ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 87 เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!

    บทที่ 87 เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!


       “ย๊ากกก ฉันจะฆ่าพวกแก!” เวลานั้นสายฝนและรินพลันได้ยินเสียงคนตะโกน อย่างรวดเร็วสายฝนหันไปมองยังทิศทางต้นเสียง สิ่งที่เขาเห็นคือคนของกลุ่มโจรภูเขาเขียวกับกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์กำลังมองหน้าฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่เป็นมิตรนัก ดูเหมือนว่ากลุ่มโจรทั้งสองจะตีกันได้ทุกเวลา สมแล้วที่เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมาอย่างยาวนาน


       “ฉันคิดว่าพวกนั้นยังไงก็ไม่ตีกันตรงนี้แน่นอน” สายฝนกล่าวกับริน จากที่เขาดูแล้วการที่ทั้งสองกลุ่มโจรจะปะทะกันมันมีโอกาสเป็นไปได้ตํ่ามาก เพราะการปะทะกันมันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ทั้งสองฝ่ายจะมีแต่เสียกับเสีย แถมอาจสูญเสียใหญ่หลวงด้วย


       ได้ยินสิ่งที่สายฝนกล่าวรินก็พยักหน้าเห็นด้วยและพูดขึ้นว่า “ใช่ พวกนั้นไม่มีทางปะทะกันอยู่แล้ว บางคนบอกว่าระดับครึ่งก้าวชั้นยอดถูกส่งมาเพื่อป้องกันคนก่อเรื่องก่อนเข้าสำรวจมิติเร้นลับและคอยจดบันทึกเรื่องที่พวกเราทำในมิติเร้นลับ ทว่าความจริงน่ะไม่ใช่แบบนั้น ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อป้องกันคนก่อเรื่องก่อนเข้าสำรวจเพราะไม่มีใครกล้าก่อเรื่องอยู่แล้ว การก่อเรื่องตอนนี้เป็นอะไรที่โง่มาก”


       “เดี๋ยวนะ ตามที่เธอพูดมา ตกลงแล้วระดับครึ่งก้าวชั้นยอดไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อจดบันทึกเรื่องที่พวกเราทำข้างในมิติเร้นลับงั้นเหรอ?” สายฝนเริ่มสนใจ


       รินตอบคำถามสายฝนว่า “ระดับครึ่งก้าวชั้นยอดไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อจดบันทึกเรื่องที่พวกเราทำ นี่คือความจริงที่ฉันบังเอิญรู้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน พวกนั้นถูกส่งมาสำรวจบางอย่างในมิติเร้นลับ ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร เพราะงั้นฉันเลยไม่สามารถบอกนายได้”


       “ดูเหมือนว่าพวกระดับสูงจะรู้อะไรบางอย่าง? พวกนั้นรู้อะไรกันแน่” สายฝนพึมพำจากนั้นไม่นานจึงเลิกคิด คิดไปก็ไม่สามารถหาคำตอบได้อยู่แล้ว จะคิดให้ปวดหัวไปทำไม?


       ชั่วโมงถัดมา สายฝนกำลังหลอกคุยกับรินเพื่อเอาข้อมูลมาจากเธออยู่ ข้อมูลที่เขาได้รับจากรินนั้นมีเยอะมากๆ และแต่ละข้อมูลเป็นข้อมูลสำคัญทั้งนั้น ข้อมูลจากรินทำให้สายฝนรู้เกี่ยวกับดาวโอเชี่ยนเซียมากขึ้นกว่าก่อน


       ตระกูลรินน่าจะไม่ใช่ตระกูลที่เล็ก มันเป็นไปไม่ได้ที่ตระกูลเล็กๆจะมีข้อมูลเกี่ยวกับจักรวาลและดวงดาว สายฝนคิดว่ากระทั่งตระกูลราชวงศ์ซึ่งเป็นผู้ปกครองเขตก็ไม่น่าจะรู้ข้อมูลแบบนี้


       “นายเป็นใครและมาจากกลุ่มไหน?” จังหวะที่สายฝนกำลังพูดคุยกับรินอยู่ ได้มีชายรูปร่างกำยำเดินเข้ามาใกล้ก่อนเอ่ยขึ้น สายฝนได้ยินคำถามของอีกฝ่ายแต่เขาก็ไม่ได้ตอบ เขาไม่สนใจชายรูปร่างกำยำและพูดคุยกับรินต่อไป ชายรูปร่างกำยำมันเป็นใคร? เขาจำเป็นต้องตอบคำถามของมันด้วยหรือ?


       “แก! ฉันถามว่าแกมาจากกลุ่มไหน? ไม่ได้ยินรึไง?!” ชายรูปร่างกำยำเห็นท่าทางไม่สนใจของสายฝนก็รู้สึกโกรธ มันเปลี่ยนจากคำพูดจากคำว่านายกลายเป็นแก เสียงชายรูปร่างกำยำไม่ใช่เบาๆแต่สายฝนก็ยังคงไม่สนใจเช่นเดิม เมินชายรูปร่างกำยำราวกับฝ่ายตรงข้ามเป็นอากาศว่างเปล่า


       “เกิดอะไรขึ้นพี่เหล็ก?” อย่างที่บอกเสียงของชายรูปร่างกำยำไม่ใช่เบาๆ เสียงตะโกนมันน่ะดังมาก คนรู้จักของมันซึ่งได้ยินเสียงก็รีบเดินเข้ามาใกล้พร้อมถามคำถาม เหล็กคือคำเรียกขานของชายรูปร่างกำยำ คนอื่นที่รู้จักชายรูปร่างกำนำมักเรียกมันว่าเหล็กหรือไม่ก็พี่เหล็ก


       “มีไอ้บัดซบตัวหนึ่งที่ฉันถามแล้วไม่ตอบน่ะ มันคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนถึงไม่กล้าตอบคำถามฉันคนนี้กัน?” ชายรูปร่างกำยำหรือก็คือพี่เหล็กกล่าวขึ้นขณะใช้ดวงตาคู่มองอย่างไม่เป็นมิตรไปที่สายฝนซึ่งกำลังคุยกับรินอยู่


       “พี่เหล็ก พี่หมายถึงไอ้เวรหัวฟ้านี่ใช่มั้ยครับ เฮอะ! ไม่ตอบพี่เหล็ก ความกล้าของแกนี่มันมียิ่งกว่าฝีมือแกอีกนะเนี่ย คอยดูเถอะ เข้ามิติเร้นลับเมื่อไหร่ฉันจะทรมานแกให้เจ็บปวดยิ่งกว่าตา...” ชายผู้มาใหม่เอ่ย มันมีคำเรียกขานว่ามีดดำ


       พี่เหล็กยกมือขึ้นขัดพร้อมกล่าวว่า “ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน เดี๋ยวฉันจะจัดการกับมันเอง ยังไงฉันก็ต้องจัดการกับมันเพื่อเอาหญิงสาวคนนั้นมาเป็นทาสรับใช้อยู่แล้ว เพราะงั้นนายอยู่เฉยๆก็พอ” พี่เหล็กมันได้พูดเจตนาที่แท้จริงออกมาแล้ว สาเหตุที่มันเข้าหาสายฝนเพราะมันชอบริน มันเลยจะใช้พลังตนเองข่มขู่สายฝนและเอารินมาเป็นทาสรับใช้ของตนเอง เหมือนที่สายฝนคิดไม่มีผิด รินน่ะอันตรายเกินไป ทั้งๆที่อยู่เฉยๆแท้ๆแต่กลับสามารถนำพาเรื่องยุ่งยากน่าปวดหัวมาให้เขาได้


       ‘ฉันล่ะเบื่อไอ้เรื่องไร้สาระแบบนี้จริงๆ’ สายฝนคิดภายในใจ คำพูดของไอ้พี่เหล็กเวรนั่นทำไมเขาจะไม่ได้ยิน? ถ้าระดับหนึ่งอย่างสายฝนไม่สามารถได้ยินเสียงระยะใกล้แบบนี้ได้อย่าเรียกเขาว่าระดับหนึ่งเลย


       สายฝนตัดสินใจได้ เมื่อเข้าไปในมิติเร้นลับแล้วเขาจะสังหารไอ้เวรสองตัวนี้ทิ้งก่อนเป็นอันดับแรก จากคำพูดของอีกฝ่ายสายฝนสามารถรู้ได้ทันทีเลยว่ามันต้องการเป็นศัตรูกับเขา สายฝนจะไม่ปล่อยคนที่เป็นศัตรูของเขาไป ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม


       “เฮ้ย! แกไม่ได้ยินที่ฉันถามเมื่อกี้เหรอวะ? หูหนวกรึไง?” พี่เหล็กละความสนใจออกจากมีดดำ กลับมาสนใจสายฝนอีกครั้ง มันพบว่าสายฝนก็ยังไม่สนใจคำถามของมันเช่นเดิมแม้ว่ามันจะตะโกนเสียงดังขนาดนั้น พี่เหล็กอดโกรธยิ่งกว่าเดิมไม่ได้ มันต้องการต่อยหน้าไอ้หัวฟ้าสักทีเพื่อระบายความโกรธ


       “หมาที่ไหนมาเห่าแถวนี้วะเนี่ย?!” สายฝนไม่พูดสุภาพกับฝ่ายตรงข้าม เดิมเขาก็ไม่ชอบสุภาพอยู่แล้ว ตอนนี้พี่เหล็กได้ตัดสินใจเป็นศัตรูกับเขาไปแล้ว ทำไมสายฝนจะต้องสุภาพกับมันด้วยล่ะ?


       “แกว่าใครเป็นหมา!” พี่เหล็กกับดาบดำพูดออกมาพร้อมกันด้วยนํ้าเสียงดุร้าย พวกมันไม่รู้ว่าหมาคืออะไรแต่พวกมันรู้ว่าสายฝนกำลังพูดดูถูกพวกมันอย่างแน่นอน


       สายฝนเห็นปฏิกิริยาของพี่เหล็กและมีดดำ เขาก็ยิ้มขึ้น รอยยิ้มของเขามันเป็นรอยยิ้มเหยียดหยาม ฉับพลันเขากล่าวขึ้นว่า “โอ้! นอกจากหมาแล้วยังมีขยะโสโครกอีกเหรอเนี่ย?”


       “หุบปากของแกไปซะ!” พี่เหล็กทนไม่ได้อีกต่อไป มันกล่าวออกมาด้วยเสียงอันดัง พร้อมกันนั้นก็ใช้นิ้วชี้หน้าสายฝน มันไม่รู้ว่าหมาคืออะไรแต่มันรู้ว่าขยะคืออะไร


       สายฝนเองก็ขึ้นเช่นกัน ไม่ใช่แค่พี่เหล็กกับมีดดำ เขารู้สึกว่าตนเองกำลังจะคลุ้มคลั่งอีกครั้ง “หุบปากของแกไปเองเถอะ! อย่ามาชี้นิ้วใส่ฉันและอย่ามาสั่งฉัน สามวินาที! ถ้าแกยังไม่หยุดชี้หน้าฉัน ฉันจะทำลายกระดูกนิ้วแกทีละท่อน หากฉันทำแบบนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือนแก!” สายฝนตวาดกลับ


       พี่เหล็กตกใจกลัวทว่าอย่างรวดเร็วความกลัวก็หายไป มันหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆ แกจะทำลายกระดูกนิ้วของฉันทีละท่อนเหรอ? เอาเลย ทำลายมันเลยสิ ฉันเองก็อยากจะดูเหมือนกัน”


       แววตาสายฝนปรากฏความเย็นชา เขาเอ่ยขึ้นว่า “นายท้าทายฉันเองนะ”


    ---


    จบบทที่ 86 เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!