หลังจากผ่านเหตุการณ์ในวันพิธีอภิเษก จักรพรรดิมีคำสั่งปลดรัชทายาทเป็นสามัญชน แล้วขับไล่ไปอยู่ชายแดน ห้ามกลับมาเมืองหลวงตลอดชีวิต
ส่วนพระสนมจีก็ปล่อยข่าวออกไปว่าสิ้นพระชนม์ด้วยโรคภัย องค์ชายซีหยางเสียสติถูกส่งไปพระราชวังต้องห้าม ไม่ให้ออกมาอีก ตำแหน่งรัชทายาท องค์จักรพรรดิยังไม่ประกาศแต่งตั้งใคร 7วันผ่านไป ก็มีราชโองการให้ราชครูน้อยเข้าเฝ้า เทียนเข้าไปมีขุนนางและเชื้อพระวงศ์ยืนกันเต็มไปหมด เทียนเดินมาถึงก็คำนับ องค์จักรพรรดิกับฮองเฮา
“ ราชครูน้อย ข้ารู้สึกถูกชะตากับเจ้ายิ่งนัก เจ้ายินดีที่จะมาเป็นโอรสบุญธรรมของข้าหรือไม่” ฮองเฮาเจอหน้าเทียนก็รีบเอ่ยออกมาทันที
“ ว่าไงล่ะราชครูน้อย ฮองเฮาไม่มีทั้งโอรสและธิดา บ่นกับข้าว่าอยากได้เจ้ามาเป็นโอรสบุญธรรม ข้าเลยให้ถามกับเจ้าเอาเอง” จักรพรรดิเอ่ยรอยยิ้ม
“ เป็นพระมหากรุณาธิคุณ พระเจ้าค่ะ” เทียนได้แม่เพิ่มอีกคนก็รู้สึกดีเช่นกัน
จากนั้นกงกง ก็นำถ้วยน้ำชามาให้เทียนสองถ้วย เทียนนำไปให้ ฮองเฮา แล้วก็องค์จักรพรรดิ พอทั้งสองดื่มเสร็จ กงกงก็บอกให้เทียนเรียกเสด็จแม่ด้วย
เทียนคุกเข่า ทันที
“ เสด็จแม่” ทั้งหมดตกใจ เพราะไม่คิดว่าเทียนจะคุกเข่า
“ ไหนเจ้าบอกว่าร่างเซียน จะคุกเข่าให้คนธรรมดาไม่ได้ยังไง” จักรพรรดิถามด้วยความตกใจ
“ คนที่กระหม่อมคุกเข่าให้ได้ มีเพียงพ่อ แม่ และอาจารย์เท่านั้น” เทียนอธิบายเสร็จ จักรพรรดิเลยยิ้มผ่อนคลาย
“ เมื่อเจ้าเรียกข้าว่าเสด็จแม่ เจ้าต้องเรียก องค์จักรพรรดิว่าเสด็จพ่อด้วย” ฮองเฮารีบเอ่ยอย่างมีความสุข
“ เสด็จพ่อ” เทียนทำตามฮองเฮาอย่างว่าง่าย แล้วพระนางก็ให้เทียนเข้ามาหาแล้วทรงโอบกอดเทียนเอาไว้แน่น ขุนนางทั้งหมด ต่างร้องแสดงความยินดีกับ
จักรพรรดิและฮองเฮา และมีราชโองการออกไป ว่าต่อไปราชครูน้อย คือองค์ชายหลี่เทียน แห่งราชวงศ์คิงส์หยาง ประกาศให้รู้ไปทั่วจักรวรรดิ และเมืองบริวารทั้งหมด เทียนอยู่จักรวรรดิคิงส์หยางอีก 7 วันก็เดินทางกลับไปพร้อมกับ องค์ชายใหญ่ และ องค์หญิงหยวนอี้ โดยเรือมังกรของจักรวรรดิคิงส์หยาง โดยมีองครักษ์ระดับ ยอดยุทธ์จักรพรรดิ ไปส่งถึง 4 คน
“ นักพรตน้อยตอนนี้ข้าควรเรียกเจ้าว่าอะไรดี” องค์หญิงหยวนอี้เอ่ยกับเทียน
“ ก็เรียกแบบเดิมนี้แหละ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงใดใด” เทียนบอกให้เรียกเหมือนเดิม
“ อย่างไรก็ตามข้าต้องขอบคุณ เจ้าด้วยนักพรตน้อย” องค์ชายใหญ่เอ่ยขอบคุณเทียนอย่างจริงใจ
“ ไม่เป็นไร “
พอมาถึงเมืองเจิ้งหนัน มีจักรพรรดิเจิ้งหนันมารอต้อนรับด้วยตัวเอง พอเรือมังกรมาถึง ทุกคนก็ต่างเรียกเทียนว่าองค์ชายน้อยกันไปหมด เทียนไม่รู้จะพูดอย่างไร
“ อาจารย์อา ท่านเรียกข้าเหมือนเดิมเถอะฟังแล้วมันไม่ชินเลย” เทียนเอ่ยกับจักรพรรดิเจิ้งหนัน
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรื่องนี้คงไม่ได้ ต่อหน้าคนอื่นมากมายแบบนี้ ต้องเรียกองค์ชายน้อย
แต่ถ้าพวกเราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง ก็เรียกเช่นเดิมก็ได้” จักรพรรดิเจิ้งหนันเอ่ยด้วยความดีใจที่ทั้งโอรส และ ธิดากลับมาพร้อมกัน จากนั้นยอดยุทธ์ระดับ จักรพรรดิทั้งสี่คนก็นำพระราชสาสน์มาให้องค์จักรพรรดิ เจิ้งหนัน พอเปิดออกดู องค์จักรพรรดิอ่านจบแล้วถึงกับน้ำตาไหลออกมา แล้วเอ่ยขอบคุณ ยอดยุทธ์จักรพรรดิทั้งสี่
แล้วหันไปบอกกับทุกคน ที่มารอต้อนรับในครั้งนี้ว่า
“ ต่อแต่นี้เป็นต้นไป จักรวรรดิคิงส์หยาง ได้ยกเลิกเมืองเจิ้งหนัน ไม่ต้องส่งบรรณาการไปให้จักรวรรดิคิงส์หยางอีกต่อไป และอนุญาตให้เมืองเจิ้งหนันกลับมาเป็นจักรวรรดิได้เหมือนเดิม เป็นพันธมิตร คู่กับคิงส์หยางตลอดไป” พอจักรพรรดิประกาศจบ ทุกคนต่างโห่ร้องยินดีกันไปทั่ว จักรพรรดิเจิ้งหนันรู้เรื่องทุกอย่างจากแม่ทัพฉางอี้หมดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นผลมาจาก องค์ชายน้อยแต่เพียงผู้เดียว จึงได้หันมาพยักหน้าให้เทียนอีกครั้งเป็นความหมายว่าขอบคุณ องค์หญิงหยวนอี้ก็ดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ รีบดึงเทียนเข้ามากอดขอบคุณ เทียนได้แต่ยิ้ม อย่างเดียว
เทียนกลับสำนักม่านกู่ก็ไปหา แก๊งห้าพยัคฆ์ ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง
พอไปถึงบ้านพักที่เคยเป็นที่อยู่ของเทียน ก็ถูกคนอื่น ๆมาแย่งเอาไปเสียแล้ว
เทียนไปที่พวกแก๊งห้าพยัคฆ์ เคยนั่งอยู่ก็พบ ทั้งห้า นั่งอยู่ที่เดิมไม่ได้เปลี่ยนจากเดิมเท่าไร พอเห็นเทียนมา พวกแก๊งห้าพยัคฆ์ก็ดีใจ รีบมาหาทันที
“ ลูกพี่ หายไปหลายเดือนเลย ตั้งแต่ถูกเจ้าสำนักพาไป ไม่ได้ข่าวเลย” จ้าวหนึ่งเอ่ย
“ แล้วพวกเจ้าทำไมไม่อยู่ที่บ้านพัก หลังนั้น” เทียนสงสัย
“ โอ้ย อยู่ไม่ได้ พอลูกพี่จากไป ก็เจอพวกแก๊งมังกรฟ้า มาแย่งเอาไปเสียแล้ว” เจ้าสองรีบเอ่ยตอบ
“ ทำไม พวกเจ้าสู้มันไม่ได้เลยหรือ” เทียนลองถาม
“ โธ่ พวกเรามีพลังแค่ อัครพรหมเทพ 50 พวกมันมีแต่ระดับ ราชันยุทธ์ พวกเราจะไปสู้ได้อย่างไร” เจ้าสามเอ่ยบ้าง
“ เอานี่พวกเจ้ากินกันคนละเม็ด แล้วนั่งปรับพลัง แล้วพวกเราค่อยไปเอาบ้านพวกเราคืน” เทียนพูดเสร็จ ก็หยิบเม็ดยา อัครพรหมเทพ ให้ทั้ง 5 คน พอทั้ง 5 คนกิน
พลังที่มีอยู่ระดับอัครพรหมเทพ 50 ก็ขึ้นทันที คนละ 2 ระดับ เป็น 52 ระดับทันที
“ นี่คือยันต์อัญเชิญเทพ พวกเจ้าเอาไว้ติดตัว ใช้ได้ครั้งไม่เกิน 30 นาที พลังพวกเจ้าจะขึ้นไปอีก 10 ระดับ น่าจะอยู่ในราชันยุทธ์ เอามาแปะเอาไว้ที่หน้าอกมันก็ใช้งานได้แล้ว เทียนแจกกระดาษยันต์สีเขียวไว้ให้ทั้ง ห้าคน แล้วพากันที่บ้านที่เคยอยู่ พอไปถึง ทั้ง 5 คน ก็เรียกคนในบ้านออกมา มีคนในแก๊งมังกรฟ้าออกมาเกือบ 70 คน แต่ละคนอยู่ในระดับราชันยุทธ์ขั้นต้น กับขั้นกลางเกือบทั้งหมด
พยัคฆ์ทั้ง 5 คนถอยออกมาอยู่หลังเทียน
“ ไอ้หนู เจ้าเป็นใคร หรือว่ามาท้าสู้เอาบ้านคืนหรือ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งใส่เสื้อแขนกุด โชว์ลายสักมังกรมีปีก ในแขนทั้งสองข้าง
“ ข้าจะนับ 1-10 พวกเจ้า วางกุญแจเอาไว้ แล้วรีบหนีไปให้เร็วที่สุด”
เทียนส่งเสียงราบเรียบบอกอกไป ทั้งเจ็ดสิบคนส่งเสียงหัวเราะกันลั่น แก๊งนี้ไม่มีใครรู้จักเทียนสักคน สงสัยเพิ่งเข้ามาใหม่ เจ้าหนึ่งเริ่มนับ 1 2 3 4 5 6
เทียนไม่รอแล้ว ใช้ฝ่ามือยูไล ท่าแรก ปล่อยพลังฝ่ามือออกไป กลายเป็น ฝ่ามือเงาพุ่งเข้าใส่ทั้งเจ็ดสิบคน ต่างกระเด็นล้มระเนระนาด ไม่มีใครเข้าใกล้เทียนได้เลยสักคน เทียนปล่อยฝ่ามือ ไป สิบกว่าฝ่ามือ ทั้งเจ็บสิบคน นอนกันเกลื่อนไปหมด แล้วทั้งแก๊งห้าพยัคฆ์ก็วิ่งไปลอกคราบพวกมันทั้งหมดตามความเคยชิน โดยที่เทียนไม่บอกพวกมันเลยสักคำ จากนั้นเทียนก็ใช้พลังฝ่ามือ กวาดพวกมันออกไปจนหมด เทียนกลับเข้าไปในบ้าน
“ พวกเจ้าต่อไปนี้ ไม่ต้องไม่เอาถุงเงินของใครอีกต่อไป ระดับแก๊งห้าพยัคฆ์ เงินแค่นี้พวกเจ้าไม่ต้องไปสนใจอีก นี่ พวกเจ้าเอาไว้ติดตัว คนละ 10 ล้านเหรียญทอง
เก็บไว้ซื้อทรัพยากร ที่จำเป็นในการฝึกฝน แล้วช่วยเหลือผู้ตกยาก หรือผู้ที่อ่อนแอกว่า ” เทียนโยนถุงเงินให้ ทั้ง 5 คน คนละ 10 ล้านเหรียญทั้งห้าคนเห็นเงินจำนวนมาทำท่าจะเป็นลม ไม่เคยเห็นเช่นนี้มาก่อน จากนั้นเทียนก็ ให้เม็ดยา อัครพรหมเทพให้ทุกคน อีกคนละ 4 เม็ด
“ ยาที่ให้นี้ พวกเจ้ากินทุกสามเดือน อีก1 ปี พวกเจ้าทั้งหมดจะก้าวขึ้นสู่ระดับ ราชันยุทธ์ จากนั้นค่อยว่ากันใหม่” เทียนเอ่ยจบก็บอกว่า ช่วงนี้หากใครมาก่อเรื่องชิงบ้าน ให้ติดต่อผ่านหยกไป แล้วเทียนก็ออกไปที่ถ้ำวิมานเทพ ที่เทียนอยู่ แล้วค่อยไปพบอาจารย์ เพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้อาจารย์ฟัง
ที่พักอาจารย์เจ้าสำนัก มีศิษย์พี่รอง ยืนอยู่กับอาจารย์เจ้าสำนัก อาจารย์เลยแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน
“ ศิษย์พี่รอง” เทียนคำนับศิษย์พี่รองซ่งหนาน เป็นชายหนุ่ม วัย 25 ปี มีพลังราชันอัครพรหมเทพ ระดับ 70 แล้ว
“ ศิษย์น้องเล็ก ได้ข่าวเจ้ากลายเป็นองค์ชายน้อยไปแล้วหรือ” ศิษย์พี่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ พอดีฮองเฮาท่านไม่มีบุตร ก็เลยเมตตารับข้าเป็นบุตร”
“ ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ท่านจักรพรรดิเจิ้งหนันมาบอกข้าด้วยตัวเอง เจ้าทำได้ดีมาก ต่อไปนี้ เมืองเจิ้งหนัน จะได้มีอิสระเสียที และโชคดียิ่งนัก ที่องค์หญิงและองค์ชายกลับมาอย่างปลอดภัย” อาจารย์เจ้าสำนักปลื้มใจยิ่งนัก จากนั้นก็โยนแผ่นหยกให้เทียนแผ่นหนึ่ง
“ นี่คือคะแนนภารกิจ ในครั้งนี้ 1 ล้านคะแนน เจ้าอยากได้สมุนไพรระดับต่ำกว่าหมื่นปี น่าจะมีอยู่มากมาย แล้วก็ พวกตำรายาสมุนไพร และ พวกตำราเวทย์ที่เจ้าสนใจ เจ้าอยากได้อะไร ก็ไปแลกเอามา” เจ้าสำนักเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม เทียนกล่าวขอบคุณแล้วขอตัวลา กลับไปที่พัก แล้วเข้าไปในเจดีย์
“ ท่านปู่หลี่ข้าพร้อมฝึกวิชานิรันดร์ที่ ห้าแล้ว” เทียนบอกปู่หลี่ จากนั้นปู่หลี่ต้าเหอ
จึงให้เม็ดยานิรันดร์ที่ห้าให้ เทียนกินเข้าไปก็นั่งทำสมาธิ แล้วเริ่มรวบรวมปราณทั้งหมดไว้ที่ทะเลแห่งจิตวิญญาณ เพื่อเปิดวิชานิรันดร์ที่ ห้า ดวงเนตรสวรรค์
ระดับเริ่มต้นสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ชัดเจนยิ่งมองใกล้เหมือนเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ยิ่งมองไกล ชัดเจนยิ่งกว่ากล้องส่องทางไกลเสียอีก ไม่แค่นั้นสามารถ มองเห็นวิญญาณมนุษย์และสัตว์ได้อย่างชัดเจน และยังสามารถมองเห็นมิติที่อยู่ซ้อนกันเป็นแนวระนาบกับโลกได้ ต่อไปถ้าฝึกพลังเทพมิติโดยใช้ก้อนหินมิติที่มีก็สามารถหลบซ่อนในอีกมิติ หนึ่งได้เลย
ระดับกลาง สามารถปล่อยพลังรักษา ฟื้นฟู และทำลาย ทั้งชีวิต สิ่งของ และ สถานที่ ถ้าฝึกถึงระดับนี้ได้ก็คงกลายเป็นเซียนไปแล้วกระมัง เทียนคิดในใจ
ระดับสุดท้าย ดวงไฟบรรลัยกัลป์ ยังไม่มีใครฝึกถึงระดับนี้ได้ เพราะถ้าปล่อยออกมาโลกใบนี้คงไม่เหลือแม้แต่ซาก
เทียนเริ่มระดับต้นก่อนเลยเพื่อที่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ หลังจากที่เข้ามาในมิติแห่งนี้ เทียนไม่เคยเห็นวิญญาณมนุษย์ มีแต่วิญญาณสัตว์ที่มารวมร่างกับมนุษย์เท่านั้น
เทียนเริ่มฝึกโดยการนั่งสมาธิอยู่ใน สระมรกต แล้วเริ่มรวมพลังจากธรรมที่แท้จริงซึ่งอยู่รอบๆตัวเรา ที่เป็นเพียงอนุภาคที่เล็กๆ ที่สุด สามารถแทรกซึม เข้าร่างกายได้ทันที แล้ว นำมารวมกับ พลังปราณ และพลังจิต ให้อยู่ในสภาวะนิ่งที่สุด แล้วหายใจ เข้าและออก อย่างอ่อนโยน คล้ายเด็กทารกเวลาอยู่ในครรภ์ แล้วก็หลอมรวมอนุภาคธรรมชาติ ลมปราณที่บริสุทธิ์ และ จิตวิญญาณจนทำให้เกิด ดวงแก้วสีทองขึ้นมาดวงเล็กๆ 1 ดวง เทียนเริ่มปล่อยให้ดวงแก้วสีทองเคลื่อนย้ายไปมาในร่างกาย ทำให้ เทียนสามารถเห็นอวัยวะภายในของตัวเองได้ทั้งหมดอย่างละเอียดตามที่ลูกแก้วเคลื่อนย้ายไป เทียนบังคับให้มัน มันก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามที่จิตกำหนด จนมันขึ้นไปสู่จุดที่หน้าผากแล้ว
เทียนทำขั้นตอนสุดท้าย คือ การรวมพลังสมาธิขั้นสูงสุด โดยทำให้ลมหายใจเข้าออก ไม่ได้เพียงแต่เฉพาะ ปาก หรือ จมูกเท่านั้น แต่สามารถหายใจเข้าออกได้ ทั่วร่างกาย
ทำได้ถึงขั้นนี้แล้ว เทียนก็อยู่ในสภาวะนึ่ง จนพลังทั้งหมดรวมเข้าที่ดวงแก้วสีทองจนถึงขีดสุด ทำให้เกิดดวงตาที่สามขึ้นบนหน้าผากของเทียน มีแสงส่องสีทองส่องออกมาทั่วไปทั่วถ้ำสระมรกต เทียนจ้องลงไปในน้ำ มองเห็นสิ่งที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป เห็นผิวน้ำที่ใสแต่มีแร่ธาตุเจือปน เห็นแร่ธาตุที่เจือปนว่ามีอนุภาคที่มีเล็กที่สุดมากมาย มองเห็นแบบไม่มีจุดจบ เห็นแบบไม่มีขอบเขต และยังลงลึกเข้าไปในอนุภาคเล็ก ๆ ของทุกๆสิ่ง เทียนหลับตาสักพัก ตาที่สามก็หายไป พอเทียนเพ่งจิตออกมาอีกครั้ง ดวงตาที่สามก็ปรากฏอีกครั้ง เทียนสามารถควบคุมการมองเห็นระดับต้น หรือที่เรียก เบิกเนตรสวรรค์ได้แล้ว....