เทพกระบี่เงาสังหาร

    แยกทาง

    "เป็นยังไงตกใจเลยละซิ นี่แหละความสามารถของสหายอู่หมิง คราวนี้พวกเจ้าคงไม่มาดูถูกสหายของพวกข้าอีกหรอกนะ" กู่ไท่กล่าว"ศิษย์พี่ตอนนี้คนของพรรคอธรรมส่วนใหญ่ถูกอู่หมิงสังหารไปหมดแล้วเหลือเพียงแค่คนของพรรคแมงป่องทมิฬเพียงไม่กี่คนแล้วก็เหยียนหม่าและเหยียนหู่เท่านั้น" หยูเฟยเริ่มกล่าวรายงาน"เอาละตอนนี้ภัยคุกคามส่วนใหญ่ก็ถูกจัดการไปแล้ว พวกข้าเองก็ขอแยกตัวตรงนี้" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับเตรียมพากลุ่มของตนจากไป"เดี๋ยวก่อนสหายอู่หมิง ทำไมพวกเราไม่ร่วมเดินทางไปด้วยกันเลยละ" จ้าววั่นกล่าว"เห้อเจ้าเองก็ไม่ใช่คนโง่เจ้าเองก็น่าจะรู้ตัวดีนี่ เวลาที่จะอยู่บนเกาะแห่งนี้เหลืออีกไม่มากแล้วเพราะคนในเวลานี้ควรจะมุ่งเน้นในการหาทรัพยากรล้ำค่าที่อยู่บนเกาะแห่งนี้ และถ้าพวกเรารวมกลุ่มไปกันหมดและเวลาเจอทรัพยากรล้ำค่าพวกเราจะแบ่งกันยังไง" เสี่ยวฮุ่ยยืนกอดอกกล่าวด้วยน้ำเสียงรำคาญ"เรื่องนั้นมันก็....." จ้าววั่นกล่าว"จ้าววั่น เจ้าก็น่าจะรู้เส้นทางการบ่มเพาะเต็มไปด้วยความลำบาก และคนที่ควรพึ่งพาไม่ใช่คนอื่นแต่เป็นตัวของเจ้าเอง ถ้าเจ้ามัวแต่จะพึ่งพาคนอื่นอยู่แบบนี้ในอนาคตเจ้าก็ไม่มีทางกลายเป็นราชันที่แข็งแกร่งได้" อู่หมิงกล่าวก่อนจะหันหลังจากไปอู่หมิงเองก็มีเป้าหมายของตนเองและไม่อยากให้พวกจ้าววั่นมาเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะถ้าพวกจ้าววั่นรู้ว่าพวกอู่หมิงตามหาหวังตี้เพื่อชิงทักษะระดับจักรพรรดิแล้วละก็เรื่องยุ่งยากก็จะเกิดขึ้นแน่ เมื่อพวกอู่หมิงจากไปแล้วหัวหน้าศิษย์ของแต่ละขุมอำนาจก็แสดงสีหน้าเบาใจเพราะถ้าอู่หมิงยังอยู่พวกเขาก็คงจะรู้สึกกดดันและไม่สามารถป็นผู้นำกลุ่มได้อีก"เหอะ ทำเป็นพูดดี เจ้านั่นก็แค่อยากจะฮุบสมบัติเอาไว้คนเดียวเท่านั้นเอง" ซุนเหยียนกล่าว"หุบปากไปซะซุนเหยียนเจ้าไม่รู้อะไรก็อย่าได้กล่าวว่าร้ายสหายอู่หมิงจะดีกว่า" จ้าววั่นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาจิตสังหารเองก็ปะทะออกมาเช่นกัน"ใจเย็นๆก่อนจ้าววั่นเจ้าไม่ควรจะทะเลาะกันเองเพียงเพราะคนนอกนะ" หัวหน้าศิษย์ของนิกายดาบคลั่งกล่าว"เหอๆ คนนอกงั้นหรือ ถ้าไม่ใช่เพราะคนนอกอย่างอู่หมิง พวกข้าจะมายืนอยู่ตรงนี้งั้นหรือ ใหนจะพวกของเจ้าอีก และที่สำคัญถ้าไม่ใช่เพราะคนนอกแบบอู่หมิงเป้าหมายต่อไปของพวกพรรคอธรรมก็คือพวกเจ้าและข้าอยากจะรู้นักว่าพวกเจ้าจะรับมือกับพรรคอธรรมทั้งหมดได้หรือไม่" กู่ไท่กล่าวเย้ยหยันออกมาคนอื่นๆที่ได้อู่หมิงช่วยไว้ก็แสดงสีหน้าไม่พอใจใส่หัวหน้าศิษย์ของนิกายดาบคลั่งและซุนเหยียนเช่นกัน พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าชีวิตที่พวกเขาใช้ในตอนนี้ได้เพราะถูกอู่หมิงช่วยไว้ และที่สำคัญตลอดทางอู่หมิงก็ไม่ได้ฮุบเอาทรัพยากรไปไว้เพียงคนเดียวแต่ยังแบ่งให้พวกเขาได้เก็บเกี่ยวอยู่หลายครั้ง"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้ากัน" หัวหน้าศิษย์ของหอหิมะโปรยกล่าวถามพวกหยูเฟยที่แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา"สหายอู่หมิงนั้นไม่เคยฮุบเอาสมับติไปไว้คนเดียว ตลอดทางที่เดินทางกับพวกเขาพวกเราเองก็ได้รับทรัพยากรล้ำค่ามาเป็นจำนวนมาก" หยูเฟยกล่าวพร้อมกับยื่นแหวนมิติให้กับหัวหน้าศิษย์หอหิมะโปรยดู"นี่มัน!!!!!!!!!!" ใบหน้าของหัวหน้าศิษย์หอหิมะโปรยแสดงความตกตะลึงออกมา"ใช่แล้วพวกเราที่คอยให้สหายอู่หมิงปกป้องตลอดการเดินทางก็ไม่สมควรที่จะได้รับทรัพยากรล้ำค่า แต่สหายอู่หมิงกลับมอบทรัพยากรล้ำค่าที่หาเจอให้กับพวกเราอย่างเท่าเทียมและเมื่อพวกเราพบสมุนไพรล้ำค่าที่หาได้ยากสหายอู่หมิงก็ไม่ได้มาขอหรือแย่งมันไปเขามอบมันให้พวกเราโดยไม่บ่นออกมาเลยสักนิด แล้วพวกเจ้าคิดว่าเขาจะเป็นคนอย่างที่ซุนเหยียนกล่าวเหรอ แต่ข้าว่านะถ้าเป็นซุนเหยียนป่านนี้สมบัติทั้งหมดคงตกเป็นของเจ้านั่นไปแล้ว" กู่ไท่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเสียดสีใส่ซุนเหยียน"นี่เจ้า!!!!!" ซุนเหยียนสั่นด้วยความโกรธเขาเป็นถึงปราณนภาขั้นสูงสุดแต่กู่ไท่ที่อยู่ปราณนภาขั้นสูงกลับกล่าวกับเขาแบบนี้ทำให้เขารับไม่ได้"ฮ่า ฮ่า กู่ไท่ดูเหมือนเจ้าจะได้สหายที่ดีนะ เอาละ ต่อจากนี้อู่หมิงจะเป็นสหายที่ดีของพวกเรานิกายหมัดราชันถ้าไอ้หน้าใหนกล้าว่าร้ายสหายของพวกเรา พวกเราก็จะไม่ปราณีเจ้าพวกนั้นเด็ดขาด" หัวหน้าศิษย์ของนิกายหมัดราชันกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปยังซุนเหยียน"ถ้าที่พวกเจ้ากล่าวมาเป็นความจริงพวกเราหอหิมะโปรยก็ติดหนีบุญคุณของหอกระบี่เข้าแล้วสิ" หัวหน้าศิษย์ของหอหิมะโปรยกล่าวหัวหน้าศิษย์ของนิกายดาบคลั่งขมวดคิ้วและไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่ภายในใจของเขารู้สึกไม่พอใจนักที่มีคนโดดเด่นกว่าตนปรากฎ ยิ่งตอนแรกมีหวังตี้ปรากฎออกมาตัวเขาก็ได้รับแรงกดดันของหวังตี้อย่างมากแต่หลังจากที่รู้ข่าวว่าหวังตี้เป็นคนทรยศเขาก็เบาใจยิ่งขึ้นเพราะคู่แข่งหมดไปหนึ่งคน แต่ต่อมาข่าวที่อัจฉริยะระดับสุดยอดก็ปรากฎอีกครั้งทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งที่อู่หมิงเฉิดฉายกว่าตน แต่เมื่อรู้ว่าอู่หมิงมีพลังบ่มเพาะอยู่เพียงขั้นกลางของปรารนภาเขาก็รู้สึกดูถูกอีกฝ่าย แต่ใครจะคิดเมื่อเจอกันอีกครั้งบนเกาะอู่หมิงก็กลายเป็นราชันไปแล้วแถมยังทรงพลังถึงขนาดสามารถกวาดล้างพรรคอธรรมจนแทบไม่เหลืออีกด้วยนี่ทำให้จุดยืนของอันดับหนึ่งในรุ่นเยาว์ของทวีปเทียนลู่ของเขาพังทลายทันทีทางด้านอู่หมิง พวกเสวี่ยอินไม่ได้แยกทางไปอยู่กับพวกจ้าววั่นแต่พวกนางเลือกจะตามอู่หมิงมาแทนเพราะไม่ว่าอย่างไรพวกนางเองก็เป็นคนของหอกระบี่เหมือนกับอู่หมิงจึงไว้ใจและสบายใจกว่าเมื่อเดินทางไปพร้อมกับอู่หมิง"เจ้ามีแผนจะทำอะไรต่องั้นหรืออู่หมิง" เสวี่ยอินกล่าวถาม"ข้าจะออกตามหาหวังตี้" อู่หมิงกล่าวอย่างไม่ปิดบัง"ทักษะฝ่ามือสยบมารงั้นหรือ" เสวี่ยอินกล่าว"ใช่แล้ว ทักษะนั่นมีค่าอย่างมากแต่มันกลับไร้ประโยชน์เมื่อตกไปอยู่ในมือของหวังตี้" อู่หมิงกล่าวเสวี่ยอินพยักหน้าเห็นด้วยเพราะนางเองก็เคยเห็นแล้วว่าฝ่ามือสยบมารที่หวังตี้แสดงออกมานั้นอ่อนแออย่างมากถึงขนาดอู่หมิงยังสามารถรับได้ง่ายๆ"เป็นอย่างไรบ้างเสี่ยวฮุ่ยเจอหรือไม่" อู่หมิงหันไปกล่าวกับเสี่ยวฮุ่ยเสี่ยวฮุ่ยที่กำลังขยับจมูกและดมกลิ่นตามสายลมก็แสดงหูตั้งพน้อมกับดวงตาของเสี่ยวฮุ่ยนั้นสว่างขึ้นทันที-------------------------------------------------------------------------------------------------------------