“ จบแล้วจริงๆใช่ไหม ”
หนึ่งในฮันเตอร์ที่กำลังถูกเลเวล 70 สังหารพูดด้วยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ เมื่อครู่มีดาบแปลกประหลาดพุ่งเข้ามาสังหารมอนสเตอร์เลเวล 70 จนมันตาย เขาที่รู้ว่ารอดแล้วจึงลุกขึ้นมาตั้งหลักแต่ก็พบว่าทุกอย่างเงียบสงบลงไป
ในจุดที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ไม่มีการเคลื่อนไหวใดอีก นอกจากฮันเตอร์ที่กำลังยืนอึ้งไม่คิดว่าทุกอย่างจะจบลงเพราะฝูงดาบสีแดงเล่มเล็กๆเท่ามีดสั้น
“ ทุกคน! ”
เฉินห่าวได้ทีร้องตะโกนเสียงดัง เขาจะปล่อยโอกาสนี้ไปไม่ได้จึงต้องโปรโมทให้ถึงที่สุด
“ ฉันเฉินห่าวจากร้านหลงเฉียงฟิตเนสขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมมือกันจนถึงที่สุด สงครามในครั้งนี้จะสิ้นสุดลงไม่ได้หากขาดพลังของทุกคน ขอบคุณทุกคนที่ทำเต็มที่และขอบคุณหลงเฉียงฟิตเนสที่ส่งมังกรมาช่วยเหลือ ”
ดวงตาทั้งสองกวาดมองไปทั่วสนามรบ ผู้คนที่ได้ยินเสียงล้วนแล้วให้ความสนใจกับเสียงเฉินห่าว เขาจึงรีบเอ่ยประโยคออกมาให้หมดก่อนที่ทหารจะเข้ามาควบคุมทุกอย่าง
“ สำหรับใครที่โหยหาความแข็งแกร่งโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มเลเวล ทางหลงเฉียงฟิตเนสยินดีต้อนรับ เราสามารถเพิ่มค่าสถานะให้ได้ 20 หน่วยในเวลา 200 ชั่วโมงเท่านั้น หรือถ้าใครรีบเรามีคอร์สพิเศษที่จะทำให้ใช้เวลาเพียง 100 ชั่วโมงเท่านั้น ”
กลุ่มของอ้ายเสินเดินขึ้นไปบนศพมอนสเตอร์สูง 10 เมตร ก่อนจะชักอาวุธขึ้นพาดบ่า แต่ละคนหันหน้าออกไปคนละทิศทางเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีออร่าที่น่าหวาดหวั่นแค่ไหน
“ หากใครสนใจอยากจะแข็งแกร่งเหมือนผมและเหมือนพวกเรา พวกคุณสามารถใช้บริการหลงเฉียงฟิตเนสได้ นอกจากนั้นแล้วเรายังมีบริการปรับแก้ไขทักษะ ต่อให้ทักษะของพวกคุณจะย่ำแย่แค่ไหน เราสามารถปรับแก้ไขให้มันใช้งานได้ดีกว่าเดิมได้ในทันที ”
เฉินห่าวเห็นผู้คนเริ่มให้ความสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก เขาจึงเอ่ยสิ่งที่หลงเฉียงฟิตเนสทำได้ต่อไป
“ เรายังมีบริการปลุกพรสวรรค์ให้กับฮันเตอร์ ต่อให้คุณจะอายุ 3 ขวบหรือว่าแก่จนเกือบจะลงโลง เราสามารถปลดล็อกพรสวรรค์ให้ทุกท่านได้ หลังจากสงครามจบลงอย่าลืมมาใช้บริการหลงเฉียงฟิตเนสนะครับ ”
บู้ม!
กลุ่มของอ้ายเสินปลดปล่อยพลังออกมาจากร่าง สิ่งที่พวกเขาใช้งานไม่ใช่สกิลอาชีพแต่มันคือพรสวรรค์
การที่ใครสักคนจะปลุกพรสวรรค์ได้นั้นจำเป็นต้องใช้ทรัพย์มหาศาล แต่ถึงอย่างนั้นหลายคนที่มีเงินพร้อมก็ยังไม่สามารถปลุกพรสวรรค์ให้กับตนเอง
ทว่าสมาชิกที่ยืนอยู่รอบๆตัวของเฉินห่าวกลับปลดปล่อยพรสวรรค์ออกมาให้ทุกคนเห็น สิ่งนี้จึงทำให้ฮันเตอร์ที่กำลังเหน็ดเหนื่อยตกใจมากยิ่งขึ้นไปอีก
“ สุดท้ายนี้ผมขอมอบหน้าที่ให้กับคุณทหารต่อเลยนะครับ ”
เฉินห่าวแกล้งเหนื่อยจึงล้มตัวลงนั่งบนซากศพมอนสเตอร์ยักษ์ อย่างไรก็ตามเขาได้ยื่นใบปลิวให้กับกลุ่มของอ้ายเสินได้นำไปแจกจ่ายให้กับเหล่าฮันเตอร์
เขากลับมีข้อแม้อยู่หนึ่งอย่าง ห้ามส่งมอบใบปลิวนี้ให้กับสมาชิกตระกูลเกา เขาไม่คิดจะญาติดีกับพวกมันที่จ้างมือสังหารมาลอบฆ่าเขาและลูกสาว พวกมันจะต้องชดใช้ หากไม่อยากตายยกครัวพวกมันก็ต้องย้ายออกจากเขต X แห่งนี้
หลังจากทหารเข้ามาดูแลทุกอย่าง เลเวลร้อยก็เริ่มจับกลุ่มกันแล้ววิ่งไปยังส่วนลึกของจุดที่เคยปะทะกับมอนสเตอร์ จากการคุยกันของเหล่าทหารทำให้เฉินห่าวรู้ว่าต่อจากนี้จะทำการปิดตายรอยต่อของเขต X และเขต Y เพื่อไม่ให้มอนสเตอร์ใช้เส้นทางนี้แบ่งเขต X ออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของเมืองหวงซี
“ เกือบลืมไปแล้วไหมล่ะ อ้ายเสิน ฉันจะกลับก่อน พระอาทิตย์กำลังจะตกแล้ว ”
“ วันนี้เถ้าแก่ก็โกหกลูกสาวอีกเหรอครับ ”
“ ใช่น่ะสิ ถ้าไม่มีอะไรทำให้รีบกลับไปที่ร้านล่ะ ”
“ เข้าใจแล้วครับ ”
เฉินห่าววิ่งหน้าตั้งกลับบ้านปล่อยให้การโปรโมทร้านเป็นหน้าที่ของกลุ่มอ้ายเสิน เขาไม่กลัวว่าพวกมันจะหนีไปแล้วเพราะตอนนี้ภายในใจของพวกมันนับถือเขาจนถึงที่สุด ยากจะกล้าแยกตัวออกไป
“ เขาทำได้ยังไงกัน ”
พันโททั้ง 7 ยืนมองซากศพนกยักษ์ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง พึ่งผ่านมาเพียง 5 นาทีที่นกยักษ์ถูกสังหาร กองกำลังมอนสเตอร์ทั้งหมดก็ถูกฆ่าตายตามจนพวกเขาไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น
ทุกอย่างรวดเร็วไปหมดจนราวกับว่าสงครามไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จู่ๆมอนสเตอร์มากมายก็ตกตาย แม้แต่ราชาตัวใหม่ที่ทำพวกเขาเหล่าพันโทย่ำแย่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตามหนึ่งในสิ่งที่ถูกทิ้งเอาไว้กลับทำให้พวกเขารู้สึกหนาวสั่น ภายในสนามรบมีศีรษะของมนุษย์ถูกเสียบประจาน กลางหน้าผากมีการสลักรูปอวัยวะของเพศชายใส่ลงไปบนศพถือเป็นการหยามเกียรติมาก
หากเป็นช่วงสภาวะปกติคนที่ลงมือทำจะต้องถูกจับขัง อาจถึงขั้นติดคุกตลอดชีวิต
แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะเอาผิดใครได้เพราะเกิดการต่อสู้ของฮันเตอร์ในระหว่างมีสงคราม อีกฝ่ายยังเป็นมือสังหาร ซึ่งพวกมันถูกชายเพียงคนเดียวฆ่าตาย
สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่เพียงแค่หัวที่ถูกเสียบเอาไว้กับหอกเท่านั้น ร่างของพวกมันที่นั่งพิงหอกถูกถอดเสื้อออกแล้วสลักอักษรลงไป
ประโยคที่ทิ้งเอาไว้กลางหน้าอกจากการกรีดของอาวุธมีคนทำให้พวกเขารู้ว่าเจ้าของร้านฟิตเนสต้องการส่งคำพูดนี้ไปถึงกลุ่มที่ลอบสังหาร
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อคือเจ้าของร้านรู้แม้กระทั่งว่าคนกลุ่มนี้เป็นใคร เนื่องจากประโยคต่อท้ายเขาพูดถึงองค์กรนี้และคนที่อยู่เบื้องหลังการว่าจ้าง
[ องค์กรนทีสดับแสงเหรอ ? กระจอกเป็นบ้า คงมีแค่คนกระจอกแหละที่กล้าจ้างพวกแก ไร้น้ำยาเกิ๊น กล้าๆหน่อย ]
หงซวนอ่านข้อความกลางหน้าอกของมือสังหาร ประโยคที่ทิ้งเอาไว้ท้าทายเป็นอย่างมาก หากเขาเป็นองค์กรนทีสดับแสงคงเลือดขึ้นหน้า
แต่เขากลับรู้สึกตกใจมากกว่าการท้าทายมือสังหารคือการท้าทายองค์กรระดับประเทศอย่างนทีสดับแสง แม้แต่เขาเองยังตายได้ง่ายๆหากถูกคนกลุ่มนี้หมายหัว
เมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านกล้าเปิดฉากกับพวกมันแล้วยังทิ้งข้อความไปถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง เขาจึงสนใจร้านเล็กๆนี้มากยิ่งขึ้น เพราะดูเหมือนว่าจะมีอะไรหลายอย่างปกปิดเอาไว้
การฆ่ามือสังหารแล้วสลักอักษรลงไป ไม่มีใครเห็นนอกจากเลเวลร้อยบางคน เขาเชื่อว่าเจ้าของร้านคงจะปกปิดตัวตนคนที่ลงมือทำ เพื่อไม่ให้กระทบกับการโปรโมทร้านในช่วงท้ายที่สงครามจะจบ
ถึงแม้เขาจะปกปิดตัวตนก็ตาม ข้อความของเขาที่ทิ้งเอาไว้กลับถูกส่งไปถึงองค์กรนทีสดับแสงแล้ว ต่อให้ผู้คนจะไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร องค์กรมือสังหารกลับรู้ว่าเป็นฝีมือใคร
“ พันโท เราจะเอายังไงต่อครับ ”
พันโทหงซวนโบกมือไล่ทหารให้ออกไปจากร่างของมือสังหาร พวกเขาจะไม่ยุ่งเรื่องนี้ จากนั้นจึงสั่งให้พวกเขาออกไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ใครที่มีแรงเหลืออยู่จะถูกแบ่งไปอุดรอยต่อเพื่อไม่ให้มอนสเตอร์กลับมาอีกครั้ง
“ นายท่าน เราเก็บศพสมาชิกตระกูลกลับมาหมดแล้ว ”
ผู้นำตระกูลเกามองไปยังสมาชิกตระกูลที่รอดชีวิตสลับกับมองสมาชิกที่ตกตายกลายเป็นศพถูกวางอยู่บนผ้าขาวที่กำลังเตรียมห่อเพื่อนำกลับไปประกอบพิธีกรรม
ขณะที่มองดูศพสมาชิกตระกูลด้วยใบหน้าเศร้าเพราะเสียสมาชิกไปมาก เขากลับขมวดคิ้วเมื่อได้ยินผู้อาวุโส 3 รายงานบางอย่างหลังจากพลิกร่างของศพสมาชิกคนหนึ่งขึ้นมาดู
“ ผู้อาวุโสสาม เมื่อกี้คุณพูดอะไร ”
“ ข้าบอกว่าชายคนนี้ไม่ได้ตายเพราะมอนสเตอร์ เขาตายเพราะฝีมือมนุษย์ ”
ศพของชายร่างสูงถูกพลิกให้นอนตะแคง ด้านหลังของเขามีรอยดาบแทงเข้าสู่บริเวณหัวใจจากด้านหลัง ผู้นำตระกูลเกาพบว่ามีคนลอบจัดการสมาชิกในตระกูลจึงบอกให้พลิกศพทั้งหมดเพื่อดูว่ามีคนอื่นอีกหรือไม่ที่ถูกลอบสังหาร ก่อนที่เขาจะเลือดขึ้นหน้าเมื่อรู้ว่ามีสมาชิกมากถึง 53 คนถูกดาบแทงทะลวงหัวใจจากทางด้านหลัง
“ บัดซบ! ใครบังอาจลอบสังหารสมาชิกตระกูลเกา ”
แรงกดดันของผู้นำตระกูลเกากระจายออกไปรอบๆ พลังของเลเวลร้อยปลุกฮันเตอร์ให้แตกตื่นเพราะพลังที่กำลังกดดันเต็มไปด้วยจิตสังหาร
ทหารรับรู้ได้ว่ามีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นจึงเข้ามาสอบถาม ก่อนที่ทุกคนในพื้นที่ใกล้เคียงจะรู้ว่าสมาชิกตระกูลเกาถูกลอบสังหารในสงครามมากถึง 53 คน จากศพสมาชิกทั้งหมด 117 คน
ตระกูลใหญ่ของเขต X เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงรีบรวบรวมศพของผู้คนในตระกูลมาตรวจสอบ
ตระกูลซูรู้สึกโล่งอกสมาชิกที่ตายตามร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้กับมอนสเตอร์
ตระกูลเหยาและตระกูลฟู่ก็เช่นเดียวกัน ร่องรอยบนร่างกายเกิดจากมอนสเตอร์ทั้งหมด
เมื่อผู้ที่อยู่ในสนามรบรู้ว่าบาดแผลบนร่างสมาชิกตระกูลเกาเกิดจากการลอบสังหาร พวกเขาจึงตีตัวออกหากกลัวว่าจะถูกเข้าใจผิด
หลายคนต่อสู้ใกล้กับตระกูลเกา แต่พวกเขาไม่เคยใกล้ชิดหรือโจมตีพลาด ดังนั้นจึงค่อยๆปลีกตัวออกมาเพราะตระกูลเกาดูเหมือนจะบ้าคลั่งไล่ตามหาผู้ใช้ดาบที่ไล่แทงด้านหลังของสมาชิกตระกูลจนตาย
“ ท่านผู้นำตระกูล รอยที่เกิดขึ้นเหมือนกันทั้งหมด ข้าไม่เคยเห็นร่องรอยการแทงที่รุนแรงและเฉียบคมเช่นนี้มาก่อน ”
ผู้อาวุโสสามตรวจสอบบาดแผล เขาไม่เคยเห็นทักษะดาบเช่นนี้มาก่อน ในเขต X คงไม่มีใครที่สามารถใช้ทักษะเช่นนี้ได้
“ เจ้ากำลังจะบอกว่าคนที่ลงมือมาจากเขตอื่นงั้นเหรอ แล้วใครกันที่กล้าลงมือกับตระกูลเรา แล้วมันลงมือกับเราเพื่ออะไร มันทำแบบนี้จะได้ประโยชน์อะไรจากเรากัน ”
ผู้นำตระกูลสอบถามผู้อาวุโส แต่ละคนต่างส่ายหน้า พวกเขายังไม่มีเบาะแสคนที่ลงมือ นอกจากรวบรวมผู้ใช้ดาบแล้วสอบถามทักษะที่พวกเขาใช้จนกว่าจะเจอคนที่สามารถแทงได้แบบนี้
“ จ๊ะเอ๋ คิดถึงป๊ะป๋าหรือเปล่าเอ่ย ”
เฉินห่าวกลับมาหาลูกสาว เพียงแต่ว่าเขากลับมาช้าเกินไปเพราะพระอาทิตย์ตกดินแล้ว
เป่าเป้ยเห็นคุณพ่อกลับมาช้ากลับไม่ได้ยิ้มตอบ เธอทำเพียงกอดอกด้วยแขนสั้นๆก่อนจะทำแก้มป่องๆให้พ่อของตนเอง
เฉินห่าวเห็นใบหน้าของลูกสาวที่กำลังงอน เขาจึงเข้าไปปลอบทว่าอีกฝ่ายกลับเบือนหน้าหนีแล้วหันหลังให้ เขาจึงเดินอ้อมไปอีกทางลูกสาวกลับหันไปอีกทางเฉินห่าวที่ไม่เคยรับมือกับอาการงอนของลูกสาวจึงยิ้มแห้งๆแล้วแกล้งเป็นวางตะกร้าก่อนจะพูดคนเดียว
“ เอ…วันนี้ไปตลาดมา คนหายไปหมด แทบไม่ได้อะไรเลย แต่บังเอิญ! บังเอิญร้านตุ๊กตาดันเปิด ”
เฉินห่าวลอบมองลูกสาว เขาเห็นหูของอีกฝ่ายกระดิกเบาๆจึงพูดต่อ
“ ตอนแรกก็คิดว่าจะซื้อมาให้ลูกสาว แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ชอบ ทำยังไงดีนา… อันนี้ก็ตุ๊กตาคุณหนอนตัวสีเหลือง อันนี้ก็ตุ๊กตาคุณหมีตัวสีขาวแล้วยังมีรถไฟเหาะให้คุณตุ๊กตาได้นั่งเล่นพร้อมๆกัน ทำยังไงกับพวกมันดีนา..”
เฉินห่าวได้ยินเสียงขยับ เขาจึงหันมองเป่าเป้ยที่แอบชำเลืองมองตุ๊กตา ทว่าเธอก็หันกลับไปรวดเร็วหลังจากรู้ว่าพ่อแอบมอง
“ โอ๋โอ๋ ป๊ะป๋าขอโทษนะ ครั้งหน้าป๊ะป๋าจะรีบกลับมาให้ไว เป่าเป้ยจะเลี้ยงตุ๊กตาพวกนี้ไหม ถ้าไม่เลี้ยงป๊ะป๋าจะได้เอาไปคืน ”
“ หายแย้วก็ล่าย ”
“ หายแล้วเหรอ ” เฉินห่าวมองไปยังลูกสาวที่ค่อยๆหันกลับมาหาตนเอง ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆให้
“ โอเค งั้นเรามาดีกันนะ เกี่ยวก้อยสัญญาก่อนว่าจะหายงอนป๊ะป๋า ”
“ สัญญา เป่าเป้ยจาไม่งอ ” เฉินห่าวฉีกยิ้มกว้างแล้วส่งตุ๊กตาให้กับลูกสาว เขาซื้อพวกมันเอาไว้เยอะเพราะคิดว่าสักวันอาจจะได้ใช้ ซึ่งไม่คิดว่าจะได้นำมันออกมาใช้ง้อลูกสาววัย 2 ขวบที่งอนเป็นแล้ว
“ วันนี้เล่นอะไรกับเฟยหลงเหรอ บอกป๊ะป๋าได้ไหม ”
เฉินห่าวเข้าไปอุ้มเป่าเป้ย อีกฝ่ายได้ตุ๊กตาไปหลายตัวลืมแม้กระทั่งอาการโกรธ
มังกรน้อยเห็นว่าพ่อและลูกสาวอุ้มกันขึ้นไปชั้นสาม มันจึงทิ้งตัวลงนอน ตลอดทั้งวันมันวิ่งไล่จับเด็กน้อยจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง