อีกด้านหนึ่งเหนือเวทีประลอง บุรุษผู้หล่อเหลาสวมใส่ชุดสีทองยืนอยู่ อีกฝั่งหนึ่ง สตรีผู้หนึ่งสวมใส่ชุดรัดรูปสีดำที่ขับส่งเรือนร่างที่เร่าร้อนและทรงเสน่ห์ของนางให้เด่นชัดขึ้น แม้นางเป็นเพียงสาวแรกรุ่น แต่นางยังคงมีความงดงามที่หาผู้เปรียบได้ยาก ความสง่างามที่โดดเด่น ผมสีขาวอันแสนงดงาม รวมไปถึงเสน่ห์อันเหลือล้น
ขณะที่เฉินเซี่ยงจ้องมองกลับรู้สึกไม่ยอมรับ ในสายตาของเขา เขากลับแสดงออกถึงไม่พอใจต่อมกุฎราชกุมารซ่งหนานหมิง เขามั่นใจว่าต้องมีความแค้นที่ลึกซึ้งอะไรบางอย่างระหว่างทั้งสองคน
“เจ้าเคยได้ยินหรือไม่? ครั้งหนึ่งมกุฎราชกุมารเคยขอเหลิ่งยู่หลานแต่งงาน แต่นางปฏิเสธ มิหนำซ้ำมกุฎราชกุมารยังเคยพยายามล่วงเกินนางและผลที่ได้คือโดนนางตบเอา” ชายคนหนึ่งกล่าว
“ข้ายังเคยได้ยินด้วยว่า เหลิ่งยู่หลานเตะหนอนน้อยของเขาจนเกือบสูญพันธุ์ และหลังจากนั้น เขายังได้ใช้จ่ายเหรียญวิญญาณจำนวนมากเพื่อซื้อหาสมุนไพรวิญญาณดีๆ มาบำรุงรักษามันด้วยหล่ะ” ชายวัยกลางคนหัวเราะขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า…. การแข่งขันรอบนี้ต้องสนุกแน่”
เฉินเซี่ยงคาดไม่ถึงว่าเหลิ่งยู่หลานจะหาญกล้าจัดการกับซ่งหนานหมิงด้วยวิธีที่แปลกประหลาดเช่นนั้น ขณะที่การแข่งขันเริ่มขึ้น เหลิ่งยู่หลานกลายเป็นเงาดำเคลื่อนไหวบนเวทีอีกครั้ง การเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมนี้เป็นลักษณะเฉพาะของนาง นางเคลื่อนที่บนเวทีด้วยความเร็วสูงมาก พร้อมลูกเตะและฝ่ามือนับครั้งไม่ถ้วนไปที่ซ่งหนานหมิง เขาทำได้เพียงหลบหลีก ไม่ก็ปัดป้องการโจมตีของนางในแต่ละครั้ง
ความแข็งแกร่งของซ่งหนานหมิงถือว่าค่อนข้างดี แต่ยังน้อยอยู่บ้างเมื่อเทียบกับเหลิ่งยู่หลาน นางมีเส้นโลหิตเพลิงน้ำแข็งและยังสามารถผสานปราณเพลิงและปราณน้ำแข็งเข้าด้วยกัน ผลที่ได้จากการผสานคือปราณแท้จริงที่ทรงพลังและแปลกประหลาด
แม้ซ่งหนานหมิงจะสามารถป้องกันการโจมตีของนางได้ แต่ปราณแท้จริงของนางยังคงส่งผลกระทบต่อเขามากเช่นดัน ทำให้ร่างกายของเขาบางครั้งร้อน...บางครั้งเย็น อีกอย่างคือเขาไม่สามารถแตะต้องตัวนางได้ เนื่องเพราะนางเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างมาก
“เหลิ่งยู่หลานมีทักษะการต่อสู้ที่ไม่ดีนัก นางมีเพียงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเท่านั้น” ซูเหม่ยเหยากล่าว “สาเหตุนั่นก็เพราะปราณเพลิงและปราณน้ำแข็ง มีทักษะการต่อสู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เหมาะสมกับนาง ฉะนั้น นางจึงต่อสู้ได้ด้วยวิธีนี้เท่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว นางก็หลบการโจมตีได้ทั้งหมดและคู่ต่อสู้ยังไม่อาจสัมผัสตัวนางได้ สาวน้อยผู้นี้ก็พอฉลาดอยู่บ้าง”
สิ่งที่เฉินเซี่ยงบ่มเพาะคือปราณแท้จริงหลายประเภท เขาสามารถใช้ออกด้วยคุณลักษณ์เพียง 1 อย่าง หรือหลายอย่างในเวลาเดียวกันได้ แต่เหลิ่งยู่หลานไม่อาจทำเช่นนั้น นางทำได้เพียงผสานปราณเพลิงและน้ำแข็งเข้าด้วยกัน มีทักษะการต่อสู้เพียงเล็กน้อยที่สามารถนำปราณทั้งสองนี้ไปใช้ได้ในเวลาเดียวกัน วิธีนี้ถือเป็นปัญหากับนางอย่างมาก แม้ว่าปราณแท้จริงของนางจะน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด นางเองยังคงขาดทักษะการต่อสู้ที่เหมาะสมในการใช้ปราณแท้จริงเหล่านั้นได้เต็มประสิทธิภาพ
ซ่งหนานหมิงยังไม่อาจสัมผัสถูกตัวเหลิ่งยู่หลาน เขาทำได้เพียงโกรธเคืองเท่านั้น เขารู้ตัวดีว่า ถ้ามันยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่นาน...เขาต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ในตอนนี้ เฉินเซี่ยงสังเกตเห็นแสงกะพริบเลือนรางที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนเวทีแวบหนึ่ง สายตาของเขาดีมาก ดีจนถึงขั้นที่เห็นขามดบนเวทีประลองได้เลย แต่สิ่งที่เฉินเซี่ยงเห็นคือเข็มโปร่งใสขนาดเล็กที่โผล่ออกมาจากแขนเสื้อของซ่งหนานหมิง
“เข็มน้ำแข็ง!”
เฉินเซี่ยงลอบสาปแช่งซ่งหนานหมิงอยู่เงียบๆ ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนที่เย็นชาและงดงามของเหลิ่งยู่หลาน เขาพบว่านางกำลังเอามือกุมท้องอย่างฉับพลัน พร้อมจ้องมองซ่งหนานหมิงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ซ่งหนานหมิงเพียงยิ้มตอบ และเพียงก้าวเดียว มันพลันปรากฏตัวที่เบื้องหน้าของนาง ปรากฏเป็นปราณแท้จริงพวยพุ่งออกจากขาของมันทั้ง 2 ข้าง ส่งลูกเตะไปที่ท้องของนางอย่างรุนแรง ลูกเตะที่รุนแรงและทรงพลังกระแทกเข้าที่ท้องของนางอย่างหนักหน่วง
นางกรีดร้องออกมาขณะที่ร่างของนางลอยคว้างออกนอกเวทีประลอง เพื่อไม่ให้ผู้ชมตกใจมากจนเกินไป นางจึงพยายามหยุดกายที่ลอยคว้างอย่างมั่นคง เพียงแต่มือทั้ง 2 ข้างที่กำลังกุมท้องอยู่กำลังชุ่มโชกไปด้วยโลหิต
“เจ้า...เจ้ามันคนน่ารังเกียจ!” เหลิ่งยู่หลานขบริมฝีปากของนาง ดวงตาทั้งสองข้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและเกลียดชังต่อซ่งหนานหมิงที่ยังยืนอยู่บนเวทีประลอง
“เจ้าไร้ความสามารถเอง เช่นนั้น...เจ้ายังกล้าเรียกข้าว่าน่ารังเกียจรึ?” ซ่งหนานหมิงเย้ยหยัน
เหลิ่งยู่หลานคลายมือทั้ง 2 ข้างออก โลหิตที่ท้องของนางยังคงไหลรินแต่กลับไม่เห็นบาดแผล นางรู้เพียงรู้สึกถึงร่องรอยของความเย็น นางคาดเดาได้อย่างรวดเร็วว่ามันต้องเป็น ‘เข็มน้ำแข็ง’ แต่ตอนนี้มันละลายไปแล้ว
เฉินเซี่ยงปรากฏตัวข้างๆ นางพร้อมนำเอาผงสมุนไพรและเม็ดยาถอนพิษ 1 เม็ดออกมา เขากล่าวกับนางด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ระวังด้วย.. เข็มน้ำแข็งล้วนเป็นพิษที่ใช้กันบ่อย”
เหลิ่งยู่หลานจ้องมองวัตถุที่อยู่ในมือเฉินเซี่ยง นั่นทำให้นางประหลาดใจ นางขบริมฝีปากพลางกล่าวอย่างแผ่วเบา “ขอบคุณ!”
“ไม่ต้องกังวลไป ข้าจะให้มันชดใช้ในสิ่งที่มันทำกับเจ้า” เฉินเซี่ยงยิ้มให้นางเล็กน้อย
นางถอนหายใจพลางกล่าว “ความหวังที่จะเข้าร่วมนิกายผู้ฝึกตนของข้า...แหลกสลายไปแล้ว…. ขอบคุณที่ท่านมอบเม็ดยาให้ข้า….นายน้อยเฉิน”
เฉินเซี่ยงเข้าใจว่า เพื่อที่นางจะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการต่อสู้ที่เหมาะสม นางจำเป็นต้องเข้าร่วมกับนิกายผู้ฝึกตนสักแห่งเพื่อค้นหามัน แต่ตอนนี้นางสูญสิ้นโอกาสนั้นไปแล้ว
“เจ้าหนู มอบผลวิญญาณโลหะแก่นางและทำให้นางได้เข้าสู่นิกายยอดนักสู้ นางมีเส้นชีพจรเพลิงน้ำแข็งที่หาได้ยากนัก นิกายยอดนักสู้ใคร่กระหายยอมรับนางแน่นอน” ซูเหม่ยเหยากล่าว
เฉินเซี่ยงประหลาดใจที่ได้ยินเช่นนั้นขณะที่กำลังจ้องมองใบหน้าที่กรุ่นโกรธของเหลิ่งยู่หลาน
“บอกนางว่า หากนิกายยอดนักสู้ไม่ยอมรับนาง ให้นางมอบผลวิญญาณโลหะเพื่อแลกกับการเข้ารับการทดสอบ” เวลานี้เสียงของเป่ยยู่ยู่ดังออกมา พวกนางทั้งหมดเป็นสตรี อีกทั้งเหลิ่งยู่หลานยังเป็นเมล็ดพันธุ์ชั้นดี จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกนางต้องการให้เหลิ่งยู่หลานประสบความเสร็จในอนาคต
เฉินเซี่ยงกล่าวแผ่วเบา “แม่นางเหลิ่ง พิษนี้ปะปนอยู่ภายในเข็มน้ำแข็งและอาจจะเป็นอันตราย เจ้าสามารถไปที่ตึกราชาเม็ดยากับข้าเพื่อตรวจสอบมันได้หรือไม่?”
ซ่งหนานหมิงผู้ที่ยังคงยืนอยู่บนเวทีประลองในตอนนี้ กัดฟัน *กร๊อด* ขณะที่จ้องมองปฏิกิริยาของเหลิ่งยู่หลานและเฉินเซี่ยง ซ่งหนานหมิงไม่อาจได้ยินสิ่งที่เฉินเซี่ยงกล่าว แต่มัน *เกลียด* สีหน้าของทั้งสองขณะที่กำลังพูดคุยกัน
ท่าทางที่ทั้งสองแสดงออกต่อกันค่อนข้างดี ผู้หนึ่งคือชายหนุ่มอัจฉริยะและมีเกียรติ ผู้หนึ่งคือสตรีผู้งดงามและมีความแข็งแกร่งระดับ 7 ขอบเขตนักสู้ ทั้งสอง...ต่างชื่นชมซึ่งกันและกัน นั่นคือสิ่งที่ผู้คนพบเห็น
เหลิ่งยู่หลานพยักหน้าและเดินจากไปพร้อมกับเฉินเซี่ยง นางยังคงกังวลเกี่ยวกับพิษที่แฝงมาให้เข็มน้ำแข็ง เป็นไปได้ว่านางอาจเสียชีวิตเพราะมัน
ณ ชั้น 3 ตึกเม็ดยาวิญญาณ ใบหน้าของเหมิ่งโบ๋เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ “เป็นพิษที่โคตรเหี้ยม อีกอย่าง มันยังแฝงเร้นอยู่ในร่างผู้ต้องพิษเป็นเวลานาน พิษชนิดนี้ส่วนใหญ่แล้วจะตกค้างอยู่ภายในร่างกายหลายเดือนหรืออาจจะถึงปีเลยก็ได้!”
“แม่นาง ไม่ต้องกังวลจนเกินไป แม้พิษนี่จะน่ากลัวสักเพียงใด แต่เมื่อเราพบมันแล้ว มันย่อมค่อนข้างง่ายที่จะถอนมันออก” เหมิ่งโบ๋หัวเราะร่าพลางหยิบเม็ดยาออกมา 1 เม็ด “นี่คือเม็ดยาระดับมนุษย์ขั้นสูง ‘เม็ดยาชำระล้าง’ มันสามารถขับสารพิษได้ง่ายดายนัก”
เมื่อเหลิ่งยู่หลานพบว่าซ่งหนานหมิงใช้เล่ห์กลเอาชนะนางในการประลอง ใบหน้าของนางพลันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
นางจ้องมองเม็ดยาที่อยู่ในมือเหมิ่งโบ๋พร้อมกล่าวถามเสียงต่ำ “เม็ดยานี้ราคาเท่าใด?”
“แค่เจ้ากินเข้าไปก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องจ่าย” เฉินเซี่ยงหยิบเม็ดยาส่งให้นาง
เหมิ่งโบ๋หัวเราสนุกสนาน เนื่องเพราะเขาเข้าใจจุดมุ่งหมายของเฉินเซี่ยง
เหลิ่งยู่หลานเผยแววตาที่ซับซ้อนขณะจ้องมองเฉินเซี่ยง “เหตุใดท่านถึงช่วยข้า?” ถึงแม้นางจะกล่าวเรื่องนี้ขึ้น แต่นางก็พอคาดเดาได้ว่าเฉินเซี่ยงอาจจะสนใจใบหน้าที่งดงามของนาง แต่ถึงอย่างนั้น นางก็รู้ว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว ทั้งงดงาม ทั้งพรสวรรค์สูงส่ง ทั้งยังเข้าร่วมกับนิกายผู้ฝึกตนแล้วในตอนนี้
เฉินเซี่ยงหัวเราะพลางกล่าว “ก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรสำคัญนักหรอก ข้าเพียงแค่อยากเป็นสหายกับเจ้าเท่านั้น”
เหลิ่งยู่หลานกลืนเม็ดยาลงไปแล้วยิ้มให้เฉินเซี่ยง เป็นรอยยิ้มที่ดูคล้ายกับดอกโบตั๋นยามผลิบาน เฉินเซี่ยงทำได้เพียงจ้องมองนาง
“ข้าไม่คิดเลยว่า ข้าจะได้เป็นสหายกับท่าน” ท่าทางของนางดีขึ้นเป็นอย่างยิ่ง นางกล่าวอย่างนุ่มนวล “ขอบคุณมาก… นายน้อยเฉิน”
เฉินเซี่ยงส่ายหน้าพลางกล่าว “ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้น นี่...ผลโลหะวิญญาณ เก็บมันเอาไว้”
แม้เหลิ่งยู่หลานไม่ได้เชี่ยวชาญในเรื่องสมุนไพร แต่นางเคยได้ยินชื่อ ‘ผลโลหะวิญญาณ’ อยู่บ้าง นางรู้มาว่ามันคือผลไม้ที่ตึกเม็ดยาวิญญาณใช้เพื่อเชื้อเชิญนักปรุงยา แต่นางกลับไม่คิดว่าเฉินเซี่ยงจะให้มันแก่นางผลหนึ่ง
………………..