Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    ข้อตกลง

    ข้อตกลง

            การปะทะเริ่มไล่ระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆเมื่อเป้าหมายของทุกคนคือเด็กมนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในสนาม 

            แต่เธอก็ยังถูกปกป้องโดยคนสองคนที่เสมอกันในการประลองแบบ1-1 ครั้งที่แล้ว แม้เด็ก ๆ จะไม่เข้าใจนักแต่ไม่ว่าจะถูกขัดขวางอย่างไรก็ขอให้ได้กำจัดเด็กมนุษย์ออกไปก่อนหลายคนจึงรุกไล่เนย่าไม่หยุดจนสองคนที่ปกป้องอยู่เกินจะรับไหว 

            “พวกนายสองคนหลบไปก่อนหากคอยกันฉันแบบนี้จะเป็นพวกนายเองที่แย่นะ” เนย่าร้องเตือนทั้งคู่ เพราะตั้งแต่เริ่มประลองสองคนนี่เอาแต่กันเธอไม่ยอมให้ใครได้เข้าใกล้เลย 

            “โดนรุมเยอะขนาดนี้ยังปากดีอีก” ในขณะที่ฟาดฟัดกับคนอื่นเซน ดรินก็หันมาดุเนย่าด้วย

            “ฉันบอกว่าไหวก็ไหวสิ หลบไป” เนย่าบอกปัด เธอวิ่งออกจากวงล้อมของทั้งคู่พร้อมหลบเลี่ยงการจู่โจมจากเด็กคนอื่นไปด้วย 

            “เธอไม่รอดหรอกเนย่า หมอบมังกรและออกไปจากสนามซะ” ซิมบัสเมื่อเห็นว่าสบโอกาสก็พุ่งเข้าหาเนย่าบ้างมังกรเขาโฉบผ่านหัวเนย่าไปอย่างหวุดหวิด แต่แล้วมันก็ถูกลูกมังกรของเซนดรินดึงไปต่อสู้ด้วยแทน

            ซิมบัสใช้หอกพุ่งเข้าใส่เนย่าแต่ก็ถูกลาร์เฟียใช้ริบบิ้นที่คมดุจมีดปัดออกไปและอีกหลายเส้นก็หวดฟาดเข้าใส่เนย่าอย่างไม่ปรานี 

            เนย่าหลบหลีกปัดป้องสายริบบิ้นที่คล้ายกับมีชีวิตนั่นมันไล่ฉกเธอราวกับงูตัวบางเบา แต่ปลายริบบิ้นเป็นโลหะคมปลาบหากโดนเข้าเต็ม ๆ มีหวังแขนเธออาจจะขาดได้เลยทีเดียว

            “ยายนี่ต้องเป็นของฉัน” ลาร์เฟียเข้ามาขวางการต่อสู้ของซิมบัสกับเนย่าและหมายจะลงมือเองริบบิ้นที่พลิ้วไหวแต่คมดุจมีดโกนหมุนวนเข้าโจมตีเนย่าที่เรียกกำแพงดินขึ้นมาป้องกันไว้ได้อย่างหวุดหวิดก่อนจะแปรเปลี่ยนธาตุดินให้มีรูปร่างคล้ายกับมือใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นมันปัดป่ายไขว่คว้าพร้อมกับรวบริบบิ้นเอาไว้แล้วกระชากรุนแรงจนลาร์เฟียถลาลงไปคลุกฝุ่น

            เนย่าใช้โอกาสนี้สร้างดินเหนียวทับร่างลาร์เฟียไว้ไม่ให้ขยับก่อนจะหันไปรับมือกับหอกของซิมบัสที่พยายามจ้วงแทงเธออยู่

            เมื่อคมหอกเสือกไสแทงเข้าหาเนย่าเธอใช้คันธนูปัดเบี่ยงให้พ้นตัวพร้อมกับใช้สายของธนูเกี่ยวบิดรัดคมหอกเอาไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวก่อนจะดึงซิมบัสให้ล้มลงและเธอก็จัดการล็อคคอเขาไว้อีกที

            “ปล่อยฉันนะยายบ้า” ชิมบัสร้องท้วงลูกมังกรของเขารีบบินมาหาเพื่อจะช่วย แต่เนย่าก็ใช้อีกมือหนึ่งส่งชูม่าขึ้นไปบนหัวของมันก่อนที่ลูกมังกรของซิมบัสจะร่วงลงพื้นหลับปุ๋ยไปในที่สุด

            “เยี่ยมมากชูม่า” เนย่ายกนิ้วให้เจ้าตัวเล็กเนย่าปล่อยคอของซิมบัส เขาเงยหน้ามามองเธอก่อนจะทุบพื้นอย่างไม่พอใจ แล้วออกจากสนามไปเพราะพ่ายแพ้

            ส่วนลูกมังกรของลาร์เฟียนั้นพยายามตะกุยดินที่ทับร่างลาร์เฟียอยู่แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเนย่าเดินเข้าหาลาร์เฟียหมายจะให้ชูม่าทำให้ลูกมังกรหมอบก็ถูกขัดจังหวะ

            เด็กหญิงผมขาวแดงพุ่งมาหาเธอเงื้อพัดในมือก่อนจะโบกมันเข้ามาเต็มแรง แต่กระแสลมกลับพัดเอื่อยค่อย ๆพาสิ่งหนึ่งลอยละล่องอย่างเชื่องช้าเข้าหาเนย่า ภาพนั้นดูสวยงามราวกับต้องมนต์มีแสงระยิบระยับคล้ายกับหิ่งห้อยในโลกมนุษย์ พวกมันมาจากกระแสลมที่เด็กหญิงคนนั้นสร้างขึ้น และมันก็เข้าล้อมเนย่าเอาไว้

            “ปัง! ๆๆๆๆ” เมื่อพวกมันเข้าถึงตัวเป้าหมายก็ระเบิดตัวเองทันที 

            แรงปะทุจากละลองแสงนั่นทำให้เนย่าบาดเจ็บความแสบร้อนจากแรงระเบิดขนาดเล็กพวกนั้นทำเอาเธอนิ่วหน้ากัดฟันด้วยความเจ็บปวด

            “ยายหนูเป็นอะไรมากรึเปล่า” ชูม่าเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเนย่ารู้ว่าเจ้าพวกนี้ระเบิดได้เธอก็กอดชูม่าไว้ในอ้อมแขนแล้วบังเขาจากพวกนั้นเพื่อไม่ให้ชูม่าบาดเจ็บไปด้วย

            “ฉันไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หาย” เนย่าปลอบใจชูม่าแต่แล้วเธอก็ถูกเด็กหญิงเจ้าของระเบิดจิ๋วนี่ตามมากระชากผมจนหงายหลัง

            “โอ้ย! ฉันเจ็บนะ” เนย่าร้องท้วงเมื่อถูกดึงผม

            “ปล่อยยายหนูของฉันนะเฟ้ย” ชูม่าไม่รอช้าพ่นไฟใส่หน้ายายเด็กใจร้ายทันทีทำเอาผมสวย ๆ ถึงกับหายไปหลายหย่อม

            “โว้ยยยย! ไอ้หมัดบ้าผมสวย ๆ ของฉันพังหมด แกได้ตายแน่” เด็กหญิงคนนั้นไขว่คว้ามือมาทางชูม่าอีก และเนย่าก็เบี่ยงตัวหลบเพื่อไม่ให้ชูม่าที่อยู่ในอ้อมแขนเธอถูกจับตัวได้

            “ก็บอกว่ายายนั่นเป็นของฉันไง พูดไม่รู้เรื่องรึ” เป็นลาร์เฟียที่ใช้ริบบิ้นรัดคอแล้วกระชากเด็กหญิงผมไหม้จนหงายหลังมังกรของเด็กคนนั้นรีบพุ่งเข้ามาช่วยทันทีแต่ชูม่าก็โดดขึ้นไปอยู่บนหัวเจ้าลูกมันกรแล้วทำให้มันหลับไปได้อีกตัว และแน่นอนแม่เด็กผมไฟไหม้ต้องออกไปจากสนาม

            “ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หมัดเจ้าเล่ห์” ก่อนเธอจะไปก็ยังมาดร้ายชูม่าไว้

            “เนย่า พลังเวทย์ของเธอมันเสื่อมเร็วมากฉันว่าน่าจะมีปัญหาถ้ายังขืนยื้อสู้กันแบบนี้” ชูม่าเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่าลาร์เฟียหลุดจากพันธนาการของธาตุดินจากเนย่าได้ไวมาก

            “อาจจะเป็นเพราะฉันบาดเจ็บ” เนย่าพูดถึงความน่าจะเป็น

            “เลิกพล่ามกันสักที เธอจะต้องสู้กับฉัน” ลาร์เฟียท้าทายก่อนจะส่งริบบิ้นคมกริบพุ่งเข้าหาเนย่าอีก

            “เคร้ง!!” เซนดรินเข้ามาขวางและใช้ใบดาบจันทรคราสกันอาวุธของลาร์เฟียไว้ได้

            “ท่านเซนดริน ยังไงท่านก็ต้องสู้กับเด็กนั่นอยู่ดีนี่เป็นการลดคู่ต่อสู้ ท่านจะขวางทำไม” ลาร์เฟียท้วงเมื่อเห็นว่าเซนดรินจะไม่ยอมหลบให้เธอได้สู้กับเนย่าง่ายๆ

            “ถ้าเช่นนั้นก็มาสู้กับฉันแทน” เซนดรินกดเสียงต่ำ

            “ท่านเซนดริน!” ลาร์เฟียกัดฟันก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทางเพื่อหาคู่ต่อสู้คนอื่น 

            ลาร์เฟียพอจะเข้าใจที่เซนดรินปกป้องเนย่าแต่ก็ยังยอมรับไม่ได้อยู่ดีและไม่คิดว่าเซนดรินจะจริงจังในการปกป้องเด็กมนุษย์ในการทดสอบเช่นนี้ทั้งที่เมื่อก่อนเธอไม่เคยเห็นเซนดรินจะยอมรับในตัวเด็กมนุษย์ด้วยซ้ำ

            “ย้ากกกกกก” เสียงคำรามดังมาแต่ไกลและดาบใหญ่ก็สะท้อนแสงวาววับอยู่เหนือหัวทั้งสองเด็กชายผิวเข้มร่างเจ้าเนื้อกำลังเงื้อดาบหมายทำร้ายทั้งคู่ให้ออกไปจากสนามในคราวเดียว

            “เคร้ง!” เป็นอีกครั้งที่เสียงอาวุธปะทะกัน ง้าวอนธการหวดเข้ารับใบดาบก่อนจะถึงตัวทั้งคู่และงัดร่างเจ้าของดาบจนกระเด็นกระดอนออกไปไกล

            “เนย่าเธอบาดเจ็บ” ฮาร์มเมื่อถึงตัวเนย่าก็รีบเข้ามาดูอาการของเธอทันที

             “ไม่เป็นไรมากหรอก” เนย่ายกมือเช็ดเลือดที่อยู่บนใบหน้าลวก ๆ

            “อ้ะ! หลบไป” เนย่าผลักฮาร์มให้พ้นทางและพยายามหลบการปะทะจากหินที่พุ่งเข้าหา

            เด็กชายอีกคนรัวปืนเวทย์ไม่ยั้งใส่เนย่าและฮาร์มเมื่อสบโอกาสแต่เมื่อกระสุนจะพุ่งถึงตัวของทั้งคู่เซนดรินก็ใช้ใบดาบจันทรคราสกันเนย่า และฮาร์มไว้ได้ทันแต่กระสุนก็ยังผ่านไปเฉี่ยวขาของเนย่าจนเลือดอาบ

            “บ้าจริง เยอะขนาดนี้จะกันยังไงหมด” เซนดรินสบถอย่างหัวเสียแผลเมื่อสักครู่ของยายตัวเล็กยังไม่ทันสมานตัวดีก็โดนกระสุนหินเข้าอีกแล้ว

            “เอาอย่างนี้ดีกว่า ฉันจะเป็นตัวล่อให้พวกนายดึงออกไปทีล่ะคนเพื่อทำให้มังกรหมอบ” เนย่าเสนอในตอนนี้เธอแทบจะลุกไม่ไหวเพราะบาดเจ็บหลายแห่ง แม้การสมานตัวไวของเธอจะยังทำงานอยู่แต่ก็ช้าจนอาจไม่ทันการ

            “พวกนายไล่จับมังกรและทำให้พวกมันหมอบพอส่วนคนพวกนี้เดี๋ยวฉันล่อเอง” พูดจบเธอก็ฝืนลุกขึ้นยืนและพยายามเก็บอาการบาดเจ็บเพื่อไม่ให้ทุกคนเป็นห่วง

            “แต่เธอเจ็บหนักนะ” เซนดรินขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่เข้าใจเจ็บขนาดนี้ทำไมยังฝืน

            “เธอจะยอมออกจากสนามไหมเนย่า” ฮาร์มเอ่ยถามเมื่อดูจากสภาพแล้วเนย่าไม่น่าจะไหว

            “เชื่อมือฉันเถอะน่า ยังไหวอยู่ต้องสู้ให้เต็มที่วันข้างหน้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา มันไม่ใช่แค่หมอบมังกรแล้วออกไปพักได้นะชูม่าสามารถทำให้คนพวกนี้หลับได้ แต่พวกนายต้องหาทางทำให้มังกรหมอบ” เนย่าเสนอ

            “ได้เอาตามนั้น เธอระวังตัวด้วย” ฮาร์มพยักหน้ารับ ก่อนจะแยกออกไป

            “ฉันวิ่งเร็วอยู่แล้วน่า รีบไปก่อน” เนย่าหันไปบอกเซนดรินที่ยังคงขมวดคิ้วยุ่งอย่างขัดใจเธอจึงผลักเขาให้ไปทำหน้าที่ตัวเอง 

            เนย่าถอนหายใจแรง ๆก่อนจะปัดฝุ่นบนเสื้อผ้าพร้อมเรียกอาวุธออกมาถือ ๆ ไว้มั่น เธอจะไม่ยอมแพ้แน่หลายคนมักจะพูดอยู่เสมอว่าในสงครามจะไม่มีการปรานีใด ๆดังนั้นเธอจะใช้บททดสอบนี้ฝึกฝนความแข็งแกร่งของตัวเองแต่ทว่า....

            “ฉันจับเธอได้แล้วเด็กมนุษย์” เด็กหญิงผมสีม่วงจับเนย่าได้ด้วยตาข่ายเวทย์อาศัยช่วงจังหวะที่เนย่าเผลอ และคนคอยช่วยไปชุลมุนอยู่ที่อื่นเข้าจัดการ เธอซุ่มรอโอกาสนี้มาสักพักแล้วเธอกดเนย่าไว้จนราบกับพื้น 

            “ฉันไม่ยอมให้เธอหมอบเจ้าหมัดนั่นหรอกน่าฉันจะทรมานเธอเล่น” เด็กหญิงผมสีม่วงเหยียดยิ้มอย่างสาแก่ใจเมื่อโอกาสที่เธอรอมาได้จังหวะเสียที โอกาสของเธอแล้วที่จะเล่นสนุก แต่แล้ว...

            “หลบไปนะ ฉันจะจัดการยายนี่เอง” เด็กชายผิวเข้มร่างเจ้าเนื้อย้อนกลับมาเมื่อได้สติจากการปะทะของอาวุธเมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ เป้าหมายเขาคือกำจัดเด็กมนุษย์ให้ออกไปจากสนามเช่นกัน แต่ก็มีแต่คนมาคอยตัดหน้าตลอด

            “นายนั่นแหละหลบไป” เด็กหญิงผมสีม่วงผลักเด็กชายจนเต็มแรง

            “ยายหนูทำไมมีแต่คนอยากได้เธอเนาะนี่เจ็บมากรึเปล่าเนี่ยให้ฉันเป่าให้ไหม” ชูม่ามุดออกมาจากปกเสื้อเนย่าได้พลางยื่นหน้ามาใกล้แล้วเอ่ยถามคนที่นอนหมอบติดพื้นอยู่

            “มันใช่เวลาไหมชูม่า ฉันหายเองได้ใช้เวลาไม่นานหรอกแต่ตอนนี้ต้องขยับตัวก่อน” เนย่าพยายามจะขยับตัวภายใต้ตาข่ายเวทย์หนาหนักที่กดทับร่างไว้เธอดิ้นขลุกขลักแต่แล้ว...

            “ปล่อยเนย่า มังกรเธอหมอบแล้ว” เซนดรินประกาศก้องเขาจับกดเจ้าลูกมังกรของยายผมม่วงให้หมอบราบได้แล้ว ไม่ต่างจากฮาร์มที่จับลูกมังกรของเด็กชายผิวเข้มให้นอนหมอบราบไปได้เช่นกัน

            “ร้ายนักนะพวกนาย ฮึ่!” สุดท้ายแม่สาวผมม่วงและเด็กชายร่างท้วมก็ออกจากสนามไปเพราะมังกรหมอบและเนย่าก็เป็นอิสระทันที

    อีกด้านหนึ่ง

            ดาร์ชิกเมื่อเห็นเนย่ามีธาตุเพิ่มเข้ามาใช่ในการต่อสู้ก็ทำเขาทึ่งดาร์ชิกจับตาดูการต่อสู้ไม่กระพริบตา เด็กสองคนที่เขาหมายตาก็ต่อสู้ได้ดี แต่ที่น่าแปลกก็คือทั้งสองพยายามช่วยกันปกป้องเด็กมนุษย์แต่จะทำอย่างไรดีที่จะได้อาวุธเด็กมนุษย์นั่นมา ธนูนั่นคงเก็บสะสมขุมพลังไว้มากมายหากเขาได้ครอบครองล่ะก็ ต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาแน่รวมถึงเด็กสองคนนั่นด้วย

            นับว่าแผนการในการร่วมมือของเขากับหนึ่งในเด็กชายไม่เลวเลยทีเดียวที่จะกำจัดเด็กมนุษย์ให้ตกไปจากการคัดเลือกผ่านแคว้นเขามีสิทธิ์อ้างได้ว่าเด็กมนุษย์ไม่มีความสามารถพอที่จะออกไปนอกแคว้นตัวเองหากเด็กมนุษย์แพ้อย่างรวดเร็วก็จะเป็นข้ออ้างในการไม่ให้เด็กมนุษย์เข้าแคว้นได้แต่ก็ดันผ่านมาหลายรอบจนเหลือไม่กี่คนเสียแล้ว

            ความร่วมมือของเขากับหนึ่งเด็กชายคือพยายามทำให้เด็กมนุษย์พ่ายแพ้เขาให้เด็กชายไปติดสินบนผู้เข้าประลอง ว่าหากล้มเด็กหญิงมนุษย์ได้จะได้รับรางวัลอย่างงามเหล่าเด็ก ๆ ต่างอยากได้รางวัล จึงทำตามอย่างไม่มีข้อสงสัยใด ๆ 

            แต่ที่น่าเสียดายคืออาภรณ์แยกวิญญาณที่เขาจะต้องมอบให้แก่ผู้ชนะในคราวนี้เพราะหากไร้มันแล้ว เขาจะไม่สามารถปล้นอาวุธจากเปลือกไข่ที่พลังสูงจากใครได้อีกแต่ถ้าหากว่าเด็กชายที่เขาทำข้อตกลงด้วยชนะ จะให้เด็กชายคืนมันให้เขาก็ย่อมได้ดาร์ชิกยิ้มย่องอยู่ในใจอย่างปรีดางานนี้เห็นทีจะมีแต่เขาที่ได้กับได้เสียมากกว่า โดยที่ทรีบาสก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

     บนอัฒจันทร์

            “เนย่าเสียเปรียบมากเลยนะคะเนี่ยโดนรุมเสียขนาดนั้น” รินรินมองภาพในสนามด้วยความกังวลเพื่อนเธอกำลังบาดเจ็บหนักแต่ก็ยังฝืนทน

            “ไม่แปลกหรอก หลายคนไม่ชอบเด็กมนุษย์เลยตามกำจัดให้ออกไปจากสนามก่อนน่ะสิแต่เด็กนั่นก็อึดใช้ได้” เฮริสว่าพลางม้วนผมเล่นไปมา การต่อสู้ของเด็ก ๆน่าสนใจทีเดียว โดยเฉพาะการเอาตัวรอดของเด็กมนุษย์

            “ถ้าข้าลงสนามได้ล่ะก็ เด็กพวกนั่นไม่มีทางได้แตะแม้แต่ปลายผมของเนย่าแน่” รีสบ่นอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นเนย่าบาดเจ็บ

            “ให้พวกเขาได้ฝึกเชื่อมจิตใจกันในการประลองแบบนี้ก็ดีนะวันข้างหน้าจะได้ช่วยเหลือกันโดยไม่มีข้อกังขา” ชีน่ายกยิ้มน้อย ๆ พลางเอ่ยเสียงนิ่ม

            “มองจากตรงนี้ดูเหมือนช่วยกันดีนะแต่บางทีฉันก็แปลกใจว่ามังกรปล่อยให้ผู้ฟูมฟักเจ็บขนาดนั้นได้อย่างไร” เฟย์รินพูดขึ้นบ้าง

            “ทำไมเหรอคะคุณเฟย์ริน” รินรินเอียงหน้าไปถามคนที่นั่งถัดจากเธออกไป

            “พวกมังกรน่ะแค่เสี้ยววินาทีก็รู้แล้วว่าผู้ฟูมฟักมีอันตรายส่วนใหญ่จะเข้ามาป้องกันได้ทันนี่เหมือนพวกเขาสองคนชะลอเวลาจนเนย่าบาดเจ็บขนาดนั้น” เฟย์รินวิเคราะห์ต่อ

            “เป็นเพราะต้องออกไปกันคนอื่นรึเปล่าคะ หนูว่าพวกเขากำลังพยายามจับลูกมังกรให้หมอบออกไปมากกว่านะคะหรือเป็นเพราะพวกเขามีกันสองคนเลยเชื่อว่าอีกคนจะต้องช่วยเนย่าทันเลยไม่ได้มองว่าเนย่าอยู่ในอันตรายเพราะคิดว่าอีกคนจะมาช่วยเนย่าได้แบบนี้รึเปล่าคะ” รินรินวิเคราะห์บ้าง

            “อาจเป็นไปได้ แต่ยังไงมันก็ยังดูขัด ๆ อยู่ดีมีมังกรตั้งสองตนทำไมปล่อยให้ผู้ฟูมฟักบาดเจ็บขนาดนั้นเด็กนั่นแผลหายได้เร็วก็จริง แต่ต้องคอยรวมจิตเพื่อใช้พลังเวทย์ป้องกันตัวเองและมังกรเช่นนั้นไม่มีทางหายได้ในพริบตาหรอก” เฮริสวิเคราะห์บ้าง

            “ผู้ครองธาตุเองก็ดูเหมือนไม่ค่อยให้ความร่วมมือแม้เรียกมาใช้ได้แต่ก็แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นแล้วหายไป แบบนี้มันแปลก ๆ” รีสเองก็สังเกตเห็นอาการนี้เหมือนกันเพราะทุกครั้งที่เนย่าใช้เวทย์ธาตุต่าง ๆ มันจะหายไปเร็วมากจริง ๆ 

            “แล้วแบบนี้จะเกิดอันตรายกับเนย่าไหมคะออกจากสนามกันไปหลายคนแล้ว แต่คนที่พลังแข็งแกร่งก็ยังเหลือหลายคนอยู่ถ้ายังรุมเนย่าแบบนี้หนูกลัวเนย่าจะพลาดจังเลย” รินรินนึกสงสารเพื่อนจับใจโดนรุมเล่นงานเสียยับเยินขนาดนั้น

            “ข้าไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่” บาร์รามเอ่ยเสียงเรียบ 

    คล้ายกับเรื่องSantianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม) ที่คุณอ่าน