เข็มนาฬิกาบนผนังห้องนั่งเล่นเดินวนไปอย่างเชื่องช้า เสียงติ๊ก... ติ๊ก... ของมันสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของคฤหาสน์หลังใหญ่ ราวกับกำลังย้ำเตือนถึง่เวลาแห่งความทรมานที่ผมกำลังเผชิญ ผมนั่งรออยู่บนเก้าอี้ยาวตัวยาวในห้องนั่งเล่นที่เปิดไฟเพียงสลัวๆ สายตาจับจ้องไปที่ประตูบานใหญ่ทางเข้าบ้านอย่างไม่ลดละ ความรู้สึกในใจมันตีรวนปั่นป่วนไปหมด ทั้งความห่วงใย ความกระวนกระวายใจ และความเ็ปที่บาดลึกทะลุขั้วหัวใจ
ผมรู้ดีว่าคืนนี้ 'เกด' ภรรยาสุดที่รักของผม เธอต้องไปเผชิญหน้ากับอะไร ผมรู้... ผมได้ยินทุกอย่างจากบทสนทนาทางโทรศัพท์ในคืนนั้น ข้อตกลงลับๆ ที่เธอทำกับ 'กิตติธัช' อดีตสามีของเธอ ข้อตกลงที่ต้องแลกด้วยร่างกายและศักดิ์ศรีของเธอ เพื่อปกป้องบริษัทและครอบครัวของเราเอาไว้
ความรู้สึกผิดและตราบาปกัดกินหัวใจผมอย่างช้าๆ ผมเป็สามี เป็ผู้ชายที่ควรจะปกป้องเธอได้ แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้เลย ต้องปล่อยให้ผู้หญิงที่ผมรักสุดหัวใจต้องไปทนรับััจาบจ้วงหยาบคายจากผู้ชายคนอื่น เพียงเพราะความอ่อนแอและไร้กำลังของผมเอง ผมกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ความโกรธแค้นตัวเองมันสุมทุมอยู่ในอกจนแทบะเิ แต่ผมก็ต้องสะกดกลั้นมันเอาไว้ ผมจะแสดงความอ่อนแอให้เกดเห็นไม่ได้เด็ดขาด
เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ที่คุ้นเคยก็ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ผมสะดุ้งสุดตัว รีบผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ยาวแล้วเดินตรงไปยังประตูบ้าน หัวใจเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ทั้งดีใจที่เธอกลับมาอย่างปลอดภัย และหวาดกลัวที่จะต้องเห็นสภาพของเธอหลังจากผ่านเื่ราวอันโหดร้ายนั้นมา
บานประตูเปิดออกช้าๆ ร่างบางของเกดก้าวเข้ามาในบ้าน ทันทีที่แสงสว่างจากไฟในบ้านตกกระทบใบหน้าของเธอ หัวใจของผมก็หล่นวูบลงไปกองอยู่กับพื้น เกดพยายามฝืนยิ้มและทำสีหน้าให้ดูเป็ปกติที่สุด แต่ดวงตาของเธอมันฟ้องทุกอย่าง แววตานั้นว่างเปล่า บอบช้ำ และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดบาปอย่างแสนสาหัส ร่องรอยความเหนื่อยล้าและคราบน้ำตาที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนใบหน้าสวยหวานนั้น ทำให้ผมแทบจะขาดใจตายเสียให้ได้ตรงนั้น
เสื้อผ้าของเธอยับยู่ยี่เล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่แสนจะน่ารังเกียจนั้นลอยมาเตะจมูกผมจางๆ มันเหมือนมีดแหลมคมที่กรีดลงบนก้อนเนื้อในอกซ้ายของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผมก็พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปั้นหน้ายิ้มรับและทำตัวปกติที่สุด ราวกับว่าผมไม่รู้เื่ราวอันน่าขยะแขยงที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเธอ
"กลับมาแล้วเหรอครับคนดี... เหนื่อยไหม" ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางเดินเข้าไปรับกระเป๋าจากมือเธอ
เกดมองหน้าผมด้วยสายตาที่สั่นระริก ก่อนที่กำแพงความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นจะพังทลายลงมาจนหมดสิ้น เธอโผเข้ามากอดผมแน่น... แน่นมากราวกับคนจมน้ำที่พยายามคว้าขอนไม้เอาไว้ ร่างกายของเธอสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าสวยซุกไซ้ลงกับแผงอกของผม เสียงสะอื้นไห้ที่พยายามกลั้นเอาไว้ดังลอดออกมาเบาๆ แต่มันกลับดังก้องอยู่ในหัวใจของผม
"ภัทร... เกดเหนื่อย... เกดเหนื่อยเหลือเกิน..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือและขาดห้วง น้ำตาอุ่นๆ หยดแล้วหยดเล่าซึมผ่านเสื้อทำงานของผมจนเปียกชุ่ม เธออ้างว่าเครียดเื่บริษัทและเหนื่อยสะสมจากการทำงานหนัก แต่ผมรู้ดี... รู้ดีว่าภายใต้ข้ออ้างเ่าั้ มันคือความบอบช้ำทางจิตใจที่แสนสาหัสเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะรับไหว
เธอพยายามใช้ร่างกายและอ้อมกอดของผม เพื่อช่วยลบล้างคาวโลกีย์และััหยาบกร้านของอดีตสามีที่ยังคงติดค้างอยู่บนผิวกายของเธอ เธออยากจะชำระล้างความรู้สึกผิดบาปและตราบาปในใจด้วยความรักและความอบอุ่นจากผม
ผมกอดตอบประคองร่างบางของเกดเอาไว้อย่างแสนรัก ทะนุถนอมประคับประคองเธอราวกับแก้วบางๆ ที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ มือหนาลูบไล้เส้นผมนุ่มสลวยของเธออย่างแ่เบา ปลอบประโลมให้เธอคลายความเศร้าโศกเสียใจ
"ไม่เป็ไรนะครับเกด... ไม่เป็ไรนะ ผมอยู่นี่แล้ว ผมอยู่ตรงนี้กับคุณเสมอ" ผมกระซิบปลอบโยนข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง พยายามส่งผ่านความรักและความอบอุ่นทั้งหมดที่ผมมีไปให้เธอ เพื่อให้เธอรู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะไม่มีวันทอดทิ้งเธอไปไหน
แม้ในใจของผมจะปวดร้าวลึกๆ าแในใจมันเหวอะหวะจนแทบจะทนไม่ไหว แต่ผมก็เลือกที่จะไม่พูด ไม่ถาม และปิดปากเงียบสนิท ผมจะไม่มีวันรื้อฟื้นเื่ราวอันเลวร้ายนั้นขึ้นมาทำร้ายจิตใจเธอซ้ำสอง ผมต้องเข้มแข็งเพื่อเป็หลักพึ่งพิงให้กับเธอ ผมจะใช้ความรักและความอบอุ่นของผม เยียวยารักษาาแในใจของเธอเอง
เราสองคนตระกองกอดกันอยู่นานนับนาที จนกระทั่งเสียงสะอื้นของเกดค่อยๆ เงียบหายไป เหลือเพียงเสียงสูดน้ำมูกเบาๆ ผมดันร่างของเธอออกห่างเล็กน้อย ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าสวยอย่างเบามือ สายตาของเราสองคนประสานกันนิ่งนาน ในดวงตาของเกดเต็มไปด้วยความรัก ความโหยหา และความรู้สึกผิดที่อัดอั้นอยู่เต็มอก
"ภัทร... คืนนี้... กอดเกดแน่นๆ นะคะ กอดเกดให้แน่นที่สุด อย่าปล่อยเกดไปไหนนะ" เกดเอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน แววตาของเธอเว้าวอนจนผมใจสั่น
"ครับ... ผมจะกอดคุณทั้งคืน จะไม่มีวันปล่อยคุณไปไหน" ผมรับปากพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะช้อนร่างบางของเธอขึ้นอุ้มในท่าเ้าสาว แล้วพาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนหลักของเรา
เมื่อถึงห้องนอน ผมค่อยๆ วางร่างของเกดลงบนเตียงกว้างอย่างนุ่มนวลที่สุด เกดดึงแขนผมให้ล้มตัวลงไปนอนเคียงข้างเธอ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาซุกไซ้เบียดเสียดร่างกายของเธอเข้ากับร่างกายของผมอย่างแแ่ราวกับไม่อยากให้มีช่องว่างใดๆ หลงเหลืออยู่
ค่ำคืนนี้ไม่มีบทรักที่เร่าร้อนรุนแรง ไม่มีพายุอารมณ์ที่บ้าคลั่ง มีเพียงััที่แสนจะอ่อนโยน หวานล้ำ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความทะนุถนอมที่เราสองคนมอบให้แก่กัน ผมจุมพิตซับน้ำตาที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนหางตาของเธออย่างแ่เบา ไล่เรื่อยลงมาพรมจูบไปทั่วใบหน้าสวยหวาน ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างดูดดื่มและเนิ่นนาน
รสจูบของเราสองคนเต็มไปด้วยความโหยหาและความผูกพันที่ลึกซึ้ง เกดจูบตอบผมอย่างดูดดื่มไม่แพ้กัน เธอพยายามส่งผ่านความรักทั้งหมดของเธอมาให้ผมผ่านรสจูบนี้ มือบางลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังและแผงอกของผมราวกับ้าจะซึมซับเอาความอบอุ่นและตัวตนของผมเข้าไปในร่างกายของเธอ
ทุกัั ทุกการกระทำของเกดในคืนนี้ มันบ่งบอกชัดเจนว่าเธอ้าให้ผมช่วยลบภาพจำอันเลวร้าย และััอันน่ารังเกียจของชายอื่นออกไปจากร่างกายและจิตใจของเธอ เธอ้าตอกย้ำให้ตัวเองมั่นใจว่า มีเพียงผมคนเดียวเท่านั้นที่เป็เ้าของหัวใจและเรือนร่างของเธออย่างแท้จริง
ผมตอบสนองทุกความ้าของเธออย่างเต็มอกเต็มใจ ผมใช้ทุกัั ทุกรอยจูบ และทุกอ้อมกอด เพื่อบอกรักเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมอยากให้เธอรู้ว่าไม่ว่าเธอจะผ่านอะไรมา ร่างกายของเธอจะแปดเปื้อนสักแค่ไหน ผมก็ยังคงรักและเทิดทูนเธอเสมอ ไม่มีสิ่งใดจะมาสั่นคลอนความรักที่ผมมีต่อเธอได้
บทเพลงรักอันแสนหวานและอบอุ่นดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเนิ่นนาน ราวกับเราสองคน้าจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ตลอดไป เมื่อพายุแห่งความสุขสงบลง เกดก็ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของผมอย่างหมดแรง ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเป็จังหวะบ่งบอกว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว
ผมมองใบหน้าสวยหวานที่กำลังหลับสนิทด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักปนร้าวราน คราบน้ำตายังคงทิ้งร่องรอยเอาไว้บนแก้มเนียน ผมค่อยๆ ก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนของเธออย่างแ่เบา พร้อมกับเอ่ยคำสาบานในใจอย่างหนักแน่น
'ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอครับเกด ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะยากลำบากแค่ไหน ผมก็จะจับมือคุณไว้และก้าวผ่านมันไปด้วยกัน ผมสัญญา...'
เวลาล่วงเลยเข้าสู่่ดึกสงัด ผมรู้สึกคอแห้งผากจึงค่อยๆ ขยับตัวลุกจากเตียงอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของเกด ผมเดินออกจากห้องนอน มุ่งหน้าลงบันไดไปยังห้องครัวชั้นล่างเพื่อหาน้ำดื่ม
ทว่า... เมื่อผมเดินลงมาถึงห้องนั่งเล่นที่มืดสลัว สายตาของผมก็ปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตัวเดียวกับที่ผมนั่งรอเกดเมื่อหัวค่ำ
'นิชา' ลูกสาววัย 24 ปีของเกด เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ยาวในชุดนอนสายเดี่ยวผ้าผ้าแพรมันลื่นสีแดงสดที่ขับผิวขาวผ่องของเธอให้ดูโดดเด่นท่ามกลางความมืด แสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟมุมห้องตกกระทบลงบนใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอ เผยให้เห็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ประดับอยู่บนมุมปาก
ดวงตาคมกริบของนิชาจ้องมองตรงมาที่ผมอย่างไม่วางตา แววตาของเธอสว่างวาบราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ มันเต็มไปด้วยความท้าทาย ความปรารถนาอันแรงกล้า และความเ้าเล่ห์แสนกลที่ยากจะคาดเดา
"ลงมาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ คะ... คุณพ่อเลี้ยง" เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเย้ายวนของนิชาเอ่ยทักทาย ท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์
ผมยืนนิ่งงันราวกับถูกแช่แข็ง ความรู้สึกเย็นะเืแล่นปราดไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย สายตาของนิชาที่จ้องมองมา มันเหมือนมีข้อความบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ ข้อความที่บอกผมว่า...
'กระดานหมากครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว... ในคืนพรุ่งนี้'
รอยยิ้มร้ายกาจของนิชายังคงประดับอยู่บนใบหน้า ในขณะที่หัวใจของผมเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นและลางสังหรณ์ใจที่ไม่ดี ผมรู้ตัวดีว่า... พายุลูกใหญ่กำลังจะพัดกระหน่ำเข้ามาในชีวิตของผมอีกครั้ง และครั้งนี้... มันอาจจะรุนแรงและอันตรายกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา
ผมพยายามจะดึงสติกลับคืนมา แต่สายตาของนิชากลับเหมือนเชือกที่รัดคอผมแน่นขึ้นทุกที ผมไม่กล้าเอ่ยปากตอบอะไรออกไป ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว เพราะรู้ดีว่าทุกการกระทำของผมจะถูกเด็กสาวคนนี้ตีความและนำไปใช้เป็เครื่องมือในการละเล่นเดิมพันของเธอ
“หิวน้ำเหรอคะ?” นิชาลุกขึ้นจากเก้าอี้ยาวช้าๆ ชุดนอนผ้าผ้าแพรมันลื่นที่แนบลู่ไปกับสัดส่วนโค้งเว้าของเธอทิ้งตัวลงมาตามแรงโน้มถ่วง เธอเดินย่างกรายเข้ามาหาผมอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของเธอราวกับนางพญาที่กำลังเดินสำรวจอาณาเขตของตัวเอง
“พะ... พ่อแค่ลงมาหาน้ำดื่ม” ผมพยายามเค้นเสียงออกมาให้เป็ปกติที่สุด แต่ก็รู้ตัวดีว่ามันสั่นพร่าแค่ไหน
นิชาเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม ระยะห่างระหว่างเราสองคนเหลือน้อยจนผมได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดียวกับที่เกดชอบใช้ลอยมาเตะจมูกผม แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กลิ่นของเกดให้ความรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย แต่กลิ่นของนิชา... มันเต็มไปด้วยความยั่วยวน อันตราย และความปรารถนาที่ซ่อนเร้น
“ดื่มน้ำ... หรือดื่มอย่างอื่นดีคะ?” นิชากระซิบถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พลางเอื้อมมือมาััที่แผงอกของผมเบาๆ ปลายนิ้วของเธอเรียวยาวและเย็นเฉียบ มันลากไล้ผ่านเสื้อทำงานของผมอย่างอ้อยอิ่ง ทำให้ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ผมรีบปัดมือเธอออกอย่างรวดเร็ว แต่ก็พยายามรักษามารยาทเอาไว้ “นิชา! ดึกมากแล้ว กลับไปนอนเถอะ พ่อจะไปกินน้ำแล้วก็จะกลับขึ้นไปนอนเหมือนกัน”
นิชาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มร้ายยังคงไม่จางหายไปจากใบหน้า “แหม... กลัวอะไรคะคุณพ่อเลี้ยง นิชายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แค่ถามเฉยๆ” เธอถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง แต่สายตายังคงจับจ้องมาที่ผมอย่างไม่ลดละ “แต่ก็เอาเถอะค่ะ คืนนี้คุณพ่อเลี้ยงคงจะเหนื่อย... เหนื่อยกับการปลอบใจคุณแม่”
คำพูดของนิชาทำเอาผมชาวาบไปทั้งตัว เธอรู้? เธอรู้เื่ที่เกดไปเจอกับกิตติธัชมางั้นเหรอ? หรือเธอแค่เดาเอาจากสภาพของเกดตอนที่กลับมา? ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ความจริงที่ว่านิชารับรู้ถึงความร้าวฉานในครอบครัวของเรามันทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัวยิ่งขึ้นไปอีก
“นิชาพูดอะไร พ่อไม่เข้าใจ” ผมพยายามกลบเกลื่อน แต่แววตาของนิชาก็บอกชัดเจนว่าเธอไม่เชื่อคำพูดของผม
“อย่ามาทำเป็ไขสือเลยค่ะคุณพ่อเลี้ยง นิชาไม่ใช่เด็กอมมือแล้วนะ นิชารู้ว่าอะไรเป็อะไร” นิชาขยับเข้ามาใกล้ผมอีกครั้ง ครั้งนี้เธอไม่ได้ััผม แต่ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดอยู่ที่ปลายคางของผม “นิชารู้นะคะ... ว่าคุณพ่อเลี้ยงรู้สึกยังไง”
“นิชา!” ผมเผลอขึ้นเสียงดังด้วยความลืมตัว ก่อนจะรีบหันไปมองทางบันไดด้วยความหวาดระแวง กลัวว่าเกดจะตื่นลงมาได้ยิน
“จุ๊ๆๆ... เบาๆ สิคะ เดี๋ยวคุณแม่ก็ตื่นมาได้ยินหรอก” นิชาเอานิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากของตัวเองเป็เชิงห้ามปราม “นิชาแค่จะบอกว่า... ถ้ารู้สึกไม่ดี ถ้ารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า... ก็มาหานิชาได้นะ นิชาพร้อมจะ ‘ปลอบใจ’ คุณพ่อเลี้ยงเสมอ”
พูดจบ นิชาก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผมยืนนิ่งอึ้งอยู่กลางห้องนั่งเล่น ร่างกายของผมเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง คำพูดของนิชายังคงดังก้องอยู่ในหัวของผมซ้ำไปซ้ำมา
‘กระดานหมากครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว... ในคืนพรุ่งนี้’
ลางสังหรณ์ของผมแม่นยำเสมอ และครั้งนี้... ผมรู้ดีว่านิชาไม่ได้แค่ขู่ เธอเตรียมพร้อมที่จะลงสนามและเล่นกระดานเดิมพันนี้อย่างจริงจัง และเป้าหมายของเธอ... ก็คือผม
ผมเดินโซเซเข้าไปในครัว รินน้ำเย็นจัดใส่แก้วแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด หวังว่าความเย็นของน้ำจะช่วยดับความร้อนรุ่มในใจได้บ้าง แต่มันก็ไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย ความหวาดกลัวและความสับสนยังคงเกาะกินหัวใจผมอย่างเหนียวแน่น
ผมจะทำยังไงต่อไปดี? จะหนี? จะสู้? หรือจะยอมจำนนต่อโชคชะตาและปล่อยให้เื่ราวมันเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ?
ผมเดินกลับขึ้นมาบนห้องนอน เกดยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียง ใบหน้าของเธอดูผ่อนคลายและมีความสุข ราวกับว่าฝันร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ผมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอ ลูบผมเธอเบาๆ ด้วยความรัก
‘ผมจะปกป้องคุณเองเกด... ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายครอบครัวของเราเด็ดขาด ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็ใครก็ตาม’
ผมให้คำมั่นสัญญากับตัวเองในใจ แม้จะรู้ดีว่าหนทางข้างหน้ามันมืดมนและเต็มไปด้วยอันตรายแค่ไหน แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องเผชิญหน้ากับมัน... ด้วยความเข้มแข็งและสติปัญญาที่ผมมี
และผมก็รู้ดีว่า... กระดานเดิมพันนี้... ผมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด!