ข่าวคราวการต่อสู้ที่แคว้นเหมันต์ ยิ่งหนักหน่วงรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นายกองร่วม10คนล้วนเอาชีวิตไปทิ้งยังแคว้นเหมันต์เพียงในเวลาไม่กี่วันมานี้ จนอนุชนดินแดนร้อยแคว้น ดินแดนเซียน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เริ่มหวาดกลัวพวกต่างดินแดนเข้าไปทุกที หากสถานการณ์ ยังเป็นแบบนี้ต่อไป เหล่าอนุชน ต้องพ่ายแพ้สงครามให้เหล่า อนุชนต่างดินแดนเป็นแน่
แม่ทัพใหญ่ เจ้าสำนักเซียนยอมไม่ได้ หากอนุชนพ่ายแพ้สงคราม ขวัญกำลังใจของพวกเขาจะไม่มีอีกต่อไป ถึงพวกเขาทั้ง3ดินแดนจะร่วมมือกัน จะมิอาจสู้กับต่างดินแดนได้เลยงั้นหรือ
เจ้าสำนักเซียน คาดหวังกับวันนี้เป็นอย่างมาก พวกเขาล้วนส่งผู้มีพรสวรรค์ที่สุดเข้าร่วมสงครามในวันนี้ เต็มกำลังหมายมั่นช่วงชิงชัยชนะของเหล่าอนุชนมาให้ได้ นายกองทั้ง4ถือเป็น 4อันดับแรกของศิลาศึกสงคราม มีชื่อเสียงเลื่องลือ แถมหนึ่งในนั้นยังมีลูกศิษย์ของเขาถึงสองคน
ทั้ง4นายกองเองก็เริ่มจัดกำลัง มีจอมยุทธร่วม 500คน หลายๆ คนล้วนมีชื่อเสียงไม่น้อยเตรียมพร้อมออกไปทำสงคราม นายกองหลักได้แก่ นายกองซีเผิง นายกองจ้าวอี้เทียน นายกองซีเอ๋อร์ นายกองอวิ๋นซานซี พวกเขาทั้ง4ไม่เคยทำสงครามพร้อมหน้าพร้อมตากันมาก่อน ส่วนใหญ่จะสลับวันออกไปต่อสู้ แต่หนนี้เหมือนเหล่าผู้อาวุโสคิดจะชนะสงครามของเหล่าอนุชนเป็นแน่ พวกเขาต่างยิ้มทักทายกัน เหล่าทหารบางคนถึงกับมีบางคนคุยโวว่าจะแข่งกันฆ่าศัตรู รอบๆ เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยดังเอ็ดอึง
ซีเผิงตอนนี้เขามีท่าทีกระวนกระวายใจเล็กน้อย กวาดตามองโดยรอบหาใครบางคนอยู่ ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "อี้เฉินเจ้าคงไม่ลืมวันเวลาหรอกนะ วันนี้เป็นศึกการต่อสู้ที่สำคัญเสียด้วย" ตัวเขาอยากฝากดูแล ซีเยว่ กงหนาน หรั่นหลัน เวินรั่วเจียงไว้กับตัวอี้เฉิน พวกนางเองก็เข้าร่วมสงคราม หากเกิดพวกนางเกิดปัญหา ตัวเขาจะได้เบาใจเมื่อมี อี้เฉินค่อยช่วยคุ้มกันพวกนาง
ซีเอ๋อร์ที่เห็น ซีเผิง กวาดตามองออกไปโดยรอบ เอ่ยถามซีเผิงในทันทีด้วยความสงสัย "ลูกน้องข้างกายเจ้าไม่มาหรือซีเผิง"
เมื่อ ซีเผิงได้ยินเขามีท่าทีไม่พอใจกลับคำพูดของ ซีเอ๋อร์ มองมาด้วยแววตาดุร้าย ก่อนเอ่ยพูดออกมา "นั้นน้องชายข้า เจ้าระวังปากไว้หน่อย"
ซีเอ๋อร์ยกยิ้ม ไม่ได้ตอบโต้อันใด นี่ก็ใกล้เวลาที่พวกเขาจะออกไปทำสงครามแล้วอี้เฉินก็ยังไม่มาเสียที
ผ่านไปอีกหลายร้อยลมหายใจ ซีเผิง ที่เห็น อี้เฉินไกลๆ กำลังจะเดินเข้ามา ตัวเขาค่อยเบาใจลงหน่อย วันนี้จะต้องเป็นฉากสงครามที่นองเลือดอย่างแน่นอน หากไม่มีอี้เฉินช่วยตัวเขาคงรู้สึกไม่สบายใจ ตัวเขาเป็นห่วงเพียงน้องสาวกับคนคุ้นเคยเท่านั้นที่ยังทำให้เขาเป็นกังวล
ฝูงชนที่เห็นเด็กหนุ่มผมขาวต่างหลีกทางให้ทันที ชื่ออี้เฉินกลายเป็นที่เลื่องลือภายในเมืองจ้าวไปแล้วในไม่กี่วันมานี่ จนหลายๆ คนยำเกรง แต่ก็มีบางคนอย่างจะดื่มเลือด เฉือนเนื้อเขาเป็นอย่างมาก
"ดูนั้นเร็วไอ้เด็กที่อยู่ในข่าวลือ เมื่อสาม สี่วันมานี่ ก็คือเขานี่แหละ"
หญิงสาวเอ่ยพูดขึ้นมา"ช่างแปลกคนเสียจริง ใช้ผ้าขาวปิดบังดวงตาที่บาดเจ็บไว้งั้นหรือ หรือตัวเขาสูญเสียดวงตา คงไม่ใช่หรอกมั้ง"
"ใช่ๆ แปลกมาก แม้แต่ปราณพลัง ยังดูอ่อนด้อยแทบไม่มีแรงกดดันแต่อย่างใด"
"เจ้าอย่าพูดเสียงดังไป เขาเก็บซ่อนปราณพลังไว้ ข้าเคยเห็นเขาต่อสู้มาแล้ว ไม่ด้อยไปกว่านายน้อยคนอื่นๆ เป็นแน่"
หลายๆ คนต่างส่ายหัวไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน แต่เหล่านายกองไม่คิดเช่นนั้น พวกเขาไม่สามารถประมาทอี้เฉินได้ หากใครจะเป็นม้ามืดในการต่อสู้ครั้งนี้ก็คงจะเป็น อี้เฉินนี่แหละที่คาดเดาไม่ได้
อี้เฉินเดินมาต่อหลัง ซีเผิงในทันที ตัวเขาได้รับหน้าที่เป็นรองนายกองของ ซีเผิง จึงต้องไปยืนตามตำแหน่งที่ได้รับมอบหมาย
"ข้าขอโทษที ข้ามาช้าไปหน่อย"
ซีเผิงส่ายหัว"ข้าก็นึกว่าเจ้าจะไม่มาเสียแล้ว เจ้ามัวไปทำอะไรมาถึงมาสายเอาป่านนี้ แถมใบหน้าของเจ้า ก็ซีดเซียวไม่ค่อยสู้ดีนักนะ"
"ไม่มีอะไรข้าเพียง เผลอหลับนานไปหน่อยท่านก็รู้ข้าชอบการนอน"
ซีเผิงหัวเราะแห้ง ไม่ได้ไต่ถาม อี้เฉินอีกต่อไป หลายๆ คนเริ่มทำสมาธิเตรียมพร้อม สงครามที่กำลังจะปะทุ เพียงประตูเมืองเปิดขึ้น ภายนอกที่พวกเขาบุกตะลุยออกไปล้วนแทบเป็นศัตรูทั้งสิ้น
"เจ้ามาช้านะอี้เฉิน" ซีเยว่ หรั่นหลัน สะกิดด้านหลัง อี้เฉินเอ่ยพูดเบาๆ
อี้เฉินเพียงหัวเราะแห้งๆ "เหอะๆ" "พวกเจ้า 4คนตามติดข้าไว้ หากเป็นไปได้อย่าแตกกลุ่ม ข้าไม่อยากเห็นพวกเจ้าตายตก ต่อหน้าข้า หากข้าบอกให้หนีพวกเจ้า4คนถอยหนีไม่ต้องสนใจใครทั้งสิ้น รักษาชีวิตของพวกเจ้าไว้เสีย"
4สาวได้ยิน ต่างพยักหน้ารับอี้เฉินโดยไว
เจ้าสำนักเซียนกวาดตามองไปที่เหล่าทหาร ก่อนเขาจะมาหยุดที่ อี้เฉินยกยิ้มขึ้นมาด้วยความพึงพอใจ อี้เฉินที่เห็นเจ้าสำนักเซียนมองมา เขาผสานมือคารวะกลับไปในทันที
ก่อนที่เจ้าสำนักเซียนจะประกาศกร้าว ด้วยเสียงที่แหบพร่า"จงนำชัยชนะกลับมาสู่ ทั้ง3ดินแดน อย่าได้หวาดกลัวต่อศัตรูเป็นอันขาด" ก่อนที่ประตูเมืองจ้าวจะถูกเปิดออก ค่ายกลป้องกันต่างๆ ลดการป้องกันลงในทันใด
เหล่าทหารราวๆ 500คนต่างตะโกนโหร้องด้วยความฮึกเหิม แววตาฉายแววมุ่งมั่นหมายมั่นชนะสงครามของเหล่าอนุชนให้ได้ ในกลุ่มของพวกเขามีขั้นพลังกษัตริย์ไปเพียง10คนหากต่างดินแดนส่งขั้นพลังกษัตริย์ลงต่อสู้ พวกเขาถึงจะได้รับอนุญาตให้ออกไปต่อสู้ได้ เพื่อเลี่ยงไม่ให้สงครามขยายใหญ่รวดเร็วมากเกินไป หากขั้นพลังกษัตริย์ลงต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามเองก็คง ส่งขั้นกษัตริย์ลงมาเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อทั้ง3ดินแดน ขั้นพลังกษัตริย์ของทั้ง3ดินแดนนั้นยังมีน้อยเกินไป รวมทั้งสามดินแดนมีไม่ถึงหมื่น แถมที่ประจำการอยู่ในสงครามมีเพียง 3000คน หากยืดระยะเวลาไปได้อีกสักระยะ อนุชนหลายๆ คนเองก็คงเลื่อนขั้นกษัตริย์ ในอีกไม่ช้า
เหล่าทหาร พุ่งออกไปภายนอกเมืองแคว้นจ้าวอย่างบ้าคลั่ง เป้าหมายของพวกเขาคือ เข้ายึดแคว้นเหมันต์กลับคืนมา พวกเขาแบ่งกองกำลังไปแต่ละจุด ตามแผนที่วางไว้ หมายมั่นบุกยึดเมืองหลวงแคว้นเหมันต์กลับคืนมา นายกองซีเผิง กับนายกองซีเอ๋อร์ ได้รับหน้าที่ตีประตูเมืองหลักซึ่งเป็นทิศที่อันตรายที่สุด
ทิศทางที่พวกเขา เข้าไปเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายคาวเลือดรอยคละคลุ้ง เมื่อไม่กี่วันมานี่ ที่นี่เคยมีฉากการสังหารหมู่มาแล้ว อนุชนหลายๆ คนที่ผ่านทางนี้ เริ่มหวาดหวั่นในใจอย่างอดไม่ได้
อยู่ๆ เสียง"ฆ่า"ก็ดังขึ้นมา ทหารของต่างดินแดนไม่แม้จะรออยู่ภายในเมืองเสียด้วยซ้ำ พวกเขาต่างบ้าคลั่งถือศัสตราวุธในมือ พุ่งเข้าใส่กลุ่มจอมยุทธ์ร่วม150คนอย่างไม่หวาดกลัว
เสียง"ตูม"ดังก้อง ไม่ขาดสาย ทหารต่างดินแดนร่วม 300คนเริ่มล้อมพวกเขาไว้เป็นวงกลมในทันใด เหล่าทหารต่างพากันตกใจไม่คิดเพียง อยู่หน้าประตูเมือง ก็จะถูกโอบล้อมเสียแล้วแถมทหารของฝั่งตรงข้ามยังมีมากกว่าพวกเขาตั้งหนึ่งเท่าตัว
นายน้อย เยี่ยหลี่ แห่งดินแดนจันทราทมิฬ กวาดมองไปที่เหล่าทหารต่างดินแดน แล้วเหลือบไปเห็นอี้เฉิน ตัวเขาตามหาเด็กหนุ่มผมขาวมานาน ไม่คิดว่าวันนี้จะได้เจอ อี้เฉิน คราวก่อนเขาประมาทไปเกือบถูกอี้เฉินลอบสังหาร เยี่ยหลี่ คำรามก้อง "ล้อมฆ่าพวกมันเสียอย่าให้หลุดรอดออกไป"
ซีเอ๋อร์เอ่ยพูดขึ้นมาด้วยท่าทีหวาดหวั่นในใจ "จะเอาอย่างไรดี ซีเผิงหากอยู่ในวงล้อมแบบนี้มีแต่ตายกับ ตาย ข้าว่าควรฝ่าออกไป"
ซีเผิงเอ่ยพูดด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก "หากฝ่าหนีออกไป เจ้าคิดว่าคนที่ช้าจะเป็นอย่างไร เราไม่มีทางให้ถอยหนีแล้ว ต้องสู้กับพวกมัน"
ซีเอ๋อร์ได้ยินเขาถึงกับหน้ามืดทะมึนแต่ไม่ได้เอ่ยค้านอันใด ก็จริงอย่างที่ ซีเผิงกล่าว พวกที่อยู่หน้าก็อาจจะฝ่าออกไปได้แต่พวกที่รั้งท้ายจะตายตกลงในทันที
ซีเผิง ตะโกนออกมาดังก้อง "ตั้งขบวนป้องกันเร็วเข้า" หลายๆ คนหันหลังชนกัน มองออกไปหาเหล่าศัตรูในทันที ตอนนี้เหมือนกองกำลังของ พวกเขาจะเจอกับวิกฤตเข้าให้เสียแล้ว ถูกเหล่าทหารต่างดินแดนปิดล้อมไว้ทุกทิศจนหมด เหมือนพวกต่างดินแดนจะเท กองกำลังทหารมาประตูเมืองหลักเสียส่วนใหญ่ หากพวกเขายื้อเวลาได้มากพอพวกเขาก็จะชนะสงคราม แต่ความเสี่ยงมีสูงเกินไปจากจำนวนของเหล่าทหารที่มีมากเกินไป
ซีเอ๋อร์คำรามก้อง "อย่าได้หวาดกลัว หากเราต้านไว้ได้ กองกำลังอื่นๆ คงปราบปรามทิศอื่นๆ จนสิ้น แล้วกลับมาช่วยพวกเราเป็นแน่"
เยี่ยหลี่ ยืนมือไพล่หลังอยู่บนหลังสัตว์อสูรผีเสื้อสวรรค์ ใบหน้ามีรอยยิ้มเย้ยหยัน มองออกมาด้วยแววตาดุร้ายบ้าคลั่ง จิตสังหารโพยพุ่งท่วมท้นท้องฟ้า มองอี้เฉินเหมือนหยั่งกับจะดื่มเลือดกินเนื้ออย่างไรอย่างนั้น เขาคำรามออกมาก้องฟ้าด้วยความเดือดดาล
"พวกเจ้าทุกคนต้องตายอยู่ที่นี่ กว่ากำลังเสริมจะมา พวกเจ้าทุกคน คงกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว"