มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 73.หลังเกม

    เศษทหารหินกระจายอยู่ทั่วกระดาน

    หลังการต่อสู้จบลง ทั้งสิบคนยังคงนั่งพักอยู่ตรงนั้น

    ไม่มีใครรีบเดินต่อ

    ประตูหินด้านหน้าเปิดค้างอยู่แล้ว แต่ทางด้านในยังมืดสนิท

    ไคนั่งเหยียดขา ก่อนมองไปทางนัท

    “นายเล่นเกมแบบนั้นทุกครั้งเลยหรือไง?”

    นัทส่ายหน้า

    “เพิ่งครั้งแรก”

    ไคหัวเราะ

    “ดีแล้ว”

    รันที่นั่งพิงโล่อยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น

    “ถ้าเป็นครั้งที่สอง ฉันคงไม่กล้ายืนใกล้นาย”

    นัทมองเขา

    “ทำไมครับ?”

    รันมองเศษทหารหินบนพื้น

    “เดี๋ยวนายก็ฟันอีก”

    นัทหัวเราะเบา ๆ

    มาร์โกส่ายหน้า

    “พอเถอะ”

    บรรยากาศที่ตึงเครียดมาหลายตอนเริ่มผ่อนลง

    ไคยกหมัดขึ้นดู

    เปลวไฟเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นรอบกำปั้น ก่อนดับลง

    “อย่างน้อยวันนี้ก็ได้ใช้หมัดเต็มที่”

    นัทมองเขา

    “หมัดไฟของนายแรงดี”

    “ปราณไฟ”

    ไคแก้

    “ฉันฝึกมานาน”

    นัทพยักหน้า

    “เข้าใจแล้ว”

    รันหัวเราะ

    “นายสองคนคุยเรื่องพลังกันเหมือนกำลังเลือกอาวุธเลย”

    ไคหันไป

    “แล้วโล่ของนายล่ะ?”

    รันยกโล่ขึ้น

    “มันช่วยชีวิตฉันมาเยอะกว่าอาวุธทุกชิ้น”

    “ก็จริง”

    ทั้งสามหัวเราะเบา ๆ

    ไม่นานนัก ชายคนหนึ่งจากทีมสำรวจกิลด์เดินเข้ามาหานัทกับมาร์โก

    เขาเป็นหัวหน้าของทีมสำรวจ

    “ขอบคุณพวกนาย”

    นัทหันไป

    “เรื่องอะไรครับ?”

    “ถ้าไม่มีพวกนาย พวกเราคงไม่ได้มายืนพักอยู่ตรงนี้”

    มาร์โกตอบเรียบ ๆ

    “พวกเราก็แค่ช่วยกัน”

    หัวหน้าทีมมองนัท

    “สำหรับพวกนายอาจแค่ช่วยกัน”

    เขาหันไปมองสมาชิกทีมของตัวเอง

    “แต่สำหรับพวกเรา มันมากกว่านั้น”

    นัทไม่ได้ตอบ

    หัวหน้าทีมจึงนั่งลงพักด้วย

    “หลังออกไป ฉันจะรายงานเรื่องทั้งหมดกับกิลด์ตามความจริง”

    นัทหันไปมอง

    “ไม่ต้องพูดเกินจริงนะครับ”

    ชายคนนั้นหัวเราะ

    “ฉันไม่จำเป็นต้องพูดเกินจริงหรอก”

    เขามองเศษทหารหินบนกระดาน

    “แค่เล่าว่านายทำอะไรลงไป ก็น่าจะพอแล้ว”

    มาร์โกมองน้องชาย

    นัททำหน้าเฉย

    “ผมแค่ฟันตัวหมาก”

    หัวหน้าทีมหัวเราะ

    “นั่นแหละ”

    หลังพักกันจนพอมีแรง

    ทุกคนจึงเริ่มลุกขึ้น

    นัทสะพายอาวุธ

    มาร์โกตรวจความเรียบร้อยของกลุ่ม

    ไคกำหมัด

    รันกระชับโล่

    หัวหน้าทีมสำรวจกิลด์มองประตู

    “ไปกันเถอะ”

    ทั้งสิบคนเดินออกจากห้องกระดาน

    ประตูหินด้านหลังค่อย ๆ ปิดลง

    ทางเดินเบื้องหน้าทอดยาวเข้าไปในความมืด

    ไม่มีเสียงอะไร

    มีเพียงแสงสลัวจากผลึกตามผนัง

    พวกเขาเดินต่อไปเรื่อย ๆ

    จนทางเดินเปิดออกเป็นห้องขนาดใหญ่

    ทุกคนหยุดมอง

    ภายในห้องมีโต๊ะหินเก่า ๆ ตั้งอยู่หลายตัว

    ด้านข้างมีภาชนะหินแตก ๆ

    บางจุดมีแท่นสำหรับวางของ

    และตรงมุมห้อง...

    มีร่องรอยกองไฟเก่าจนแทบกลายเป็นฝุ่น

    ไคเดินเข้าไปดู

    “ที่นี่เคยมีคนพัก”

    รันก้มลงมองพื้น

    “นานมากแล้ว”

    หัวหน้าทีมสำรวจกิลด์เดินเข้าไปตรวจสอบ

    เขาหยิบเศษภาชนะขึ้นมาดู

    “เก่ามาก”

    เขาใช้นิ้วถูฝุ่นบนพื้นผิว

    “ไม่ใช่ของที่เพิ่งถูกทิ้งไว้แน่นอน”

    เบรนมองไปรอบ ๆ

    “แล้วใครเคยใช้ที่นี่?”

    หัวหน้าทีมส่ายหน้า

    “ไม่รู้”

    เขาวางเศษภาชนะลง

    “แต่คงเป็นคนที่เข้ามาที่นี่ในอดีต”

    นัทมองห้อง

    “ก่อนดันเจี้ยนจะถูกทิ้ง?”

    หัวหน้าทีมพยักหน้า

    “เป็นไปได้”

    เซนเดินไปดูทางด้านหนึ่ง

    “ตรงนั้นมีทางออกอีกทาง”

    ทุกคนหันไปมอง

    บริเวณด้านหลังห้องมีช่องทางเดินเก่า ๆ อีกแห่ง

    มันถูกปิดด้วยหินบางส่วน

    รันถาม

    “ถ้าอย่างนั้นที่นี่อาจมีทางเข้าอื่น?”

    หัวหน้าทีมมองช่องนั้น

    “อาจจะ”

    เขาหยุดครู่หนึ่ง

    “แต่ไม่ได้หมายความว่ามีคนอยู่ข้างในตอนนี้”

    นัทพยักหน้า

    “ใช่”

    เขามองสภาพของห้อง

    ฝุ่นหนา

    ร่องรอยเก่า

    ไม่มีรอยเท้าใหม่

    ไม่มีสิ่งของที่เพิ่งถูกใช้งาน

    ทุกอย่างดูเหมือนถูกทิ้งไว้มานานหลายปี...

    หรืออาจนานกว่านั้นมาก

    มาร์โกพูดเบา ๆ

    “อย่างน้อยก็รู้แล้วว่า ที่นี่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อพวกเรา”

    นัทมองไปรอบ ๆ

    “คงมีคนใช้มันมาก่อน”

    ทั้งกลุ่มเดินสำรวจต่อ

    ไคเปิดภาชนะใบหนึ่ง

    ข้างในว่างเปล่า

    “ไม่มีอะไรเลย”

    รันหัวเราะ

    “นายคิดว่าจะมีอาหารเหลือเป็นร้อยปีหรือไง?”

    ไคปิดฝา

    “ก็ลองดูไม่ได้เสียหาย”

    นัทหัวเราะเบา ๆ

    บรรยากาศยังคงผ่อนคลาย

    จนกระทั่ง...

    นัทหยุดเดิน

    สายตาของเขาไปหยุดอยู่บนกำแพง

    มีรอยสลักอยู่ตรงนั้น

    เป็นสัญลักษณ์แปลก ๆ

    มาร์โกเดินเข้ามาหยุดข้าง ๆ

    ทั้งสองมองมัน

    เงียบอยู่ครู่หนึ่ง

    นัทจำรูปแบบบางส่วนได้

    มันคล้ายกับสัญลักษณ์ที่เขาเคยเห็นในบททดสอบครั้งแรก

    แต่ไม่เหมือนทั้งหมด

    มาร์โกพูดเบา ๆ

    “คล้ายของเดิม”

    นัทพยักหน้า

    “ครับ”

    “คิดว่าเกี่ยวกันไหม?”

    นัทมองอีกครั้ง

    “ยังไม่รู้”

    เขาไม่ได้แตะต้องมัน

    เพียงจดจำรูปแบบเอาไว้

    แล้วหันกลับไปหากลุ่ม

    หัวหน้าทีมสำรวจถาม

    “เจออะไร?”

    นัทตอบสั้น ๆ

    “แค่รอยสลักเก่า”

    หัวหน้าทีมเดินมาดู

    “มีเยอะในดันเจี้ยนโบราณ”

    เขามองอยู่ครู่หนึ่ง

    “ถ้าอยากรู้ความหมาย คงต้องเอากลับไปให้คนของกิลด์ตรวจสอบ”

    นัทพยักหน้า

    “งั้นค่อยว่ากัน”

    เขาหันกลับ

    ทั้งสิบคนเดินต่อ

    ทางเดินด้านหน้าแบ่งออกเป็นสองทาง

    ทางหนึ่งมุ่งลึกเข้าไปในดันเจี้ยน

    อีกทางหนึ่งดูเหมือนทางเก่าที่ถูกทิ้งร้าง

    หัวหน้าทีมสำรวจมองทั้งสองทาง

    “เราไปทางหลักก่อน”

    ทุกคนพยักหน้า

    นัทเดินอยู่ด้านหน้า

    มาร์โกอยู่ข้าง ๆ

    ด้านหลังคือคนที่เหลือทั้งหมด

    ไม่มีใครรู้ว่าดันเจี้ยนแห่งนี้เคยมีประวัติความเป็นมาอย่างไร

    ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนสร้าง

    และไม่มีใครรู้ว่าทำไมถึงมีสถานที่แบบนี้อยู่ใต้ดิน

    แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้แล้วคือ...

    พวกเขาไม่ได้เป็นคนแรกที่เคยเหยียบย่างเข้ามาในสถานที่แห่งนี้

    เพียงแต่...

    พวกเขาคือกลุ่มแรกในยุคปัจจุบันที่บังเอิญหลุดเข้ามาถึงชั้นนี้

    และความแตกต่างนั้น...

    อาจสำคัญกว่าที่ทุกคนคิด