ตอนที่ 19 : แบะให้เห็นกันชัดๆ
“เหมยลี่...รีบกล่าวเซ่นไหว้ข้าเร็วเข้า...คนแรกที่จะได้กินซาลาเปาเนื้อไส้ทะลักนี่...ก็คือข้า”
หลิวหย่งเฉินและหลิวเหมยลี่เมื่อได้ยินประโยคนี้ ต่างก็ทำหน้าเหยเก
“ปัดโธ่...ท่านอาจารย์ ทำไมท่านเป็คนแบบนี้เนี่ย” หลิวหย่งเฉินรู้สึกละเหี่ยใจ ผู้อื่นอยากกินแล้วไม่ได้กินยังพอทนได้ แต่ทำไมถึงต้องมาโดนท่านอาจารย์กลั่นแกล้งพูดจาแบบนี้ด้วยเนี่ย
“จะดีเหรอ ท่านอาจารย์” หลิวเหมยลี่ถามกลับมาบ้าง
“อ้าว ต้องดีอยู่แล้ว พวกเ้า้าเอาไปให้บิดามารดากิน ให้พวกเขาประทับใจ หากไม่ให้ข้าชิมก่อนแล้วเกิดอะไรผิดพลาดไป บิดามารดาของพวกเ้าจะไม่ประทับใจเอานา” หยางซวนพยายามพูดจาชักแม่น้ำทั้ง 5
อันที่จริง ที่ว่ามาก็ฟังดูมีเหตุผล เด็กทั้งสองคนฟังดูแล้วต่างก็โต้แย้งอะไรไม่ออก
อีกทั้งหากให้ท่านอาจารย์กินพร้อมๆกัน หากมิใช่การกินแบบ ‘กินทิพย์’ ที่เป็คล้ายกับการกินเพียงแค่ิญญาของซาลาเปาเท่านั้น ถึงแม้จะกินเสร็จแล้วแต่ซาลาเปาก็ยังจะไม่หายไปไหน แต่เกิดให้ท่านอาจารย์กินแบบ ‘กินจริงๆ’ ขึ้นมา แล้วบิดามารดาเห็นซาลาเปาหายไปกลางอากาศขึ้นมาก็เป็เื่ใหญ่น่ะสิ
ครั้นจะให้ท่านอาจารย์กินแบบครึ่งเดียวก็ยิ่งไม่ได้ ผู้อื่นเขาอดอยากอยู่ในรูปปั้นหินมาหลายปีโดยไม่มีสิ่งใดตกถึงท้องเลย พอมีโอกาสจะให้เขาได้กินกลับไม่ให้เขากิน อย่างนี้จะไม่เรียกว่าเป็คนใจไม้ไส้ระกำไปหน่อยเหรอ
ดังนั้นหลังจากนี้เด็กทั้งสองคนจึงยอมให้ท่านอาจารย์เป็คนกินอาหารทุกอย่างเป็คนแรกก่อนตลอด ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือ ท่านอาจารย์จะได้ช่วยชิมอาหารและปรุงรสเพิ่มในขณะที่ยังทำอยู่ได้ด้วย
ไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป ทั้งหลิวหย่งเฉินและหลิวเหมยลี่บัดนี้ก็มานั่งอยู่บนโต๊ะอาหารที่ตั้งอยู่ในบ้าน พร้อมทั้งฝั่งตรงข้ามมีบิดามารดาของพวกเขานั่งอยู่ และบนโต๊ะในขณะนี้ก็มีจานซาลาเปาจานใหญ่วางอยู่ตรงกลางเรียบร้อย
“โอ้โห ซาลาเปาพวกนี้ดูขาวอวบ ดูน่ากินจัง” ตู้เจินจูกล่าวออกมาอย่างตาโต
“แต่เอ๊ะ! ทำไมซาลาเปาพวกนี้ ไส้มันถึงออกมาอยู่ข้างนอกละ” หลิวซานเหอกล่าวออกมาอย่างสงสัย
“นี่เขาเรียกว่าซาลาเปาไส้ทะลักเ้าค่ะ”
“ซาลาเปาไส้ทะลัก?”
“อ้อ เพราะว่าไส้มันทะลักออกมาอยู่ด้านนอก เลยตั้งชื่อว่าซาลาเปาไส้ทะลักงั้นเหรอ เข้าใจคิดเข้าใจทำจริงๆ”
“อย่ามัวรอช้าอยู่เลยท่านพ่อท่านแม่ ลองชิมดูเลยดีกว่า” หลิวหย่งเฉินรีบชักชวน เขาเองก็อยากกินเต็มแก่แล้ว
“ช้าก่อน! พี่ใหญ่ ท่านลืมอะไรไปหรือเปล่า” หลิวเหมยลี่กล่าวย้ำเตือนถึงเื่ที่ท่านอาจารย์หยางซวนแนะนำไว้ ก่อนที่ทั้งสองคนจะออกมา
หลิวหย่งเฉินลืมเื่นี้ไปเสียสนิท เพราะความที่มัวแต่อยากกิน แต่พอเห็นดวงิญญาของหยางซวนที่ลอยอยู่หลังบิดาของเขา ในขณะนี้กำลังทำไม้ทำมือเป็ท่าทางบางอย่างเป็ตัวอย่างให้เขาเห็น
เมื่อหลิวหย่งเฉินเห็นท่าทางเ่าั้แล้วก็พลางร้อง...อ๋อ...ขึ้นมา
“ใช่แล้ว...ข้าลืมไปได้อย่างไรกัน งั้นข้ายกหน้าที่นี้ให้เ้า เสี่ยวลี่”
หลิวเหมยลี่เองก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว นางหยิบซาลาเปาขึ้นมาไว้ในมือหนึ่งลูก พลางหันสิ่งที่ถือไว้อยู่ในมือไปทางบิดามารดา “ท่านพ่อท่านแม่ ก่อนจะลงมือกิน ท่านดูนี่ก่อน...”
“ซาลาเปาเนื้อไส้ทะลัก...มาแล้วจ้า” พอพูดจบ หลิวเหมยลี่ก็จับซาลาเปาลูกนั้นด้วยมือทั้งสองข้างแล้ว ‘แบะ’ มันออกจากกันทันที
เมื่อเนื้อซาลาเปาฉีกขาดออกจากกัน น้ำซอสเนื้อด้านในก็ทะลักออกมา เผยให้เห็นภาพเนื้อด้านในที่มีสีต่างไปจากเนื้อที่ทะลักอยู่้าของซาลาเปา
เนื้อ้านั้นมีน้ำตาลอ่อนเพราะโดนความร้อนขณะที่นึ่งจึงทำให้สีซีดลงไป แต่เนื้อที่อยู่ด้านในนั้นยังคงเป็สีน้ำตาลเข้ม บ่งบอกถึงความเป็เนื้อที่น่าจะมีรสชาติเข้มข้นอย่างมาก เพราะผ่านการหมักและคลุกเคล้าเครื่องปรุงทั้งหลายมาอย่างดี
รวมถึงความอร่อยจากน้ำในตัวเนื้อเองก็มิได้สูญหายไปไหน ยังคงถูกเก็บกักไว้ภายในผิวขาวนวลเนียนของแป้งซาลาเปารอบด้าน
แหงนหน้าขึ้นมองจากซาลาเปาขึ้นมา้า ภาพที่เห็นตอนนี้คือสีหน้าอึ้งตะลึง ทำตาโต อ้าปากหวอ ของหลิวซานเหอและตู้เจินจูผู้เป็บิดามารดา หลิวหย่งเฉินและหลิวเหมยลี่มีอาการได้ใจอย่างเห็นได้ชัด
“ตะกี้พ่อก็หิวแล้วนะ พอเ้ามาแบะให้ดูแบบนี้ เห็นแล้วยิ่งหิวเข้าไปใหญ่เลย” หลิวซานเหอตั้งสติอยู่หลายอึดใจ กว่าที่จะพูดออกมาได้
“นั่นสิ ตะกี้สีเนื้อข้างในดูเข้มน่ากินดีจัง” ตู้เจินจูก็กล่าวออกมาอย่างตะลึงลานเช่นกัน
แม้แต่หลิวเหมยลี่ที่เป็คนแบะเองก็ยังรู้สึกตื่นเต้นเช่นเดียวกัน ยิ่งตอนที่น้ำเนื้อด้านในไหลออกมา นางยังเผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
หยางซวนเอาตัวอย่างนี้มาจากการนำเสนออาหารหน้ากล้อง หากโชว์แต่เพียงซาลาเปาขาวๆด้านนอกเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่าคนดูที่อยู่หลังกล้องก็คงไม่รู้สึกอันใด เพราะกลิ่นไม่สามารถที่จะลอยไปตามภาพได้อยู่แล้ว
หากแต่ภาพยามที่แบะซาลาเปาออกและเนื้อด้านในะเิออกมาสู่สายตานั้น คนดูเ่าั้น้ำลายก็จะไหล ความอยากกินก็จะพุ่งสูงท่วมท้นในทันที บ่อยครั้งที่เขาได้ยินเสียงตอบรับจากผู้ชมทางบ้านมาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็...
“เห็นแบบนี้แล้วอดใจไม่ไหวต้องรีบตามไปกินเลยทีเดียว “
“อื้อหือ น้ำลายไหลเช็ดแทบไม่ทัน”
แต่ประโยคที่เขาได้ยินบ่อยที่สุด โดยเฉพาะจากกลุ่มวัยรุ่น ก็คือ...
“อานุภาพรุนแรงเหลือเกิน!”
“เอามายั่วแบบนี้ ฆ่ากันให้ตายไปเลยดีกว่า!”
วินาทีที่เขาเห็นภาพนี้แล้ว ก็รู้ทันทีว่าวิธีการ ‘อวด’ เช่นนี้มีประโยชน์มาก และก็ยังคงใช้ได้ผลแม้ในยุคนี้ด้วยก็ตาม
“ขึ้นชื่อว่าซาลาเปาไส้ทะลัก ไม่โชว์ภาพตอนไส้มันทะลักให้ดู ก็เสียชื่อหมดน่ะสิ” หยางซวนคิดในใจ
“เอาละ ลองชิมดูได้เลย ท่านพ่อท่านแม่” หลิวเหมยลี่เอาซาลาเปาที่ตัวเองแบะออกเป็สองส่วนแล้วนั้น มาแบ่งกับหลิวหย่งเฉินคนละอัน สำหรับบิดามารดาของนางนั้น นางให้พวกเขาหยิบลูกใหม่ในจานไปคนละลูก
“กินละนะ” นางตู้เอ่ยออกมาเบาๆก่อนจะทดลองกัดไปหนึ่งคำเล็กๆ ทว่าเห็นได้ชัดว่าในแววตานั้นมีความคาดหวังแฝงอยู่ ภาพที่น้ำเนื้อด้านในไหลออกมาเมื่อสักครู่ยังคงติดตรึงใจนางอยู่
วินาทีที่นางกัดลงไปก็ราวกับมีเนื้อพุ่งทะลักทลายแย่งกันกรูเข้ามาในปาก ัันี้เป็ประสบการณ์ที่แปลกใหม่แตกต่างจากที่นางเคยกินซาลาเปาทั่วไป
“อื้อหืม ไส้เยอะมากเลย อร่อยด้วย” นางตู้พูดออกมาอย่างตื่นเต้น
“อั้นอิอั้นอิ (นั่นสินั่นสิ)” ทางฝ่ายหลิวซานเหอก็พูดออกมาเช่นกัน แต่ด้วยความที่หลิวซานเหอนั้นกัดลงไปคำใหญ่ไม่เหมือนนางตู้ เวลานี้เนื้อสับด้านในของซาลาเปาจึงอยู่ในปากเขาเต็มไปหมด ทำให้ไม่สามารถพูดออกมาเป็คำที่คนฟังรู้เื่ได้ กระนั้นหน้าตาท่าทางของเขายังคงสื่อความหมายให้ทุกคนรับรู้ได้ว่าเขากินแล้วรู้สึกอร่อย
จนเมื่อเขากลืนคำนั้นลงไปได้แล้วจึงพูดออกมาใหม่ “โห อร่อยมากเลย เนื้อด้านในนี้รสชาติดีมาก”
“ว่าแต่ ใส่ไส้เยอะขนาดนี้ จะขายได้กำไรเหรอลูก” นางตู้หันมาถามลูกๆทั้งสองคน ถึงแม้ซาลาเปาจะอร่อย แต่นางตู้ก็นึกเป็กังวล ใส่เนื้อจนทะลักออกมาเยอะขนาดนี้ อย่าว่าแต่กำไรเลย ไม่ขาดทุนก็นับว่าดีแล้ว
“เหตุใดท่านแม่ถึงคิดว่าลูกจะไม่ได้กำไรหรือขอรับ” หลิวหย่งเฉินเอ่ยถาม
“ซาลาเปาของผู้อื่นถึงแม้จะอร่อย แต่ส่วนใหญ่ล้วนมีแต่แป้งหนาๆทั้งนั้น แต่ซาลาเปาเนื้อไส้ทะลักของพวกเ้าเนี่ย กินแล้วรู้เลยว่ามีเนื้อมากกว่าแป้ง”
“นั่นสิเฉินเอ๋อ ลี่เอ๋อ หากใส่เนื้อมากเกินไป ต้นทุนก็ต้องสูงขึ้นตาม แล้วกำไรก็จะน้อยลงน่ะสิ” ผู้เป็บิดาเอ่ยสมทบ
เวลานี้ในใจของหลิวหย่งเฉินและหลิวเหมยลี่ไม่ได้มีความขัดเคืองใจแต่อย่างใดที่บิดามารดาต่างทักแย้งพวกตนขึ้นมา ทว่ากลับตื่นเต้นดีใจเสียด้วยซ้ำ
ซาลาเปาไส้ทะลักของพวกตนนั้น หาได้ใส่ไส้เยอะกว่าผู้อื่นไปมากมายไม่ แต่คนกินกลับรู้สึกว่าซาลาเปาของพวกตนนี้มีไส้เยอะกว่าเ้าอื่นมากนัก เช่นนี้จะไม่ดีใจได้อย่างไร
หลิวเหอซานและตู้เจินจูเห็นท่าทีของบุตรชายและบุตรสาวของตน ที่นอกจากจะไม่มีท่าทางกังวลแล้ว กลับมีสีหน้าดีใจระคนตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ ปากทั้งสองคนนั้นสั่นระริกๆราวกับอยากจะพูดสิ่งใดออกมาเสียเต็มทีแล้วก็มิปาน
หลิวหย่งเฉินหันมามองหน้ากับหลิวเหมยลี่ ทั้งสองคนต่างมีความตื่นเต้นอย่างสังเกตได้ชัดไม่แพ้กัน ท้ายสุดแล้วหลิวหย่งเฉินจึงพยักหน้าเป็สัญญาณให้หลิวเหมยลี่เป็ผู้ให้คำตอบแก่บิดามารดาในเื่นี้ ซึ่งหลิวเหมยลี่ก็ไม่รั้งรออีกต่อไป
“เื่นี้ไม่ต้องเป็ห่วงท่านพ่อท่านแม่ อันที่จริงแล้วซาลาเปาไส้ทะลักนี้ มิได้ใส่เนื้อสับด้านในมากไปกว่าซาลาเปาของเ้าอื่นเลยเ้าคะ”
“หา...จะเป็ไปได้อย่างไร” ครั้นได้ยินคำตอบของบุตรสาวที่ต่างไปจากที่พวกตนคาดไว้แล้ว ทั้งหลิวเหอซานและตู้เจินจูก็มีอาการใอย่างยากที่จะระงับไว้ได้
“ก็เห็นๆกันอยู่ เนื้อล้นออกมาข้างนอกแบบนั้น”
“เคล็ดลับของเื่นี้...อยู่ที่ตัวแป้งเ้าค่ะ” หลิวเหมยลี่ตอบยิ้มๆ
“แป้งเหรอ?” เมื่อได้ยินทั้งสองก็พลันรีบก้มไปดูที่แป้งทันที หลิวซานเหอดูยังไงก็ไม่เห็นว่าแป้งจะต่างจากคนอื่นตรงไหน ขาวกว่าเหรอ? ก็ไม่น่าจะเกี่ยว ขนาดก็ไม่ต่างไปจากซาลาเปาทั่วๆไป
ทว่าตู้เจินจูมองต่างออกไป นางพลิกดูซาลาเปาที่นางกัดเอาไว้แล้วยังกินไม่หมด เมื่อสายตาของนางมองไปที่ไส้ จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปเพ่งมองที่แป้งที่อยู่ติดกัน เมื่อสังเกตเห็นถึงความแตกต่างจากซาลาเปาปกติ นางจึงได้ร้องออกมา
“ข้าเข้าใจแล้ว”
“อะไรกัน อะไรกัน ทำไมข้าไม่เข้าใจอยู่คนเดียว” หลิวซานเหอทำหน้าย่น จะมีเขาไม่เข้าใจอยู่ผู้เดียวในบ้านได้อย่างไร นี่มินับว่าเขาเป็คนโง่ที่สุดในบ้านหรอกหรือ
“ท่านดูตรงนี้สิท่านพี่” ตู้เจินจูพูดพลางหันซาลาเปาที่กัดแล้วของตนไปให้ผู้เป็สามีดู
“ข้าก็เห็นว่าแป้งมันบางกว่าปกติ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าแล้วมันเกี่ยวกับการที่ใส่ไส้เยอะตรงไหน” หลิวซานเหอพิจารณาเสร็จแล้วก็ยังมิหายงุนงง
“ซาลาเปาไส้ทะลักนี้มีแป้งที่บางกว่าปกติ เวลาเรากัดไปจึงรู้สึกถึงเนื้อแป้งซาลาเปาได้น้อยลง แต่จะรู้สึกถึงเนื้อด้านในได้มากขึ้นอย่างไรเล่าท่านพ่อ” หลิวหย่งเฉินเกรงว่าหากปล่อยให้บิดาสงสัยนานเกินไป เดี๋ยวจะมีอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา จึงได้รีบอธิบาย
“อีกทั้งยังทำให้ต่างจากคนอื่นโดยการเปิด้าให้เห็นไส้ ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าไส้มันทะลักออกมาอย่างไรเ้าคะ” หลิวเหมยลี่กล่าวเสริม
นี่ก็นับเป็อีกหนึ่งจิตวิทยาที่หยางซวนใส่แทรกลงไปในซาลาเปาไส้ทะลักอันนี้ เปิดไส้ให้เห็นราวกับว่ามันทะลักออกมา ทำให้คิดว่ามีไส้เยอะขึ้น ทว่าความจริงแล้วใช้แป้งเท่ากัน ใส่เนื้อเท่ากัน ต่างแค่การนำเสนอเท่านั้นเอง
“ที่แท้ก็เป็เยี่ยงนี้” ถึงแม้หลิวซานเหอจะเป็คนที่มีความสามารถในด้านล่าสัตว์ หรือทำไร่ทำสวน แต่เื่อาหารการกินเขาเป็คนกินง่ายอยู่ง่าย ไม่พิถีพิถันมากนักตามประสาผู้ชายส่วนใหญ่ เื่เหล่านี้จึงสู้ภรรยาผู้ที่มีความคลุกคลีในการทำครัวอยู่บ้าง กับลูกๆที่เป็เด็กเฉลียวฉลาดและช่างสังเกตไม่ได้เลย
“ยอดเยี่ยม พวกเ้าสามารถคิดวิธีนี้ออกมาได้... ดี ดี ดี” หลิวซานเหอถูกใจจนถึงกับเอ่ยปากชมว่าดีถึง 3 ครั้ง