เมื่อเห็นกู้ิจูพาสาวใช้อาปี้ย่อกายทำความเคารพแล้วขอตัวลากลับไป ฮูหยินหลัวถึงค่อย ๆ ฝืนยิ้มออกมา นางพากู้ิเยว่และกู้ิอวี้ลุกขึ้นทำความเคารพฮูหยินผู้เฒ่ากู้เพื่อขอตัวกลับเช่นกัน
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ปรายตามอง เพียงแวบเดียวก็เห็นว่าสีหน้าของลูกสะใภ้ไม่ค่อยสู้ดีนัก ย่อมรู้ดีว่าคงเป็เพราะเื่เมื่อครู่ นางลูบลูกประคำในมือพลางเอ่ย "ิจูมีนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่เคยมีกฎเกณฑ์ นางอยากจะวุ่นวายก็ปล่อยไปเถอะ ถึงอย่างไรก็เป็แค่บ่าวรับใช้ไม่กี่คน ขายทิ้งไปก็สิ้นเื่"
นางขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยเสริมอีกประโยค "จวนฝั่งนี้ไม่ได้มีคนว่างงานเยอะแยะนักหรอก ในเมื่อนางไม่้า ก็ไม่ต้องส่งไปอีกแล้ว"
แม้จวนตะวันออกจะเป็จวนองค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง แต่ก็มีกู้ิจูเป็เ้านายเพียงคนเดียว จะใช้คนรับใช้อะไรมากมายขนาดนั้น
เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ากู้นึกถึงของประดับตกแต่งหรูหราประณีตในจวนฝั่งนั้น รวมถึงเงินทองมากมายที่ถูกกู้ิจูผลาญทิ้ง ก็รู้สึกขัดเคืองใจจนไม่สบอารมณ์
เหมือนกับผู้หญิงคนนั้นในตอนนั้น... แม้จะเป็ถึงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ แต่เมื่อแต่งเข้าสกุลกู้มาแล้ว ก็ถือว่าเป็คนของสกุลกู้
ทว่ากลับไม่รู้จักรักษาน้ำใจกันเลยสักนิด นอกจากจะไม่ยอมให้นางเข้ามายุ่งเกี่ยวเื่ในจวนแล้ว ยังบีบบังคับให้ลูกชายคนโตส่งลูกชายคนรองกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดในชิงโจวอีก
เมื่อนึกถึงองค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็รู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาเต็มอก สีหน้าพลันบึ้งตึงลงทันที
ตอนนั้นกู้ชิงได้รับความไว้วางใจจากอดีตฮ่องเต้ ได้รับแต่งตั้งเป็แม่ทัพใหญ่เพียวฉี ทั้งยังได้อภิเษกสมรสกับองค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง ช่างน่าเกรงขามเสียนี่กระไร
ถึงกับส่งคนไปรับนางและคุณชายรองกู้หยวนจากชิงโจวมาอยู่ที่ฉางอัน เพื่อให้มาเสวยสุขด้วยกัน
นางถึงขนาดยอมขายบ้านเก่าที่ชิงโจวทิ้งเพื่อการนี้ ตั้งใจว่าเมื่อมาถึงฉางอันแล้วจะให้องค์หญิงใหญ่เซวียนหยางช่วยหาคู่ครองให้กู้หยวน
นางวางแผนไว้หมดแล้วว่าเื่คู่ครองจะไม่เื่มากนัก ด้วยฐานะของกู้ชิงและชาติตระกูลของสกุลกู้ในเวลานั้น อย่างไรเสียก็ต้องได้ลูกสาวขุนนางมาเป็สะใภ้
แม้ว่าปกติกู้หยวนจะคุ้นชินกับการทำตัวเสเพล ไม่ได้เื่ได้ราวและมีอนาคตไกลเหมือนกู้ชิง แต่มีองค์หญิงแต่งเข้าบ้านมาทั้งที จะกลัวเื่หาคู่ครองไม่ได้อีกหรือ!
แต่นางกลับคิดไม่ถึงเลยว่า หลังจากพวกนางมาถึงฉางอันได้ไม่นาน พักอยู่ที่จวนองค์หญิงได้เพียงสิบกว่าวัน องค์หญิงใหญ่เซวียนหยางก็เชิญพวกนางออกจากจวนด้วยท่าทีสุภาพแต่เ็า
อีกฝ่ายบอกว่าราชสำนักได้พระราชทานจวนแม่ทัพใหญ่ไว้ให้กู้ชิงแล้ว อยู่ในย่านถัดไปนี่เอง ให้พวกนางไปพักที่จวนแม่ทัพใหญ่แทน
นี่มันมีเหตุผลที่ไหนกัน! มีลูกสะใภ้ที่ไหนไล่แม่สามีออกจากบ้านบ้าง จวนองค์หญิงนี่ก็เป็ของกู้ชิง ซึ่งนั่นหมายถึงเป็ของนางและกู้หยวนด้วย จะปล่อยให้คนอื่นมาไล่พวกนางออกไปได้อย่างไร
นางอุตส่าห์เลี้ยงดูลูกชายทั้งสองคนมาด้วยความยากลำบาก ไม่ใช่เพื่อให้ลูกสะใภ้มาไล่ออกจากบ้านในสักวันหนึ่งหรอกนะ
นางให้กู้หยวนประคองไปร้องไห้ฟูมฟายคร่ำครวญอยู่หน้าประตูจวนองค์หญิง ร้องไห้ด่าทอลูกชายว่าอกตัญญู พอแต่งงานกับองค์หญิงก็ลืมแม่
รับนางมาอยู่ฉางอันได้แค่สิบกว่าวันก็จะไล่ไปอยู่ที่อื่น ไม่สนใจใยดีว่านางจะเป็ตายร้ายดีอย่างไร
เมื่อก่อนตอนอยู่ที่ชิงโจว แม่สามีสั่งสอนลูกสะใภ้ก็ทำเช่นนี้แหละ ถ้าไม่ด่าทอตบตีอยู่แต่ในบ้าน ก็ออกไปร้องไห้โวยวายให้เพื่อนบ้านมาช่วยตัดสิน
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำให้ลูกสะใภ้ยอมก้มหัวขอโทษ และทำตามคำสั่งแต่โดยดี
เพียงแต่ลูกสะใภ้คนนี้เป็ถึงองค์หญิง นางไม่กล้าลงมือตบตี จึงได้แต่ใช้วิธีร้องไห้โวยวาย เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของตน
แต่นางไม่คาดคิดเลยว่า ยังไม่ทันร้องไห้ได้กี่ประโยค ก็มีคนมารุมล้อมชี้ไม้ชี้มือใส่เสียแล้ว
จวนองค์หญิงยิ่งแล้วใหญ่ ปิดประตูเงียบสนิท พร้อมกับส่งคนมาบอกว่าองค์หญิงมีรับสั่งให้กู้ชิงมาจัดการ หากพวกนางยังไม่ไปอีก ก็จะให้คนไล่พวกนางกลับชิงโจวไปเสีย
กู้ชิงรีบร้อนกลับมาจากในวังด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ ดึงตัวพวกนางสองคนออกจากฝูงชนกลับไปที่จวนแม่ทัพใหญ่
เมื่อเห็นสายตาและใบหน้าที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยถากถางของผู้คนรอบข้าง ประกอบกับประตูจวนองค์หญิงที่ปิดสนิท ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็เพิ่งรู้ซึ้งเป็ครั้งแรกว่า ท่ามกลางจวนขุนนางชั้นสูงในฉางอันแห่งนี้ไม่ใช่ชิงโจว นางไม่สามารถมาทำตัวเกรี้ยวกราดโวยวายตามอำเภอใจได้
สิบกว่าปีมานี้ ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์น่าอับอายในตอนนั้น ฮูหยินผู้เฒ่ากู้จะก่นด่าองค์หญิงใหญ่เซวียนหยางในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หากไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนั้นดึงดันจะไล่นางกับลูกคนรองออกจากจวนองค์หญิง นางก็คงไม่ต้องอับอายขายหน้าถึงเพียงนี้
ทำให้ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา นางไม่สามารถเชิดหน้าชูตาในหมู่ขุนนางชั้นสูงของฉางอันได้เลย ใคร ๆ ก็พากันหัวเราะเยาะว่านางเป็แค่หญิงซักผ้าจากชิงโจว ไม่มีใครเห็นหัวนาง
ความขุ่นเคืองนี้ลุกลามไปจนทำให้นางรู้สึกเกลียดชังกู้ิจูตามไปด้วย ผู้หญิงคนนั้นจะให้กำเนิดลูกที่ดีได้อย่างไร คิดว่าตัวเองมีฐานะสูงส่ง ก็เลยทำตัวเย่อหยิ่งไร้มารยาท ไม่มีเค้าของสตรีตระกูลสูงศักดิ์เลยแม้แต่น้อย
ดังนั้นหลายปีมานี้ นางจึงรำคาญที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเื่ในจวนฝั่งนั้น แล้วโยนทุกอย่างให้ฮูหยินหลัวจัดการ
นางรู้ว่าฮูหยินหลัวจะจัดการได้อย่างเรียบร้อย อีกทั้งยังรู้ใจนางเป็อย่างดี มักจะส่งเงินทองมาให้ที่เรือนซงโส่วเพื่อเป็ของส่วนตัวให้นางอยู่เสมอ ทำให้นางพอใจเป็อย่างมาก
ชวีหมัวมัวที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นฮูหยินผู้เฒ่ากู้มีสีหน้าไม่สู้ดี ก็รีบเข้าไปเปลี่ยนถ้วยน้ำชาอุ่นร้อนให้ นางคอยรับใช้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้มานานหลายปี มีหรือจะไม่รู้ว่าผู้เป็นายกำลังโกรธเื่อะไร
"ฮูหยินผู้เฒ่าใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเ้าค่ะ จิบน้ำชาเสียหน่อย" นางเอ่ยเสียงเบา "คุณหนูใหญ่มีนิสัยเย่อหยิ่ง ทนเห็นเื่ขัดหูขัดตาไม่ได้ จึงมักจะทำอะไรรีบร้อนไปบ้าง..."
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้แค่นเสียงเ็า "นางทนเื่ขัดหูขัดตาไม่ได้ที่ไหนกัน ชัดเจนว่านางตั้งใจจะมาหาเื่ข้าต่างหาก"
"ปกติแค่การมาคารวะทักทายตอนเช้ายังไม่ยอมมาเลย ไม่มีกฎระเบียบสักนิด วันนี้พอมาถึงก็มาก่อเื่วุ่นวายแบบนี้ ตั้งใจจะยั่วโมโหข้าชัด ๆ!"
ชวีหมัวมัวรีบช่วยลูบหลังปลอบใจ "ฮูหยินผู้เฒ่าอย่าได้กังวลไปเลยเ้าค่ะ ก็แค่เื่เล็กน้อยไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ จะทำให้ตัวเองต้องมาโกรธจนเสียสุขภาพไปทำไมกัน"
นางพูดพลางยิ้มขึ้นมา "วันนี้มีเื่น่ายินดีด้วยนะเ้าคะ ทางชิงโจวส่งจดหมายมาบอกว่า คุณชายรองกู้หยวนกับฮูหยินรองเหมาซื่อออกเดินทางมาฉางอันั้แ่หลายวันก่อนแล้ว นับนิ้วดูเวลาแล้วคงใกล้จะถึงเต็มทีแล้วเ้าค่ะ"
ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่ากู้เป็ประกายขึ้นมา ความโกรธบนใบหน้าหายไปเป็ปลิดทิ้ง นางรีบถามด้วยความดีใจ "จริงหรือ เดินทางมานานแค่ไหนแล้ว ระหว่างทางราบรื่นดีหรือไม่ จะถึงฉางอันเมื่อไรกัน"
ถามไปพลางก็บ่นไปพลางว่า "เ้าลูกรองนี่ก็จริง ๆ เลย จะมาฉางอันทั้งทีทำไมไม่ส่งข่าวมาบอกก่อน ข้าจะได้ส่งคนไปรับพวกเขาจากชิงโจว"
ชวีหมัวมัวยิ้มพลางส่ายหน้า "บ่าวก็ไม่ทราบเหมือนกันเ้าค่ะ รู้แค่ว่าออกเดินทางมาได้สิบกว่าวันแล้ว"
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เต็มไปด้วยความดีใจ "มาก็ดีแล้ว ข้าบอกให้พวกเขามาฉางอันตั้งนานแล้ว พี่ชายคนโตเป็ถึงแม่ทัพใหญ่ขั้นหนึ่ง มีจวนแม่ทัพใหญ่โตขนาดนี้แท้ ๆ แต่กลับไม่มาอยู่ จะอยู่ชิงโจวไปทำไมกัน ควรจะมาตั้งนานแล้ว!"
แววตาของชวีหมัวมัววูบไหว นางยิ้มและเอ่ยรับคำไปสองสามคำ
มีหรือที่นางจะไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วฮูหยินผู้เฒ่ากู้อยากจะรับกู้หยวนและเหมาซื่อมาอยู่ด้วยกันที่จวนแม่ทัพใหญ่ในฉางอันตั้งนานแล้ว เพียงแต่กู้ชิงไม่เคยยอมตกลง
กู้ชิงบอกว่ากู้หยวนเอาแต่ทำตัวเสเพลไปวัน ๆ ให้อยู่ที่ชิงโจวก็ยังมีพวกญาติพี่น้องคอยดูแล อย่างน้อยก็ยังมีคนคอยควบคุม และยังหางานให้เขาช่วยดูแลร้านค้า จะได้มีความเจริญก้าวหน้าบ้าง
หากมาอยู่ที่ฉางอันแล้วกู้ชิงไม่สามารถคอยดูแลได้อย่างใกล้ชิด เกรงว่ากู้หยวนจะยิ่งเกียจคร้านมากขึ้นไปอีก
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ไม่กล้าขัดคำสั่งของกู้ชิง จึงได้แต่แอบส่งเงินส่วนตัวไปจุนเจือกู้หยวนที่ชิงโจว เื่ราวก็สงบสุขมาตลอดหลายปี
แต่ตอนนี้กู้ชิงออกไปลาดตระเวนชายแดนเป็เวลาครึ่งปีแล้วยังไม่กลับมา ความคิดนั้นของฮูหยินผู้เฒ่ากู้จึงผุดขึ้นมาอีกครั้ง นางแอบให้คนส่งจดหมายไปหากู้หยวน เพื่อให้เขาพาเหมาซื่อมาฉางอัน
ชวีหมัวมัวถอนหายใจเงียบ ๆ ในใจ คุณชายรองกู้หยวนและฮูหยินรองเหมาซื่อแห่งสกุลกู้ไม่ใช่คนธรรมดาเสียด้วย เกรงว่าจวนแม่ทัพใหญ่แห่งนี้คงจะต้องวุ่นวายขึ้นมาอีกแล้ว
.
.
.