ทันทีที่หลินเยว่และพวกก้าวผ่านประตูเหล็กขนาดมหึมา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หลายคนแทบลืมหายใจ ด้านในกำแพงคือโลกอีกใบหนึ่งที่ตัดขาดจากความโหดร้ายภายนอกอย่างสิ้นเชิง ถนนสะอาดกว่าภายนอกอย่างเห็นได้ชัด มีแสงไฟฟ้าส่องสว่างจากเสาไฟที่เรียงราย เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ส่งเสียงทำงานอย่างสม่ำเสมอเป็นจังหวะ อาคารหลายหลังถูกดัดแปลงเป็นที่พัก ร้านแลกเปลี่ยน และศูนย์รักษาพยาบาล ผู้คนเดินไปมาเป็นจำนวนมาก บางคนสวมเสื้อผ้าสะอาดและดูมีฐานะ บางคนมีอาวุธประจำกายบ่งบอกถึงหน้าที่ และหลายคนยังคงมีแววตาระวังภัยไม่ต่างจากพวกเขา
ฟ้ามองรอบตัวด้วยความตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกาย “เหมือนเมืองจริง ๆ เลย…”
ต้นกอดตุ๊กตาแน่น แต่รอยยิ้มปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน เรย์ถึงกับน้ำตาคลอ “ในที่สุด… เราก็ได้เจอที่ปลอดภัยจริง ๆ”
แต่ความรู้สึกอบอุ่นนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก ทหารติดอาวุธหกนายในชุดเครื่องแบบสีเข้มล้อมกลุ่มของพวกเขาทันที หัวหน้าหน่วยเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้ามีรอยแผลเป็นพาดผ่านแก้มซ้ายอย่างโดดเด่น เขาหยุดยืนตรงหน้าหลินเยว่ สายตาคมกริบกวาดมองสมาชิกในกลุ่ม ก่อนจะหยุดอยู่ที่อาร์ค และเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัด
“ผมกัปตันเฉิน ฝ่ายรักษาความปลอดภัย” เสียงของเขาทุ้มต่ำและหนักแน่น “สิ่งมีชีวิตนี้จะต้องถูกควบคุมตลอดเวลา”
นัทก้าวออกมาครึ่งก้าวทันทีด้วยความไม่พอใจ แต่หลินเยว่ยกมือห้าม “เขาไม่เป็นอันตรายต่อเรา”
กัปตันเฉินตอบทันควัน น้ำเสียงเรียบเฉย “ทุกคนพูดแบบนั้น… จนกว่าจะเกิดเรื่อง” เขาไม่ได้แสดงความเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย แต่ก็ไม่เปิดพื้นที่ให้โต้แย้งมากนัก “ขั้นตอนแรกคือการตรวจสุขภาพและประเมินความสามารถ จากนั้นจะมีการจัดสรรที่พักและงาน”
เจย์ขมวดคิ้ว “งาน?”
“ที่นี่ไม่มีใครอยู่ฟรี” กัปตันเฉินหันหลังให้ “ตามผมมา”
กลุ่มของหลินเยว่เดินตามกัปตันเฉินผ่านเขตภายในเมือง ยิ่งมองมากขึ้น พวกเขายิ่งสังเกตเห็นรายละเอียดที่ไม่ปกติ คนส่วนหนึ่งแต่งตัวดี มีผู้คุ้มกัน และได้รับการปฏิบัติอย่างพิเศษ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งสวมปลอกแขนสีเทา ใบหน้าเหนื่อยล้า และกำลังขนของหนักหรือทำงานภายใต้การเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
มีนมองภาพนั้นด้วยสีหน้ากังวล “ที่นี่แบ่งชนชั้นชัดเจนมาก”
คินกระซิบ “ฉันไม่ชอบเลย”
หลินเยว่ใช้การรับรู้เครือข่ายโดยสัญชาตญาณ และสิ่งที่เธอสัมผัสได้ ทำให้หัวใจเย็นวาบ ใต้พื้นดินลึกลงไป มีสัญญาณของผู้ติดเชื้อจำนวนมาก มากเกินกว่าจะเป็นเรื่องปกติ ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างถูกกักขังไว้ใต้เมืองแห่งนี้
อาร์คชะลอก้าวเล็กน้อย แรงกดดันจากตัวเขาเพิ่มขึ้น “ฉันได้ยินพวกมัน”
หลินเยว่พยักหน้าอย่างไม่ให้คนอื่นสังเกต “ฉันก็เหมือนกัน”
ในที่สุดกัปตันเฉินก็พาพวกเขามาถึงอาคารสีขาวขนาดใหญ่ ด้านหน้ามีป้ายเขียนว่า “ศูนย์ประเมินและคัดกรอง” เจ้าหน้าที่หลายคนในชุดคล้ายแพทย์ยืนรออยู่แล้ว หนึ่งในนั้นก้าวออกมา หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ผมสีดำถูกรวบอย่างเรียบร้อย แววตาคมกริบเยือกเย็น แต่กลับมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
“ยินดีต้อนรับสู่เขตปลอดภัยหมายเลข 7” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความเฉียบขาด “ฉันดร.เซลีน ผู้รับผิดชอบการประเมินผู้รอดชีวิตใหม่”
เธอมองหลินเยว่เพียงชั่วครู่ ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่อาร์ค รอยยิ้มของเธอลึกขึ้นอย่างมีนัย ราวกับกำลังรอคอย “ในที่สุด… คุณก็มาถึง”
ประโยคนั้นทำให้ทุกคนชะงัก เจย์หรี่ตา “คุณหมายถึงใคร?”
ดร.เซลีนไม่ตอบคำถามนั้น เธอเพียงผายมือไปยังประตูอัตโนมัติด้านหลัง “เชิญเข้าไปค่ะ เรามีเรื่องมากมายที่ต้องพูดคุยกัน”
หลินเยว่รู้สึกถึงสัญชาตญาณเตือนภัยดังลั่นในหัว เมืองแห่งนี้มีอาหาร มีไฟฟ้า และกำแพงที่แข็งแรง แต่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยเลย ตรงกันข้าม มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาเพิ่งเดินเข้าสู่หัวใจของบางสิ่งที่เฝ้ารอการมาถึงของพวกเขามานานแล้ว และกำลังจะเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบสุขจอมปลอมนี้