(จบ) พ่อยอดหมอขั้นเทพ ขอกลับมาเลี้ยงลูกสาว

    บทที่ 38 บางครั้งความจริงก็โหดร้าย

    บทที่ 38 บางครั้งความจริงก็โหดร้าย


    ซูช่านมาถึงข้างอาคารผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาลเมืองไห่ เงยหน้าขึ้นก็เห็นคุณลุงกำลังยืนอยู่ด้วยความกระวนกระวายใจและมองไปรอบ ๆ 


    ซูเหวินฮุ่ยนั่งอยู่บนม้านั่งยาว เมื่อเห็นซูช่านเดินเข้ามา ใบหน้าของเธอก็แสดงความโกรธทันที แม้ว่าจะซีดเผือดเพราะเสียเลือดมากเกินไป


    "คนแซ่ซู พี่ พี่มาทำอะไร ให้ไปพ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้าพี่" ซูเหวินฮุ่ยชี้มือไปข้างนอก ตะโกนด้วยความโกรธ


    เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอพูดออกมาแต่ละคำค่อนข้างลำบาก


    ซูช่านก้มหน้าลง มองเห็นกางเกงยีนสีเทาของซูเหวินฮุ่ยที่เปื้อนเลือดไปครึ่งตัว หากจะพูดให้แม่นยำก็คือสีดำปนแดง และยังได้กลิ่นคาวเหม็นอย่างแรงแม้ยังไม่ได้เข้าใกล้


    "เสี่ยวช่าน หลานมีเพื่อนเยอะ ลองหาหมอดูหน่อยได้ไหมว่าเหวินฮุ่ยเป็นอะไรกันแน่" ซูเหวินซานที่ตาแดงก่ำด้วยความกังวลดึงตัวซูช่านพูดอย่างเร่งด่วน


    ซูช่านยกมือห้ามไม่ให้คุณลุงตื่นตระหนก เขาเดินเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว และจับข้อมือของซูเหวินฮุ่ย


    ซูเหวินฮุ่ยเพิ่งจะยกมือเพื่อสะบัดหนี ซูช่านเผยสีหน้าเคร่งเครียดพูดว่า "เหวินฮุ่ย เธอน่าจะรู้สภาพของตัวเองดี ตอนนี้อาการหนักมากแล้ว ต้องรีบรักษาทันที"


    "ไปให้พ้น ไปให้พ้นซะ คนหน้าซื่อใจคด ฉันโทรหาอาเจ๋อแล้ว เขาจะหาผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดในเมืองไห่มารักษาฉัน"


    "ตอนบ่ายฉันยังต้องไปกับเขา ออกจากเมืองไห่เพื่อไปเริ่มธุรกิจที่กวางตุ้ง ดังนั้นตอนนี้พี่กลับไปซะ!"


    เมื่อได้ยินคำพูดของซูเหวินฮุ่ย ดวงตาของซูช่านหรี่ลง พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็น "เธอพูดว่าอะไรนะ จะไปกวางตุ้ง? คนคนนั้นยังติดต่อหาเธออีกเหรอ"


    "แล้วพี่มายุ่งด้วยทำไม คนแซ่ซู ชีวิตของฉันจะเป็นยังไงไม่ต้องให้พี่สนใจ อาเจ๋อกำลังจะมาแล้ว"


    "อาเจ๋อของเธอไม่มีทางสนใจเธอหรอก ยัยโง่!" ซูช่านระงับอารมณ์ไม่ไหว พลันตวาดใส่ซูเหวินฮุ่ยอย่างโกรธเคือง


    ซูเหวินฮุ่ยตกใจ และนิ่งชะงักไปทันที


    ซูช่านชี้นิ้วไปที่ซูเหวินฮุ่ย ขมวดคิ้วตวาดว่า "โรคของเธอไม่ใช่โรคติดต่อธรรมดาเลย อย่างน้อยก็มีโรคติดต่อสามชนิดกำลังระบาดพร้อมกัน"


    "เธอรู้ไหมว่าใครเป็นคนแพร่เชื้อให้กับเธอ"


    "ถ้าไม่รักษาวันนี้ เธอจะไม่มีชีวิตรอดถึงพรุ่งนี้ ฉันซูช่านพูด อย่าว่าแต่ผู้เชี่ยวชาญในเมืองไห่เลย ต่อให้ฮัวโต๋*[1] กลับชาติมาเกิด เธอก็ไม่มีทางรอดอยู่ดี"


    ซูเหวินฮุ่ยตกตะลึง ซูเหวินซานที่อยู่ข้าง ๆ ยิ่งหน้าซีดเผือดไปทันใด ร่างกายโงนเงนแทบจะล้มลงกับพื้น


    "เสี่ยว เสี่ยวช่าน มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ" ซูเหวินซานมองซูช่านอย่างตกใจ ไม่กล้าเชื่อ


    "ต่อให้ฉันตาย ฉันก็ไม่ต้องการให้พี่มายุ่ง คนแซ่ซู อย่ามายุ่งวุ่นวายกับฉันอีก ให้ไปให้พ้น เดี๋ยวนี้เลย!" ซูเหวินฮุ่ยตะโกนเสียงแหลมดุ


    แม้ไม่ได้เห็นผลลัพธ์ แต่ซูเหวินฮุ่ยก็รู้สึกในใจบ้างว่าโรคนี้ไม่ได้เพิ่งเป็นมาวันสองวันนี้


    ซูช่านหัวเราะ "ดี เธอต้องการตายเอง ฉันจะขัดขวางทำไม"


    กล่าวจบซูช่านก็หมุนตัวเดินออกไปข้างนอก


    "เสี่ยวช่าน!" เสียงตะโกนของซูเหวินซานดังมาจากด้านหลัง เขาพลันคุกเข่าลงกับพื้น


    ซูช่านหันหน้ากลับ สีหน้าเปลี่ยนไป รีบวิ่งเข้าไปประคองซูเหวินซานขึ้น "คุณลุง คุณทำอะไรครับ"


    "ช่วยเหวินฮุ่ยด้วย เธอยังเด็ก ชีวิตข้างหน้ายังอีกยาวนาน" ซูเหวินซานพูดพลางน้ำตาไหลอาบแก้ม ดวงตาแดงก่ำ


    ซูช่านรักษาขาของเขาหายแล้ว ซูเหวินซานจึงเชื่อฟังคำของหลานชาย


    แต่ตอนนี้ลูกสาวของเขายังคงคิดถึงชายคนนั้น ความเศร้าโศกและความโกรธปนเปกันในใจ


    "พ่อ พ่อสั่งให้เขาไปเถอะ ฉันไม่อยากเห็น..."


    เพียะ!


    ซูเหวินซานง้างมือขึ้นอย่างรวดเร็ว และฟาดหน้าซูเหวินฮุ่ยอย่างแรง ทำให้เธอตกตะลึง


    ซูเหวินซานพูดด้วยน้ำตาคลอ "แกพูดแต่จะตาย ๆ ๆ แกรู้ไหมว่าแม่ของแกคลอดแกมาด้วยความเจ็บปวดถึงสามวันสามคืน"


    "แกรู้ไหมว่า เพื่อส่งแกเรียนมหาวิทยาลัย ฉันที่พิการขาต้องแบกข้าวสารและถังแก๊ส ตลอดสี่ปีฉันไม่เคยนอนหลับอย่างเต็มอิ่มเลยสักครั้ง"


    "เหวินฮุ่ย ต้องทำตัวให้มีคุณธรรมหน่อย พ่อไม่อยากเห็นแกตายตั้งแต่ยังสาวแบบนี้" ซูเหวินซานพูดพลางคุกเข่าลงต่อหน้าลูกสาว ดูเหมือนจะเสียใจกับการกระทำของตนเมื่อครู่ จนร้องไห้สะอื้น


    ซูเหวินฮุ่ยมองพ่อที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าเลื่อนลอย สมองว่างเปล่า


    ซูช่านเห็นคนรอบข้างเริ่มมุงดูมากขึ้น จึงขมวดคิ้ว สูดหายใจลึก แล้วรีบประคองคุณลุงขึ้นอย่างรวดเร็ว


    "ดี เธอบอกว่าอาเจ๋อจะมา งั้นฉันจะรอกับเธอ รอจนกว่าโรงพยาบาลจะเลิกงานก็ได้ ถ้าเขามา ฉันจะขอโทษ แต่ถ้าเขาไม่มา เธอต้องไปกับฉัน"


    ซูเหวินฮุ่ยหน้าซีดตัวสั่นเทา เงยหน้าจ้องซูช่านเขม็งด้วยดวงตาแดงก่ำ พูดเสียงเย็นเยียบ "ดี ฉันจะรอให้พี่ขอโทษ"


    ซูเหวินฮุ่ยไม่เชื่อเด็ดขาดว่าอาเจ๋อจะหลอกเธอ เขายังบอกว่าจะพาเธอไปทำธุรกิจใหญ่ที่กวางตุ้ง เขาจะไม่มาได้อย่างไรกัน


    เมื่อถึงเที่ยงวัน ซูเหวินฮุ่ยรู้สึกร่างกายทรุดโทรม ปวดท้องจนต้องหดตัวงอ แต่ก็ยังไม่ยอมไป


    จนกระทั่งตอนห้าโมง ริมฝีปากของซูเหวินฮุ่ยไร้สีเลือด เธอยกมือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์ กดหมายเลขของอาเจ๋อ


    สายโทรศัพท์เชื่อมต่อ แต่ไม่มีใครรับ


    ดวงตาของซูเหวินฮุ่ยค่อย ๆ สูญสิ้นแสง เธอกัดริมฝีปาก แล้วเก็บโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋าอย่างเงียบ ๆ


    "ใกล้ถึงเวลาแล้ว ตามฉันมาเถอะ" ซูช่านพูดพลางคว้าตัวซูเหวินฮุ่ย ไม่สนใจว่าเธอจะยินยอมหรือไม่ ลากเธอออกไปข้างนอก ซูเหวินซานถอนหายใจยาวแล้วติดตามอย่างใกล้ชิด


    ภายในห้องเช่าของสืออี มีอ่างไม้ใบใหญ่วางอยู่ในห้อง อ่างเต็มไปด้วยยาต้มที่กำลังพวยพุ่งไอร้อน


    ยาต้มเหล่านี้เป็นสิ่งที่ซูช่านโทรศัพท์สั่งให้เตรียมตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว เต็มเกือบครึ่งอ่าง


    ซูช่านลากตัวซูเหวินฮุ่ยที่เดินโซเซเข้าไปในห้อง ที่ประตูห้อง เขาพูดเสียงเย็นชา "ถอดเสื้อผ้าออกแล้วนั่งลงไป ยาจะซึมผ่านผิวหนัง กำจัดเนื้อเยื่อที่ตายแล้ว และฆ่าไวรัส"


    หลังจากผลักซูเหวินฮุ่ยเข้าไป ซูช่านก็ปิดประตูห้องทันที


    ภายในห้องที่ดูเรียบง่ายมีไอร้อนลอยกระจาย กลิ่นยาฉุนมาก ซูเหวินฮุ่ยพยุงตัวด้วยมือข้างหนึ่งที่ขอบอ่าง เธอทนความเจ็บปวดไม่ไหว หลังถอดเสื้อผ้าออก เธอก็กัดฟันนั่งลงในอ่างไม้ใบใหญ่


    นั่งลงไปไม่ถึงสิบนาที ซูเหวินฮุ่ยรู้สึกว่าความปวดที่ท้องน้อยทุเลาลงมาก ความหนาวสั่นทั่วร่างก็ค่อย ๆ หายไป เธอไม่เคยคิดเลยว่ายาอาบที่ซูช่านพูดถึงจะได้ผลดีขนาดนี้


    จนกระทั่งท้องฟ้ามืด ไฟเริ่มสว่าง ซูเหวินฮุ่ยที่แช่ตัวมานานกว่าชั่วโมงได้ยินเสียงโทรศัพท์บนเก้าอี้ข้าง ๆ กำลังสั่น


    เมื่อเห็นหมายเลขของอาเจ๋อ หัวใจของเธอสั่นไหว รีบออกจากถังไม้ทันที รอยยิ้มผุดออกมาบนใบหน้า รีบเช็ดตัวให้แห้งและสวมเสื้อผ้า ก่อนจะเปิดประตูเดินออกไป


    เห็นซูช่านและพ่อนั่งอยู่บนโซฟา ซูเหวินฮุ่ยถือโทรศัพท์ขึ้นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ "ดูสิ อาเจ๋อโทรมาแล้ว ฉันบอกแล้วว่าเขาจะไม่มีวันทอดทิ้งฉันหรอก"


    "รับสาย เปิดลำโพง" ซูช่านมีแววแข็งกร้าววาบหนึ่งในดวงตา เขาชี้ไปที่ซูเหวินฮุ่ย


    เธอกัดฟันกรอด รีบรับสายและกดปุ่มเปิดลำโพง


    [ที่รัก ผมขอโทษนะ ตอนบ่ายเจ้านายใหญ่ทิ้งให้ผมทำงานเลยออกไปไม่ได้ ตอนนี้คุณเป็นยังไงบ้าง จะให้ผมไปรับเลยไหม]


    [ว่าไง เอาเงินสดจากพ่อคุณให้หน่อยได้ไหม สักหมื่นหยวนก็พอ รู้ไหมว่าตอนนี้ผมต้องการเงินด่วน]


    ซูเหวินฮุ่ยตอบรับด้วยสีหน้าตื่นเต้น "ได้ ฉันจะส่งที่อยู่ให้คุณ คุณมาเลยนะ"


    "เห็นไหม คนแซ่ซู พี่ต้องขอโทษฉัน" ซูเหวินฮุ่ยมองซูช่านด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ


    ด้านข้าง สืออีมีสีหน้ามืดมิด เขากำลังคิดว่า เมื่ออาเจ๋อมา เขาจะตัดมืออีกฝ่ายเลยดีไหม


    ซูเหวินซานก้มหน้าลง กำมือแน่น ร่างกายเริ่มสั่นเทา


    แต่ซูช่านกลับหยิบโทรศัพท์ออกมา และถามซูเหวินฮุ่ยว่า "เธออยากรู้ความจริงจริง ๆ เหรอ เธอยังคิดอยู่หรือว่าเขาพาคุณไปกวางตุ้งเพื่อทำธุรกิจใหญ่?"


    "หึ ไม่มีเรื่องอื่นแล้วเหรอ" ซูเหวินฮุ่ยแค่นเสียงเย็นชาและหันหน้าไปอีกทาง


    "ฉันขอเตือนก่อนนะ ความจริงมันโหดร้ายมาก" ซูช่านมองซูเหวินฮุ่ยอีกครั้ง


    เห็นซูเหวินฮุ่ยไม่ใส่ใจ ซูช่านจึงเปิดโทรศัพท์ ค้นหาไฟล์บันทึกเสียง แล้วกดเล่น


    โทรศัพท์ส่งข้อความสนทนาทั้งหมดระหว่างซูช่านและอาเจ๋อเมื่อคืนอย่างรวดเร็ว


    [หนึ่งล้าน ออกไปจากเหวินฮุ่ย]


    ["ฮ่า ๆ หนึ่งล้านนะเหรอ พี่ชาย คุณรู้ไหมว่าน้องสาวของคุณทำเงินให้ผมเดือนละเท่าไหร่? หนึ่งล้าน…]


    [สองล้าน]


    [ผมรู้ว่าคุณมีเงิน พี่ชาย ถ้าอย่างนี้ ผมจะเลิกกับน้องสาวของคุณ คุณให้ผมห้าร้อยล้านก็พอ]


    [คุณยังไม่รู้อีกเหรอว่าน้องสาวของคุณรักผมลึกซึ้งแค่ไหน ผมทำให้เธอติดโรค แต่เธอกลับไม่สงสัยผมเลยสักนิด ฮ่า ๆ ๆ]


    เสียงของอาเจ๋อ ซูเหวินฮุ่ยไม่มีทางจำไม่ได้ หลังจากได้ยิน เธอถอยหลังสองก้าว แล้วโซซัดโซเซล้มลงกับพื้น


    "เหวินฮุ่ย" ซูเหวินซานร้องออกมาด้วยความตกใจ รีบเข้าไปประคองซูเหวินฮุ่ย


    สืออีก็เบิกตากว้าง เขาไม่คาดคิดว่าหลงจู่จะบันทึกบทสนทนาของเมื่อคืนเอาไว้


    ขณะนี้ ซูเหวินฮุ่ยราวกับวิญญาณหลุดลอย เธอผลักพ่อออกไป แล้วนั่งอยู่กับพื้น


    ซูช่านลุกขึ้นยืน พูดเสียงเย็นชา "ตั้งแต่แรก เขาก็มองเธอเป็นเพียงเครื่องมือหาเงิน แม้กระทั่งตอนที่เธอป่วยจวนตาย เขาก็ยังอยากรีดไถเงินจากเธอ"


    "เหวินฮุ่ย เธอจบมหาวิทยาลัย น่าจะเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้"


    ทันใดเหวินฮุ่ยก็หัวเราะอย่างเศร้าสิ้นหวัง น้ำตาไหลลงมาจากมุมตา เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องด้านใน


    ปัง เสียงประตูปิดลง


    "อ๊าาา!" เสียงร้องอันแสนทุกข์ทรมานและเศร้าโศกดังออกมาจากในห้อง


    ซูเหวินซานรีบจะพุ่งเข้าไป แต่ถูกซูช่านคว้าแขนไว้


    ซูช่านส่ายหน้าพูดว่า "เธอต้องการระบายอารมณ์ ปล่อยให้เธอมีพื้นที่สักหน่อยเถอะครับ"


    เสียงกรีดร้องและเสียงร้องไห้ดังต่อเนื่องนานครึ่งชั่วโมงจึงหยุดลง หลังจากนั้นไม่นานประตูก็เปิดออก ซูเหวินฮุ่ยเดินออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์


    เธอมองซ้ายขวา แล้วรีบเดินเข้าไปในครัว เมื่อออกมาอีกครั้งก็ถือมีดผลไม้ติดมือมาด้วย


    "พ่อ เมื่ออาเจ๋อมา เดี๋ยวฉันจะเปิดประตูเอง" ซูเหวินฮุ่ยพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย


    พอเขาพูดจบ เสียงเคาะประตูที่ค่อนข้างเร่งรีบก็ดังมาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงของอาเจ๋อ "ที่รัก ที่รัก คุณอยู่ข้างในใช่ไหม รีบเปิดประตูหน่อย ผมอาเจ๋อเอง"



    [1] ฮัวโต๋ เป็นแพทย์ผู้เลื่องชื่อในสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) พ่อยอดหมอขั้นเทพ ขอกลับมาเลี้ยงลูกสาว ที่คุณอ่าน