บทที่ 24 ไม่เคยพบเห็นผู้ใดโอหังเช่นนี้มาก่อน
ซูชิ่นทนดูต่อไปไม่ไหว จึงะโบอกคนรอบข้างว่า "พวกเ้ามีใครรู้บ้างว่าหญิงชราสติฟั่นเฟือนผู้นี้มาจากที่ใด?! ดูท่าทางเหมือนกำลังชักกระตุกเลยนะ! หากใครรู้จักก็รีบพานางออกไปเสียเถิด มิเช่นนั้นเดี๋ยวจะมากล่าวหาเอาเงินจากข้า"
ชาวบ้านที่มุงดู "..."
ดูเหมือนจะคล้ายกับอาการชักกระตุกจริง ๆ ด้วย
หมอผีกัดฟันด้วยความโกรธ ก่อนจะะโก้องว่า "ฟ้าใสดินวิเศษ ทหารเคลื่อนตามตรา แม่ทัพทำตามคำสั่ง ศิษย์หลี่ต้าหนี ขออัญเชิญเหล่าเทพลงมาจุติ ช่วยข้าปราบปีศาจกำจัดมาร!"
ทันใดนั้น หมอผีก็หยิบสิ่งของบางอย่างออกมาโปรยลงบนกระบี่เหรียญทองแดง พลันเกิดเปลวไฟลุกโชนขึ้นรอบด้าน
ชาวบ้านผู้ไร้ประสบการณ์ใจนร้องออกมาเสียงดัง
หมอผีที่แอบดีใจในใจ ชูกระบี่แล้วฟันลงไปที่ซูชิ่น
ซูชิ่นเกาหัวอย่างจนใจ จากนั้นก็ยกขาขึ้นถีบทีเดียว หมอผีก็กระเด็นปลิวถอยหลังไปกระแทกกับกองฟืนอีกครั้ง
"์ ตบะของซูซื่อสูงส่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ หมอผีเก่งกาจถึงเพียงนั้น กลับสู้นางไม่ได้เลย!" ชาวบ้านสูดหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง
ซูชิ่นได้ยินเสียงซุบซิบเ่าั้ มุมปากก็กระตุกอย่างรุนแรง นางก้าวเท้าเดินตรงไปหาหมอผี
"เ้าปีศาจ อย่าเข้ามานะ หากเ้ากล้าเข้ามาอีก ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!" แผ่นหลังของหมอผีคนนั้นได้รับาเ็ซ้ำเติมจากหน้าอก เจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออก และเมื่อเห็นซูชิ่นเดินเข้ามา ก็ใรีบถอยหนีสุดชีวิต
"เ้าป่วยหรืออย่างไร? กลางวันแสก ๆ จะมีปีศาจที่ไหน? ปีศาจบ้านเ้าออกมาเดินเตร่ตากแดดเล่นตอนกลางวันได้หรือ? ข้าอดทนกับเ้ามานาน ไม่สนใจเ้า เ้ากลับยิ่งได้ใจ" ซูชิ่นแค่นเสียงหึ
ชาวบ้านได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่ามีเหตุผล
พวกเขาไม่เคยได้ยินว่ามีผีปีศาจตนใดกล้าออกมาทำร้ายคนในตอนกลางวัน อีกอย่าง ซูชิ่นก็ไม่เคยทำร้ายใครด้วย
ซูชิ่นคว้าตัวหมอผีไว้แล้วแย่งเอาอุปกรณ์เ่าั้มาจากมืออีกฝ่าย นางถือกระจกแปดทิศแกว่งไปมาตรงหน้าหมอผีอย่างแรง
หมอผีที่ถูกแสงสะท้อนจนลืมตาไม่ขึ้น จึงรีบใช้มือทั้งสองข้างปิดตาไว้
"เ้ารู้จักอาการแสบตาด้วยหรือ? เ้าเองก็เป็ผีปีศาจจากูเาที่ออกมาหลอกลวงผู้คนใช่หรือไม่? จะหลอกคนก็ช่วยมีความชำนาญหน่อยเถิด อย่าว่าแต่ของสิ่งนี้เลย แม้แต่กระจกที่พวกผู้หญิงในหมู่บ้านใช้ส่องหวีผม ก็ทำให้เ้าตาบอดได้แล้ว" ซูชิ่นกลอกตา
หมอผี "..."
ชาวบ้าน "..."
จากนั้นนางก็หยิบกระบี่ไม้ท้อขึ้นมาพลิกดู แล้วออกแรงหักด้วยมือทั้งสองข้าง
กร๊อบ!
กระบี่ไม้ท้อหักออกเป็สองท่อน
"ของสิ่งนี้เ้าซื้อมาจากที่ใดกัน? ดูท่าคุณภาพจะไม่ค่อยดีเลยนะ"
"บะ...บังอาจ เ้าปีศาจ กล้า...กล้าทำลายของวิเศษป้องกันตัวของข้า! คอยดูเถอะ ข้าจะ..." หมอผีโกรธจนตัวสั่น
"หนวกหูชะมัด!" ซูชิ่นทนไม่ไหวจริง ๆ จึงหยิบยันต์สีเหลืองกำหนึ่งจากถุงที่ผูกอยู่ที่เอวของหมอผี ยัดเข้าไปในปากของนางจนเต็มคำ ปิดปากนางจนสนิท
"อื้อ อื้อ อื้อ..."
ซูชิ่นเห็นว่านางยังไม่สงบเสงี่ยมจึงตบเข้าที่ศีรษะของนางฉาดหนึ่ง
แรงมือของนางมหาศาลยิ่งนัก การตบครั้งนี้ทำให้หัวของหมอผีมีเสียงอื้ออึงไปหมด
ครูสอนฟิสิกส์สมัยมัธยมต้นเคยบอกว่า แรงกระทำย่อมมีแรงโต้ตอบ ซูชิ่นใช้แรงตบหมอผีมากเกินไป ส่งผลให้มือของนางเองก็เจ็บไม่น้อยเช่นกัน
นางสะบัดมือแล้วพูดกับหมอผีว่า "มีอะไรก็พูดกันดี ๆ ไม่ได้หรือ? การใช้กำลังรุนแรงมันไม่ดีเลย อีกอย่าง เ้าควรบ้วนปากเสียหน่อยนะ กลิ่นปากของเ้าค่อนข้างรุนแรงทีเดียว"
มิเช่นนั้น นางคงไม่ใช้กระดาษยันต์อุดปากอีกฝ่ายหรอก
หมอผีมีชีวิตมาครึ่งค่อนคน ไม่เคยพบเห็นผู้ใดโอหังเช่นนี้มาก่อน! แต่นางสู้ไม่ได้!
ซูชิ่นหยิบกระบี่เหรียญทองแดงที่ดูมีราคาที่สุดขึ้นมา จากนั้นก็ออกแรงหักจนกระบี่เล่มนั้นหักสะบั้น
ท่ามกลางความโกรธแค้นจนตาแทบถลนของหมอผี ซูชิ่นเก็บเหรีญอีแปะที่กระจายอยู่บนพื้นอย่างใจเย็นแล้วยัดใส่กระเป๋า จากนั้นก็ค้นตัวหมอผีจนเจอเงินสองตำลึงและเหรียญทองแดงอีกไม่กี่เหรียญ จึงเก็บเข้ากระเป๋าไปทั้งหมด
"นี่คือค่าชดเชยที่เ้าทำเสื้อผ้าข้าสกปรก เอาละ ถือว่าหายกันแล้ว ข้ากลับบ้านก่อนล่ะ" ซูชิ่นลุกขึ้นยืนอย่างใจเย็น แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลเฉิง
หมอผีที่เพิ่งได้สติถ่มกระดาษยันต์ออกจากปาก พลางปีนออกมาจากกองฟืนแล้ววิ่งหนีออกนอกหมู่บ้านอย่างลนลาน พร้ะโกนว่า "ทุกคนรีบหนีเร็ว! ในหมู่บ้านมีผีร้ายพันปีปรากฏตัว หากไม่รีบหนีทุกคนต้องตายหมดแน่!"
ชาวบ้านจำนวนมากที่ไม่รู้ความจริง เมื่อได้ยินดังนั้นก็ใจนวิ่งหนีออกนอกหมู่บ้านอย่างไม่คิดชีวิต
โจวโจวและเยว่เยว่มองดูชาวบ้านเ่าั้ด้วยความงุนงง
เยว่เยว่ถามว่า "พี่ชาย ผีร้ายพันปีคืออะไรหรือเ้าคะ?"
โจวโจวครุ่นคิดแล้วตอบกลับว่า "ไม่รู้สิ แต่พวกเรามีท่านเซียนเฒ่าอยู่ ไม่ว่าจะเป็ผีร้ายแบบไหนก็ไม่ต้องกลัว"
"ใช่แล้ว มีท่านเซียนเฒ่าอยู่ พวกเราถึงไม่ต้องกลัว!" เยว่เยว่พยักหน้าอย่างมั่นใจ
เด็กทั้งสองไม่กลัว แต่คนตระกูลเฉิงกลับกลัวจนแทบปัสสาวะราดกางเกง
หมอผีถึงกับถูกซูชิ่นตีจนหนีไป ทั้งยังถูกซูชิ่นหักกระบี่เหรียญทองแดงอีกด้วย!
นี่มันปีศาจชนิดใดกัน ถึงได้เก่งกาจเพียงนี้!
จบสิ้นแล้ว คราวนี้พวกเขาทำให้ปีศาจตนนั้นโกรธ และปีศาจตนนั้นคงไม่ไว้ชีวิตพวกเขาเป็แน่
คนตระกูลเฉิงสิ้นหวังและตั้งใจจะรีบหนี ทว่าพอวิ่งไปถึงประตูก็เห็นซูชิ่นยืนขวางประตูไว้อยู่
เฉิงเหลียนเซียงใคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง
"พี่...พี่สะใภ้ใหญ่ ไม่...ไม่ใช่ความผิดของข้า เป็...เป็พี่สะใภ้รอง นางเป็คนตามหมอผีมาจัดการท่าน ความแค้นมีที่มา หนี้มีเ้าของ หากท่านจะหาเื่ ก็ไปหาที่นางเถิด!"
หลี่ซื่อเองก็ใจนหน้าซีดเผือด นางเกลียดเฉิงเหลียนเซียงเข้าไส้ ขณะที่กำลังจะอ้าปากปฏิเสธความรับผิดชอบ ซูชิ่นก็พูดขึ้นว่า "พวกเ้ากำลังทำอะไรกัน? หมอผีเมื่อครู่ พวกเ้าเป็คนเชิญมาหรือ?"
เฉิงเหลียนเซียงชี้ไปที่หลี่ซื่อแล้วกล่าวว่า "นางเ้าค่ะ นางเป็คนบอกท่านพ่อท่านแม่ว่าท่านเป็ปีศาจ และนางก็เป็คนไปเชิญหมอผีมาจากหมู่บ้านตระกูลหลี่ด้วย"
"จ้างมาเท่าไหร่?" ซูชิ่นถามด้วยความอยากรู้
"สอง...สองตำลึงเ้าค่ะ" เฉิงเหลียนเซียงตอบด้วยเสียงสั่นเครือ
ซึ่งก็คือเงินสองตำลึงที่เพิ่งถูกนางค้นตัวไปนั่นเอง มิหนำซ้ำ หมอผียังต้องควักเหรียญอีแปะของตนเองจ่ายเพิ่มอีก พร้อมกับเสียกระบี่เหรียญทองแดงไปอีกหนึ่งเล่มด้วย
"มิน่าเล่า" ซูชิ่นทำหน้าเข้าใจ "ข้าก็ว่า ทำไมหมอผีผู้นี้ดูไม่ชำนาญเลย ที่แท้ของถูกย่อมไม่มีคุณภาพ แม้แต่บทสวดก็ยังท่องไม่เป็"
คนตระกูลเฉิง "..."
ซูชิ่นพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ข้ารู้ว่าพวกเ้าไม่ชอบหน้าข้า กลัวข้าจะแบ่งทรัพย์สินตระกูลจึงอยากไล่ข้าไป แต่พวกเ้าจะหาวิธีที่มันน่าเชื่อถือกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ? เื่จับผีแบบนี้พวกเ้าก็เชื่อด้วยหรือ? หมอผีนั่นอย่างมากก็แค่ร่ายรำหลอกคนในหมู่บ้าน แต่พวกเ้ากลับเชื่อเสียได้! หากข้าเป็ปีศาจจริง ๆ วันนี้พวกเ้าจะมีชีวิตรอดหรือ?
ความจริงการจะกำจัดข้าให้พ้นทางนั้นง่ายมาก ไม่ให้เงินก็ให้บ้าน ขอเพียงให้เงินมากพอ ข้าจะพาลูกจากไปทันที รับรองว่าจะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าพวกเ้าอีก เงินสองตำลึงนั่นซื้อเสบียงได้ตั้งมากมาย ต่อให้ผ่อนจ่ายให้ข้าทีละนิดก็ยังดีกว่า"
คนตระกูลเฉิง "..."
"เอาเถิด เื่วันนี้ข้าจะไม่ถือสาพวกเ้าแล้ว ข้าเก็บสมุนไพรมาหนึ่งตะกร้า แบกไม่ไหวจริง ๆ ใครจะยอมเดินไปกับข้าสักเที่ยว เพื่อแบกสมุนไพรกลับมาบ้าง?" ซูชิ่นถอนหายใจอย่างจนใจ
คนตระกูลเฉิงส่ายหัวกันอย่างรุนแรง
พูดตามตรง ตอนนี้พวกเขาไม่แน่ใจเลยว่าซูชิ่นเป็ผีหรือเป็คนกันแน่ หากเป็ผีขึ้นมาล่ะ?
เพราะตอนนี้นางแตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง หากบอกว่านางไม่มีปัญหา ต่อให้ตายพวกเขาก็ไม่เชื่อ
แต่เหตุใดหมอผีผู้นั้นถึงไม่มีผลอะไรกับนางเลยเล่า?