หลังสิ้นสุดการประคัดเลือกตัวแทนของแต่ละตำหนัก พวกเขาจะมีเวลาพักผ่อนอีกสามวัน ก่อนจะเริ่มทำการประลองอีกครั้ง ทำให้หลิงเทียนและกลุ่มของเขากลับมาพักที่หอสายหยกดังเดิม
คราวนี้หลิงเทียนเรียกตั้งใจเซียงเซียงเข้าไปพูดคุยตามลำพัง เพื่อปรึกษาหารือกับปัญหาของหนิงเอ๋อร์อย่างเงียบๆ แต่ทว่านางกลับพาหนิงเอ๋อร์และไป๋หยุนเฟย เข้ามาร่วมรับฟังการแก้ไขปัญหาด้วย
คราแรกหลิงเทียนถึงกับมึนงงที่คราวนี้นางไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการสื่อ แต่พอได้ยินเซียงเซียงพูดขึ้นว่าถึงจะปิดบังไปก็เท่านั้น เพราะคนที่ไม่รู้สถานการณ์ของหนิงเอ๋อร์ ก็มีเพียงแค่หลิงเทียนคนเดียวเท่านั้น จากสีหน้ามึนงงของหลิงเทียนแปรเปลี่ยนเป็นสลดลงทันที
"เอาน่า!! อย่าคิดมากนะ" เซียงเซียงได้แต่กล่าวปลอบเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามต่ออย่างสงสัย "แล้วสิ่งที่ต้องการจะหารือคือเรื่องอะไรล่ะ!?"
"ถ้าจะให้พูดกันตามตรงอยากได้ข้อมูลกำลังรบของทางราชวงศ์ทั้งหมดน่ะ!!" หลิงเทียนเริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง ทว่ายังไม่ทันได้ยินเสียงตอบรับก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
"ก๊อก ก๊อก!!"
ก่อนที่เซียงเซียงจะเดินไปเปิดประตูราวกับรู้ว่าใครกำลังจะมา แต่พอหลิงเทียนได้เห็นว่าผู้มาใหม่เป็นใครถึงกับบุ้ยปากทันที ทว่าเซียงเซียงกลับอมยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า
"เอาล่ะ!! ตอนนี้ก็เริ่มหารือกันต่อได้แล้ว"
"ตะ...แต่ว่า....." ยังไม่ทันที่หลิงเทียนจะได้พูดอะไรต่อก็ถูกขัดขึ้น
"ก่อนอื่นเลยเริ่มจากเจ้าก็แล้วกัน มู่เยี่ยได้ข้อมูลอะไรมาบ้าง!!" เซียงเซียงแทบจะไม่ปล่อยให้หลิงเทียนได้พูดขัดเลยแม้แต่น้อย
"ราชวงศ์ซือหม่า มีกองกำลังทหารราว 30,000 คน โดยมี 8 หัวหน้าองค์รักษ์อยู่ในระดับดินแดนจักรพรรดิขั้น 9 เป็นผู้ควบคุมกองกำลัง ส่วนองค์ราชานั้นอยู่ในครึ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตพระเจ้า แต่จากเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีก่อน ที่มีหนึ่งในพระสนมลอบวางพิษสลายวิญญาณ ทำให้องค์ราชาลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม ทว่ากลับไม่สามารถถอนพิษออกมาได้ ทำให้ระดับพลังเสื่อมถอยมาอยู่ในดินแดนจักรพรรดิขั้น 8 และมีข่าวหลุดรอดมาว่าราชวงศ์ซือหม่าปกครองประชาชนทุกคน และกองกำลังรบทั้งหมดด้วยตราพันธะสัญญาทาส จึงมีแต่ผู้คนเกลียดชังเลยต้องการเชื่อมสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์หวงหลง"
หลิงเทียน ไป๋หยุนเฟย และหนิงเอ๋อร์ ที่นั่งฟังถึงกับอึ้งไป เพราะข้อมูลแบบนี้มันไม่ได้หากันง่ายๆ ขนาดนั้น โดยเฉพาะหนิงเอ๋อร์แม้นางจะออกจากทางราชวงศ์มานาน แต่ก็ตามสืบข่าวหาข้อมูลของราชวงศ์มานาน ยังมีข้อมูลในมือน้อยกว่ามู่เยี่ยซะด้วยซ้ำไป จะมีก็แต่เซียงเซียงเท่านั้นที่ดูไม่ค่อยแปลกใจเท่าใดนักก่อนที่นางจะเอ่ยต่อ ด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"ได้มาแค่นี้เองหรอ ถ้าเช่นนั้น..........!!"
"ช้าก่อน!!" มูเยี่ยรีบขัดขึ้นก่อนจะรีบพูดต่อทันที ราวกับว่ากลัวอะไรสักอย่างท่ามกลางความแปลกใจของหลิงเทียนและคนในกลุ่มเป็นอย่างมาก
"จากข่าวล่าสุดที่เรามีก็คือทางราชวงศ์ซือหม่ายังคงปกปิดเรื่องที่องค์ราชาสูญเสียพลังไป จึงได้รีบเร่งเดินหน้าตามหาตัวองค์หญิง 19 ที่หนีการแต่งงาน โดยเป่าหูทางราชวงศ์หวงหลงว่า ตำหนักเหมันต์จันทรานั้นได้ใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ยอมส่งมอบตัวขององค์หญิง 19 คืนให้กับทางราชวงศ์ซือหม่า เพราะได้หมั้นหมายกับศิษย์หลักส่วนตัวของเจ้าของตำหนัก เพื่อทำให้ทางราชวงศ์หวงหลงเสียหน้า จนยอมออกหน้าในการปะทะกับเจ้าตำหนักเหมันต์และขอตัวองค์หญิง 19 คืนกลับสู่ราชวงศ์ซือหม่า เป้าหมายแท้จริงคือต้องการโอสถถอนพิษเพื่อฟื้นคืนพลังจากองค์หญิง 19"
หลิงเทียนและกลุ่มต่างหันไปมองหนิงเอ๋อร์เป็นตาเดียวกัน ราวกับรอคำตอบอะไรบางอย่างจากเธออยู่ก็ไม่ปาน โดยมีสีหน้าเอ๋อๆ ของนาง ก่อนจะรีบส่ายหัวและเอ่ยขึ้น
"ขะ...ข้าไม่มีโอสถถอนพิษ และไม่รู้วิธีการปรุงยาด้วย!!"
"ศิษย์พี่หนิงเอ๋อร์ไม่มีย่อมไม่แปลก เพราะนั่นเป็นสูตรยาลับของตระกูลมารดาท่าน แต่หากองค์ราชาได้ตัวท่านไป จะสามารถนำตัวท่านไปขู่เข็ญกับตระกูลของมารดาท่านได้"
หลิงเทียนและกลุ่มเริ่มเข้าใจถึงสถานการณ์ขึ้นมาทันที ระหว่างที่พวกเขากำลังครุ่นคิดกันอยู่นั้น เซียงเซียงเริ่มจะเปิดประเด็นถามขึ้นอีกครั้ง
"แล้วอุปนิสัยขององค์ราชาจากราชวงศ์หวงหลงเป็นเช่นไร!?"
"เป็นคนเถรตรง รักความยุติธรรม ถือว่าเป็นผู้ปกครองราชวงศ์ที่ดีที่สุดในบรรดา 3 ราชวงศ์ทั้งหมด และยังมีกองกำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดอีกด้วย เทียบเท่าได้กับตำหนักเพลิงโลกันต์หรืออาจเหนือกว่าเล็กน้อย" มู่เยี่ยรีบตอบในทันที
"หืม!! ถือว่าทำการบ้านมาดีใช้ได้ เอาเป็นว่าข้ายอมรับเจ้าก็แล้วกัน!!" เซียงเซียงเอ่ยอย่างพึงพอใจ
"ขอบคุณค่ะ ศิษย์พี่" มู่เยี่ยที่ตอบรับนัยน์ตาแฝงไปด้วยความปิติยินดีเป็นอย่างมาก
"เอิ่ม!! พวกเจ้าพูดคุยกันเรื่องอะไรน่ะ เหมือนข้าจะไม่ค่อยเข้าใจเลยนะ" หลิงเทียนถามอย่างแปลกใจ
"ไม่มีอะไร ข้าก็แค่ยอมรับให้มู่เยี่ยเข้ามาอยู่ในกลุ่มเราด้วยก็เท่านั้นเอง" เซียงเซียงตอบรับอย่างเรียบง่าย
"ห๊าาาา!!!?" หลิงเทียนที่อุทานอย่างตกตะลึง พลันได้สติก่อนจะรีบลากเซียงเซียงไปอีกมุมในห้องทันที ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง [ประมาณว่ากลัวเมียมั้ง] "นี่ทำไมทำอะไรไม่ปรึกษาข้าก่อนเล่า!?"
"ข้าว่าข้าดูคนไม่ผิดหรอกนะ แล้วก็อีกอย่างข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่หามาได้ง่ายๆ หรอกนะ ข้าใช้เวลาร่วมปีในการหาข่าวพวกนี้แต่กลับมืดบอดสนิท และที่สำคัญเจ้ามันเป็นพวกใช้แต่กำลัง นอกจากการมีกุนซือที่ดีแล้ว การมีแหล่งข่าวเคลื่อนที่อย่างมู่เยี่ยถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ หากมีอะไรผิดพลาดเดือดร้อนถึงท่านพ่อท่านแม่ จะได้แก้ไขสถานการณ์ได้ทันเข้าใจไหม!!"
"อะ...อ่า...ครับ!!" หลิงเทียนถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่จำใจยอมรับเพราะมันคือความจริง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจเล็กน้อย "เจ้าไม่กลัวว่ามู่เยี่ยจะเข้าหาข้าจนข้าใจอ่อนหรือไงกัน!?"
"เจ้าเป็นคนที่ช่วยฉุดข้าขึ้นมาจากความเดียวดาย มอบความรักและครอบครัวที่อบอุ่นให้ข้า ฉะนั้นข้าไม่ได้สนใจว่าเจ้าจะมีภรรยากี่คน ที่ข้าสนใจมีเพียง...ความปลอดภัยของคนที่ข้ารักเท่านั้น" เซียงเซียงเอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมาแม้หางเสียงจะเบาลงก็และใบหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยก็ตาม
"...........!!?" หลิงเทียนถึงกับทำอะไรไม่ถูกพร้อมใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำว่ารักออกจากปากของเซียงเซียง
ก่อนที่ทั้งสองจะเดินกลับเข้าไปรวมกลุ่มด้วยบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ทว่าเมื่อกลุ่มของพวกเขาพูดคุยเพื่อวางแผนหารือกันอยู่นั้น
"ตุ๊บ ตุ๊บ!!"
"ตุ๊บ ตุ๊บ!!"
จู่ๆ ภายในแหวนพันธะสัญญาของหลิงเทียนก็มีปฏิกริยาตอบสนองอย่างรุนแรง พร้อมๆ กับเสียงราวกับมีหัวใจของสิ่งมีชีวิตกำลังดังขึ้น ทั้งยังเปลวเพลิงอสนีบาตพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง
"พรึ่บ!!?"
ร่างของเฮเมราปรากฏออกมาอย่างรวดพร้อมๆ กับที่มือข้างซ้ายยังกอดตุ๊กตาของรักของหวงของเซียงเซียง โดยอาศัยการเดินทางผ่านแหวนพันธะสัญญาของหลิงเทียน พร้อมกับมือขวาตวัดไปมาเล็กน้อย ก็มีม่านแสงสีทองปกคลุมรอบๆ และทุกคนที่อยู่ภายในห้องทันที "พี่ชายรีบทำตราประทับพันธะสัญญากับนกกระจอกน้อยนี้เถอะ!!"
หลิงเทียนที่กำลังงงๆ พอได้ยินเสียงของเฮเมราก็พลันได้สติขึ้น ก่อนจะเรียกไข่ของวิหคสวรรค์ออกมาเปลวเพลิงอสนีบาตทวีความรุนแรงขึ้นนับสิบเท่า หากไม่ใช่เพราะแสงสีทองของเฮเมรากลุ่มของเขาคงโดนแผดเผาไปเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่หลิงเทียนจะกัดไปที่นิ้วมือของตัวเอง เพื่อหยดเลือดลงไปที่ไข่ของวิหคสวรรค์ เฉกเช่นเดียวกับตอนที่ทำพันธะสัญญากับเหมยลี่ ขณะที่เซียงเซียงก็ทำแบบเดียวกัน ทว่าในครั้งนี้ต่างกันออกไปเพราะเมื่อเซียงเซียงหยดเลือดลงไป มันกลับระเหยออกไปทันที
"ไม่ได้ผลหรอกพี่สาวธาตุของพี่เป็นหยินพิสุทธิ์ ไม่สามารถผูกพันธะกับไข่ของหนึ่งในสี่สัตว์จตุรเทพ อย่างนกกระจอกซูซาคุได้หรอก ต้องเป็นหญิงสาวที่มีธาตุหยางสูงและใช้ธาตุอสนีบาตได้" เฮเมราเอ่ยเตือนขึ้นทันที
ทุกคนได้แต่หันไปมองทางหนิงเอ๋อร์เป็นตาเดียวกัน ทว่ากลับถูกเฮเมราขัดขึ้นอีกครั้ง
"เด็กน้อยคนนั้นก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะนางใช้ธาตุวายุอสนีแม้จะผูกพันธะได้ แต่ก็ต้องแลกด้วยร่างกายที่ต้องถูกแผดเผาไปตราบชั่วนิรันด์ที่ยังมีตราพันธะเช่นกัน" เฮเมราพูดดักคอขึ้นทันที
"แล้วเราจะหาหญิงสาวที่ไหนที่มีปราณหยินสูงและใช้ธาตุอสนีได้กันล่ะเฮเมรา!?" หลิงเทียนที่โดนดูดพลังปราณต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสาย ทำให้เขาเริ่มที่จะอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ ถามขึ้นอย่างรีบร้อน
"ถ้าพี่ชายไว้ใจยัยเด็กไม้กระดานนั้น ก็สามารถให้นางมาผูกพันธะได้ค่ะ!!"
มู่เยี่ยถึงกับคิ้วกระตุกพลางก้มลงมองหน้าอกตัวเอง ก่อนจะมองไปทางสาวๆ คนอื่นรอบห้องพลางได้แต่ถอนหายใจ เพราะมันเป็นเรื่องจริงที่นางไม่มีหน้าอกเหมือนคนอื่นๆ แต่ก็ทำได้เพียงแค่เถียงในใจเบาๆ "ก็แค่มันยังไม่โตขึ้นมาก็เท่านั้นเอง"
เซียงเซียงที่ได้ยินแบบนั้นก็มิได้ติดใจอะไรมากนัก ก่อนจะเรียกให้มู่เยี่ยเข้าไปหยดเลือดลงไข่วิหคสวรรค์ทันที เพราะจากสีหน้าของหลิงเทียนที่เริ่มซีดขาวทำให้นางใจคอไม่ค่อยดี ส่วนมู่เยี่ยก็ทำตามอย่างว่าง่ายแม้จะยังงงๆ ก็ตามที
"ติ๊ง ติ๊ง!!" เสียงหยดเลือดลงไข่ของวิหคสวรรค์ ก่อนที่จะปรากฏแสงสว่างวาบ และพลังปราณของมู่เยี่ยที่ถูกดูดเข้าไปอย่างรวดเร็ว ถึงกับทำให้นางอดตกตะลึงในความตะกละของไข่ใบนี้ไม่ได้
"วู๊บบบบ!!?"
"เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!!?"