ย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ

    ตอนที่ 40  ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

    ตอนที่ 40  ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

    ภายในห้องเรียนที่ขังในเรียนเอาไว้

    “ บัดซบ!!! อีเด็กเวรนั่น!!! “

    นักเลงคนหนึ่งกำลังสบถด่านักเรียนหญิงที่กระโดดฆ่าตัวตายไป

    นักเลงคนนี้เป็นนักเลงคนเดียวที่เหลืออยู่เพราะพี่เป่าสั่งมันให้เฝ้าพวกนักเรียนเอาไว้ แต่ใครจะไปคิดว่าเด็กที่เป็นเพียงเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 18 ปี จะใจกล้ากระโดดตึกฆ่าตัวตายแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง

    แถมยังโดดลงไปตกหน้ารถฮัมวี่ของทหารอีก

    นักเลงลังเลมากว่ามันควรจะทำยังไงดี และลังเลได้ไม่นาน มันก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นแล้วหยุดไป นักเลงรู้ได้ทันทีว่านั่นไม่ใช่การยิงซอมบี้แน่ เพราะหากจะฆ่าซอมบี้ในอาคารพวกทหารไม่น่าจะใช้ปืน แถมปืนยังดังเป็นช่วงเดียวอีก

    ‘ หรือพวกพี่เป่าจะ… ‘

    นักเลงคิดในใจพร้อมแสดงใบหน้ากำลังกลัว มันเป็นเพียงนักเลงตัวเล็กๆ ใช้เป็นแต่กำลัง หากไม่มีหัวแบบพี่เป่าคอยบอกให้เดินไปทางไหน ให้ทำอะไร มันก็ทำด้วยตัวเองไม่เป็น

    หนี!

    ในเมื่อเรื่องเป็นแบบนี้ทางรอดเดี๋ยวก็คือต้องหนีไปเท่านั้น!!

    ตัดสินใจได้นักเลงก็วิ่งออกจากห้องทันที ฉากนี้ทำให้พวกนักเรียนตกใจ พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้มีทหารเข้ามาในโรงเรียน สิ่งที่เห็นก็คืออยู่ๆ พวกนักเลงก็วิ่งออกไปแบบแตกตื่น และตอนนี้นักเลงคนสุดท้ายก็วิ่งออกไป

    ทันใดนั้น นักเรียนชายบางคนก็เกิดความโลภขึ้นมาในใจ ในเมื่อไม่มีพวกนักเลงแล้วพวกเขาก็เป็นพวกที่แข็งแกร่งที่สุด นักเรียนชายหลายคนเริ่มมองไปทางนักเรียนหญิงด้วยแววตาหื่นกระหาย

    นี่นับว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายอย่างแท้จริง เมื่อพวกนักเลงไปหมดแล้วนักเรียนหญิงก็ต้องมาเจอความชั่วร้ายที่เพื่อนตัวเองแสดงออกมาอีก นี่…. นี่มันจะเลวร้ายเกินไปแล้ว

    นักเรียนหญิงหลายคนไม่ได้โง่ พวกเธอสังเกตเห็นแววตาของเพื่อนตัวเองว่ากำลังมองตัวเองไม่ต่างจากนักเลงพวกนั้น หลายคนเตรียมผลักคนอื่นออกไป พวกเธอคิดว่า ทำยังไงก็ได้เพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อ ส่วนคนอื่นๆ นะหรือ ช่างหัวคนอื่นสิ!

    ปัง!!!

    ความโลภภายในใจของพวกนักเรียนชายหายไปทันที เสียงปืนที่ดังขึ้นครั้งนี้อยู่ใกล้มาก พวกเขารู้สึกว่า มันอยู่เพียงแค่นอกห้องเท่านั้นเอง ต่างจากครั้งที่แล้วที่อยู่ห่างออกไปไกลพอประมาณ

    ปัง!!

    ประตูห้องถูกเตะออก หลังจากนั้นก็ปรากฏร่างของทหารวิ่งเข้ามาในห้องพร้อมอาวุธปืนในมือหลายคน พวกนักเรียนแสดงความรู้สึกแตกต่างกันออกไป คนโลกสวยก็คิดว่าพวกทหารมาช่วยตัวเอง

    คนพอมีความคิดก็คิดว่าพวกทหารคงมาหาพวกลูกคนรวย หรือไม่ก็คนสำคัญ เวลาแบบนี้กองทัพคงไม่เริ่มช่วยคนธรรมดาก่อนหรอก และในห้องนี้ก็ไม่มีใครที่เป็นลูกคนรวย หรือลูกคนสำคัญทางรัฐบาลเลยสักคน

    ส่วนคนที่ฉลาด พวกเขาต่างก็มองหาทางหนีเพราะไม่มีอะไรยืนยันว่าพวกทหารจะไม่มีนิสัยแบบพวกนักเลง ตอนนี้มันเป็นวันโลกาวินาศ ทหารหรือนักเลงก็ไม่ต่างกัน เพราะยังไงก็เป็นคนเหมือนกัน มีความต้องการเหมือนกัน

    “ หนิงเฟยเฟย “

    หนิงซิวเย่ตะโกนเรียกน้องสาวตัวเอง

    เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นทันที เธอคนนั้นก็คือคนที่พี่เป่าเลือกเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะเอาไปสนุกด้วย เธอเป็นน้องของหนิงซิวเย่ ชื่อของเธอก็คือ หนิงเฟยเฟย!

    หนิงเฟยเฟยตะโกนว่า

    “ พี่!!! “

    “ เฟยเฟย “

    หนิวซิวเย่ตอบรับเสียงเรียก

    หนิงซิวเย่รู้สึกเหมือนว่ายกภูเขาออกจากอก ก่อนมาถึงห้องนี้เธอทำใจเอาไว้แล้วว่าหากไม่เจอน้องสาวของเธอ เธอก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตัดใจ เพราะเสียงปืนที่เกิดขึ้นดึงดูดซอมบี้รอบๆ มาแล้ว

    แต่เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยตอบรับแบบนี้ เธอก็แทบจะทำอะไรไม่ถูก

    หนิงเฟยเฟยรีบวิ่งออกมาจากมุมห้อง เธอรีบวิ่งเข้าไปหาพี่สาวตัวเองพร้อมกับอ้าแขนเพื่อกอดร่างของพี่สาว

    ฟุบ!

    “ หนูกลัวมาก หนูกลัวมากเลย ฮือ ฮือ “

    หนิงเฟยเฟยพูดพร้อมน้ำตา

    เมื่อกี้เธอต้องทำตัวเข้มแข็งเอาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเป็นจุดสนใจ ถึงเพื่อนของเธอหลายคนจะร้องไห้แต่เธอก็ไม่ได้ร้องไห้ แต่ตอนนี้เธออยู่ต่อหน้าพี่สาวของเธอ แถมพี่สาวของเธอยังมากับทหารอีก ตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องทนอีกต่อไปแล้ว

    หนิงซิวเย่ตบหลังน้องสาวของเธอแล้วกอดเอาไว้

    “ ก็เข้าใจนะครับว่าพี่น้องเจอกันเป็นเรื่องที่ดี แต่ตอนนี้พวกเราต้องไปแล้วครับคุณหนิง เสียงปืนดึงดูดซอมบี้มาแล้ว!! “

    จางต๋าหมิงเตือนสติสองพี่น้อง

    หนิงซิวเย่พยักหน้า แล้วตอบว่า

    “ ค่ะ! “

    พวกทหารเตรียมตัวออกไปจากห้องทันทีเมื่อหนิงซิวเย่ตอบรับ แต่ก่อนที่พวกเขาจะออกไป เสียงตะโกนของผู้หญิงก็ดังขึ้น

    “ เดี๋ยวก่อน!! “

    เสียงที่ดังขึ้นเป็นเสียงของนักเรียนหญิงคนหนึ่ง เธอเริ่มพูดต่อ

    “ พวกคุณจะมาช่วยแค่หนิงเฟยเฟยแล้วหนีไปงั้นเหรอ แล้วพวกเราละ!? พวกเราเองก็เป็นนักเรียนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ!? ทหารต้องช่วยพวกเราด้วยสิ!? “

    เมื่อนักเรียนหญิงพูดขึ้น นักเรียนคนอื่นๆ ก็พากันตะโกนต่ออีกว่า

    “ ใช่แล้ว!!! พวกคุณต้องช่วยพวกเราออกไปด้วย!!! “

    “ ใช่!!! ถ้าทิ้งพวกเราเอาไว้พวกเราก็คงโดนซอมบี้กินกันแน่!!! “

    “ เป็นทหารก็ควรรับผิดชอบสิ!!! ในอนาคตผมก็ต้องทำงานเสียภาษีไปเป็นเงินเดือนของพวกคุณ ซึ่งก็แปลว่าพวกคุณต้องปกป้องผม!!! “

    “ หนิงเฟยเฟย!!! เธอจะทิ้งเพื่อนแล้วเอาตัวรอดคนเดียวเหรอ!!! “

    “ หนิงเฟยเฟยยัยคนเห็นแก่ตัว!!! “

    “ หนิงเฟยเฟยบอกให้พวกทหารพาฉันไปด้วย!!! “

    พวกนักเรียนพวกนี้ไม่มีความกลัวกันแล้ว เมื่อรู้ว่าพวกทหารมาช่วยเหลือไม่ได้มาทำร้ายพวกเขา

    หนิงเฟยเฟยหันมองไปที่เพื่อนของตัวเอง เธอเองก็ไม่ใช่พวกโง่ที่จะไม่เข้าใจอะไร เอาตามตรง ตอนนี้เธอไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าพี่สาวของเธอมากับทหารได้ยังไง พี่สาวของเธอมีอำนาจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? มันเกิดอะไรขึ้นกับสถานะพี่สาวของเธอ?

    หนิงเฟยเฟยงงไปหมด แต่สิ่งที่หนิงเฟยเฟยรู้ว่าตัวเองต้องทำตอนนี้ก็คือ เธอต้องไม่ทำให้พี่สาวของเธอลำบาก นั่นคือต้องทำให้พวกในห้องเงียบปากไป

    หนิงเฟยเฟยเค้นเสียงของเธอ จากนั้นก็ชี้ไปทางพวกนักเรียนชายแล้วพูดว่า

    “ ไอ้พวกคนที่ขายเพื่อตัวเองมันมีสิทธิ์มาขอความช่วยเหลือด้วยเหรอ พวกนายทำให้เพื่อนผู้หญิงหลายคนต้องโดนไอพวกเลวนั่นทรมาน

    “ แค่พวกนั้นเสนอว่าไม่ต้องไปหาอาหาร พวกนายก็ขายเพื่อนแล้วบอกสิ่งที่พวกมันต้องการ พวกนายมันก็เลวไม่ต่างจากพวกนักเลงพวกนั้น

    “ แถมเมื่อกี้พวกนายยังจะทำแบบพวกมันอีก หากพี่สาวของฉันและทหารไม่เข้ามากันก่อน พวกนายคงลงมือไปแล้วใช่ไหม “

    หนิงเฟยเฟยเว้นช่วงสักพัก จากนั้นก็หันไปทางกลุ่มของผู้หญิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า

    “ หวังเสี่ยวเหมียน! เมื่อกี้เธอบอกว่าฉันเห็นแก่ตัวงั้นเหรอ แล้วเธอละ เมื่อกี้เธอพยายามผลักเพื่อนข้างๆ ให้ไปทางพวกผู้ชายไม่ใช่เหรอ

    “ เหอ! ยังมีหน้ามาด่าฉันอีก

    “ อีกอย่าง พวกเธอหลายคนก็เคยล้อฉันว่าฉันไม่มีพ่อไม่มีแม่ บอกว่าฉันเป็นคนขาดความอบอุ่น ตอนนี้อยากให้ฉันเห็นใจงั้นเหรอ! อยากให้ฉันช่วยงั้นเหรอ! อย่ามาปัญหาอ่อน!!! “

    หนิงเฟยเฟยเก็บกดมานานแล้ว

    ในห้องมีเธอเพียงคนเดียวที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่แบบคนอื่นๆ เพราะงั้นเลยตกเป็นประเด็นอยู่บ่อยๆ ในหลายๆ เรื่อง

    ถึงเธอจะไม่ทำอะไรเธอก็โดนเพื่อนนินทาอยู่ดี โดยเฉพาะพวกผู้หญิงในห้อง เพราะเธอเป็นที่ชื่นชอบของพวกผู้ชายมากๆ เธอได้รับฉายาว่าดอกไม้ประจำโรงเรียน พวกหน้าปลาดุกขี้อิจฉาเลยพยายามหาเรื่องเธอตลอด

    แต่ก่อนเธอไม่ตอบโต้เพราะกลัวพี่สาวจะลำบาก ลำพังงานก็เหนื่อยมากพอแล้ว เธอไม่อยากให้พี่สาวมีเรื่องให้ปวดหัวเพราะเธออีก

    แต่ตอนนี้มันต่างออกไป ตอนนี้เธอไม่ต้องทนอีกแล้ว และที่น่าตลกก็คือ คนที่เห็นแก่ตัวมาด่าเธอว่าเธอเห็นแก่ตัว คนที่นินทาเธอมาขอให้เธอช่วย หนิงเฟยเฟยจะเก็บอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ได้ยังไง

    เมื่อความเก็บกดของหนิงเฟยเฟยถูกปลดปล่อย ภายในห้องก็เงียบสงัด เหล่านักเรียนทั้งชายและนักเรียนหญิงไม่สามารถเถียงอะไรได้ เพราะเรื่องทั้งหมดมันเป็นเรื่องจริง

    “ อะแฮม! “

    จางต๋าหมิงทำลายความเงียบ

    จากต๋าหมิงหันไปทางพวกทหารที่ยืนอยู่ จากนั้นก็ออกคำสั่งว่า

    “ ทิ้งมีดทหารของพวกนายเอาไว้ อย่างน้อยมีมีดก็พอช่วยอะไรได้บ้าง “

    “ ครับ “

    ทหารทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว พวกเขาดึงมีดทหารออกมาแล้ววางลงกับโต๊ะ

    เหตุผลที่จางต๋าหมิงให้ทิ้งมีดเอาไว้ก็เขาความสงสาร เขาไม่เหมือนกับหลินฟานที่ผ่านวันโลกาวินาศมาเยอะ ถึงเขาจะเป็นพวกโหดร้ายหน่อยๆ แต่จะปล่อยให้เด็กนักเรียนอยู่ท่ามกลางซอมบี้โดยไม่มีอะไรเลยก็ไม่ได้

    ใจจริงเขาอยากให้ปืนหรือพากลับไปด้วย แต่ให้ปืนไปพวกนี้อาจจะเอาไปใช้ในทางที่ผิด เพราะสิ่งที่หนิงเฟยเฟยพูดออกมาเมื่อครู่ ก็ทำให้จางต๋าหมิงรู้แล้วว่าพวกนักเรียนเหล่านี้ไม่ใช่คนดีเท่าไหร่นัก

    ส่วนเรื่องเอากลับไป… เรื่องนั้นตัดทิ้งไปได้เลย จางหยานพ่อของเขาเน้นย้ำมาก่อนแล้วว่าช่วยแค่คนเดียวเท่านั้น ซึ่งตอนนี้จางต๋าหมิงก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องเน้นย้ำหลายครั้งนัก กับคำว่าคนเดียว

    จางต๋าหมิงเริ่มพูดต่อ

    “ ระหว่างพวกเราออกไป พวกเราจะฆ่าซอมบี้รอบๆ อาคารให้มากที่สุด พวกเธอทุกคนก็อยู่ในห้องนี้กันไปก่อน เดี๋ยวทางกองทัพสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เมื่อไหร่พวกเราจะมาช่วยเหลือทันที

    “ ตอนนี้ซอมบี้ในอาคารไม่เหลือแล้วเพราะพวกเราฆ่าไปหมด

    “ อีกอย่าง หากใครทำผิดกฎหมาย เมื่อกองทัพมาถึงก็จะต้องโดนลงโทษ ระวังเรื่องทำผิดกฎหมายเอาไว้ให้ดีด้วย ส่วนเรื่องพวกสวะ… ไม่สิ! พวกนักเลง ตอนนี้พวกมันโดนลงโทษไปแล้วไม่ต้องเป็นกังวลไป “

    จางต๋าหมิงทำได้แค่นี้จริงๆ ทำได้แค่ให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับพวกนักเรียนเหล่านี้ ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหลินฟานจะสั่งให้ช่วยคนตอนไหน

    จางต๋าหมิงหันหน้ากลับไปยังทหารของตัวเองอีกครั้ง จากนั้นก็ออกคำสั่งว่า

    “ ถอนตัวได้!! “

    “ ครับ!! “

    หนิงซิวเย่ หนิงเฟยเฟย จางต๋าหมิงและเหล่าทหาร พวกเขาทั้งหมดรีบวิ่งลงจากอาหารเรียนทันที

    เมื่อออกมาด้านนอก จางต๋าหมิงก็ทำตามสัญญา เขาสั่งให้พวกทหารเริ่มกวาดล้างซอมบี้รอบๆ อาคารเรียนตามที่พูดเอาไว้ ปืนลำกล้องขนาด 12.5 มม. บนรถฮัมวี่ และปืนไรเฟิลของทหาร ต่างก็ยิ่งใส่ซอมบี้อย่างบ้าคลั่ง

    เมื่อรู้ว่าซอมบี้เหลือน้อยแล้ว จางต๋าหมิงก็กดวิทยุในมือแล้วออกคำสั่งว่า

    “ ถอนกำลัง ถอนกำลังกลับมหาลัยหลินหนาน ซ่า… “

    “ รับทราบ!! ซ่า… “

    ทหารในรถฮัมวี่อีกคันตอบรับ  

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลากลับสู้วันโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน