่อเจอตัวจริงเขาก็รู้สึกว่านางเวธนีเป็๲คนใจดี

            แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังรู้สึกไม่วางใจอีฟอยู่ดีฝ่ายนั้นชอบมองหน้าเขาเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา