จอมอาคมกู้บัลลังก์

    บทที่ 89: มรดกแห่งราชันย์อาคม

    ในโถงถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สว่างไสวไปด้วยแสงสีทองนวล 


    เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง...


    ลุงมียังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น สายตาของแกจับจ้องไปยังภาพของเด็กหนุ่มที่กำลังจะสัมผัสกับศาสตราวุธในตำนานด้วยความรู้สึกที่ทั้งยำเกรงและตื่นเต้นอย่างถึงขีดสุด


    ทุกสิ่งทุกอย่างที่แกเคยสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของคำอินทร์ บัดนี้มันได้ถูกเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้น 


    เด็กหนุ่มผู้นี้...ไม่ได้เป็นเพียงผู้มีพลังอันน่าทึ่งแต่เขาคือ "ทายาท" ที่ถูกเลือกโดยโชคชะตาและประวัติศาสตร์


    ส่วนคำอินทร์นั้น เขาไม่ได้ยินเสียงใดๆไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งใดรอบกายอีกต่อไป สติทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับการก้าวเดินเข้าไปหาแท่นศิลา


    ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเข้าไป แก่นอาคมแผ่นดินในกายของเขาก็ยิ่งสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น แหวนทองคำขาวบนนิ้วของเขาก็ยิ่งร้อนขึ้นราวกับกำลังจะหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกับผิวของเขา


    มันคือความรู้สึกของการได้กลับบ้าน การได้พบกับอีกครึ่งหนึ่งของจิตวิญญาณที่พลัดพรากจากกันไปนานแสนนาน


    ปลายนิ้วของเขา ค่อยๆ สัมผัสลงบนลำกล้องปืนที่เย็นเยียบแต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด 


    และในวินาทีนั้นเอง...


    วูบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!


    อักขระขอมโบราณสีทองทั้งหมดที่สลักอยู่บนพระแสงปืนต้น พลันส่องสว่างเจิดจ้าขึ้นพร้อมกัน! ลำแสงสีทองอร่ามพวยพุ่งออกมาจากตัวปืน แล้วไหลเข้ามาสู่ร่างของคำอินทร์ผ่านทางปลายนิ้วที่สัมผัส!


    "อ๊าคคคคคคคคคคคค!"


    คำอินทร์ร้องออกมาด้วยความรู้สึกที่ทั้งเจ็บปวดและเปี่ยมสุขในเวลาเดียวกัน! 


    เขารู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานอันมหาศาลที่ไหลบ่าเข้ามาในร่างกาย มันไม่ใช่พลังงานที่แปลกปลอมแต่มันคือพลังงานสายเดียวกับแก่นอาคมแผ่นดินของเขา


    มันกำลังหลอมรวม กำลังเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปและกำลังปลุกพลังที่แท้จริงที่เคยหลับใหลอยู่ภายในกายของเขาให้ตื่นขึ้น!


    ร่างกายของเขาส่องสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีทอง ผมทุกเส้นบนศีรษะตั้งชัน ดวงตาของเขาเบิกโพลงและในมโนสำนึกของเขาได้ปรากฏภาพของเหตุการณ์ในอดีตขึ้นมาอย่างชัดเจน 


    เขามองเห็นภาพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเหล่ามหาฤาษีในโถงถ้ำแห่งนี้


    เขามองเห็นภาพการทำพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ การอัญเชิญพลังจากสรวงสวรรค์และผืนปฐพีมาประจุไว้ในพระแสงปืนต้นกระบอกนี้


    เขาสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งความรักชาติ ความเสียสละและความปรารถนาที่จะปกป้องแผ่นดินของบรรพบุรุษที่ถูกสถิตไว้ในศาสตราวุธแห่งราชันย์นี้!


    แล้วภาพทั้งหมดก็ดับวูบลง...


    คำอินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น เขายังคงใช้มือข้างหนึ่งแตะอยู่ที่พระแสงปืนต้น พลางหอบหายใจอย่างหนัก เหงื่อกาฬไหลท่วมไปทั่วทั้งร่างแต่ในแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกระจ่างแจ้งและความเข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่าง


    ลุงมีรีบคลานเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง "พ่อหนุ่ม! เป็นอย่างไรบ้าง!"


    คำอินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองลุงมี แล้วเขาก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและความสงบนิ่ง ที่ไม่เคยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขามาก่อน


    "ข้าไม่เป็นไร...ท่านลุง" เขากล่าว "ข้า...สบายดีกว่าที่เคยเป็นมาทั้งชีวิต"


    เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่เคยมี บัดนี้ได้หายไปจนหมดสิ้นร่างกายของเขารู้สึกเบาสบายและเปี่ยมไปด้วยพละกำลังอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน


    แก่นอาคมแผ่นดินในกายของเขา บัดนี้ไม่ได้ปั่นป่วนและดิบเถื่อนอีกต่อไปแต่กลับไหลเวียนอย่างสงบนิ่งและเป็นระบบ ราวกับแม่น้ำที่เชี่ยวกรากได้ถูกจัดระเบียบให้ไหลไปตามคลองชลประทานที่มั่นคง


    เขาหันกลับไปมองที่แท่นศิลาอีกครั้งแล้วสายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นว่าบนแท่นศิลานั้น ยังมีข้อความจารึกอีกส่วนหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่ด้านล่างเป็นอักษรที่มีขนาดเล็กกว่าและดูเก่าแก่ยิ่งกว่าข้อความแรก


    มันถูกบดบังไว้ด้วยพลังอาคมจางๆ ซึ่งเพิ่งจะสลายไปหลังจากที่เขาได้สัมผัสกับพระแสงปืนต้น


    เขาเดินเข้าไปอ่านข้อความนั้นและสิ่งที่เขาได้พบก็ได้ทำให้ความเข้าใจในโลกแห่งอาคมของเขาเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง


    "แด่ทายาทผู้สืบทอด...จงรับรู้ไว้เถิดว่า...พลังที่แท้จริงหาได้อยู่ที่ศาสตราวุธ...หากแต่อยู่ที่ตัวของผู้ใช้...พระแสงปืนต้นกระบอกนี้...เป็นเพียงแค่ 'ภาชนะ' ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับพลังอันไร้ขีดจำกัด...ขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช...ผู้เป็น 'จอมราชันย์อาคม'"


    "ลำดับชั้นแห่งอาคมที่มนุษย์ได้บัญญัติขึ้นนั้น...เป็นเพียงเปลือกนอก...สำหรับองค์สมเด็จพระนเรศวรแล้ว...พระองค์ได้ก้าวข้ามผ่านลำดับที่เก้า...ไปสู่ดินแดนที่ไม่มีผู้ใดเคยไปถึง...ทรงเป็นผู้ที่หลอมรวมเจตจำนงของตนเองเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับแผ่นดิน...ด้วยเหตุนี้...พระองค์จึงสามารถยิงกระสุนเพียงนัดเดียว...ข้ามผ่านระยะทางที่เป็นไปไม่ได้...และเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของมหาสงครามได้"


    "และจงรับรู้ไว้เถิด...ทายาทเอ๋ย...พลัง 'แก่นอาคมแผ่นดิน' ที่สถิตอยู่ในกายของเจ้านั้น...หาได้เกิดขึ้นมาโดยบังเอิญไม่...มันคือมรดก...คือสายใย...ที่ถูกส่งผ่านกาลเวลา...มาจากจุดเริ่มต้นเพียงหนึ่งเดียว...จาก 'ปฐมราชันย์อาคม' พระองค์นั้น"


    "หากเจ้าปรารถนาที่จะเข้าใจถึงที่มาและพลังที่แท้จริงของมัน...จงออกเดินทาง...ตามหาร่องรอยของพระองค์...รวบรวม 'เศษเสี้ยวแห่งความทรงจำ' ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งแผ่นดิน...แล้วเจ้า...ก็จะค้นพบคำตอบทั้งหมดด้วยตนเอง"


    เมื่ออ่านจบ คำอินทร์ถึงกับพูดไม่ออก 


    โลกทั้งใบของเขาพลิกคว่ำคะมำหงายอีกครั้ง 


    สมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่เพียงแต่จะเป็นวีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แต่ยังทรงเป็นจอมอาคมในระดับตำนาน ผู้ที่อยู่เหนือกว่าลำดับที่เก้า!


    และที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือแก่นอาคมแผ่นดินในกายของเขา


    มันมีจุดเริ่มต้นมาจากพระองค์!


    นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ เขามีความเกี่ยวข้องอะไรกับวีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นั้น สายเลือดของเขามันไม่ได้เชื่อมโยงแค่กับราชวงศ์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเท่านั้นรึ 


    ลุงมีที่อ่านข้อความนั้นพร้อมกันก็ถึงกับนั่งนิ่งพูดไม่ออก...แกอ้าปากค้าง ในหัวเต็มไปด้วยความสับสนและตื่นตะลึง เรื่องราวที่เกิดขึ้นเบื้องหน้ามันยิ่งใหญ่และซับซ้อนเกินกว่าที่จิ้งจอกเฒ่าอย่างแกจะสามารถหยั่งถึงได้


    ปริศนาใหม่...ที่ยิ่งใหญ่และลึกซึ้งกว่าเดิมหลายเท่าได้ปรากฏขึ้นมาแทนที่ปริศนาเก่า 


    เป้าหมายของคำอินทร์ บัดนี้ไม่ได้มีแค่การเดินทางไปล้านนาเพื่อชำระแค้นหรือการเดินทางไปอยุธยาเพื่อเผชิญหน้ากับชะตากรรมของราชวงศ์อีกต่อไป 


    คำอินทร์ค่อยๆ หันกลับมามองพระแสงปืนต้นที่วางสงบนิ่งอยู่บนแท่นศิลา บัดนี้เขามองมันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ศาสตราวุธแต่มันคือ "กุญแจ"...ดอกแรก...ที่จะนำเขาไปสู่การไขปริศนาทั้งหมด


    เขาค่อยๆ ยกพระแสงปืนต้นกระบอกนั้นขึ้นมา มันมีน้ำหนักที่พอเหมาะกับมือของเขาอย่างน่าประหลาด ราวกับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ


    เขายืนขึ้นอย่างสง่างาม ถือพระแสงปืนต้นไว้แนบกาย แววตาของเขาไม่ได้มีแค่ความมุ่งมั่นอีกต่อไป แต่ยังเต็มไปด้วยความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับมาจากวีรกษัตริย์ผู้เป็นดั่งบรรพบุรุษทางจิตวิญญาณ


    คล้ายกับเรื่องจอมอาคมกู้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน