“ผมพูดจริงนะครับ” ทะนงยืนยัน ลลินหันมามองหน้าเขา ทะนงจึงรีบพูดต่อไปว่า “ถ้ายังไม่มีใครผมขอสมัครเป็แฟนลลินได้ไหมครับ”
ลลินทำท่าครุ่นคิดแล้วมองเลยไปทางตะวัน
“ว่าไงครับลลิน”
ทะนงเร่งเร้า
“เรากลับกันเถอะค่ะ ดูเหมือนคุณตะวันจะกลับไปที่รถแล้ว”
พูดจบลลินก็วิ่งกลับไปทันทีทำให้ทะนงต้องรีบวิ่งตาม
“เดี๋ยวสิครับลลิน รอผมด้วย”
เมื่อทุกคนมาพร้ะวันก็ออกรถทันที แต่เมื่อรถแล่นมาถึงบ้านสิ่งแรกที่ทุกคนเห็นก็คือ นภาวิ่งเข้ามาหาตะวัน
“ไปไหนมากันค่ะพี่ตะวัน ทำไมไม่รอนภาด้วย” พูดแล้วก็หันไปค้อนใส่ลลินนิดหนึ่งก่อนกล่าวกับตะวันต่อไปว่า “เข้าบ้านกันเถอะค่ะ ดูสิไปตากแดดมาตัวดำเป็เหนียงเลย”
ทะนงมองการกระทำของน้องสาวอย่างอ่อนใจก่อนหันไปพูดกับลลิน
“ไปกันเถอะครับลลิน เดี๋ยวผมเดินไปส่งที่บ้าน”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
จากวันเป็เดือนจากเดือนเป็ปีที่วันเวลาล่วงผ่านไปตะวันเทียวไปเทียวมาระหว่างบ้านสวนกับกรุงเทพบ่อยจนผู้เป็แม่รู้สึกผิดสังเกตวันหนึ่งจึงได้กล่าวปรารภกับนายพลสุรินทร์ผู้เป็สามีที่โต๊ะอาหารเย็นที่มีตะวันนั่งร่วมอยู่ด้วย
“คุณค่ะ”
“มีอะไรหรือคุณ”
นายพลสุรินทร์เงยหน้าจากการทานอาหารขึ้นสบตาภรรยา
“ดิฉันว่าลูกชายเรานี่ชักยังไงๆเสียแล้วน่ะดูสิเทียวไปเทียวมาเป็ว่าเล่นเลย”
“อ๋อ ก็มันชอบที่นี่นะสิ”
นายพลสุรินทร์กล่าวอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก
“แต่ดิฉันว่าคงจะไม่ได้ชอบที่นี่อย่างเดียวนะสิ กลัวว่าจะชอบคนที่นี่ด้วย”
“คุณหมายความว่าไงคุณแวววรรณ”
“คุณไม่เห็นหรือไง มาทีก็ชอบไปคลุกอยู่แต่ที่บ้านของตาแสงทั้งวันดิฉันละหวั่นใจจริงๆเลย”
คุณหญิงแวววรรณทำเสียงไม่พอใจนายพลสุรินทร์จึงหันไปมองลูกชายที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
“นั้นแกอิ่มแล้วหรือตะวัน”
เขาถามลูกชายด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ครับคุณพ่อ”
ตะวันตอบรับเบาๆ
“ทำไมทานน้อยนักล่ะ”
“เอ่อ คือ..ผมทานจากบ้านของน้าแสงมาบ้างแล้วครับ”
คำตอบของลูกชายทำให้นายพลสุรินทร์เริ่มจะเห็นด้วยกับความคิดของภรรยาเขาจ้องมองลูกชายตาเขม็ง
“ตะวัน พ่อขอถามอะไรแกหน่อยนะและก็ขอให้แกยอมรับกับพ่อมาตรงๆอย่างลูกผู้ชายด้วยจะได้ไหม”
“ครับคุณพ่อ”
“แกรักลูกสาวไอ้แสงใช่ไหม”
นายพลสุรินทร์ถามออกไปตรงๆ
ตะวันถึงกับอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะตัดสินใจยอมรับออกไปตรงๆเช่นกัน
“ครับ”
“แกจะบ้าหรือไงตะวัน ลูกสาวไอ้แสงนะมันเป็คนใช้น่ะ”
นายพลสุรินทร์เสียงเข้มเกือบเป็ตะวาด
“ค่อยๆพูดกันก็ได้ค่ะคุณ”
คุณหญิงแวววรรณรีบห้ามเพราะรู้ว่าสามีเป็คนโมโหร้าย ในขณะที่ตะวันก็ก้มหน้าอย่างยอมรับผิด
“จะค่อยๆพูดได้ยังไง ก็ดูลูกชายของคุณสิ มันยอมรับออกมาหน้าตาเฉยมันจะบ้าหรือไง”
นายสุรินทร์กล่าวอย่างไม่พอใจ
“เอาเถอะคะ ดิฉันจะพูดกับลูกเอง” ว่าแล้วคุณหญิงแวววรรณก็หันไปทางลูกชาย “นี่ตะวันฟังแม่นะลลินเขาไม่คู่ควรกับเราหรอกและอีกอย่างพ่อของลูกเขาก็ได้หมั้นหมายหนูนภาไว้ให้กับลูกแล้วรอแค่ให้ทั้งลูกกับหนูนภาเรียนจบก็จะจัดงานแต่งงานให้ ลูกเข้าใจที่แม่พูดไหม”
ตะวันยังคงนั่งนิ่งไม่พูดอะไร
“ลูกต้องไม่ทำอะไรให้เป็การเสื่อมเสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลนะตะวันแม่ขอร้อง”
คุณหญิงแวววรรณกล่าวย้ำอย่างกลัวใจลูกชาย
“ผมจะพยายามครับ”