กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่สามสิบเก้า สายเลือดจากบรรพบุรุษ

    ตอนที่สามสิบเก้า สายเลือดจากบรรพบุรุษ

    “ทำไมเราถึงจะหลุดพ้นจากบาปที่ทำมาได้?”

    มันไม่ใช่คำถามที่ควรจะถามเด็กวัยรุ่นธรรมดาแล้ว แต่ควรจะถามกับพระผู้ไถ่

    ผมพยายามช้คาถาชำระล้างร่างกาย

    แต่เลือดที่ไหลออกจากท่อนแขนและดวงตามันกับตรงหน้าผากมันไม่หายไปแฮะ

    กฎของเวทมนตร์นี่มันแปลกจริงๆพับผ่าสิ

    “เออ..แอนนาเธอช่วย”ผมยื่นแขนไปทางแอนนาที่ท่าทางเหมือนถูกไฟช็อตมาแต่เลือดที่ข้อมือของผมทำให้แขนของเอดัง

    ซี่ซี่

    เธอผงะและชักมือจากไป

    แววตาของเธอที่มองผมนั้นแปลกมาก ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่กลับเป็น”กลัว”?

    อืมเลือดของผมนี่เป็นเลือดของพ่อมด ตามสไตล์ที่ว่าเลือดของแม่มดจะทำให้ต้นไม้ตายหรือเปล่าหว่า?

    จากที่หยดลงบนพรมที่พื้นดูไม่ได้ต่างจากเลือดธรรมดาแต่พอโดนแอนนาดันไหม้นี่น่าสนใจจริงๆแฮะ

    “เอ่อ ผมเป็นแค่ลูกมนุษย์ธรรมดา ไม่น่ามีคำตอบหรอกครับ ศาสนาและคัมภีร์ก็มีคำตอบอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ? ฟังคำสอนของพระคริสต์น่าจะดีกว่าผมนะ?”

    ผมพยายามปลอบใจคุณนายเวลลิงตันที่สีหน้าเหมือนกับช็อกหลุดโลกไปแล้ว

    “หรือโรงเรียนสอนศาสนาวันอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ได้สอนเรื่องที่พระเยซูท่านเดินลงไปนรกและปราบมารร้ายต่างๆ”

    ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผมสงสัยมานานแล้ว

    ในโลกปัจจุบันที่มองวัตถุนิยมเป็นหลัก มองมนุษย์เป็นเครื่องจักรชีวะไม่มีวิญญาณนั้นไม่แปลกที่จะไม่เชื่อในพระเจ้า

    การทำแท้งเพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคมนั้นโอเค

    แต่หากแวมไพร์ ปีศาจ มีตัวตนอยู่จริง พระเจ้าที่ออกข้อบัญญัติบังคับที่ว่านั้นมีอยู่จริง

    และน้ำมนต์ที่ได้จากโบสถ์ทำร้ายแวมไพร์ได้จริง

    ผมก็สงสัยสติของมนุษย์หากจะไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า

    หรืออย่างน้อยต่อให้ไม่เชื่อพระเจ้าก็น่าจะหาเทพเจ้าที่ตนนับถือที่พอจะปกป้องตนเองบนโลกมนุษย์และโลกหลังความตายได้

    หากกระสือยายสายคือความจริงของโลก

    ผมจะเป็นคนแรกที่นำหน้าจับยายสายเผาก่อนที่ฟ้าจะมืดและยายสายจะมาฆ่าเราตอนกลางคืน

    หรือเฮร่าบอกว่าให้บูชายัญวัวสองตัว ผมก็จะฆ่าวัวทันทีไม่ลังเล

    แต่เพื่อความซื่อสัตย์

    “แต่เออ..”

    ผมไม่ค่อยอยากพูดเพราะแนวเรื่องตะวันตกชอบบอกว่า

    “ทุกอย่างอยู่ที่ความสามารถและความพยายาม”เพราะพวกนี้รังเกียจเรื่อง”ขีดจำกัดสายเลือด”ว่าใครมีพรสวรรค์จากสายเลือดค่อนข้างจะขัดแย้งกับวัฒนธรรมตะวันตก

    แต่ก็นั่นล่ะครับ มันมีอาวุธหรือสายเลือดของนางเอกที่มอบพลังให้กับพวกคุณเธออยู่ผมไม่รู้ว่าต้องการสื่ออะไรเหมือนกัน

    ว่าอวยสายเลือดของนางเอกที่เป็นนักล่าจากครั้งบรรพกาล

    แต่พอมีตอนที่ให้ทำรายงานเรื่องสายเลือดและบรรพบุรุษ เลโอนาร์ดก็บอกว่าเป็นสายเลือดฝ่ายชายโดยตรงจากเจงกิสข่านที่วิญญาณบรรพบุรุษจะเข้าสิง

    และลงเอยที่ไล่วิญญาเจงกิสข่านไปได้ว่าเลโอนาร์ดไม่ได้มีอะไรเหมือนบรรพบุรุษ เราไม่ควรเอาบรรพบุรุษมาเป็นสิ่งที่ทำให้เราในปัจจุบันภาคภูมิใจ..ทั้งที่มีสายเลือกนักล่าแวมไพร์หัวโด่เป็นนางเอกอยู่ในเรื่องนี่

    ว่าไปแล้วให้เลโอนาร์ดที่มีหน้าตาเด็กเนิร์ดฝรั่งเกินร้อยเปอร์เซ็นเป็นสายเลือดโดยตรงของเจงกิสข่านคนเขียนก็คงตั้งใจจะล้อเลียนไม่คิดอะไรนั่นล่ะ แต่มันทำให้ผมคิดมากในบางเรื่องขึ้น

    Blood of King สายเลือดแห่งราชามันโม้ว่ามีแต่สายเลือดราชาที่จับดาบเอ็กคาลิเบอร์ได้ล่ะครับ

    ผมยังงงอยู่จนถึงทุกวันนี้ว่าตกลงสายเลือดมันมีผลหรือไม่มีผลกันแน่?

    หรือว่ามันแค่ความแตกต่างของมุมมอง ว่าเลโอนาร์ดหากไปอยู่ในแนวอิเซไคญี่ปุ่น คงไม่ใช่แค่พระเอกฮาเร็มแต่เป็นตัวร้ายไปแล้วเพระาคุณสมบัติเว่อๆมากที่คนเขียนให้พี่แก

    แกได้สมบัติผีสิงจากญาติมหาเศรษฐีที่ทำให้แอนนาต้องตามมาแก้ไขหลายครั้งจนผมชักสงสัยว่า

    เลโอนาร์ดต้องเป็นหลานที่พวกลุงรักมากไม่ก็เกลียดมากแน่ๆ ยกสมบัติอายุกว่าร้อยปี คฤหาสน์ผีสิงข้าวของต้องคำสาปให้ตลอด

    แน่นอนนั่นอาจจะเพราะต้องการให้เลโอนาร์ดรับบทเหยื่อที่จะต้องเจอผีและคำสาปที่ซ่อนอยู่ในสมบัติของญาติๆให้เป็นเรื่องตลกและบทเรียนสอนใจในอีกพล็อตที่เป็นปัญหาส่วนตัวของนางเอก แต่ปัญหาคือ คนเขียนเล่นมุก”สมบัติผีสิง”มากเกินจนจะจบเรื่อง เลโอนาร์ดได้สมบัติผีสิงเป็นคฤหาสน์ร้าง ที่มีภาพเขียนโบราณ เกราะโบราณ อัญมณีผีสิงต้องคำสาปไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง

    หรือเลโอนาร์ดหากไปเกิดในแนวฮาเร็มรั้วโรงเรียนพลังพิเศษ จะกลายเป็นพ่อหนุ่มผมทองลูกเศรษฐีที่ไปแกล้งพวกพระเอกและเหล่าฮาเร็มกันหว่า?

     

    “โดยทางเทคนิคที่ผมทำทุกคนก็ทำได้ครับ”

    ผมหวังว่ามุกที่นักเขียนเคยพูดว่าเวทมนตร์ทุกคนฝึกได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเก่งเท่ากันจะเป็นเรื่องจริงนะ

    “แต่ผมว่าคุณนายหากอยากจะฝึกก็มีพรสวรรค์ทางสายเลือดได้มากกว่าผมอยู่แล้ว โดยสามารถใช้เวทมนตร์ได้ไม่ต้องพึ่งเทพเจ้าแต่ มันก็ยังมาสู่เรื่องที่ว่าพระเจ้ามีจริงอยู่นั่นล่ะครับ และที่คุณนายกังวลเรื่องของการที่พวกเราจะเข้าหาเวทมนตร์หลอกลวงนั้นกังวลถูกแล้ว แค่ยังกังวลไม่มากพอ เจอพวกหลอกลวงถือว่าโชคดีแล้วเพราะมันมีลัทธิบูชาซาตานของจริงในโลกนี้ที่จับทุกคนไปบูชายัญเพื่อสังเวยแก่เทพปีศาจ

    ที่คุณนายหาทางเข้าหาพระเจ้าสำนึกผิดและกลับใจเสียใหม่นั้นถูกแล้วครับ ต่อให้เราถูกฆ่าตายแต่วิญญาณเราจะไปอยู่ร่วมกับพระเจ้า โชคดีเราอาจจะได้ไปลิมโบ ไม่เหมือนตอนที่เราถูกจับบูชายัญที่อาจจะได้ไปเขตแดนนรกของเทพปีศาจต่างๆ”

    แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ การปลอบใจของผมดันทำให้คุณนายเวลลิงตันร้องไห้ฟูมฟายมากกว่าเดิม

    “พระเจ้าโปรดอภัยให้ลูกที่เป็นคนบาปด้วยเถิด ลูกไม่อยากตกนรกหมกไหม้”

    “เอ่อไม่ต้องห่วงหรอกครับ พระเจ้าท่านไม่โหดอย่างนั้นหรอก พวกปีศาจจากนรกที่จับคนไปทรมานและบูชายัญสิครับที่น่ากลัวกว่า”

    เท่านั้นล่ะครับ

    เธอกรี๊ดไปอีกครั้ง

    “อย่าคิดมากสิครับ ดูอย่างแอนนาสิ ทั้งที่เธอไม่สิ ผมว่ารวมถึงคุณนายด้วยที่สืบสายเลือดจากคนที่ทำสัญญากับเอลเดอร์ก็อดมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาลเธอยังมีสติไม่กลัวเลยเห็นไหมล่ะครับ”

    คุณนายเวลลิงตันกรี๊ดดังขึ้นอีก

    นี่ผมจะปลอบใจอย่างไรดีนะนี่?