นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ เพราะรักเล่นกล เขียนโดย.. สลักกานต์
ตอนที่๑๙
จำยอมรับความจริง
....... “อย่าหลบหน้าผมอีกเลยครับพี่ฝุ่น” ชลวิทย์พูดพร้อมกับเดินเข้ามาหาฝุ่นดินกับเพื่อนๆ
....... ฝุ่นดินได้แต่มองหน้าต้นน้ำกับผองเพื่อนไปมา
....... “เราควรจะได้นั่งพูดคุยกันนะครับ” ชลวิทย์พูดต่ออย่างชัดเจน
....... ฝุ่นดินนิ่งคิด
....... ต้นน้ำสบตาทั้งปณาลีและอุรวี แต่ละคนก็ส่งซิกให้ต้นน้ำ ต้นน้ำจึงรีบแก้สถานการณ์ด้วยการชวนคุยเื่ซ้อมละคร เพื่อที่ตัวเขาจะได้เข้าไปร่วมรับฟังเวลาที่ครูโชกำกับฯ และสอนชลวิทย์ ซึ่งชลวิทย์ก็ตอบตกลง
....... “คุยกับผมสักครู่นะครับพี่ฝุ่น” ชลวิทย์เอ่ยปากกับฝุ่นดินอย่างจริงจังและหันหน้าไปสบตาและโค้งหัวขอโทษคนอื่นๆ
....... เมื่อชลวิทย์มาแบบนี้ มีหรือที่สาวๆ จะทนทานได้ ทั้งปณาลี ทั้งอุรวีต่างก็หันไปสบตาฝุ่นดินเป็การขออนุญาตทิ้งฝุ่นดินไว้ให้คุยกับน้องชล
....... “ฉันอยู่ไม่ไกลนะฝุ่น มีไรก็ะโเรียกนะ ฉันจะรีบมาในทันทีเลย” ปณาลียังแสดงความเป็ห่วงเพื่อน
....... ฝุ่นดินได้แต่พยักหน้ารับ
....... ต้นน้ำจะเดินตามเพื่อนๆ ไป
....... แต่ฝุ่นดินจับแขนต้นน้ำไว้ “เธอไม่ต้องไปต้นน้ำ”
....... ต้นน้ำยืนนิ่งกลับมาสบตาฝุ่นดินราวกับจะถามว่า.. ดีเหรอแก..?
.......“พวกเราไม่มีความลับกับเธอนะต้นน้ำ”
....... เมื่อเพื่อนรักยืนยันเช่นนั้น ต้นน้ำก็เลยยังยืนอยู่ทว่าเขาก็แทบทำตัวไม่ถูก เพราะในสายตาชลวิทย์มีเพียงฝุ่นดินคนเดียว ไม่มีต้นน้ำอยู่เลยแม้สักเสี้ยวเดียว
....... และฝุ่นดินเองก็เอาแต่ก้มหน้า
....... “ผมว่า.. ผมรู้ใจตัวเองแล้วครับ” ชลวิทย์เปิดประเด็นการพูดคุย
....... คำพูดนี้ทำให้ฝุ่นดินเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาชลวิทย์
....... จังหวะเดียวกับต้นน้ำมองหน้าชลวิทย์เช่นกัน
....... แต่ชลวิทย์มองฝุ่นดินเพียงคนเดียว กระทั่งหางตา.. ก็ไม่ได้มองต้นน้ำเลย
....... “ผมชอบพี่นะครับ พี่ฝุ่น” แม้เสียงจะสั่นพร่าเล็กน้อย แต่ก็ยังหนักแน่น!! ..ชัดเจน ..!!
....... กระทั่ง.. ต้นน้ำที่ยืนอยู่ใกล้ๆถึงกับใบหน้าร้อนผะผ่าวขึ้นมาด้วย
....... แล้วมีหรือที่ฝุ่นดินจะไม่รู้สึก ..!!
....... “แต่ว่า.. ” แล้วฝุ่นดินก็พูดต่อไม่ออก เธอได้แต่ก้มหน้า.. พยายามรวบรวมสติ.. ก็..ในใจเธอตอนนี้ดังกระหึ่มราวกับมีใครตีกลองใบโตๆอยู่ในอกของเธอ
....... “ไม่ต้องห่วงนะครับพี่ฝุ่น ผมซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง และทุกๆ อย่างครับ ผมแค่อยากบอกให้พี่รู้ .. แค่นั้น เพราะยังไงผมก็ต้องดูแล.. ต้องรับผิดชอบนิภาสกับลูก” หางเสียงชลวิทย์มีแววเศร้าซึมอยู่จนอีกฝ่ายรู้สึกได้
.......ฝุ่นดินที่เขินอายจนไม่กล้าเงยหน้ามาสบตาชลวิทย์ .. ตลอด่เวลาที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ .. เธอเพิ่งมีความกล้ามากพอที่จะสบตาชลวิทย์
....... ในแววตานั้นแสดงความรักมั่นต่อชลวิทย์อย่างเช่นกัน
....... “ที่ผมอยากพูดกับพี่ .. อยากชวนพี่.. ว่า..ถ้าเราใช้ความรู้สึกดีๆ ที่เรามีต่อกัน..” พูดไปน้ำตาก็เริ่มคลอที่ดวงตาของชลวิทย์
..... ฝุ่นดินรับรู้.. รู้สึก..และเริ่มมีน้ำตาคลอขึ้นที่ดวงตาของเธอเช่นกัน
....... “มาทำให้รักของโรมิโอกับจูเลียตเป็จริงขึ้นมา” น้ำตาชลวิทย์หยดลงที่ปกเสื้อนักเรียนเขาพยายามกลืนก้อนบางอย่างที่ลำคอ .. แล้วจึงพูดต่อ “ด้วยความรักของเรา .. ดีไหมครับ? .. แล้ว.. หลังจากจบละครเวที.. เราก็.. ไม่ต้องพบเจอกันอีก แต่ละคน จะได้เยียวยาหัวใจตัวเอง”
....... ฝุ่นดินพูดอะไรไม่ออกและเริ่มสะอื้นไห้
.......ต้นน้ำได้แต่เอื้อมมือไปััแผ่นหลังเพื่อนรักเป็การให้กำลังใจ
....... ทั้งสองสบตากันอยู่ครู่นึง ..
....... ที่สุด .. ฝุ่นดินก็.. พยักหน้ารับคำชลวิทย์เบาๆ
....... ชลวิทย์ยิ้มให้ฝุ่นดินเศร้าๆ ปนสุข แม้เขาจะดีใจที่ได้คุยดีใจที่ได้ทำข้อตกลงตามที่เขาคิดไว้ ..
....... แต่นั่น..มันก็คือที่มาของจุดจบความรู้สึกดีๆ
....... ความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในใจเขา..เช่นกัน!!
.......ต้นน้ำได้แต่ยืนรับรู้สิ่งที่ทั้งสองรู้สึกต่อกัน.. สัญญาต่อกัน โดยที่ต้นน้ำมิได้รู้สึกเลยว่า..
....... ข้างหลังเธอไม่ไกลนัก .. อาจารย์เตโชเองก็ยืนสังเกตชลวิทย์กับฝุ่นดินอยู่เช่นกัน จากรอยยิ้มและปฏิกิริยาที่เตโชสังเกตได้ ทั้งสองคงจะตกลงกันได้ตามที่เขาแนะนำชลวิทย์ไป
.
....... ก็เมื่อสายๆ วันนี้ ชลวิทย์โดดเรียนมาหาอาจารย์เตโชถึงที่ห้องพักครูในมหาวิทยาลัย
....... ทันทีที่อาจารย์เตโชเห็นหน้าเขาก็รีบไล่เขากลับไปเรียน
....... แต่ชลวิทย์อธิบายว่า.. เขาครุ่นคิดสับสนไปหมด เขาคิดมากจนเรียนไม่รู้เื่ ถึงต้องรีบมาหาครูโชเพื่อปรึกษาและหาทางออก
....... แล้วชลวิทย์ก็เล่าสิ่งที่เขาคิดให้ฟังทั้งที่เกี่ยวกับนิภาส ลม และฝุ่นดิน
....... ซึ่งเตโชก็แนะนำไปชัดๆ ว่า “เธอต้องอยู่กับภรรยาและลูกน่ะ ถูกแล้ว เพราะเป็ความรับผิดชอบของเธอ” ส่วนเื่ลม เตโชก็ชมชลวิทย์ว่า.. เขาหักห้ามใจได้ดีมากและมันไม่ควรเกิดขึ้น เพราะลมคือเพื่อนร่วมงาน ที่ไม่ควรเป็เพื่อนนอน
....... “แล้วพี่ฝุ่นล่ะครับ” ชลวิทย์ถามขึ้น “ใจผมมันเรียกร้องอยากจะบอก อยากจะใกล้ชิดอยากดูแล อยากไปหมดเลยครับครู”
.......ซึ่งอาจารย์เตโชก็แนะนำให้เขาไปแสดงความรักทั้งมวลบนเวทีในโลกจินตนาการ เหมือนที่เขาเคยแนะนำฝุ่นดิน
.
....... ทั้งฝุ่นดิน ชลวิทย์ ต้นน้ำ ปณาลี อุรวีต่างก็ไปทานข้าวด้วยกัน ระหว่างที่นั่งทานข้าวด้วยกัน ต้นน้ำก็บ่นกับทุกคนว่า.. พี่นัทไม่เคยเป็แบบนี้ ไม่เคยติดต่อไม่ได้แบบนี้
....... ชลวิทย์ได้ยินที่ต้นน้ำบ่น แล้วก็คิดอะไรบางอย่างชั่วครู่จึงพูดออกไปว่า “พี่ฝุ่นไม่ลองโทรไปถามคุณแม่พี่ล่ะครับ”
....... “แม่พี่จะรู้อะไร” ฝุ่นดินรีบถามด้วยความสงสัยจนลืมคิดไตร่ตรองก่อนที่จะถาม
....... “ก็แม่พี่เป็คนบอกแทบทุกเื่ของพี่นัทกับพี่” ชลวิทย์ชี้แจง “พอพี่นัทหายตัวไป แม่พี่ก็น่าจะเป็คนที่รู้เื่มากที่สุดหรือ.. ถ้าไม่รู้เื่.. แม่พี่ก็น่าจะรู้ว่า.. จะไปสืบข่าวพี่นัทได้ที่ไหน?”
....... ตลอดเวลาที่ฟังชลวิทย์พูด ฝุ่นดินก็พยักหน้ารับรู้ไปด้วย .. แล้วก็ถามตัวเองต่อว่า..แค่นี้..ทำไมคิดไม่ได้?
....... ต้นน้ำที่ฟังมาตลอดก็ร้อนลนอยากรู้เื่ขึ้นมาทันที “นะนะนะแก ฝุ่นนนน แกโทรหาแม่แกให้แม่แกหาข่าวพี่นัทให้ฉันหน่อยนะ ฉันจะแย่แล้ว”
....... “จ้า... แหม.. ความรักบังตา” ปณาลีประชดประชันต้นน้ำ
....... แต่คำพูดนี้มันกระแทกใจฝุ่นดินอย่างจัง ..ความรักบังตา..!!
....... เพราะเื่แค่นี้.. ฝุ่นดินไม่เคยคิดไม่ได้..ยกเว้นตอนนี้ เธอรีบสลัดความคิดนี้ทิ้งไปแล้วกดโทรศัทพ์มือถือไปถามแม่ แล้วก็วางสายไป ปล่อยให้แม่เธอสืบ.. สอมถาม..ใครต่อใครต่อ ไม่ช้าก็โทรกลับมาเล่าเื่ราวให้ฟัง ซึ่งฝุ่นดินก็หน้าเสียไปพอควรขณะที่ฟังจากปากคำของแม่
....... ต้นน้ำเห็นสีหน้าเพื่อนรักก็รู้สึกแย่ไปด้วย
....... เมื่อฝุ่นดินวางสายไป ก็ไม่มีใครกล้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น..เพราะสีหน้าของเธอแย่มาก
....... ต้นน้ำยิ่งรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมไปอีก
....... ฝุ่นดินตั้งสติ แล้วค่อยๆเล่าให้เพื่อนๆฟัง “แม่บอกว่า..พี่นัทต้องบินไปต่างประเทศกระทันหันเมื่อเช้ามืดวันนี้” แล้วเธอก็หยุดกลืนน้ำลาย
.......ชลวิทย์เอื้อมมือไปแตะแขนฝุ่นดินเพื่อให้กำลังใจ
....... “เมื่อก่อน พ่อพี่นัทเป็คนสั่งให้พี่นัทมาหาฝุ่น.. เพื่อมาจีบฝุ่น แต่พอพ่อพี่นัทรู้ว่า..พี่นัทมาชอบ.. ต้นน้ำ” ฝุ่นดินมอหน้าเพื่อนรัก “พ่อพี่นัทโกรธมาก ถึงกับจะสั่งมือปืนมาฆ่าต้นน้ำ พี่นัทจึงขอแลกชีวิตตัวเองกับชีวิตต้นน้ำ ด้วยการไปอยู่ต่างประเทศตามที่พ่อ้า แต่พ่อเขาต้องรับปากว่าจะไม่ทำอะไรต้นน้ำ” ฝุ่นดินพยายามเล่าอย่างชัดเจนและระมัดระวังที่สุด
....... “พ่อพี่นัทก็รับปากที่นัท และให้พี่นัทสัญญากับพ่อว่า.. จะไม่เจอต้นน้ำอีก..!!”
....... ต้นน้ำน้ำตาร่วงทันทีที่ฟังทุกอย่างจบลง.. รักของเธอ .. รักที่เธอเพิ่งปลงใจจะรัก .. รักที่เธอเพิ่งมีความสุข ..กลับต้องจากกัน .. ต้องไม่พบหน้ากันอีก ..
....... ทำไมรักเธอจึงเป็เช่นนี้ ?
....... ฝุ่นดินช่วยซับน้ำตาให้เพื่อนรัก
....... ต้นน้ำกินอะไรไม่ลง .. รวบช้อนวางที่จานข้าว.. พยายามจะยิ้มให้ทุกคน .. พยายามจะบอกทุกคนว่า .. เธอยังไหว ..แต่น้ำตาเ้ากรรมกลับร่วงเผอะ .. เผอะ
....... ปณาลีทั้งยิ้ม ทั้งบีบมือให้กำลังใจเพื่อนรัก เธออยากพูดให้กำลังใจเพื่อนแต่ก็พูดอะไรไม่ออก
....... ชลวิทย์ไม่รู้จะปลอบพี่ต้นน้ำอย่างไร เขาทำได้แค่ใช้มือลูบเนื้อลูบตัวต้นน้ำเท่านั้น
....... ฝุ่นดินพยายามพูดให้กำลังใจ .. แต่ก็พูดได้แค่คำสองคำ.. แล้วก็พูดไม่ออก
...
....... น้ำตาต้นน้ำรินไหลตลอดเวลา แต่มิได้มีเสียงสะอึกสะอื้นใดใดเล็ดลอดออกมา
....... จนเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง
....... “พี่นัทไปอยู่นี่โน่นเพื่อฉัน ฉันอยู่ที่นี่ ก็จะไม่คบใครเพื่อพี่นัท” ต้นน้ำพูดค่อนข้างเบาและมีก้อนสะอื้นสะดุดเป็ระยะ แต่เพื่อนๆได้ยินชัดเจน “หลังจากนี้ฉันจะทุ่มเทชีวิตให้กับละครเท่านั้น” แม้แต่คำพูดก็เปลี่ยนไป ไม่มีการแทนตัวเองว่า .. ‘ต้นน้ำ’อีกแล้ว..!!
.
....... วันนี้มีประชุมคณาจารย์วาระพิเศษ อาจารย์เตโชจึงมาดูซ้อมการแสดงไม่ได้ เขาจึงฝากให้ต้นน้ำช่วยดูและทบทวนแบบฝึกหัดต่างๆตามที่เขาเคยสอนและบอกไว้ว่า..เป็แบบฝึกหัดที่สามารถฝึกกันเองได้โดยไม่ต้องมีอาจารย์อยู่ด้วย
....... ต้นน้ำควบคุมการฝึกได้ตามที่ครูเตโชบอกไว้ทุกประการ
....... ชลวิทย์ฝึกกับฝุ่นดินอย่างมีความสุข
....... มายด์กับเปลว ก็เลยได้ลองฝึกแบบฝึกหัดการแสดงไปกับเหล่านักแสดงด้วย
....... ปณาลี อุรวี และคนอื่นๆ ต่างก็ทำงานในหน้าที่ของตนอย่างลงตัว
....... กนกกลายเป็ผู้สังเกตการณ์ที่นั่งดูอยู่แต่ในมุมของตนเท่านั้น
.
....... เมื่อกลับมาถึงบ้านพัก เตโชก็เห็นว่า มายด์หลานชายของเขากลับมาถึงบ้านก่อนหน้าเขาแล้ว นั่นแสดงว่าวันนี้การซ้อมละครน่าจะเป็ไปด้วยดี และจบลงในเวลาอันสั้น ซึ่งมายด์ก็เล่าให้ฟังแบบนั้น
....... “พี่ต้นน้ำเก่งมากเลยนะครับอาโช” มายด์พูดไปใบหน้าก็ยิ้มละไมอย่างชื่นชมไปด้วย “พี่ลีบอกว่า พี่ต้นน้ำกับแฟนไม่มีสิทธิ์พบกันอีกแล้ว แต่พี่ต้นน้ำก็ยังทำหน้าที่ดีดีมากครับ”
....... เตโชได้แต่พยักหน้ารับรู้
....... มายด์ยังเล่าให้อาของเขาฟังไปเรื่อย “แล้วพี่ฝุ่นกับพี่ชล ก็ตกลงกันว่า..พอเล่นละครจบ เขาก็จะไม่พบกันอีก เพื่อจบทุกอย่าง” แล้วมายด์ก็หันหน้าไปถามเตโช “พี่ชลกับพี่ฝุ่น เค้าชอบกันเหรอครับอา แล้ว.. เค้าไปชอบกันตอนไหนเหรอครับ?”
....... เตโชได้แต่ลูบหัวหลานรักอย่างปราณีแต่ก็มิได้ตอบอะไร
....... .. ‘มายด์’มีบางอย่างที่คล้ายกับ ‘ไม้’ เหลือเกิน.. พอคิดได้อย่างนั้น เตโชก็อดที่จะยิ้มกับความคิดตัวเองไม่ได้
....... .. จะไม่ให้เขาเหมือนกันได้อย่างไรเล่า?
....... .. ก็ .. พ่อลูกกันนี่นา..!!
....... วันนั้น..ไม้ก็นั่งมองเตโชแบบที่มายด์นั่งมองเขาในวันนี้เช่นกัน
.
.....
.......“เราจะมาจบความรักของโรมิโอกับจูเลียตด้วยกันนะ” ไม้พูดขึ้น หลังจากนั่งมองหน้าเตโชอยู่พักใหญ่
....... เตโชพยักหน้ารับ “โชชอบจังหวะที่จูเลียตตื่นจากหลับ แล้วเห็นหน้าโรมิโอแว่บหนึง ก่อนที่เขาจะตาย แบบในหนังโรมิโอกับจูเลียตของบาซ เลอห์มานน์”
....... “นี่จะไม่เอาแบบเก่าจริงๆ ใช่ไหม?” ไม้ถามไปทั้งที่ในใจเขารู้คำตอบอยู่แล้ว แล้วไม้ก็ไม่ได้คิดจะขัดใจเตโชในเื่นี้
....... “ใช่” เตโชยืนยันหนักแน่น “ก็แบบเดิมๆคนดูเห็นมาเป็ร้อยปีแล้วนี่” เหตุผลต้องฟังขึ้นสิ..เตโชบอกตัวเอง “แล้วการที่จูเลียตเห็นแบบนั้นมันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรในตัวเื่นี่นาแต่ทำให้คนดูลุ้นไปด้วยมากขึ้น.. รู้สึกมากขึ้น”
....... “ครับ ยอมแล้วครับ” ไม้จำต้องยอมอย่างหมดทางเลี่ยง
แล้วทั้งสองก็ช่วยกันลงรายละเอียดฉากสุดท้ายว่าจะเข้าโรมิโอทำอะไรบ้างจูเลียตทำอะไรบ้าง
.....
.
....... ต้นน้ำยังคงนั่งมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่หม่นมืด.. ด้วยหัวใจที่แหลกสลาย .. สายลมคืนนี้ก็พัดแ่เบา ..ทั้งที่ต้นน้ำอยู่บนดาดฟ้าบ้านฝุ่นดินแท้ๆ
.......เสียงโทรศัพท์มือถือโมบิล่าซิตี้แมนสามร้อยดังขึ้น ต้นน้ำหยิบโทรศัพท์นั่นขึ้นมาและกดที่ปุ่มรับสาย “ต้นน้ำครับ”
....... “พี่ต้นน้ำ ไปงานมีทติ้งแฟนคลับของผมนะครับพี่” เสียงชลวิทย์พูดเชิญชวน “ไปนะครับพี่ต้นน้ำ วันนั้นไม่มีซ้อมละครด้วย”
....... “ไม่โทรไปชวนฝุ่นดินล่ะ” ต้นน้ำถามเรียบๆ
....... “ก็อยากชวนพี่ก่อน” ชลวิทย์เสียงอ่อนลง
....... ต้นน้ำได้แต่รับรู้ว่ามีงานนี้ แต่มิได้รับปากชลวิทย์ว่าจะไปงานด้วย
....... ไม่นาน.. ฝุ่นดินและปณาลียกอาหารเครื่องดื่มมาให้เพื่อนรัก ทั้งสองมองหน้ากันแล้วก็ไม่รู้ว่าจะปลอบต้นน้ำอย่างไร
....... เป็ต้นน้ำที่เล่าให้ฟังว่า ชลวิทย์โทรมาชวนไปงานมีทติ้ง ซึ่งปณาลีก็สนับสนุนเต็มที่ “ไปเลยแก จะมาอยู่เงียบๆ แบบนี้ทำไม ไปเปิดหูเปิดตาในข้างในเบิกบานดีกว่า”
....... ฝุ่นดินเองก็เห็นตามที่ปณาลีแนะนำ ต้นน้ำจึงจำยอมที่จะไปด้วยกัน
.
....... ในงานมีทติ้งปาร์ตี้ .. ‘ลม-ชล คนที่รักกัน’
....... ฝุ่นดิน ปณาลี และต้นน้ำ ปรากฏตัวในงานมีทติ้งด้วยบัตรวีไอพีที่อยู่ด้านหน้าสุด
....... บนเวทีมีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ที่ปณาลีกับฝุ่นดินทั้งยิ้มทั้งสนุกจนเหนื่อย แต่ต้นน้ำดูจะมีความสุขน้อยกว่าเพื่อนทั้งสองมาก
.......แล้วสายตาต้นน้ำก็แลเลยไปมุมหนึ่งของคนดู มันคลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็ปฐวี เพื่อนที่เคยชอบต้นน้ำ ..เพื่อนที่ต้นน้ำไม่รัก ..
....... แต่วันนี้.. ข้างๆ ปฐวี เป็ชายหนุ่มหน้าตาดี.. ทั้งสองดูสนิทสนมกันมาก .. ในใจต้นน้ำแปลบปลาบขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ..
....... .. ก็.. ที่เรารู้สึกกับปฐวี..มันแค่เพื่อนนี่นา .. แต่พอเห็นเค้าอยู่กับคนอื่น .. ทำไมมันจึงรู้สึกแบบนี้ล่ะ ..หรือ .. หรือ.. เรามีใจให้ปฐวีด้วย .. แล้ว .. ที่รู้สึกกับพี่นัทล่ะ .. นั่นคือ.. ‘รัก’ .. ไม่ใช่หรือ ?
....... ต้นน้ำหาคำตอบอะไรไม่ได้ จึงปล่อยให้จิตใจตนฟุ้งลอยไปกับความสนุกความมันตรงหน้า ต้นน้ำสนุกกับงานโชว์จนเพื่อนสาวสองคนแปลกใจ แต่ก็ดีใจแหละ..ที่เห็นต้นน้ำสนุกสนานกับโชว์บนเวทีแบบนี้
....... แล้ว.. บนเวที ก็มาถึงคิวที่ทุกคนรอคอย.. เมื่อชลวิทย์ปรากฏตัวพร้อมกับคู่จิ้น..ลม นภดล เสียงกรี๊ดก็ดังสนั่นไปทั้งฮอลล์
....... นภดลเป็คนที่รู้ว่าจะเรียกเสียงกรี๊ดได้จากการทำอะไรบ้าง? เขาจึงทำไม่ยั้ง ไม่ว่าจะจับมือ แตะแก้ม โอบไหล่ และ..แก้มชนแก้ม
....... ซึ่งชลวิทย์ก็เอียงอายไปตามเื่
....... เสียงกรี๊ดจึงยิ่งทวีขึ้น!!
....... ่ปลายของการโชว์ตัว ลมทั้งกอดทั้งหอมแก้มอย่างสนิทเสน่หา ชลวิทย์จึงยิ่งหวั่นไหว และเมื่อลมหาจังหวะได้ เขาจูบปากชลวิทย์แบบดูดดื่มทันที
....... ฝุ่นดินใที่ได้เห็นการจูบนั่นในระยะใกล้มาก มากจนเธอรู้สึกวาบหวามไปกับรอยจูบนั่น
....... จึงไม่แปลกที่ชลวิทย์จะรู้สึกวาบไหวไปมากกว่าฝุ่นดินมาก
....... ต้นน้ำตัดสินใจพิสูจน์ความรู้สึกตนเอง เขาจึงเดินตามทางที่สายตาของตนมองไปเห็นปฐวี แต่เขาก็หาปฐวีที่เขามองเห็นเมื่อครู่ไม่พบ ..
....... หรือจะไม่ใช่? ..
....... อีกใจหนึ่งเถียงขึ้น .. มันไม่ใช่ได้อย่างไร?
....... แต่มันแปลกกับความแปลบปลาบนั่น ..มันคืออะไร? .. ต้นน้ำจึงตัดสินใจออกจากงานมีตติ้งไปหาปฐวีที่ห้องพัก เพื่อพิสูจน์ความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในใจเขาเมื่อสักครู่นี้
.
....... เมื่อจบงานมีตติ้ง ชลวิทย์ก็รีบขับรถไปยังร้านกาแฟที่เขานัดหมายกับฝุนดินไว้ ไม่นานนัก.. ชลวิทย์ก็มาถึงที่นัดพบ เขาแปลกใจหน่อยนึง..ที่เห็นฝุ่นดินนั่งอยู่คนเดียว แต่ไม่มีต้นน้ำอยู่ข้างๆ เหมือนที่ผ่านมา เขารีบเข้าไปหาฝุ่นดินทันที
.......ฝุ่นดินยิ้มรับเมื่อชลวิทย์นั่งลงตรงหน้าเธอ แล้วก็บอกว่าต้นน้ำขอกลับก่อนส่วนปณาลีนั่งอยู่มุมร้านด้านโน้น
....... ชลวิทย์จึงหันไปยิ้มให้พี่ลี แล้วจึงกลับมาชวนฝุ่นดินคุย “เราเหลือเวลาอยู่ด้วยกันไม่มากแล้วนะพี่ฝุ่น”
....... “นี่ถึงกับวันกันเลยเหรอ?” ฝุ่นดินพยายามทำเป็เื่ตลก
....... แต่ชลวิทย์พยักหน้ารับอย่างจริงจัง
....... จนฝุ่นดินรู้สึกได้ “ที่จริง.. ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้”
....... “แต่ผมอยากใช้ทุกเวลาทุกนาทีกับพี่ให้คุ้มค่าที่สุด”
....... คำพูดนี้ทำหัวใจฝุ่นดินร้องไห้..เธอจึงไม่สามารถพูดคำใดออกมาได้
.
....... เพราะปฐวีไม่ได้อยู่ในห้องพัก ต้นน้ำจึงต้องมารอพบปฐวีที่ห้องรับแขกของหอพัก ในใจเขาเริ่มสับสน..เริ่มไม่แน่ใจความรู้สึกที่ตนอยากจะพิสูจน์ .. แต่..!!
....... มาถึงนี่แล้วนี่ .. จะถอดใจได้อย่างไร?
....... ต้นน้ำบอกตัวเองและพยายามทำใจดีสู้เสือ
....... ขณะที่ต้นน้ำกำลังนั่งรอปฐวีอยู่ ..ก็มีข้อความเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเขา .. ดูเหมือนจะมาจากเบอร์โทรต่างประเทศ เพราะเลขที่ขึ้นต้น ดูไม่คุ้นตาต้นน้ำเลย ต้นน้ำมองดูข้อความและกล่องข้อความของโทรศัพท์มือถืออยู่สักครู่ จึงตัดสินใจกดเปิดข้อความ
....... เป็รูปพี่นัทนั่งอยู่ในมุมหนึ่งของตัวบ้านที่ต่างประเทศ
....... ต้นน้ำดีใจจนน้ำตาไหล!!
....... แล้ว.. ปฐวีก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าต้นน้ำพอดี..!!
.
จบตอน ๑๙