“สวัสดีค่ะพี่นับดาว แล้วนั่นเป็นอะไรอะเจเจ” แพรวาที่เพิ่งมาถึงร้านรีบเดินเข้าไปหาทั้งสองคนที่นั่งอยู่มุมหนึ่งของร้าน ก่อนจะตกใจเมื่อเห็นจิณณวัตมีเลือดออก
“เปล่า แกรีบอธิบายให้แฟนฉันฟังหน่อย” จิณณวัตส่ายหน้าปฏิเสธ ตอนนี้เขาไม่เจ็บอะไรแล้ว อยากให้แฟนสาวเข้าใจมากกว่า
“พี่นับดาวคะ วันนั้นเจเจมันพูดไม่น่าฟังจริง ๆ ค่ะ ตอนแรกแพรวาก็ตกใจนะคะ แต่มันอธิบายต่อว่าเป็นแค่ความรู้สึกช่วงที่เพิ่งคบกัน แต่ตอนนี้มันหลงรักพี่นับดาวจริง ๆ แล้ว ซึ่งตอนนั้นพี่นับดาวก็น่าจะเดินไปแล้ว แพรวายืนยันได้ว่ามันเป็นความเข้าใจผิดจริง ๆ นะคะ” แพรวารีบอธิบายรัวเร็ว
นับดาวเงียบหลังจากฟังที่แพรวาพูด
“พี่นับดาวเชื่อแพรวานะคะ แพรวาไม่ได้ช่วยมันพูด แต่แพรวาพูดเรื่องจริง และถ้ามันทำตัวเลวแบบนั้นแพรวาไม่มีทางเข้าข้างมันแน่นอนค่ะ”
“ขอบคุณนะแพรวา พี่เชื่อแล้ว ขอโทษที่ทำให้เราต้องเสียเวลานะ” จากสายตาที่จริงใจของแพรวานับดาวจึงเชื่อว่าทั้งสองคนไม่ได้โกหกเธอ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“นั่งก่อนสิ เดี๋ยวพี่เลี้ยง ขนมเต็มร้านเลย อยากกินอะไรเลือกได้เลยนะ ถือว่าเป็นค่าเสียเวลา”
“ไม่เป็นไรค่ะ” แพรวาส่ายหน้าอย่างเกรงใจ
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ขนมร้านพี่อร่อยมากนะ”
“งั้นแพรวาไม่เกรงใจแล้วนะคะ” แพรวายิ้มและรีบเดินเข้าไปสั่งขนมทันที
นับดาวจึงตามไปบอกกับพนักงานว่าให้เก็บค่าใช้จ่ายที่เธอแทน จากนั้นจึงเดินจูงมือร่างสูงให้ขึ้นไปบนชั้นสองด้วยกัน
“คนสวยเชื่อแล้วใช่ไหมคะ ไม่โกรธเจเจแล้วใช่ไหม” จิณณวัตถามแฟนสาวของตัวเองพร้อมกับกอดรอบเอวคอดของเธอ
“พี่ขอโทษนะเจเจ”
“ขอโทษทำไมคะ ไม่ใช่ความผิดของคนสวยสักหน่อย ถ้าเจเจได้ยินก็คงเข้าใจผิดเหมือนกันค่ะ”
“ขอโทษที่โกรธจนไม่ฟังอะไรเลยน่ะ ถ้าพี่ใจเย็นพอก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้” นับดาวผละตัวออกแล้วเอื้อมมือหวังจะไปเช็ดเลือดให้กับเขา แต่จิณณวัตก็บ่ายหน้าหนี
“เดี๋ยวเลอะมือค่ะ”
“เจ็บไหม พี่ขอโทษที่เป็นต้นเหตุให้เจเจต้องเจ็บตัว”
“ไม่เจ็บเลยสักนิดค่ะ เจเจดีใจมากกว่าที่ได้คืนดีกับพี่นับดาวแล้ว” จิณณวัตบอกแฟนสาวด้วยรอยยิ้ม
“ขอโทษที่ทำตัวงี่เง่านะเจเจ ขอโทษที่ไม่ยอมฟังเหตุผลอะไรเลย พี่ขอโทษ” นับดาวขอโทษด้วยความรู้สึกผิดอีกครั้ง
“ไม่เอาแล้ว ไม่ขอโทษแล้วค่ะ เจเจเองก็ต้องขอโทษที่ทำให้คนสวยร้องไห้ เพราะงั้นเราเลิกขอโทษกันดีกว่านะคะ” จิณณวัตใช้ฝ่ามือหนาไปกอบกุมที่พวงแก้มของแฟนสาวอย่างแผ่วเบา
“ก็ได้ ขอบคุณนะเจเจ”
“ค่ะ ขอบคุณเหมือนกันนะคะที่ยอมคืนดี คืนนี้ไปนอนกับเจเจนะ หรือให้เจเจมานอนด้วยก็ได้ เจเจอยากกอดคนสวยใจจะขาดแล้ว”
“อื้อ พี่ก็คิดถึงแฟนพี่เหมือนกัน นอนกอดหมอนข้างไม่อุ่นเท่ากอดเจเจเลย” นับดาวส่งยิ้มหวานให้
“ไม่มีคนสวยอยู่ให้อ้อนเจเจโคตรเหงาเลย ต้องออกไปทำงานและดื่มเหล้าย้อมใจ”
“แล้วมีสาว ๆ มายุ่งหรือเปล่า” นับดาวถามเสียงเข้ม
“ไม่มีค่ะ ถึงมีก็ไม่สนใจหรอก เพราะไม่มีใครสวยเท่าแฟนเจเจเลยสักคน” จิณณวัตพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนออเซาะ จนคนฟังยิ้มออกมาที่เขาอ้อนเก่งไม่เคยเปลี่ยน
“แต่ตอนนี้ไปทำแผลก่อน” นับดาวจูงมือจิณณวัตเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะหยิบเอากล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้
เธอเดินไปนั่งข้างเขาบนเตียงแล้วใช้สำลีจุ่มแอลกอฮอล์ค่อย ๆ แปะไปที่บาดแผลรอบริมฝีปากหนา
“เจ็บไหม”
“เจ็บมากเลยค่ะ คนสวยช่วยโอ๋หน่อยได้ไหม” จิณณวัตได้ทีก็ซบหน้าไปบนหน้าอกของแฟนสาว
“นั่งดี ๆ พี่ทำแผลให้ไม่ถนัด”
“ไม่เอา เจเจอยากนั่งเอาหัวหนุนนมนุ่ม ๆ ของพี่นับดาว พี่นับดาวก็ทำแผลไปสิ” พูดจบจิณณวัตก็เอียงหน้าด้านที่มีแผลให้เธอจัดการ
“ขี้อ้อน” นับดาวนั่งทำแผลให้จนเสร็จ แต่แทนที่จะได้กลับลงไปทำงานต่อก็ถูกอ้อนให้ลูบหัว และต้องคอยปลอบเด็กงอแงที่เอาแต่บ่นว่าที่ผ่านมาคิดถึงเธอมากแค่ไหน
“คนสวยของเจเจตัวหอมจัง” เขาพูดพลางซุกหน้าเข้าไปยังร่องอกของนับดาวและส่ายหน้าไปมา
“อย่าทะลึ่ง เดี๋ยวจะโดน” นับดาวส่งเสียงดุแต่ก็ไม่ได้ผลักไส
“เมื่อไหร่จะปิดร้านสักทีคะ อยากนอนกอดเมียจะแย่แล้ว” จิณณวัตรัดตัวของแฟนสาวแน่นเพื่อไม่ให้เธอลุกออกไปไหนได้
“รอไปก่อน ยังอดทนมาได้ตั้งหลายวันแล้วนี่”
“อกจะแตกตายแล้วค่ะ โดยเฉพาะตอนที่เห็นแฟนยืนยิ้มแฉ่งให้ผู้ชายคนอื่น แต่พอเห็นหน้าผัวกลับปั้นหน้าบึ้งไม่ยอมคุยด้วย”
“ใครเมียใครผัวไม่ทราบ แค่แฟนเถอะ”
“ได้กันแล้วเจเจนับว่าเมียค่ะ”
“งั้นเจเจก็คงมีเมียเยอะมากเลยสิ เพราะชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่องนี้” นับดาวเบ้ปากใส่
“อันนั้นไม่เรียกเมียค่ะ เขาเรียกความสนุกชั่วคราว และที่สำคัญเขาไม่ได้มีแค่เจเจสักหน่อย”
“แล้วแน่ใจเหรอว่าพี่มีแค่เจเจน่ะ” นับดาวแกล้งพูดแหย่ ทำเอาคนฟังรีบผละหน้าออกจากหน้าอกของเธอมาส่งตาเขียวปั้ดให้
“ไม่พูดแบบนี้สิคะ ไม่น่ารักเลยนะ”
“ดูทำหน้าเข้า” นับดาวยิ้มพลางใช้มือบีบไปที่แก้มสากของเขาข้างที่ไม่ได้มีแผลเล่น
“รักนะคะ รักที่สุดเลย”
“รักเหมือนกันค่ะ” นับดาวลูบเส้นผมนุ่มนิ่มของแฟนหนุ่ม
ทั้งคู่นั่งคุยเล่นกันต่อเพราะจิณณวัตคลอเคลียนับดาวไม่ยอมปล่อยเพื่อชดเชยเวลาที่ไม่ได้เจอกันนาน