[จบ] ไลฟ์สดดูดวง โดย หมอดูเซียนสาว

    บทที่ 44 แลกสบตา สัมผัสชั่วนิรันดร์

            บทที่ 44 แลกสบตา สัมผัสชั่วนิรันดร์


            คนที่มาก็คือหลิวหู่ ผู้จัดการของหลินหราน เขายังพาชายชราและเด็กหนุ่มมาอีกด้วย

     

            ชายชราคนนั้นอายุประมาณ 60 กว่าปี ผมและเคราเป็นสีขาวทั้งหมด สวมชุดจงซานดูมีออร่าในแบบเหล่าเซียน

     

            ชายหนุ่มที่ยืนข้าง ๆ กันนั้น อายุราว ๆ 20 ต้น ๆ สวมเสื้อผ้าเรียบง่าย เดินตามหลังชายชราอย่างเงียบเชียบ ดูราวกับเป็นผู้ติดตาม

     

            ทว่า เมื่อซางเฟยหว่านต้องการเห็นใบหน้าของเขาให้ชัดเจน กลับรู้สึกว่าใบหน้าที่แท้จริงของเขาเหมือนกับถูกซ่อนอยู่ภายใต้ละอองน้ำ จนมองอะไรแทบไม่เห็น

     

            ที่แท้ก็ใช้พลังปราณปกปิดตัวตน!

     

            ซางเฟยหว่านมาถึงโลกนี้เป็นครั้งแรก เธอไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย เธอจึงรวบรวมพลังปราณไปที่รอบดวงตา พยายามมองทะลุผ่านม่านหมอกน้ำนั้น

     

            ดูเหมือนว่า อีกฝ่ายจะรู้สึกถึงการสอดส่องของเธอ เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองมาในฉับพลัน 

     

            นั่นเป็นแววตาแบบไหนกัน? ราวกับเขาได้ข้ามผ่านภูเขา แม่น้ำ นับพัน นับหมื่น และทะลุม่านหมอกหนาทึบ มองมายังเธออย่างเงียบงัน

     

            แววตาของเขาสงบนิ่งและลึกล้ำ ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ แต่ดูเหมือนจะมีความรู้สึกมากมายซ่อนอยู่ภายใต้แววตาที่สงบนิ่งนั้น ปลุกกระแสคลื่นลูกใหญ่ เพียงสบตากันแวบเดียว ก็รู้สึกราวกับผ่านกาลเวลานับหมื่นปี

     

            จิตใจของซางเฟยหว่านที่เคยสงบนิ่งราวกับบ่อน้ำลึก ในตอนนี้ กลับบังเกิดคลื่นสั่นสะเทือนขึ้นมาเล็กน้อย

     

            เขาเป็นใครกันแน่?

     

            เหตุใดเจ้าของแววตาคู่นี้ถึงได้ทำให้เธรู้สึกคุ้นเคยอย่างนี้นะ?

     

            เมื่อคิดไตร่ตรองให้ลึกซึ้งมากแล้ว เธอกลับรู้สึกว่าไม่อาจค้นหาต้นสายปลายเหตุได้ 

     

            ในไม่ช้า เขาก็ค้อมศีรษะลงปิดบังประกายแสงทั้งหมดเอาไว้ แวบหนึ่งที่ปรากฏกาย ราวกับสายฟ้าฟาดก็เลือนหายไปในชั่วพริบตา คล้ายกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตาของเธอ 

     

            ส่วนเขาก็ยังคงยืนอยู่เบื้องหลังชายชราอย่างสงบเสงี่ยม ไร้ซึ่งตัวตน 

     

            ทว่า ซางเฟยหว่านรู้ดีว่า คนคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน 

     

            หลินหรานเห็นหลิวหู่พาคนแปลกหน้าเข้ามา ก็แสดงสีหน้าไม่พอใจ “พี่หู่ พี่มาได้ยังไง แล้วสองคนนี้เป็นใคร ทำไมไม่มาบอกฉันก่อน ทำไมได้ถึงพาเขามากะทันหันแบบนี้”

     

            ชายชราเห็นหลินหรานพูดจาไม่สุภาพก็ตวาดเสียงเย็น 

     

            หลิวหู่รีบพูด “เสียมารยาท! คนคนนี้คืออาจารย์ชิว ผู้เชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์จากภูเขาเสิ่นหลง และส่วนคนนี้คือผู้ช่วยของเขา เพื่อแก้ปัญหาให้เธอ ฉันถึงกับต้องรบกวนคนรู้จักมากมาย ผ่านความยากลำบากมามาก กว่าจะเชิญเขามาได้”

     

            หลินหรานได้ยินดังนั้นก็ตกใจ “ภูเขาเสิ่นหลง? คนของตระกูลหยู?”

     

            อาจารย์ชิวกล่าวด้วยท่าทางหยิ่งผยอง “ฉันคือศิษย์ของสำนักไสยศาสตร์ภูเขาเสิ่นหลง!”

     

            หลินหรานยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงศิษย์ของจากสำนักชื่อดัง นั่นคือบุคคลระดับสูงที่คนทั่วไปไม่อาจพบเจอได้ง่าย ๆ! 

     

            ชื่อเสียงของภูเขาเสิ่นหลงเป็นที่เลื่องลือในหมู่คนภายนอก ว่ากันว่า ที่นั่นเป็นสำนักไสยศาสตร์ที่มีฐานะสูงที่สุดในโลก และเป็นเพียงสำนักเดียวที่ได้รับการรับรองจากทางการ

     

            เล่ากันว่า ในยุคสงคราม มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก วิญญาณพยาบาทชิงชัง ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ ปีศาจมากมายต่างฉวยโอกาสจากความแค้นของวิญญาณ ฝึกตนจนกลายเป็นปีศาจร้าย ออกอาละวาดไปทั่ว

     

            ผู้ก่อตั้งสำนักไสยศาสตร์แห่งภูเขาเสิ่นหลงได้ใช้ปราณของตนเอง ขจัดความพยาบาท ปราบปรามปีศาจร้าย ทำให้บ้านเมืองสงบสุข แม้แต่ผู้นำรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ยังให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง

     

            เพียงแต่กาลเวลาผ่านไป ไม่มีใครรู้ว่า ผู้ก่อตั้งสำนักคนนั้นยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แม้จะยังมีชีวิตอยู่ ก็คงมีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว

     

            ในยุคปัจจุบัน เนื่องจากศิษย์ของสำนักภูเขาเสิ่นหลงเป็นบุคคลลึกลับและรักษาเนื้อรักษาตัว ผู้คนจึงแทบไม่รู้เรื่องราวที่แท้จริงของพวกเขา

     

            แต่คนที่รู้จัก ต่างก็ให้ความเคารพนับถืออย่างสูง แม้แต่ศิษย์นอกสำนักธรรมดา ๆ ก็ยังได้รับการยกย่องจากพ่อค้าเศรษฐีให้เป็นแขกคนสำคัญ

     

            ได้ยินมาว่า ทายาทสายตรงตัวจริงจะไม่ค่อยออกจากสำนัก แม้จะออกมา ก็คงเป็นเพราะได้รับเชิญจากขุนนางชั้นผู้ใหญ่ให้มาช่วยเหลืองาน คนทั่วไปก็ยากที่จะได้พบเห็น

     

            ส่วนอาจารย์ชิวคนนี้ กลับกลายเป็นศิษย์ของสำนักนั้น ฐานะและชาติกำเนิดย่อมไม่ธรรมดา

     

            หลินหรานรีบวางท่าทีนอบน้อม ขอโทษอาจารย์ชิวสำหรับความเสียมารยาทที่ผ่านมา

     

            อาจารย์ชิวลูบเคราสีเทาของเขาแล้วกล่าวว่า “เรื่องราวทั้งหมด คุณหลิวเล่าให้ฉันแล้ว แค่จัดการกุมารทอง ไม่ใช่เรื่องยาก ฉันจัดการได้”

     

            พูดจบ เขาก็หยิบน้ำเต้าออกมา “มันอยู่ในห้องไหน พาฉันไป! ฉันไม่มีวันยอมให้สิ่งสกปรกแบบนี้มาอาละวาดข้างนอกเด็ดขาด”

     

            หลินหรานกำลังจะพาเขาขึ้นไปชั้นบน ซางเฟยหว่านก็พูดขึ้นว่า “เดี๋ยวก่อน!”

     

            เธอเดินไปหาอาจารย์ชิว มองที่น้ำเต้าในมือเขา “นี่คือเครื่องมือปราบผีของคุณเหรอ?” 

     

            “ใช่แล้ว” น้ำเสียงของอาจารย์ชิวแฝงไปด้วยความภูมิใจ 

     

            เครื่องมือทางไสยศาสตร์ไม่ใช่ของหายากในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร แต่นี่คือยุคเสื่อมโทรม ปราณวิญญาณมีน้อย การสร้างเครื่องมือเหล่านี้จึงเป็นเรื่องยาก 

     

            การมีเครื่องมือทางไสยศาสตร์เพียงหนึ่งชิ้น ก็เพียงพอที่จะทำให้คนเกรงขาม 

     

            ซางเฟยหว่านย่อมมองออกว่า เครื่องมือชนิดนี้มีไว้ทำอะไร เธอจึงพูดว่า “ถ้าวิญญาณถูกขังไว้ในน้ำเต้า ภายใน 7 วัน มันจะถูกหลอมละลาย วิญญาณจะสลายไปตลอดกาล ฉันพูดถูกไหม?”

     

            อาจารย์ชิวหัวเราะอย่างภูมิใจ “เธอก็มีความรู้อยู่บ้าง! น้ำเต้าวิเศษของฉันมีไว้ปราบสิ่งชั่วร้ายโดยเฉพาะ ไม่ว่าผีร้ายจะเก่งกาจแค่ไหน หากถูกขังไว้แล้ว มันจะไม่มีวันได้ผุดได้เกิด!”

     

            ซางเฟยหว่านหันไปพูดกับหลินหราน “ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม? ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด! ผีน้อยตนนั้นอยู่เคียงเธอมาหลายปี เธอทนเห็นเขาต้องเผชิญชะตากรรมแบบนั้นได้จริงเหรอ? และเขาต้องทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสอีกตั้ง 7 วัน ก่อนที่วิญญาณจะสลายไปตลอดกาลบนความสิ้นหวัง!”

     

            หลินหรานเผยสีหน้าเจ็บปวด 

     

            หลิวหู่เอ่ยถามว่า “นี่ใคร?”

     

            หลินหรานจึงตอบ “คุณซาง เธอเป็นสตรีมเมอร์สายมูบน Whale Live ฉันเชิญเธอมาจัดการเรื่องกุมารทอง”

     

            หลิวหู่พูดอย่างไม่พอใจ “เธอนี่มันหาหมอดูมาไม่ดูตาม้าตาเรือ เอาสตรีมเมอร์บนอินเตอร์เน็ตมาซะได้ ถ้าหล่อนออกไปพูดจาเลอะเทอะ ก็เสียชื่อเสียงเธอหมดน่ะสิ”

     

            หลินหรานรีบแย้ง “เซ็นสัญญาปิดปากกันแล้ว เธอไม่ทำแบบนั้นหรอก”

     

            หลิวหู่จึงหันไปพูดกับซางเฟยหว่านอย่างไม่ไว้หน้าว่า “มีอาจารย์ชิวอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้คุณมาช่วยแล้วล่ะ กลับไปได้เลย!” 

     

            ซางเฟยหว่านจ้องมองหลินหรานด้วยสายตาเย็นชา “เธอจะตัดเยื่อใยกันแบบนี้จริง ๆ เหรอ?”

     

            หลินหรานน้ำตาคลอไป “ฉันก็จนหนทางแล้วนี่”

     

            หลิวหู่โกรธจัด ตะคอกใส่ซางเฟยหว่าน “หล่อนมาพูดจาเหลวไหลอะไรที่นี่? ไอ้เด็กนั่นมันคุมไม่อยู่แล้ว ถ้าไม่กำราบมัน จะรอให้มันเล่นงานหลินหรานจนตายหรือไง?”

     

            เขาหันไปพูดกับหลินหราน “หลินหราน ห้ามใจอ่อนกับผีสางเด็ดขาด ตอนมันอยากช่วยแก มันเป็นกุมารทอง แต่พอมันควบคุมตัวเองไม่ได้ มันก็คือผีร้ายที่คอยแต่จะเอาชีวิตคน”

     

            อาจารย์ชิวก็เสริมว่า “ผีร้ายเล่นงาน สุดท้ายก็กินเลือดเนื้อของเธอจนหมด วิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับสิ่งนี้ ก็คือทำให้มันหายไปจากโลกนี้ซะ”

     

            ชายแก่จ้องเขม็งไปที่ซางเฟยหว่าน “นังหนู ความใจดีบางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกผี อย่าคิดว่ามีแฟนคลับในโลกออนไลน์ไม่กี่คน ก็สามารถมาชี้นิ้วสั่ง สวมบทนางฟ้าผู้ใจบุญได้ ฉันบอกเลยว่า การปราบผีไม่ง่ายอย่างที่เธอคิด พวกมันไม่มานั่งคุยเรื่องเหตุผลหรือมนุษยธรรมกับเธอหรอก!” 

     


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ไลฟ์สดดูดวง โดย หมอดูเซียนสาว ที่คุณอ่าน