Storyteller Story ผจญภัยไร้ขีดจำกัด

    ตอนที่แปดสิบแปด The Chosen One 8

    ตอนที่แปดสิบแปดThe Chosen One 8

    ราวกับไม่เชื่อใบหูของตนเองหรือมองว่าสิ่งที่ตนเองฟังมานั้นผิดพลาด

    จินนี่ตาเบิกกว้างอย่างไม่คิดว่าจะได้ยินคำขอเช่นว่านั้น

    ตะเกียงวิเศษเปล่งแสงสีทองออกมาเผยให้เห็นโซ่ที่มองไม่เห็นที่ล่ามแขนและคอของจินนี่อยู่

    แม้จะเหมือนมีอิสระและทรงพลังทุกอย่างโซ่ที่มองไม่เห้นจะล่ามจินนี่ไว้กับตะเกียงเสมอ

    แลด้วยคำขอพรของผม

    สายโซ่ที่พันธนาการจินนี่ก็ขาดลง

    ปลอกข้อมือและคอของจินนี่ไม่ถูกผูกมัดโดยตะเกียงอีกต่อไป

    จินนี่เป็นอิสระแล้ว

    ราวกับไม่เชื่อตนเองจินนี่บิดข้อมือไปบบิดร่างกายเป็นเกลียว

    พร้อมกับหันหน้ามาทางผม

    ลองขออะไรกับข้ามาก็ได้หน่อยสิ

    “ขอตะเกียงหน่อย”

    ข้าไม่ให้ ฮา ฮา ฮา

    จินนี่พุ่งร่างกายเป็นพุหลากสีไปมา

    ข้าเป็นอิสระ อิสระแล้ว

    มองจากจินนี่ผมก็พอจะเข้าใจอยู่ว่ามันคือเรื่องของการที่ต้องอาศัยความเชื่อใจและเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องเห็นผลประโยชน์ของจินนี่มากกว่าตนเอง

    แต่ที่ผมทำไปนั้นก็เพราะว่า

    เราจะหักหลังเพื่อนได้ลงคอเชียวหรือ?

    ผมยังจำได้ดีที่เพื่อนของผมเสียชีวิตก่อนไปถึงฟัลลูจา

    เพราะการจากไปของเขาทำให้ผมไม่สามารถเอาทองของซัดดัมมาเป็นของตนเองได้

    งานบางอย่างถ้าไม่เชื่อใจกันก็ไม่มีทางสำเร็จ

    นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่พระเอกอิเซไคต้องการฮาเร็มทาสเพราะพวกเขาหมดความเชื่อใจในตัวเพื่อนมนุษย์ไปเสียแล้ว

    แน่นอนผู้คนของแดนอินทรีย์ที่รักเสรีภาพก็อาจะจบอกว่า

    เป็นหน้าที่ของเราเองที่ต้องทำให้ความรักมีผล

    ไม่ควรจะใช้สถานะทาสทำให้คนรักยอมรับด้วยกระบวนการที่ว่ามีเวทย์ควบคุมหากทำร้ายนายทาสจะตายทันที

    คนที่แดนอินทรีย์พูดก็อาจจะถูกต้อง

    นั่นคือแนวทางอุดมคติและดีที่สุดจริงๆที่คนเราจะเชื่อใจกันโดยไม่หักหลังกันทำงานให้สำเร็จลุล่วงอย่างนั้น

    เรากล้าเสี่ยงไหมล่ะ?

    ปัญหาคือคนเราที่ผ่านชีวิตมามากเราจะรู้ว่าคำกล่าวปากเปล่ามันไม่ได้ผลคำที่ยืนยันเป็นมั่นเหมาะสำนวนชาวยุทธคือ

    กล่าววาจาผายลม

    หาสาระหรือความจริงใจไม่ได้

    ยิ่งหากเราอยู่ในโลกของคนแดนโสมที่มีการntr และหักหลังกันตลอดเวลา

    คนที่เชื่อใจเพื่อนมนุษย์คือคนที่โง่เขลาไม่ใช่คนที่ยึดถืออุดมคติ

    หรืออย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่พระเอกแดนโสมก่อนที่จะตายเพราะโดนเพื่อนหักหลังทิ้งไว้ในดันเจี้ยนจะคิดเช่นนั้น

    ผมไม่ใช่พระเอกเอดจี้ที่มีคนหักหลังแค่ครั้งสองครั้งจะหมดความเชื่อใจในตัวมนุษย์

    หากเราไม่เชื่อใจใครเราจะค้ายาหรือเปิดโต๊ะพนันบอลไม่ได้เลยสักที่

    เราไม่สามารถสงสัยว่าลูกค้าของเราทุกคนเป็นตำรวจได้หรอกนะ

    นั่นคือสิ่งที่ลูกพี่ของผมคนหนึ่งเคยบอกเอาไว้ก่อนที่เขาจะถูกจับและผมหนีรอดมาได้

    แต่คำสอนของลูกพี่ก็จะยังอยู่ในใจของผมเสมอแม้เราจะมีหลายแดนที่ขวางกันอยู่ก็ตาม

    ประสบการณ์สอนให้ผมเรียนรู้ว่า

    ทำไมต้องเสี่ยง?

    ให้การมีความเสี่ยงเป็นเรื่องของผู้มีศีลธรรมอย่างจอห์นบราวน์

    หน้าที่ผมมีแค่เอาชีวิตรอดจากโลกที่ไร้ความเมตตานี้

    ฮา ฮา ฮา ข้าจะไปเที่ยวทั่วโลก

    จินนี่ลอยไปบนฟ้าด้วยความเร็วสูงจนทิ้งลายเมฆเป็นรูปร่างของตนเองที่ทะลุก้อนเมฆไป

     

    คล้ายกับเรื่องStoryteller Story ผจญภัยไร้ขีดจำกัด ที่คุณอ่าน