กำเนิดใหม่ราชามังกรสวรรค์

    ตอนที่ 51 อาวุธเลือกเจ้าของ

    ตอนที่51

    อาวุธเลือกเจ้าของ

            ไป๋เหอเห็นว่าพัดมันหนีไปไกลกว่าที่น้องสาวยืนก็นึกโมโหอยากจะเข้าไปคว้าให้นางเสียเองซวงเอ๋อร์จะได้ไม่ต้องลำบากอยู่ที่นี่นาน  ตอนนี้ร่างกายนางฝืนทนถูกกดดันอย่างยากลำบากเขารับรู้ได้ผ่านแววตาคู่นั้นที่พยายามแสดงว่าตนเองแข็งแกร่งสามารถอดทนได้อาจจะเป็นเพราะเขาที่นางไม่อยากพึ่งพา

            “ซวงเอ๋อร์เจ้าไหวหรือไม่ให้ข้าช่วยไหม”  เขาไม่อาจจะทนเห็นนางลากสังขารตนเองมาอย่างยากลำบากเพื่อจะเข้าใกล้พัดนั้นอีกครั้งจึงเสนอความคิดอีกทีเผื่อนางจะยอมใจอ่อนให้เขาเป็นคนจัดการให้เอง

            ซวงเอ๋อร์เห็นแววตาความห่วงใยจากพี่ชายไม่อยากให้เขาเห็นว่านางอ่อนแอจึงส่ายหัวเบาๆ เป็นคำตอบ  เมื่อนางมุ่งมั่นว่าจะต้องจับมันให้ได้ด้วยมือตนเองหญิงสาวจึงฝืนอดทนรีบเข้าไปคว้าเจ้าพัดมาอย่างรวดเร็วใช้แรงกายที่มีทั้งหมดกระโจนเข้าหามันอีกครั้งหวังว่าครั้งนี้จะสามารถจับมันได้เสียที ด้วยความตั้งใจที่มุ่งมั่นอันแรงกล้าและความพยายามของหญิงสาวก็สามารถคว้ามันมาได้สำเร็จ  แต่ดูเหมือนว่ามันพยายามจะดิ้นรนหนีจากมือหญิงสาวให้ได้ซวงเอ๋อร์ที่ไม่ยอมให้มันหลุดมือไปได้นางดึงมันมากอดแนบชิดไว้กับร่างกายบีบบังคับไม่ให้มันดิ้นหนี

            ไป๋เหอได้แต่ภาวนาขอให้หญิงสาวสามารถจับมันได้  เจ้าพัดนั่นคงจะมีจิตวิญญาณอยู่ถึงเกเรเช่นนี้ ดูน้องสาวที่กอดรัดดิ้นต่อสู้กับมันเห็นแล้วนึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

            ซวงเอ๋อร์ฝืนกอดมันไว้ไม่ถึงครึ่งถ้วยชาพัดนั้นก็ดูจะสงบลงก่อนที่นางจะค่อยๆ คลายอ้อมกอดหยิบมันขึ้นมามองสำรวจช้า ๆว่ามันเลิกพยศหรือยังพอมันเลิกดิ้นหนีหญิงสาวที่สามารถคว้ามันมาไว้ในครอบครองได้สำเร็จแรงกดดันที่มีกลับมลายหายไป

            “ท่านอาข้าทำได้แล้ว” หญิงสาวยกพัดนั้นขึ้นมาอย่างดีใจความมุ่งมันอดทนของนางก็สามารถคว้ามันมาได้สำเร็จพี่ชายคงจะภูมิใจในตัวนางอยู่ไม่น้อย แต่ขณะนั้นเองสีหน้าที่มีรอยยิ้มก็เริ่มเปลี่ยนไปก่อนที่ทุกอย่างจะดำมืดในหัวสมองมีแต่ความว่างเปล่าหญิงสาวที่ดีใจอยู่ดีดีร่างกายที่ยืนหยัดได้ไม่นานก็ล้มลงพร้อมกับสติที่ดับวูบ

             “ซวงเอ๋อร์ !!”

            ไป๋เหอแผดเสียงร้องอย่างอย่างตกใจรีบกระโจนเข้าไปรับร่างนางไว้ทันทีแล้วหยิบหยกที่คล้องเอวนางไว้มาทุบมันเต็มแรงให้แตกละเอียด

            พลันก็ปรากฏชายผมขาวมายืนข้างๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น “เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเองเจ้าขึ้นไปชั้นอื่นเถิด”

            ไป๋เหอแม้จะห่วงน้องสาวอยากจะล้มเลิกตรงนี้แล้วกลับมาใหม่กำลังจะอ้าปากพูดแต่ไม่ทันที่จะได้ขยับปากชายผู้นั้นก็รีบพูดแทรกขึ้นทันที

            “หากเจ้าไม่เลือกอาวุธในวันนี้วันอื่นเจ้าก็ไม่สามารถมาอีกได้มันได้แค่คนละครั้งเท่านั้น”  น้ำเสียงชายผมขาวกล่าวด้วยสีหน้าเยียบเย็นราวกับว่าจะเป็นการเตือนให้ชายหนุ่มคิดให้ดีดีก่อนตัดสินใจทำอะไร เขารู้ว่าคนผู้นี้เป็นห่วงหลานสาวแต่เรื่องการเลือกอาวุธก็สำคัญเหมือนกันหอคอยแห่งนี้เข้ามาได้คนละครั้งเท่านั้นหากออกไปก็ไม่สามารถกลับมาได้อีกทรัพยากรมีอยู่ตรงหน้าหากไม่คว้าไว้ก็เหมือนคนโง่คนหนึ่งเท่านั้น

            การพูดเช่นนี้ทำให้ไป๋เหอต้องฉุกคิดแล้วละว่าจะเอายังไงดีแม้จะเป็นห่วงน้องสาวเพียงใดแต่อาวุธมันก็จำเป็นเช่นกัน มองดูร่างของซวงเอ๋อร์ที่สลบเหมือดไปแล้วอดที่จะเป็นห่วงนางไม่ได้  แต่เมื่อมองดูชายผมขาวกลับรู้สึกว่าเขาไว้ใจพอที่จะฝากนางไว้ได้ 

            “งั้นข้าขอฝากท่านให้ช่วยดูแลหลานสาวของข้าด้วยแล้วข้าจะรีบกลับออกไป”

            “เจ้าอย่าได้เป็นกังวลเกี่ยวกับหลานของเจ้าเลยในเมื่อถึงมือข้าแล้วย่อมที่จะรักษานางได้  เจ้าก็ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”

            “ขอบคุณท่านมาก”

            ก่อนจะเห็นชายผมขาวหายไปต่อหน้ากับร่างซวงเอ๋อร์  เมื่อพวกเขาออกไปแล้วไป๋เหอก็ได้เวลาที่จะเดินขึ้นไปยังชั้น 7 อีก เขาใช้ดวงตาทิพย์มองสำรวจขึ้นไปแต่เขาไม่สามารถมองเห็นชั้นที่ 9 ได้นั่นหมายความว่าสิ่งที่เขาเห็นตอนคราแรกที่เข้ามาคงจะเป็นชั้นนั้นแหละที่มีของดีอยู่ในนั้น  เมื่อไม่อาจจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ชายหนุ่มรีบก้าวเดินขึ้นบันไดไปขั้นที่7ทันที  แต่ดูเหมือนว่าชั้น 7นั้นทรงพลังกว่าชั้นอื่น ๆ ที่ผ่านมาอย่างมาก เขารับรู้ถึงความอึดอัดพลังในร่างกายราวกับว่ากำลังโดนดูดออกจากร่าง  ร่างกายก็เสมือนจะไร้เรี่ยวแรงไปโดยปริยาย  เขาไม่เข้าใจว่าหอคอยพวกนี้มีอะไรอยู่ถึงสามารถทำให้เขาเป็นเช่นนี้ได้

            “ดูเหมือนว่าชั้น7 ข้าจะได้รับผลกระทบของแรงกดดันนั้นแล้ว แต่ยังไงซะข้าก็จำเป็นจะต้องขึ้นไปชั้นที่ 9  ให้ได้”

            ชายหนุ่มกัดฟันฝืนสู้ไปอีกครั้งจนสามารถเข้าไปยืนอยู่บันไดขั้นที่8 ได้สำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าพลังกดทับลงมาจะหนักกว่าชั้นที่ 7 ไปมาก  ก้าวที่ค่อย ๆ ขยับได้เดี๋ยวนี้กลับรู้สึกหนักอึ้งราวกับว่าขาทั้งสองแขวนไว้ด้วยก้อนหินขนาดยักษ์

            ไป๋เหอคิดหาวิธีที่จะสามารถเดินต่อไปได้อีกพลังที่กดทับลงมาหนักอึ้งเขาขยับตัวไม่ค่อยได้จนร่างที่ยืนอยู่ถึงขั้นล้มลงคุกเข่าที่พื้น  เมื่อเดินไม่ได้ชายหนุ่มคิดว่าขยับลากร่างกายขึ้นไปให้ผ่านพ้นบันไดขั้นที่8 ก่อนค่อยว่ากันอีกที  เขาพยุงร่างที่หนักอึ้งค่อยๆคลานขึ้นไปช้า ๆ อย่างแสนยากลำบากกัดฟันสู้เพื่อให้พ้นขั้นบันไดเข้าไปในห้องที่ 8นั้นเพราะเขาไม่ได้ต้องการจะหยุดอยู่แค่ชั้นนี้ ตัวเขาเองจำเป็นจะต้องขึ้นไปชั้นที่ 9 ให้ได้

            ยิ่งคลานเข้าไปเรื่อยๆ ยิ่งเจ็บปวดทรมานอวัยวะภายในราวกับว่ามันจะแหลกละเอียด  แรงกดดันที่ทับถมลงมาไม่มีความปรานียิ่งคลานเข้าไปหวังจะผ่านห้องที่8  แต่ดูเหมือนจะยากเย็นสิ้นดี

            “อะไรกันนี่เพียงแค่ชั้น8 ร่างกายข้าก็จะรับไม่ไหวอย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มบ่นออกมาอย่างอารมณ์เสียเขาไม่คิดจะยอมแพ้มันเด็ดขาด เขาจำเป็นจะต้องผ่านชั้น8 ให้ได้แต่สีหน้าไป๋เหอไม่ค่อยสู้ดีนัก

            เมื่อคิดหาหนทางว่าจะทำยังไงถึงจะขึ้นไปที่ชั้น9 ได้  คิดยังไงก็คิดไม่ออกไม่รู้จะใช้วิธีไหนพาตัวเองไปเอาอาวุธระดับสวรรค์ได้ตอนนี้สมองมืดหม่นไปหมดสีหน้าเริ่มตึงเครียดร่างกายก็เริ่มไม่ไหวแล้ว 

            ขณะนั้นเองจุดตันเถียนที่มันนิ่งสงบอยู่ราวกับว่ามันได้ยินถึงความคิดของเขา  แอ่งน้ำเล็ก ๆก็เริ่มหมุนเป็นคลื่นอย่างบ้าคลั่งก่อนที่จะเห็นด้วยจิตสัมผัสว่ามีพลังสีม่วงไหลออกมาจากแอ่งน้ำนั้น  มันออกมาจากร่างกายไป๋เหอผ่านห้องชั้น 8 แล้วขึ้นไปยังชั้น9   ไป๋เหอมองเห็นเพียงเท่านี้ราวกับว่ามันกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่

            ไป๋เหอใช้สมองอันน้อยนิดที่ตนเองมีคิดทบทวนว่ามันกำลังจะสื่ออะไร

            ฉับพลันนั้นสิ่งที่ไป๋เหอไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเขารับรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งกำลังเรียกเขาอยู่ที่ชั้น9 อย่างกระตือรือร้น จากนั้นปรากฏว่าร่างกายของเขาถูกดูดลอยละลิ่วขึ้นไปยังชั้น 9  แรงกดดันที่เขาได้รับกลับไม่มีแล้วเขารู้สึกโล่งปลอดภัยราวกับว่าพลังกดทับไม่สามารถทำอะไรเขาได้แล้วยิ่งไปกว่านั้นก็คือเขามองเห็นแสงบางอย่างที่กำลังห่อหุ้มร่างกายของเขาอยู่

            เมื่อไป๋เหอถูกดูดขึ้นไปยังชั้น9  ปรากฏว่าอาวุธนับหมื่นชิ้นกำลังเรียกร้องเขาอยู่อย่างบ้าคลั่งราวกับว่ามันมีจิตวิญญาณที่อยากได้ไป๋เหอเป็นเจ้าของ มันส่องแสงเรืองรองเพื่ออวดโฉมตนเองให้ไป๋เหอสนใจอาวุธทุกชิ้นขยับดิ้นราวกับว่ามันกำลังกระโดดโลดเต้นเพื่อดึงดูดความสนใจให้ไป๋เหอได้เห็น

            ไป๋เหอที่มาปรากฏตัวอยู่ชั้น9  มองภาพอาวุธเหล่านั้นด้วยความตกตะลึงเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ที่แน่ๆ เขาเข้าใจในคำพูดของอี้เฟยทันทีที่นางได้กล่าวไว้ว่า อาวุธต้องเลือกเราด้วยไม่ใช่เฉพาะที่เราสนใจมันอย่างเดียวแต่นี่อาวุธทุกชิ้นที่อยู่ต่อหน้าเขาเหล่านี้มันเหมือนสนใจเขาทั้งหมด

            “นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกันราวกับว่าอาวุธอยากได้ข้าเป็นเจ้าของยังไงยังงั้นหรือว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นจะเป็นเพราะแสงสีม่วงที่ออกจากร่างกายแต่เหตุใดมันถึงอยากเลือกเขา”

            ไป๋เหอเกิดความสงสัยมากมายที่ไม่อาจจะหาคำตอบได้ 

     

     

     

     

     ปลดลอกอ่านฟรีวันละ 1 ตอนนะครับและก็มีติดเหรียญอ่านล่วงหน้าสำหรับคนที่ไม่อยากรออ่านวันละตอน

    คำผิดหรืออะไรที่บกพร่องจะกลับมาแก้ไขใหม่นะครับ  ฝากกดติดตามให้กำลังใจนักเขียนอย่างผมด้วยนะครับ

    หากมีข้อผิดพลาดตรงไหนผมต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ราชามังกรสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775