ตอนที่101 ของขวัญจากสมาร์ตเอกซ์
“ได้ค่ะเจ้านาย”ซูเวยทำความเคารพเจ้านายพร้อมกับตอบรับอย่างยินดีเธออยากที่จะฝึกฝนทักษะต่อสู้ของตัวเองกับบรรดาเหล่าคนร้ายแทนการฝึกฝนตามปกติซึ่งจะช่วยให้ตนเองแข็งแกร่งเร็วมากขึ้น รวมทั้งซูเวยต้องการกำจัดสมาชิกขององค์กรชั่วร้ายให้ได้มากที่สุดเป็นการตัดกำลังของพวกมันไปในตัวเพื่อรอเวลาจนกว่าเธอจะเติบโตและแข็งแกร่งมากกว่านี้
เมื่อซูเวยเห็นว่าเรื่องศพคนร้ายมีตำรวจของเมืองหงช่วยจัดการให้แล้วเธอจึงเดินกลับออกไปท่ามกลางสายตาที่แสดงออกถึงความเกรงใจและหวาดกลัวของตำรวจทั้งหลายโดยพวกเขามองเธอเหมือนเป็นตัวประหลาดแต่ทว่าซูเวยไม่ได้สนใจความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาแต่อย่างใด
ซูเวยแวะเข้าห้องน้ำหญิงเพื่อทำธุระส่วนตัวขณะนั่งอยู่ในห้องสุขาพลันมีเสียงของหญิงต่างวัยสองคนพูดคุยกันซึ่งเป็นเสียงที่ซูเวยคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั่นคือ ยายเกาอิงและแม่ตนเอง ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
“แม่คะเกิดอะไรขึ้นกับแม่และเวยเวยคะ?ทำไมเวยเวยถึงได้เป็นหลานสาวตระกูลกัวได้ละคะ?”จ้าวอิ่งถามแม่ตนเองด้วยความสงสัยใคร่รู้ เธอแอบหลบครอบครัวทางสามีมาสอบถามกับแม่ตนเองเพราะหากไม่รู้ความจริงในวันนี้ คงทำให้เธออึดอัดและว้าวุ่นใจยิ่งนักดังนั้นเธอจึงรีบตามเกาอิงมาเมื่อเห็นว่าแม่ตนเองลุกจากโต๊ะมาเข้าห้องน้ำ
“อิ่งเอ๋อร์แม่ก็เคยถามความเห็นของลูกมาก่อนแล้วนี่นา ให้เวยเวยได้มีครอบครัวที่มีพ่อแม่เหมือนคนอื่นเขาบ้างเถอะนะที่ผ่านมาแม่เข้าใจเวยเวยเป็นอย่างดีว่าทำไมหลานชอบทำตัวเกเรร้ายกาจแบบนั้นใจคอลูกไม่อยากเห็นลูกสาวตัวเองมีชีวิตที่สุขสบายบ้างหรือ?”เกาอิงถามลูกสาวตัวเองด้วยความรู้สึกแปลกใจกับท่าทางอึดอัดของลูกสาวเป็นอย่างยิ่ง
“เวยเวยมีครอบครัวที่ดีแบบนี้ก็ดีอยู่หรอกค่ะหวังว่าพวกเขาจะรักใคร่เวยเวยอย่างจริงใจ”จ้าวอิ่งรีบอธิบายให้แม่ตัวเองฟังทันทีเพราะคิดว่าแม่อาจเข้าใจผิดตัวเองความจริงแล้วจ้าวอิ่งรู้สึกยินดีที่ลูกสาวตัวเองมีที่พึ่งพาที่แข็งแกร่งและทรงพลัง
แต่ทว่าเธอรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆลูกสาวกลายเป็นเด็กที่รู้ความที่สำคัญคือเป็นเด็กที่มีทักษะสูงและเก่งกาจเรื่องการเล่าเรียนที่สามารถสอบจบก่อนกำหนดได้รวมทั้งยังมีนายพลระดับสูงของประเทศมาร่วมยินดีสร้างความประหลาดใจให้กับเธอยิ่งนัก
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกพวกเขาเอ็นดูและรักเวยเวยจริง แล้วลูกละเป็นยังไงบ้าง?”เกาอิงตอบกลับลูกสาวตามจริงพลางถามกลับด้วยความห่วงใยเพราะถึงอย่างไรจ้าวอิ่งก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของตนเองและสามีที่เกิดจากความรักดังนั้นสายใยรักของแม่ที่มีต่อลูกนั้น ต่อให้ตัดอย่างไรก็ไม่ขาดสิ้นจากกันโดยสิ้นเชิง
จ้าวอิ่งได้ยินคำถามจากแม่ที่แสดงความห่วงใยทำให้เธอลอบถอนหายใจแต่ต้องแสดงใบหน้าเปื้อนยิ้มเพื่อให้แม่สบายใจและตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่า“ดีค่ะแม่ เด็กๆก็รู้ความกันดีทุกคนตั้งใจเรียนไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับหนูหรอกค่ะ”
เกาอิงยิ้มเล็กน้อยอย่างเข้าใจพลางลูบหัวเพื่อให้กำลังใจลูกสาวตัวเองเธอเลี้ยงจ้าวอิ่งมาตั้งแต่เด็ก มีหรือที่จะไม่รู้ว่าลูกสาวพูดจริงหรือโกหกครั้นเห็นว่าลูกสาวไม่อยากให้ตนเองเป็นกังวลเธอจึงหลับตาข้างหนึ่งและทำเป็นไม่รู้พลางพูดให้กำลังใจลูกสาวว่า“หากสามีของลูกยังรักและดูแลลูกอยู่ก็ดีแล้ว แต่หากวันใดที่ไม่สบายใจจริงๆก็กลับมาหาแม่ได้นะ แม่ยังรอลูกอยู่เหมือนเดิม”
จ้าวอิ่งรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งจุกอกและลำคอตนเองเธอมีน้ำซึมพลางโอบกอดแม่ตนเองด้วยความรู้สึกหลากหลายทำให้ลืมเรื่องการที่แม่กลับกลายเป็นสาวขึ้นทันที เนื่องจากตอนนี้มีเสียงเรียกเธอดังขึ้นระหว่างทางมาห้องน้ำ
“อิ่งเอ๋อร์อิ่งเอ๋อร์ กลับบ้านได้แล้ว” หวังเจียวชินส่งเสียงเรียกภรรยาตนเองให้กลับบ้านเพราะพ่อแม่และผู้คนตระกูลหวังทานอาหารอิ่มและครบทุกรายการแล้ว
ฉะนั้นจึงไม่อยากเสียเวลาปั้นหน้าแสดงความยินดีกับหนึ่งในตระกูลคู่แข่งที่มีโอกาสสูงและโดดเด่นเหนือกว่าตระกูลอื่นของเมืองหงลำพังแค่มีนายทหารยศสูงซึ่งเป็นถึงผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษมาร่วมงานเปิดตัวหลานสาวของตระกูลกัวก็สร้างความหวั่นเกรงให้กับผู้คนและอีกหลายตระกูลที่ชิงความเป็นหนึ่งของเมืองหงอยู่เนืองๆดังนั้นสมาชิกทุกคนของตระกูลหวังจึงพร้อมใจกันกลับบ้านหลังอาหารเสร็จอย่างพร้อมเพรียงกัน
“หนูไปก่อนนะคะแม่ไว้มีโอกาสหนูจะไปเยี่ยมแม่ที่หมู่บ้านมังกรใหม่” จ้าวอิ่งกอดแม่ตนเองแนบแน่นเหมือนต้องการซึมซับกำลังใจและความรู้สึกอบอุ่นพร้อมกับที่พึ่งทางใจอันสำคัญเธอรู้สึกดีขึ้นที่พบว่าแม่ยังรักและห่วงใยตนเองอยู่ซึ่งแม่พร้อมที่จะอ้าแขนต้อนรับตนเองกลับบ้านทำให้จ้าวอิ่งรู้สึกผ่อนคลายพร้อมที่จะออกไปเผชิญปัญหาข้างหน้ามากขึ้น
จากนั้นจ้าวอิ่งรีบเดินออกจากห้องน้ำไปในทันทีเกาอิงจ้องมองแผ่นหลังของลูกสาวคนเดียวด้วยความรู้สึกห่วงใยแต่เธอไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับครอบครัวของลูกสาวโดยที่ลูกไม่ได้ร้องขอดังนั้นจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความเป็นห่วงและกังวล
ซูเวยนั่งฟังอยู่ในห้องน้ำเงียบๆเธอรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของหญิงสองวัยสองคนได้เป็นอย่างดีพลางลอบถอนหายใจและนึกถึงเจ้าของร่างเดิมที่ไม่แน่ใจว่าจะรับรู้หรือไม่ว่ามียายที่รักเธอมากแค่ไหน
……….
พอยายออกจากห้องน้ำไปแล้วซูเวยจึงเปิดประตูห้องน้ำออกมาอย่างแผ่วเบาและเดินตามหลังยายห่างๆ ที่ยายกำลังเดินกลับเข้าห้องจัดเลี้ยงโชคดีที่กลุ่มนักข่าวและช่างภาพเดินทางกลับไปหมดแล้ว หลังจากที่โรงแรมเสิร์ฟผลไม้และของหวานเป็นรายการสุดท้ายขณะนี้แขกเหรื่อเริ่มทยอยเดินทางกลับเกือบหมดคงเหลือแค่เจ้าภาพของงานที่ตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนกลับ
ซูเวยถือโอกาสเดินไปดูบริเวณจัดงานเปิดตัวแพลตฟอร์มเดสตินีเพื่อประเมินสถานการณ์เธอพบว่ามีใบจองงานมากถึง 50
รายการ ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมายของการเปิดงานครั้งแรกมีรายการในส่วนที่เธอจำเป็นต้องช่วยเหลือเองหนึ่งรายเนื่องจากลูกค้าระบุถึงความต้องการโดยตรง นั่นคือการใช้ทักษะโจวยี่เพื่อทำนายดวงชะตา
ถึงแม้ว่าแพลตฟอร์มเดสตินีสามารถจับคู่กับนักทำนายเก่งๆระดับประเทศได้อย่างง่ายดายโดยมีตัวเลือกให้กับลูกค้าแต่ทว่าลูกค้าปริศนารายนี้กลับไม่เลือกนักทำนายเก่งๆที่ทางแพลตฟอร์มจัดไว้ให้เขาระบุอย่างชัดเจนว่า “ขอนักทำนายที่ไม่เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป”ทำให้ลูกค้ารายนี้ถูกส่งถึงมือของซูเวยโดยพ่อบุญธรรมที่แจ้งไว้ก่อนแล้วกับแอดมินที่ทำหน้าที่ดูแลแพลตฟอร์ม
เธอหรี่ตามองอย่างพิจารณาเมื่อเห็นข้อมูลของผู้ที่ต้องการทำนายดวงชะตาตนเองเป็นชายหนุ่มอายุ 25 ปี มีวันเดือนปีเกิดมาให้พร้อมทำให้เธอคิดคำนวณและวิเคราะห์พื้นฐานดวงชะตาเขาได้อย่างง่ายดายเธอขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเนื่องจากดวงชะตาของเขาจะต้องเผชิญกับเหตุร้ายถึงแก่ชีวิตภายในระยะเวลาอันใกล้นี้ซึ่งเธอไม่สามารถแค่ทำนายแล้วปล่อยผ่านได้
เนื่องจากมีวิธีแก้ไขบางอย่างที่สามารถช่วยให้ชะตาชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงได้นั่นเป็นเพราะว่าหากเขาสามารถผ่านพ้นวิกฤติร้ายแรงนี้ได้ เขาจะกลับกลายเป็นคนเก่งคนดีของประเทศที่ช่วยพัฒนาประเทศและช่วยเหลือผู้คนได้อีกมากมายทำให้ซูเวยตัดสินใจที่จะช่วยเหลือเขาโดยตรง
ซูเวยเดินไปหาแอดมินแพลตฟอร์มที่เป็นชายหนุ่มสมาธิสั้นแต่ทว่ามีระดับไอคิวที่สูงและเก่งกาจด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก เขาชื่อ เซี่ยเจียวหวง
“คุณเซี่ยคะฉันขอใช้เครื่องส่งคำทำนายกลับคืนให้ลูกค้ารายนี้หน่อยค่ะ”ซูเวยร้องขออุปกรณ์กับแอดมินแพลตฟอร์มโดยตรงเพื่อพิมพ์ข้อความตอบกลับลูกค้าสำคัญรายนี้โดยเร็วเนื่องจากเธอกังวลกลัวว่าเขาจะไม่กล้าตัดสินใจเพราะการแก้ไขดวงชะตานั้นฝ่ายลูกค้าจำเป็นต้องทำสิ่งสำคัญหลายอย่างในชีวิตที่อาจจะไม่สามารถตัดสินใจได้แบบปุบปับทันทีจำเป็นต้องมีระยะเวลาไตร่ตรองพอสมควรดังนั้นซูเวยจึงต้องการรีบส่งข้อมูลเพื่อให้เขามีเวลาพิจารณาก่อนตัดสินใจ
“ทางนี้ครับ”เซี่ยเจียวหวงพยักหน้าเข้าใจพลางลุกขึ้นยืนให้ซูเวยนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์แทนเขาซึ่งเขาเคารพและยอมรับซูเวยอย่างเต็มใจเนื่องจากเขาเคยเห็นทักษะด้านคอมพิวเตอร์ของซูเวยมาก่อนเพราะฉะนั้นเขาจึงรับรู้ได้ถึงความเก่งกาจของซูเวย
ซูเวยนั่งพิมพ์ข้อความทำนายที่เธอคำนวณและทำนายตามแบบโจวยี่โบราณซึ่งเธอเรียนรู้มาจากตำราทำนายสวรรค์แล้ว เธอพิมพ์ข้อความยาวเหยียดที่พยายามสื่อความหมายให้ลูกค้าตระหนักถึงความสำคัญและร้ายแรงรวมทั้งแนวทางการแก้ไขดวงชะตา เธอหวังว่าทางเลือกที่เธอมอบให้โดยไม่ทำให้พื้นฐานดวงชะตาของเขาบิดเบี้ยวมากเกินไปนั้นเขาจะสามารถตัดสินใจได้เร็ววัน ล่างสุดของข้อความเธอแนบที่อยู่อีเมลตนเอง เพื่อให้เขาติดต่อเธอโดยตรงแทนแพลตฟอร์มเพราะเป็นลูกค้ากรณีพิเศษ
“เสร็จแล้วค่ะ”ซูเวยกดส่งข้อความถึงลูกค้าสำเร็จแล้ว จึงลุกขึ้นยืนและบอกกล่าวกับแอดมินเซี่ยถึงผลสำเร็จของงาน
“ขอบคุณมากครับถ้ามีลูกค้าแปลกๆอีก คงได้รบกวนซูเวยอีกนะครับ” แอดมินเซี่ยพยักหน้าขอบคุณซูเวย พลางพูดถึงงานในอนาคตที่อาจมีลูกค้าแปลกๆเช่นนี้อีกถึงแม้ว่าเขาจะสามารถบริหารงานส่วนอื่นๆได้ แต่ทว่าบางเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนเช่นนี้นั้นเขาจำเป็นต้องปรึกษาเจ้านาย รวมทั้งเจ้านายน้อยตรงหน้าด้วย
“ยินดีค่ะคุณส่งมาทางอีเมลให้หนูดูก็ได้ค่ะ” ซูเวยยิ้มรับอย่างเข้าใจพร้อมกับบอกช่องทางการติดต่อที่สะดวกทั้งสองฝ่าย
หลังจากจัดการปัญหาของแพลตฟอร์มเดสตินีเสร็จเรียบร้อยซูเวยเดินกลับห้องจัดเลี้ยงเพื่อกลับไปหายายและครอบครัวกัว
ต่อจากนั้นทุกคนทยอยเดินทางกลับบ้านตระกูลกัวด้วยสีหน้าแช่มชื่นมีความสุขนั่นเป็นเพราะว่ามีหลายสถานการณ์ที่ส่งผลให้ตระกูลกัวโดดเด่นขึ้นมาเหนือตระกูลอื่นในทันใดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลานสาวบุญธรรมที่น่าทึ่งจนทำให้ผู้คนอิจฉาและรู้สึกทึ่งในความเก่งกาจของเธอหรือเรื่องสำคัญมากที่สุดคือการที่มีแขกผู้มีเกียติที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศมาร่วมงานสร้างความปลาบปลื้มยินดีให้กับผู้คนตระกูลกัวยิ่งนัก
……….
เวลานี้ซูเวยอยู่ในห้องนอนส่วนตัวของเธอเองแล้วส่วนยายมีห้องนอนรับแขกที่เป็นส่วนตัวและสะดวกสบายเช่นกัน ซูเวยจ้องมองกล่องของขวัญสองกล่องที่ได้รับจากมือของเจ้านายตนเองเธอกำลังชั่งใจว่าควรเปิดดูกล่องของขวัญใครก่อนดี
เนื่องจากเธอเหลือบมองเห็นสัญลักษณ์เอกซ์บนกล่องของขวัญกล่องเล็กได้อย่างชัดเจนบ่งบอกว่าเป็นของสมาร์ตเอกซ์อย่างแน่นอน ส่วนกล่องขนาดกลางก็คงเป็นของขวัญจากเจ้านาย
ซูเวยตัดสินใจเปิดกล่องของขวัญของเจ้านายก่อนเพราะอยากรู้ว่าเขามอบของขวัญใดให้กับตนเอง“เจ้านายให้ของขวัญอะไรกับฉันนะ? อยากรู้จริงๆ”ซูเวยพึมพำกับตัวเองขณะที่มือกำลังแกะกล่องของขวัญอย่างลุ้นในที
ในที่สุดเมื่อแกะกล่องของขวัญออกจนหมดแล้วเธอยิ้มกว้างอย่างยินดีเมื่อเห็นของขวัญที่อยู่ภายในนั้น มันคืออุปกรณ์ติดตามตัวในรูปแบบสร้อยที่มีจี้หยกขนาดเล็กลวดลายสวยงามซึ่งเธอเคยคิดที่จะทำมาก่อนเพื่อให้ยายพกติดตัวไว้เป็นการทำให้เธออุ่นใจมากขึ้นที่จะตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือยายหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นแต่ทว่าในตอนนี้เธอไม่ต้องเสียเวลาทำแล้วเพราะเจ้านายส่งมาให้พร้อมกับมีโน้ตข้อความสั้นๆแปะติดไว้ว่า“มอบให้ไว้ใช้กับคนสำคัญที่คิดว่าเหมาะสม”
เธอรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเจ้านายไม่ได้หมายถึงตนเองเนื่องจากเธอไม่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อให้กองกำลังพิเศษตรวจสอบนั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาจะตรวจสอบพิกัดของเธอผ่านทางโทรศัพท์ที่เธอติดตั้งแอปขนาดเล็กไว้อยู่แล้วดังนั้นเธอจึงสามารถนำของขวัญนี้ไปให้ยายได้โดยตรง “ดีจริง เจ้านายส่งมาให้แล้วฉันก็ไม่ต้องเสียเวลาทำเอง ไม่สิ้นเปลืองพลังงานและพอดีกับที่ห้องปฏิบัติการที่บ้านยังไม่เรียบร้อย”
พอเธอเปิดกล่องของขวัญของเจ้านายไปแล้วคราวนี้ถึงคิวกล่องของเพื่อนที่คุ้นเคยทางออนไลน์ นั่นคือ ของขวัญจากสมาร์ตเอกซ์เธอค่อยๆเปิดอย่างลุ้นในใจว่าเขาจะมอบสิ่งใดให้กับตนเอง
“อยากรู้จริงว่าสมาร์ตเอกซ์ให้ของขวัญอะไรกับฉัน?”ซูเวยพูดกับตัวเองอย่างคาดหวังว่าของขวัญของเขาจะสร้างความประหลาดใจให้กับเธอมากน้อยแค่ไหน
ครั้นเธอเปิดกล่องออกหมดแล้วเธอพบว่าของขวัญที่เขามอบให้นั้นคือ จี้เพชรขนาดเล็กรูปหยดน้ำพร้อมกับสร้อยทองคำขาวขนาดเล็กกะทัดรัดเธอนิ่งอึ้งพักหนึ่งด้วยความประหลาดใจที่เขามอบให้ซึ่งเธอตรวจสอบด้วยทักษะดวงตาสวรรค์แล้วและพบว่าไม่มีชิปฝังอยู่ที่เป็นการบ่งบอกว่าใช้เพื่อติดตามหรือระบุพิกัดตัวเองได้แต่มันคือเครื่องประดับอย่างแท้จริง
“โอ้!สมาร์ตเอกซ์ทำให้ฉันประหลาดใจจริงๆ เขาให้เครื่องประดับกับฉันจริงๆหรือนี่?” ซูเวยอุทานกับตัวเองอย่างไม่คาดคิดว่าจะได้รับของขวัญที่เกินความคาดหมายเช่นนี้
เธอนึกว่าจะเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยซึ่งสามารถกระตุ้นความสนใจของตนเองได้มากกว่านี้เนื่องจากเธอและเขาต่างรู้จักคุ้นเคยกันผ่านการแข่งขันแฮ็กข้อมูลของต่างประเทศแต่ไม่คิดว่าจะเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็กสวยงามและราคาแพงเช่นนี้ ทำให้ซูเวยรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
“เฮ้อ!เขาอุตส่าห์ให้มาก็ดีแล้วละนะ บ่นไปก็เท่านั้น” ซูเวยถอนหายใจอย่างจำยอมที่ได้รับมอบของขวัญจากเพื่อนตนเองเธอวางสร้อยไว้ในกล่องเหมือนเดิมและคิดว่าจะใส่เมื่อตื่นนอนและแต่งตัวในตอนรุ่งเช้าพรุ่งนี้แทน
จากนั้นเธอไปอาบน้ำและกลับมาพักผ่อนโดยการนั่งฝึกตนบนเตียงอย่างสบายใจ