บทที่ 4 : เวลาเป็เงินเป็ทอง ไม่มีเวลาเสียใจ
คุณตาและคุณยายพาหลานสาวมาขึ้นเกวียนวัวของหมู่บ้าน บนเกวียนมีชาวบ้านอยู่สี่ห้าคน และหนึ่งในนั้นเป็ลูกสาวหัวหน้าฝ่ายผลิต อีกฝ่ายมองซูฉีแล้วยิ้มเยาะ ซูฉีไม่รู้ว่าเ้าของร่างเดิมเคยมีเื่อะไรกับคนผู้นี้หรือเปล่า ดูแล้วอีกฝ่ายไม่น่าเป็มิตร
คุณยายเซี่ยไม่รอช้า รีบกระซิบบอกหลานสาวก่อน เพราะเกรงว่าหากซูฉีไม่รู้จักชื่อใครเลยมันจะผิดสังเกต “คนนั้นคือลูกสาวหัวหน้าฝ่ายผลิต เป็พวกถือดีและจองหองมาก หล่อนแอบชอบโจวเว่ยมานานหลายปี ตอนโจวเว่ยแต่งกับหลาน หล่อนถึงกับกล้าจะมาพังงานแต่ง! หลานต้องอยู่ให้ห่างหล่อนไว้!” เมื่อก่อนหลานสาวเธอขี้โวยวาย เอะอะจิกหัวตบไม่ก็จับกดน้ำ แม้ใบหน้าสะสวยแต่นิสัยร้ายกาจ ผู้ชายในหมู่บ้านหลงหน้าตาความสวยของเธอก็จริง แต่ครอบครัวของพวกเขาไม่มีใครอยากได้ไปเป็ภรรยาของลูกหลาน คุณตากับคุณยายกลับชอบใจที่หลานเป็แบบนั้น เพราะจะได้ไม่ถูกใครรังแกง่ายๆ
ซูฉีคนก่อนแม้จะขี้หงุดหงิด แต่ไม่เคยหาเื่ใครก่อน หล่อนจะเป็พวกไม่คบหาใคร
ซูฉีได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง เธอเองก็ไม่อยากมีปัญหากับอำนาจกลุ่มไหนทั้งนั้น
ทว่า ดูเหมือนอีกฝ่ายอยากมีเื่จนทนไม่ไหว “ไงจ๊ะอาฉี? แต่งกันไม่ทันไรก็ถูกผู้ชายขอหย่า นี่ขนาดมีลูกในท้องเขายังไม่เห็นแก่หน้าหล่อน ฉันละไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ ตอนนั้นถ้าไม่ท้องเขาคงไม่แม้แต่รับผิดชอบ!”
“เกี่ยวอะไรกับเธอ?” ซูฉีเลิกคิ้วสงสัย เื่ที่อีกฝ่ายพูดมาใครบ้างไม่รู้
“ก็ถ้าไม่เพราะความอยากได้อาโจวจนตัวสั่นระริกระรี้ของหล่อน ป่านนี้ฉันกับเขาคงมีครอบครัวที่อบอุ่นกันไปนานแล้ว” ลูกสาวหัวหน้าฝ่ายผลิตมีชื่อว่าเป้ยเป้ย ใบหน้าของเธอธรรมดามาก ทั้งรูปร่างยังอวบอัด ไม่ใช่พิมพ์นิยมสักเท่าไร หล่อนอิจฉาซูฉีมาตลอด ทว่าตอนนั้นซูฉีรักอยู่กับลูกชายนายอำเภอ ส่วนเธอแอบรักยุวปัญญาชนโจวเว่ย เป้ยเป้ยคิดมาตลอดว่าน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง ทว่านังหน้าด้านไร้ยางอายนี่กลับมาควักดวงใจของเธอไปต่อหน้าต่อตา!
“เธอถามเขาแล้วเหรอ? ว่าอยากมีครอบครัวอบอุ่นกับเธอหรือเปล่า?” ซูฉีพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผิดกับปกติที่มักจะแหกปากแหกคอ
แต่การพูดอย่างเ็าไม่ทุกข์ไม่ร้อนนี้ สร้างความโมโหให้กับคนฟังได้มากกว่า “หน้าด้านไร้ยางอาย!”
“ใช่ ทำไม? หรือหล่อนไม่ด้าน?” ซูฉียังลอยหน้าลอยตาโต้เถียง หากเงียบไม่โต้ตอบ คนอื่นจะคิดว่าเธอผิดปกติเอาได้
“นังบ้า!!!” เป้ยเป้ยโกรธจนหายใจไม่ออก ใครบ้างถูกด่าแล้วยังมีหน้ามารับอย่างหน้าตาเฉยแบบนั้น ไม่รู้จะสัญหาคำอะไรด่าจริงๆ “คนอื่นถูกหย่าเขาร้องไห้เสียใจ หล่อนนี่เป็คนอย่างไร ไม่สลดสักนิด!”
“ฉันไม่มีเวลาทำเื่ไร้สาระแบบนั้นหรอก เวลาเป็เงินเป็ทอง” อดีตสามียังไม่มีเยื่อใย แล้วทำไมเธอต้องเสียน้ำตา!?
คนอื่นๆ บนรถม้าเงียบฟังอย่างสนุก คุณยายมองหลานสาวใหม่อีกครั้ง นี่ขนาดความจำเสื่อมลูกสาวหัวหน้าฝ่ายผลิตยังเถียงสู้ไม่ได้ คุณยายรู้สึกปลื้มอกปลื้มใจ
ศึกบนเกวียนวัวจบลงแต่เพียงเท่านั้น เพราะเป้ยเป้ยเองถูกบิดาสั่งห้ามก่อเื่ใหญ่ เธอทำได้เพียงจิกกัดคนที่ตนไม่ชอบหน้า
เมื่ออีกฝ่ายไม่หาเื่ ซูฉีก็ไม่สนใจ ถึงตลาดในตัวอำเภอ คนตระกูลเซี่ยลงจากเกวียนวัว คุณยายพาหลานสาวไปเดินเล่น แต่ในหัวของซูฉีนั้นไม่ได้มาเพื่อเที่ยวสนุก เธอเดินสำรวจวัตถุดิบอย่างละเอียด เมนูอาหารมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัว เธอสอบถามราคาของต่างๆ ก่อนจะตัดสินใจทำลูกชิ้นปลาขาย ่นี้อากาศเริ่มหนาวเย็น หากมีลูกชิ้นปลาซดกับน้ำแกงร้อนๆ คงจะดีไม่น้อย
ปลาที่เธอจะใช้ทำนั้นเป็ปลาราคาถูกที่คนไม่นิยมกิน และยัง้าแป้งอีกหนึ่งถุงใหญ่ ที่บ้านมีคูปองอาหารไม่พอ โชคดีที่คุณตาพอจะมีเพื่อนฝูงอยู่ในตลาด จึงหาแป้งมาได้ในราคาแพงกว่าร้านค้าสหกรณ์นิดหน่อย แต่ไม่ต้องใช้คูปองอาหาร เธอขอให้คุณตากับคุณยายซื้อของให้ พวกท่านควักเงินจ่ายให้โดยไม่ถาม
ตอนกลับครอบครัวเซี่ยใช้พื้นที่สำหรับวางของไม่น้อยจนถูกเหน็บแนมไปหลายคำ คุณยายเซี่ยจึงจ่ายค่าเกวียนเพิ่มอีกสำหรับสองที่นั่ง
กว่าจะถึงบ้านก็เล่นเอาเหนื่อยไม่น้อยเลย คุณยายซื้อซาลาเปามาสองลูก ลูกหนึ่งให้หลานสาว อีกลูกสองตายายแบ่งกันคนละครึ่ง
ซูฉีไม่มีเวลากิน เธอใช้ไม้ทุบเนื้อปลาจนแบน ก่อนจะสับมันอีกครั้งจนละเอียดทั้งเนื้อทั้งกระดูก จากนั้นผสมมันกับแป้งแล้วปั้นเป็ลูกกลมๆ มีรูตรงกลาง เธอง่วนอยู่กับการทำ โดยมีลูกมือเป็คุณตากับคุณยาย เธอซื้อหัวกุ้งที่คนไม่้าเอามาต้มทำน้ำแกง เธอยังใส่เห็ดหอมกับไช่กัวหรือที่คนยุคนี้เรียกผักดองตากแห้งอีกเล็กน้อย มันของกุ้งส่งกลิ่นหอมชวนหิว ซูฉีใส่เครื่องปรุงอย่างละนิดอย่างละหน่อย ก่อนจะลวกลูกชิ้นปลา เนื้อกับน้ำแยกกัน เพราะไม่งั้นลูกชิ้นจะอืด เธอจะตักใส่ถ้วยตอนกินเท่านั้น
คุณตากับคุณยายลองชิมหนึ่งคำก็ไม่พูดอะไร ต่างคนต่างไปหยิบชามใบใหญ่มาคนละใบ ก่อนจะตักลูกชิ้นและน้ำแกงใส่ถ้วยมานั่งกินกัน กว่าคุณยายจะเอ่ยปากพูด ชามตรงหน้าก็ว่างเปล่าหมดแล้ว
“เฮอ… ถ้าอาโจวอยู่คงได้กินของอร่อย ไม่รู้ปลาแห้งที่ให้ไปพอกินหรือเปล่า คุณลองไปถามเขาดูซิคะ ถ้าไม่พอก็มาเอาไปอีก” คุณยายเซี่ยเองก็รักโจวเว่ย แม้อีกฝ่ายจะพึ่งมาอยู่ด้วยกันสี่เดือน
“หย่ากันแล้ว ถ้าเรายังเทียวไปเทียวมากับอาโจวอีก คนจะมองยังไง บางที… อาโจวก็อาจอยากเริ่มต้นใหม่ เราไม่ควรไปฉุดรั้งคนหนุ่มอนาคตไกล” ที่คุณตากล้าพูดเพราะหลานสาวความจำเสื่อม หากเป็เมื่อก่อนเขาคงไม่กล้าเอ่ยทำร้ายน้ำใจ
ซูฉีพยักหน้าเห็นด้วย “เขาเป็คนหนุ่มร่างกายแข็งแรง ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณยาย” ร้ายปานนั้นอย่าหวังจะได้กินของอร่อยของเธอเลย!
“แกงลูกชิ้นปลานี้อร่อยเหลือเกิน” คุณตาเปลี่ยนเื่พูด เขามองชามที่ว่างเปล่า ไม่เหลือน้ำแกงสักหยด
“ใช่! อร่อยจนกัดลิ้นตัวเองจริงๆ ” คุณยายแลบลิ้นออกมาให้เห็นแผลที่ตนเคี้ยวเพลินจนเผลอไปเคี้ยวลิ้นตัวเอง
ซูฉีกับคุณตาต่างหัวเราะขำ เธอเอ่ยเื่ที่ตนคิด “ทุกคนคะ ฉันมีเื่อยากจะขอค่ะ”
“ขออะไรกัน ซูฉีของยายอยากได้อะไร มีหรือยายจะไม่ให้”
“ฉันอยากขอไปขายลูกชิ้นปลาที่ตลาดค่ะ วันนี้เห็นคนมาซื้อของแล้วคิดว่ามันต้องขายดี”
คราวนี้คุณตากับคุณยายไม่พยักหน้าในทันที คุณตาเป็ผู้เอ่ยขึ้นมาก่อน “ฉีฉี ตาไม่ได้อยากห้าม แต่ตอนนี้หลานกำลังท้องอยู่ ยกของหนักมันอันตราย อีกอย่างตากับยายต้องออกทะเลไปหาปลาหลายวัน หลานต้องอยู่บ้านคนเดียว ตาไม่วางใจให้ทำงานหนัก แล้วยังมีเื่ซื้อของกลับมาทำ ทำแล้วต้องขนกลับไปขายอีก วันนี้หลานก็เห็นว่าเกวียนวัวของหมู่บ้านมีไว้ใช้ซื้อของเล็กน้อย ถ้าเราอยากค้าขายเราต้องมีรถจักรยาน ไม่ก็มอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง” ราคาจักรยานและมอเตอร์ไซค์นั้นไม่ใช่ถูกๆ แต่คุณตาเซี่ยมีเพื่อนฝูงเยอะ เขาสามารถหามือสองสภาพดีได้
คุณตาเป็ชาวประมง ตอนอยากหาขนมให้หลานก็มักจะแอบเก็บปลาที่ต้องส่งให้ฝ่ายผลิตไปแลกเป็เงินกับคูปองในตัวอำเภอ แล้วนำมาซื้อลูกอมตรากระต่ายขาวให้หลานสาว เมื่อมีครั้งแรกก็มีครั้งถัดไปอีกนับไม่ถ้วน เมื่อมีลูกค้าคนแรกก็ย่อมมีคนถัดไปเรื่อยๆ เพราะเนื้อสัตว์เป็ที่้าอย่างมาก สุดท้ายคุณตาก็มีลูกค้าประจำมากมาย และแล้วก็เป็สหายกัน
ซูฉีถอนหายใจ ไม่คิดเลยว่าการค้าจะยุ่งและต้องลงทุนเยอะขนาดนี้ เธอไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่าจักรยานกับมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง แต่คิดว่ามันคงเป็พาหนะแปลกตาที่เห็นในตลาดวันนี้ ซึ่งมีราคาแพงมากแน่ๆ
พอเห็นหลานสาวหน้าจ๋อย คุณยายตีแขนสามีดังเพียะ “คุณลองไปถามเพื่อนในเมืองว่าสามล้อพ่วงข้างมันราคาเท่าไร เงินเก็บของเรายังพอมีอยู่นะ”
คุณตาเองก็อยากสนับสนุน ทว่าหากหลานสาวทำเพียงไม่กี่วันพวกเขาจะเสียเงินเก็บของครอบครัวเกือบทั้งหมด “ถ้าเป็มือหนึ่งคงยาก มันต้องใช้คูปองอุตสาหกรรมหลายใบ กว่าจะหาได้แต่ละใบต้องใช้เวลานาน ถ้าเป็มือสองคงไม่ต้องใช้ พรุ่งนี้ก่อนออกเรือผมจะเข้าเมืองไปหารถพ่วงข้างมือสอง”
ซูฉีดีใจมาก คุณตาคุณยายถึงกับจะซื้อรถที่แค่บิดก็ไปให้เธอ! “ขอบคุณค่ะ!” ซูฉีกอดคุณตากับคุณยายด้วยความรัก เธอจะตั้งใจหาเงิน การออกทะเลเป็เื่เสี่ยงอันตราย เธอไม่อยากให้พวกท่านทำงานประมงกันอีกแล้ว