ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 104 ถูกรายล้อมด้วยผู้คน

            หลินตงสำรวจร่างกายของตนเองอย่างยินดี เมื่อเขาได้รับคัมภีร์เทพแห่งชีวิตมาแล้วพลังภายในร่างก็ถูกกระตุ้นขึ้นไปอีกขั้น จากที่มีพลังเพียงแค่จิตยุทธรวมเป็นหนึ่งขั้นต้นก็ทะลวงถึงจิตยุทธรวมเป็นหนึ่งขั้นกลางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถึงการพัฒนาจะเพิ่มมาเพียงแค่ขั้นเดียวแต่ทว่าพลังในการต่อสู้ของเขากลับเพิ่มพูนขึ้นไปอย่างมาก


            "เพิ่มมาแค่ขั้นเดียวหรอ? ก็ถือว่ายังดี"


            ชายหนุ่มบ่นพึมพำออกมา เขาสัมผัสได้ร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น ต่อให้สายเลือดมังกรอมตะยังไม่ทะลวงขึ้นสู่ระดับสามก็ตาม


            จักรพรรดิฟ้าทำได้เพียงจ้องมองไปยังชายหนุ่มอย่างประหลาดใจ เจ้าเด็กคนนี้เพียงพริบตาก็สามารถบรรลุคัมภีร์เทพแห่งชีวิตทั้งห้าขั้นได้ ต้องบอกก่อนว่าชั่วทั้งชีวิตที่เขาได้อาศัยอยู่ยังขุมพลังของวังต้นไม้เทพนิรันดร์ก็ยังไม่เคยเจอรุ่นเยาว์คนไหนที่เป็นสัตว์ประหลาดแบบนี้มาก่อน แม้แต่องค์หญิงเพียงคนเดียวขององค์เทพผู้สร้างแห่งชีวิตกว่าจะบรรลุขึ้นห้าก็ยังต้องใช้เวลานับหลายเดือนเลยทีเดียวแถมนางยังถูกฝึกฝนโดยองค์เทพผู้สร้างด้วยตนเอง มันก็ยังไม่ได้รวดเร็วถึงขั้นนี้ ถ้ามันเป็นเช่นนี้ก็หมายความว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาเช่นกัน เขามีพรสวรรค์เทียบเท่ากับสายเลือดของเทพผู้สร้างเลยทีเดียว ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดสะพรึงนัก


            "งั้นข้าไปละ ถ้าโชคชะตาในอนาคตของเจ้ามันเหลือเชื่อจริงๆ ข้าคิดว่าสักวันนึงเจ้าจะต้องมายังมหาจักรวาลพันภพได้แน่"


            เซียนเต๋าหลัวเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็ได้เวลาที่จะไปแล้วละ เขาตอนนี้จะต้องไปรับใช้องค์หญิงอย่างเช่นเดิม การได้รับมอบโอกาสเช่นนี้แม้แต่ราชันย์เทพอมตะก็ยังต้องควานหามันอย่างบ้าคลั่งแล้วนับประสาอะไรกับเทพเจ้าที่ต่ำต้อยเช่นเขาละ


            "ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเซียนเต๋าหลัว ไว้เมื่อข้าไปยังมหาจักรวาลพันภพแล้ว ข้าจะไปขอบคุณท่านและองค์หญิงขององค์เทพผู้สร้างคนนั่น..!!"


            หลินตงพูดขึ้นพลางโค้งคำนับเขาอย่างเคราพ จากที่เขาคิดเอาไว้ว่าจะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมืิอกลับมาก็ต้องเปลี่ยนไป ต่อให้จะได้รับมรดกของจักรพรรดิฟ้าแต่ทว่ามันก็เทียบไม่ได้กับคัมภีร์ที่ไม่สมบูรณ์ขององค์เทพผู้สร้างแห่งชีวิต การที่เขาได้รับมันเช่นนี้อาจจะเป็นโชคชะตาของเขาก็เป็นได้แถมจักรพรรดิฟ้ายังไปขอร้องให้กับเขาด้วยตนเองอีกด้วย


            จักรพรรดิฟ้าระบายยิ้มอยู่นิดๆ ระหว่างนั่นร่างเงาสีฟ้าครามของเขาก็เริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ ในที่สุดสุสานของจักรพรรดิฟ้าแห่งนี้ก็จะยุติบทบาทลง เขาเพียงแค่จะมอบบางสิ่งให้กับผู้คนที่มาถึงเขาได้เท่านั้นแล้วชายหนุ่มคนนี้ก็ได้รับมันไปเป็นที่เรียบร้อย


            ชายวัยกลางคนถึงกับคิดว่าเจ้าหนูคนนี้อาจจะเป็นผู้ทรงพลังในอนาคตก็เป็นได้ จากที่เขามีเนตรเทพเจ้าที่สามารถจ้องมองได้ทุกสิ่งกับพรสวรรค์การเรียนรู้ที่รวดเร็วจนไม่มีผู้เทียบเคียงทำให้ในสายตาของเซียนเต๋าหลัวมองหลินตงเป็นผู้ที่ไร้ขีดจำกัดไปแล้ว เชื่อเลยว่าเขาจะไม่หยุดเพียงแค่ทวีปชิงหลงแห่งนี้แน่


            เพียงไม่นานร่างเงาของจักรพรรดิฟ้าที่มีขนาดนับสิบเมตรก็สลายหายไปทั้งหมดและเมื่อเขาหายไปรูปปั้นขนาดหลายสิบเมตรที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางห้องโถงก็เริ่มพังทลายลง มันแตกร้าวขึ้นราวกับใยแมงมุมจนกลายเป็นเศษซาก แสดงให้เห็นว่าหลังจากนี้เมื่อใครมาถึงยังส่วนลึกสุสานแห่งนี้แล้วก็จะไม่ได้รับอะไรอีก เพราะว่าหลินตงได้รับมันไปแล้วยังไงละ


            หลินตงส่ายหัวอยู่เล็กน้อยพลางหันหลังเดินออกไป นัยน์ตาจ้องมองไปยังมุมกำแพงของห้องโถงที่อยู่ไม่ห่างไกล ถ้าจำไม่ผิดการเข้าประตูด้านหน้าของสุสานมันก็มายังส่วนลึกแห่งนี้ได้แต่พวกเขาก็จะต้องพบเจอกับดักที่ทรงพลังมากมาย จนทำให้เส้นทางที่ผ่านมาเปรียบเสมือนกับเป็นนรกขนาดย่อมๆ


            ระหว่างที่หลินตงกำลังก้าวเดินอยู่นั่นห้องโถงของส่วนลึกก็เริ่มสั่นสะเทือน กำแพงรอบด้านเริ่มแตกหักพร้อมกับมีช่องว่างขนาดหลายสิบเมตรปรากฏขึ้น ร่างเงาหลายคนจากช่องว่างแห่งนั่นปรากฏตัวขึ้นอย่างร้อนรน


            "โว๊ย ในที่สุดก็มาถึงส่วนลึกของสุสานจักรพรรดิฟ้า"


            พวกเขาเมื่อได้ออกมาแล้วก็ตะโกนออกมาอย่างดีใจแต่ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นถึงภายในห้องโถงนี้ก็ต้องตกตะลึง มันมีเพียงแค่รูปปั้นของจักรพรรดิฟ้าที่พังทลายกับชายหนุ่มคนนึงที่ยืนอยู่ไม่ไกล


            ชายหนุ่มถึงกับหยุดชะงักลงพร้อมกับมองไปรอบๆอย่างประหลาดใจ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาถึงกันแล้วนะ ที่ด้านซ้ายของทั้งสองช่องทางมีตระกูลใหญ่อยู่สองตระกูล คือตระกูลเซินกับตระกูลจิน ส่วนช่องว่างอีกสองแห่งก็มีตระกูลหนานกับตระกูลหนิง สภาพของพวกเขาบอกได้เลยว่าดูทรุดโทรมเป็นอย่างมาก คงจะผ่านกับดักที่ทรงพลังมามากมายนับไม่ถ้วนสินะ


            ส่วนผู้ฝึกยุทธคนอื่นๆของเมืองรกร้างก็มีสภาพไม่ต่างกัน พวกเขาอาศัยความโชคดีในการเดินตามผู้อาวุโสของสี่ตระกูลใหญ่มาจึงทำให้พวกเขาสามารถรอดมาถึงยังส่วนลึกแห่งนี้ได้


            เวลาเดียวกันผู้อาวุโสตระกูลใหญ่ทั้งสี่ก็ถึงกับประหลาดใจ เมื่อมาถึงแล้วพวกเขาคิดว่าจะได้ต่อสู้กันเองเพื่อมรดกของจักรพรรดิซะอีกแต่มันกลับกลายเป็นว่าเมื่อมาถึงก็มีชายหนุ่มคนนึงยืนหัวโด่อยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าของเขาบอกได้เลยว่าหล่อเหลา ส่วนเส้นผมสีเงินที่เป็นประกายนี้ทำให้ทุกคนต้องหรี่ตาลง เส้นผมสีเงินทั่วทั้งทวีปชิงหลงแห่งนี้ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน จะมีเพียงแค่ตำนานเล่าขานที่ถูกส่งต่อกันมาเพียงเท่านั่นซึ่งนั่นก็คือบุตรแห่งมังกรนั่นเอง


            ชายชราจินฟางของตระกูลจินตอนนี้มีสีหน้าบึงตึง นัยน์ตากวาดมองไปยังชายหนุ่มกับรอบๆบริเวณ ดูเหมือนว่าเขาจะมาช้าไป ใครจะไปคิดว่าเส้นทางเขาวงกตอื่นๆมันจะมีจุดหมายปลายทางที่ส่วนลึกแห่งนี้


            "ไอ้หนู ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ยังส่วนลึกของสุสานจักรพรรดิฟ้าแห่งนี้? มรดกของจักรพรรดิฟ้าละ? เจ้าได้รับอะไรมาจากเขา..!!"


            จินฟางตะโกนออกมาพร้อมกับย่ำเท้าไปหาชายหนุ่มอย่างไม่รีบร้อน แรงกดดันของจิตยุทธแห่งดาราขั้นสิบเริ่มถาโถมลงมายังห้องโถงนี่ การที่เขาปลดปล่อยมันออกมาเช่นนี้ก็เพื่อที่จะทำให้ชายหนุ่มนั่นเปิดปากออกมา


            คนอื่นๆที่ได้ยินจินฟางพูดขึ้นก็รีบหันขวับไปมองยังหลินตงอย่างรวดเร็ว มันก็จริงอย่างที่ตาแก่นั่นพูด พวกเขาเมื่อมาถึงก็เห็นชายหนุ่มผมเงินคนนี้้ยืนอยู่เคียงข้างกับรูปปั้นของจักรพรรดิฟ้าที่พังทลายแล้ว แสดงว่าเขาจะต้องได้รับมรดกของจักรพรรดิฟ้ามาแล้วอย่างแน่นอน ผู้ฝึกยุทธแต่ละคนตอนนี้แทบจะบ้าคลั่งขึ้นกันเลยทีเดียว มีใครบ้างที่ไม่อยากจะได้รับมรดกของผู้ทรงพลังระดับนั่น


            ต้องบอกก่อนว่าจักรพรรดิฟ้าคือตำนานของทวีปชิงหลง เขามีพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าราชวงศ์ชิงหลงที่ปกครองทวีปในตอนนี้ซะอีก ในเมื่อมีพลังเช่นนั่นมรดกของเขาก็จะต้องไม่ธรรมดาจริงไหมละ


            หลินตงที่เป็นเป้าสายตาจากทุกคนก็เยียบเย็นขึ้นนิดๆ ถ้าเขาบอกไปว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยละ พวกเขาจะเชื่อกันไหม


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน