หลายวันผ่านไปสถานการณ์รอบตัวของเหมยฮวาตอนนี้ก็เหมือนกับไก่ล่าจือจีจานนั้นที่พี่สาวหลันหลันองนางส่งวิธีทำมา ดุเดือด ร้อนแรงและกรอบมากพอที่จะกัดหรือใช้มือขยี้ให้แหลกเหลวได้
“ข้าจะไปคุยกับคนพวกนั้นเื่กระดาษ” เสี่ยวฮวาฮวาประกาศก้อง หลังจากที่ให้คนติดตามพวกของซยงหนูมาหลายวันแล้วพวกเขาไม่เห็นว่าจะทำอะไรไม่ดีและเวลาส่วนใหญ่ของพวกเขาก็อยู่ที่การตื่นตาตื่นใจกับสิ่งของแบบต่าง ๆอีกทั้งยังอุดหนุนหลายอย่างไปเพื่อทำการค้าของตนเองด้วย
โดยสรุปแล้วเสี่ยวฮวาฮวาคิดว่าคนกลุ่มนี้ดูยังไงก็เป็พ่อค้าชัด ๆ ...ในเมื่อเป็พ่อค้าก็อย่าเสียเวลาเข้าไปคุยเื่กระดาษกันเถอะ!
ลู่จางเหว่ยเหลือบตามองนางแล้วเอ่ยว่า“รอข้าสักหนึ่งชั่วยาม ข้าเสร็จงานตรงนี้แล้วจะไปเป็เพื่อนเ้า”
“เ้าค่ะ!”เด็กสาวรับคำอย่างเริงร่า นางหันไปคว้าเอาจดหมายจากงพี่สาวของตนเองขึ้นมาเปิด
วันนี้จดหมายที่มีมาเป็ประจำทุกเดือน!เพิ่งมาถึง นางตั้งตารอมาหลายวันแล้วด้วยล่ะ...
นี่คือจดหมายมาจากทางเหนืออีกด้วยที่พี่สาวของนางเขียนมา ในจดหมายบอกว่าพี่สาวหลันหลันของนาง กำลังจะเปิดกิจการแห่งใหม่ในจดหมายระบุไว้ว่าหากนางทำเื่นี้สำเร็จก็จะกลับสุยโจวและหากไม่มีความจำเป็นางก็จะไม่เดินทางไกลเช่นนี้อีก
เหมยฮวาดีใจยิ่งนักที่อ่านแล้วรู้ว่าพี่สาวกำลังจะกลับมา
เอ่อ …ในสองปี
แต่อย่างน้อยในที่สุดพี่สาวก็มีกำหนดการกลับให้นางได้ชื่นใจใช่ไหมล่ะ…เหมยฮวาปลอบใจตนเอง
พออ่านจบเหมยฮวาก็สงสัยในการค้าใหม่ของพี่สาวมากเพราะว่ามันแปลกแหวกแนวกว่าที่เคยทำอย่างสิ้นเชิง มันคือ…ลานเลี้ยงม้า(ฟาร์มม้า)
พี่สาวของนางไม่ได้เล่ามาว่าเหตุใดถึงคิดจะทำงานเลี้ยงม้าขึ้นมานางจึงเขียนจดหมายถามกลับไปแล้ว ทว่าก็มีข้อมูลเล็กน้อยที่ทำให้นางพอจะเดาได้ว่าทำไมพี่สาวจึงสนใจในการค้านี้
เื่มันเริ่มมาจากเจงกีสที่หลังจากถูกนางหลอกให้มาทำหน้าที่ของผู้ตรวจคนเข้าเมือง ด้วยคูปองกินข้าวไข่คนข้นๆตลอดปีตลอดชาติโดยไม่ต้องจ่ายเงิน เขาก็หายหัวไปร่วมสองเดือนแล้วดูเหมือนว่าจะได้รับงานใหญ่
เป็งานกำจัดโจรูเาที่อยู่ในเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงและแคว้นเซี่เกินสามร้อยหลี่นี่เป็งานที่โดยปกติแล้วฉินเว่ยจื่อจะเป็คนทำ แต่เนื่องจากตอนนี้คุณชายใหญ่สกุลฉินแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝาและติดภรรยามากเขาจึงไม่รับทำงานที่อยู่ในเขตซึ่งทำให้เขาจะต้องห่างบ้านห่างเมืองห่างภรรยานานเกินสิบวัน
ในเมื่อคนซึ่งดื้อดึงที่สุดและฮ่องเต้ก็ไม่สามารถบังคับอะไรเขาได้บอกว่าเขาจะรับงานในพี่จะเสียเวลาไม่มากขนาดนั้น ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังจึงต้องหาตัวเลือกใหม่นั่นก็พอดีกับที่พวกเจกีสจะต้องทำผลงานให้ดี มีความดีความชอบถึงจะมีศิษย์อาศัยอยู่อย่างถาวรในแคว้นเซี่ย
ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็จะต้องถูกจับส่งกลับบ้านเกิดเมืองนอนฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังจึงทำข้อตกลงให้พวกของเจงกิสเป็กลุ่มกวาดล้างโจรูเา หากมีเหตุร้ายหรือมีโจรูเาอาละวาดพวกเขาจะต้องไปจัดการให้สิ้นซากอีกทั้งได้ทำการตกลงส่วนแบ่งกันอย่างเป็รูปธรรม ฮ่องเต้ได้เจ็ดส่วน อีกสามส่วนก็เป็ค่าแรงของพวกเจงกีส
เื่นี้ทำให้ฮ่องเต้เซี่ยเส้าคังพอใจมากเพราะนอกจากจะได้คนมาใช้งานที่พูดง่ายกว่าหลานชายผู้นั้นพระองค์ยังได้ส่วนแบ่งที่แน่นอน เมื่อก่อนหากฉินเว่ยจื่อเป็คนลงมือพระองค์ได้ทองแค่หีบสองหีบเท่านั้นแต่พอเจงกีสเข้ามารับผิดชอบ แต่ละครั้งพระองค์ได้ทรัพย์สินที่พวกคนถูกจับมาอย่างมากก็ได้สองหีบเท่านั้นพวกเจงกีสทำให้ทองคำเริ่มเต็มคลังส่วนตัวของฮ่องเต้อีกครั้ง
และก็เป็เจงกีสนี่เองที่พูดเื่ม้าพันธุ์ดีของพวกตาต้าร์ให้ฟังทั้งยังบอกว่าสามารถจะจับม้าพันธุ์ดีได้จากที่ไหน ทั้งครอบครัวของเขาก็ยังมีลานฝึกม้าศึกอีกด้วยซึ่งพี่สาวของนางก็คงรับฟังอย่างตั้งใจและก็คิดการนี้ขึ้นมา
นางได้ยินว่าจุดอ่อนของกองทัพแคว้นเซี่ยคือการขาดแคลนม้าพันธุ์ดี หากสามารถมีลานม้าเป็ของตนเองได้ มีการเพาะพันธุ์สำเร็จก็เท่ากับจะขจัดปัญหาใหญ่หลวงให้กับกองทัพได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีาใด ทว่าการเตรียมพร้อมกองทัพและทำให้ข้าศึกรู้ว่าทหารแคว้นเซี่ยแข็งแกร่งเพียงใด ก็เป็สิ่งที่สำคัญมากหากเรายิ่งทำให้ข้าศึกหวั่นเกรงก็ยิ่งจะหลีกเลี่ยงาได้มาก
เด็กสาวได้ยินว่าเมื่อตอนพี่สาวหลันหลันของนางไปถึงยังเขตชายแดนนอกจากนางจะบุกเบิกการค้าทำการเปิดสาขาของร้านสะดวกซื้อที่ร่วมมือกับองค์รัชทายาทคนงามเซี่ยหลุนทำให้มีสาขาอยู่ทางภาคเหนือของแคว้นถึงสิบสองสาขาแล้วในตอนนี้ นางยังเอาตำรับอาหารและวิธีการถนอมอาหารรวมถึงการปลูกผักในโรงเรือนไปเผยแพร่ด้วย เพราะแบบนี้ทำให้ปัญหาเื่อาหารของผู้คนทางแถบชายแดดที่นั้นเริ่มจะคี่คลาย
เื่การขยายสาขาของร้านสะดวกซื้อเป็การวางแผนอย่างรอบคอบระหว่างพี่สาวของนางกับองค์รัชทายาทคนงาม เพราะพี่สาวหลันหลันจะรอให้องค์รัชทายาททำลานขนส่งสาธารณะในแต่ละเมืองเสร็จก่อนเมื่อการขนส่งพื้นฐานได้รับการบุกเบิกแล้ว พี่สาวของนางก็จะนำการค้าของกลุ่มการค้าหลันหลันเข้าไปเปิดในแต่ละเมือง
“พี่สาวข้าเก่งจริงๆ ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร” นางพึมพำชื่นชมพี่สาวอย่งออกนอกหน้าแล้วก็อ่านต่อไป
ดูเหมือนว่าแต่ละเมืองพี่สาวหลันหลันเข้าไปบุกเบิกเปิดร้านใช้วิธีการทำการค้าแตกต่างกันด้วย ทุกเดือนจะมีจดหมายยาวมาให้นางหนึ่งฉบับเป็การเล่าเื่การทำการค้าในแต่ละเดือนของพี่สาวเหมยฮวาวางแผนเอาไว้ว่าเมื่อพี่สาวกลับมาแล้ว นางจะขอเรียบเรียงประสบการณ์ทำการค้าใน่สองปีที่ผ่านมาของหลันหลันให้เป็หนังสืออ่านเล่น เผื่อใครสนใจจะเรียนรู้วิธีการหรือจะอ่านเพื่อความเพลิดเพลินก็ได้
เพราะว่าเหมยฮวาอ่านจดหมายเ่าั้แล้วรู้สึกว่าสนุกยิ่งนักสำหรับคนที่ไม่รู้ข้อมูลเพิ่มเติมก็คือนางหนูเหมยฮวามีสถานะอีกสถานะหนึ่งซึ่งน่าภูมิใจอย่างมากและไม่ใช่ฐานะหลานบุญธรรมของสกุลเผยด้วย แต่เป็สถานะนักเขียนนามกระเดื่อง ผู้ใช้นามแฝงว่าว่าเสี่ยวฮวาฮวาไม่ไหวก็ต้องไหว
“สนุกจังเลย”เสี่ยวฮวาฮวาอ่านจดหมายจะจบแล้วก็พึมพำออกมา ปกติแล้วหากนางอ่านจดหมายจบก็พับแล้วซุกในกล่องไม้บนโต๊ะทำงาน
ทว่ารอบนี้เหมยฮวากลับกวาดตาเจอสิ่งที่เรียกว่าปล. เสียก่อน ...และพี่สาวก็เขียนไว้ว่า
...ข้าติดค้างพวกทหาร[1]ในลานขนสงสาธารณะอยู่เ้าช่วยจัดงานเลือกคู่ให้พวกเขาที...
[1]ลานขนส่งสาธารณะ เป็สถานที่ที่หลันหลันและองค์รัชทายาทร่วมมือกันก่อตั้งขึ้นมามีรถม้าประจำทางให้บริการผู้คน สัญจรไปมา คนที่ทำงานในลานขนส่งสาธารณะนี้ล้วนแล้วเป็นายทหาราเ็ พิการที่ปลดประจำการจากหลันหลันเคยสัญญากับพวกเขาไว้ว่าจะช่วยเลือกคู่ครองที่เหมาะสมให้