(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย

    ตอนที่ 46 ปิดฉากทุกสิ่ง

            ขณะที่ฝั่งตระกูลโอวหยางยังคงตกอยู่ในความเงียบงัน


            เจ้าเมืองหนานปิงที่นั่งสังเกตการณ์มาตลอดก็ลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเขาไม่แสดงความลังเลแม้แต่น้อย


            ดวงตาที่เยือกเย็นกวาดมองทุกคนในลานประลอง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด


            “การประลองจบลงแล้ว ผู้ชนะคือตระกูลตง!”


            ทุกคนเงียบกริบตั้งใจฟัง น้ำเสียงของเจ้าเมืองหนานปิงไม่เปิดโอกาสให้มีการโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น


            “หลังจากนี้ กิจการทั้งหมดของตระกูลโอวหยางจะตกเป็นของตระกูลตง”


            “ตามข้อตกลงที่ให้กันไว้ ผู้แพ้จะต้องสูญเสียทุกสิ่ง และตระกูลโอวหยางไม่มีสิทธิ์ที่จะอยู่ในเมืองหนานปิงของข้าอีกต่อไป!”


            ทุกคำพูดของเจ้าเมืองหนานปิง เปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ฟาดลงบนร่างของโอวหยางเฉินและคนตระกูลโอวหยางโดยตรง


            สีหน้าของพวกเขาซีดเผือดลงในทันที บางคนถึงกับสั่นระริก ราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น


            “ให้เวลาครึ่งวันในการดำเนินการทุกสิ่ง”


            “ไม่เช่นนั้น.. ข้าเจ้าเมืองหนานปิงจะลงไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง!”


            เมื่อคำสั่งอันเด็ดขาดถูกกล่าวออกมา


            ไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน เสียงของเจ้าเมืองหนานปิงแม้จะสงบนิ่ง แต่กลับแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่มีใครกล้าต่อต้าน


            สมาชิกตระกูลโอวหยางแต่ละคนต่างคอตก


            สีหน้าของพวกเขาหม่นหมอง บางคนถึงกับก้มหน้าลงต่ำอย่างสิ้นหวัง ขณะที่เสียงพึมพำด้วยความคับแค้นดังขึ้นเป็นระลอกๆ


            “เป็นเพราะหัวหน้าตระกูลของเราแท้ๆ ทำให้เรื่องมันบานปลายถึงขนาดนี้!”


            “ผลลัพธ์เป็นอย่างไรล่ะ? ตอนนี้พวกเราไม่มีแม้แต่บ้านจะอยู่อาศัย ต้องไปยังเมืองอื่น ไม่อาจตั้งรกรากในเมืองหนานปิงได้อีกแล้ว!”


            เสียงก่นด่าดังไปทั่ว ผู้คนของตระกูลโอวหยางมองไปยังโอวหยางเฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น


            บางคนถึงกับกำหมัดแน่น ราวกับอยากจะเข้าไปทำร้ายชายผู้ที่เคยเป็นหัวหน้าตระกูลของพวกเขา


            โอวหยางเฉินที่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มตัวสั่น


            ความกลัว ความสิ้นหวัง และความเดือดดาลปะปนกัน จนทำให้สติของเขาแทบขาดผึง เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง


            “ฮ่าๆๆๆ ขะ.. ข้าเป็นหัวหน้าตระกูลแท้ๆ”


            “แต่กลับถูกพวกเจ้าเหยียบย่ำถึงเพียงนี้!”


            เสียงหัวเราะของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง


            ก่อนที่จู่ๆชายวัยกลางคนจะชักมีดสั้นที่แนบอยู่ที่เอวขึ้นมา ใบมีดเย็นเฉียบสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวาววับ


            “ถ้าหากตระกูลโอวหยางต้องถึงจุดจบ..”


            “เช่นนั้นข้าก็จะไม่อยู่ดูความอัปยศนี้อีกต่อไป!”


            ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเขาจะทำเช่นนี้ ทุกคนต่างเบิกตากว้าง


            ตงจางและเจ้าเมืองหนานปิงเองก็ชะงักไปชั่วขณะ ขณะที่สมาชิกตระกูลโอวหยางบางคนร้องตะโกนออกมาอย่างตกใจ


            “หัวหน้าตระกูล หยุดนะ!!”


            ทว่าโอวหยางเฉินไม่เปิดโอกาสให้ใครเข้ามาห้าม


            “ฉึก!”


            ตัวของเขาได้ปักมีดสั้นลงไปยังลำคอของตนเองอย่างรุนแรง เลือดสดๆพลันพุ่งกระฉูดออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า


            ก่อนที่ร่างอ้วนใหญ่จะทรุดฮวบลงกับพื้น ดวงตาของเขายังคงเบิกกว้าง เหมือนไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นความจริง


            ทุกสิ่งทุกอย่างของเขา หายไปหมดแล้ว


            เสียงร้องของสมาชิกตระกูลโอวหยางบางคนดังขึ้น


            บางคนถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเศร้าโศก


            ขณะที่คนของตระกูลตงกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีใครรู้สึกเห็นใจชายผู้นี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นผลจากการกระทำของเขาเอง


            เจ้าเมืองหนานปิงมองร่างที่แน่นิ่งของโอวหยางเฉิน ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


            จากนั้นก็หันไปกล่าวกับสมาชิกที่เหลือของตระกูลโอวหยางด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด


            “จัดการนำร่างของเขาออกไป และรีบดำเนินการออกจากเมืองตามที่ข้าได้กล่าวไว้!”


            คำสั่งของเขาเป็นเสมือนเสียงสุดท้ายที่ตัดสินชะตากรรมของตระกูลโอวหยาง


            ไม่มีใครกล้าคัดค้าน ทุกคนต่างรู้ดีว่าวันนี้คือจุดสิ้นสุดของพวกเขาในเมืองหนานปิงโดยสมบูรณ์แล้ว


            ขณะที่ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อจัดการตามคำสั่ง


            “ทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามแต่ชะตากรรม..”


            เทียนจุนก็เพียงแค่ยืนมองอยู่เงียบๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป


            ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนแม้แต่น้อย


            ไม่นาน คนของตระกูลโอวหยางทั้งหมดก็เริ่มเก็บข้าวของส่วนตัวอย่างเร่งรีบ


            บรรยากาศภายในคฤหาสน์ตระกูลโอวหยางเต็มไปด้วยความเงียบงันและความสิ้นหวัง


            หลายคนต่างมีสีหน้าหม่นหมอง


            บางคนพยายามกลั้นน้ำตา บางคนก่นด่าหัวหน้าตระกูลที่ตัดสินใจผิดพลาดจนทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้


            เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว พวกเขาก็พากันเดินขบวนออกจากเมืองหนานปิง ภายใต้สายตาของปุถุชนมากมายที่ยืนจับกลุ่มกันอยู่ริมถนน


            ผู้คนเริ่มพูดคุยกันอย่างล้นหลาม บางคนแสดงความสมน้ำหน้า บางคนมองด้วยความเวทนา


            “ตระกูลโอวหยางที่เคยรุ่งเรือง กลับต้องลงเอยเช่นนี้.. ช่างน่าสังเวชนัก!!”


            “สมควรแล้ว พวกมันเย่อหยิ่งมาโดยตลอด คิดว่าตนเองยิ่งใหญ่จนไม่มีผู้ใดกล้าต่อต้าน นี่เป็นผลกรรมที่พวกมันก่อขึ้นมาเอง”


            “ข้าเองก็ไม่คิดว่าท่ตระกูลตงจะสามารถทำให้ตระกูลโอวหยางล่มสลายได้รวดเร็วถึงเพียงนี้..”


            เสียงซุบซิบเหล่านี้ดังไปทั่วบริเวณ


            ทว่าคนของตระกูลโอวหยางกลับไม่มีใครกล้าเอ่ยโต้แย้ง


            พวกเขาเพียงแค่เดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมามอง


            ในทางกลับกัน ฝั่งของตระกูลตง เวลานี้เต็มไปด้วยความคึกคัก


            ตงจางที่เพิ่งได้รับชัยชนะครั้งใหญ่ กำลังดำเนินการเข้าฮุบกิจการการค้าทั้งหมดของตระกูลโอวหยางที่อยู่ภายในเมือง


            โดยมิรอช้า ชายร่างอ้วนได้ออกคำสั่งให้คนของตระกูลเร่งมือเข้าควบคุมกิจการทุกแห่ง


            “ส่งคนไปจัดการดูแลร้านค้าต่างๆ และสั่งให้ลูกน้องไปเคลียร์ปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่”


            “พวกเราต้องไม่ให้เกิดความวุ่นวาย”


            “รีบทำให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติให้เร็วที่สุด!!”


            ตงจางกล่าวอย่างจริงจัง แม้ว่าเขาจะยินดีกับชัยชนะครั้งนี้


            แต่เขาก็รู้ดีว่าเมื่อได้รับอำนาจมา ก็ต้องจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบเพื่อป้องกันความวุ่นวาย


            สักพักใหญ่ๆ ภายในห้องโถงใหญ่ของตระกูลตง


            ทุกคนในตระกูลต่างมารวมตัวกันเพื่อเฉลิมฉลองกับความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่


            เพราะครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเอาชนะในการประลองระหว่างตระกูลเท่านั้น แต่เป็นการกำจัดภัยคุกคามที่คอยกดขี่พวกเขามาโดยตลอด


            และผู้ที่เป็นศูนย์กลางของความสำเร็จนี้ก็คือ ไท่ซวนเทียนจุน


            เวลานี้ ตัวของเทียนจุนกำลังนั่งอยู่บนตำแหน่งที่สูงส่งมากที่สุดบนแท่นของห้องโถงใหญ่


            รอบตัวของเขามีบรรยากาศที่เงียบสงบ และสายตาของทุกคนต่างจับจ้องมาที่เขาด้วยความเคารพและชื่นชม


            ตงจางที่ยืนอยู่ด้านหน้า ก้าวเข้ามาประสานมือก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ


            “ท่านเทียนจุน หากมิใช่เพราะท่าน ตระกูลตงของเราคงไม่มีวันนี้!”


            คำพูดของเขาทำให้ผู้คนในตระกูลต่างพยักหน้ารับ หลายคนส่งเสียงกล่าวเสริม


            “ใช่แล้ว! ทั้งหมดเป็นเพราะท่านเทียนจุน! ความบาดหมางที่มีมานานปีจึงได้จบสิ้นลง!”


            “ตระกูลโอวหยางที่เคยเป็นเสี้ยนหนามของพวกเราถูกขจัดไปแล้ว ต่อไปนี้พวกเราก็ไม่ต้องหวาดระแวงอีก!”


            “แถมเจ้าโอวหยางเฉินผู้นั้น.. ก็เสียสติจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย เป็นการปิดฉากทุกสิ่งโดยสมบูรณ์!”


            บรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยเสียงสนทนา ทุกคนต่างแสดงความยินดี


            ไม่เพียงแค่พวกเขาได้กำจัดตระกูลโอวหยางไป แต่ยังได้รับกิจการทั้งหมดของพวกมันมาเป็นของตนเอง


            จากผู้ที่เคยถูกกดขี่ ตอนนี้ตระกูลตงกลายเป็นตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดในเมืองหนานปิง


            ทว่าท่ามกลางเสียงเฉลิมฉลอง เทียนจุนกลับคงความสงบนิ่ง


            ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไม่ได้แสดงความยินดีหรือภาคภูมิใจเหมือนคนอื่นๆ


            จากนั้นชายหนุ่มก็มองไปรอบๆห้องโถง สายตาของเขากวาดผ่านผู้คนที่กำลังมีความสุข ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ


            “เรื่องของตระกูลโอวหยางได้จบลงแล้ว”


            “งั้นคงได้เวลาที่ข้าจะต้องเดินทางต่อไป!”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย ที่คุณอ่าน