The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 133 คู่ต่อสู้คนสุดท้าย


    เครดิตภาพจาก https://www.istockphoto.com


          สีหน้าของเทพศาสตราดูสงบจนยากจะหยั่งถึง เวลาต่อมา ชายชราก็เอ่ยถาม 


    “ กระบวนท่าพันเข็มทิ่มแทงเป็นหนึ่งในเพลงดาบเทพศาสตราซึ่งข้าเป็นคนบัญญัติขึ้น นั่นก็แปลว่านักดาบที่เจ้าเลียนแบบคือหนึ่งในลูกศิษย์ของข้า ใช่หรือไม่ ” 

                 


           ทันทีที่ได้ยินคำถาม มาวินก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า เพราะเท่าที่อยู่ร่วมกับโจจี้มาสองอาทิตย์ เขาไม่เคยได้ยินหนุ่มผมทองพูดถึงดินแดนแห่งนี้เลย จึงกล่าวปฏิเสธ


    “ ไม่น่าใช่ พี่ชายผมทองไม่เคยเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับลุงแกนดัล์ฟเลยชั้นว่ามันน่าจะไปฝึกกระบวนท่านี้มาจากคนอื่นมากกว่า ” 

                


            ทั้งเทพศาสตราและมาวินต่างนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนทั้งสองจะมีสิ่งที่ต้องขบคิด แต่สุดท้ายก็เป็นฝ่ายเด็กหนุ่มที่กล่าวตัดบท 


    “ เอาล่ะ ลุงแกนดัล์ฟจะเอายังไงต่อ ชั้นว่าลุงน่าจะส่งคู่ต่อสู้คนสุดท้ายออกมาได้แล้ว ” 


    “ อืม….. แล้วเจ้าล่ะ พร้อมรึยัง ท่าทางจะเสียกำลังไปกับการต่อสู้กับงุยโฮพอสมควร ” ชายชราผมขาวถามกลับด้วยสีหน้าที่ดูตายด้าน 


    “ พร้อมซะยิ่งกว่าพร้อมอีก ส่งคู่ต่อสู้คนสุดท้ายออกมาได้แล้ว ชั้นจะได้เตะมันให้ไส้ไหล ” มาวินบิดกายไปมา เพื่อคลายความเมื่อยขบ ปากก็กล่าวข่มขวัญด้วยท่าทางที่ดูตลก 

                


           มุมปากของเทพศาสตราเชิดขึ้นเล็กน้อย คล้ายจะยิ้ม จากนั้นชายชราก็ประกาศนามคู่ประลองคนสุดท้าย 


    “ โอคุยาสุ ศิษย์เอกของข้า เตรียมเข้าลานประลองได้ ”

           


            สิ้นคำประกาศ ก็เกิดเสียงฮือฮาในหมู่ลูกศิษย์เพราะในดินแดนแห่งนี้
     โอคุยาสุถูกจัดให้เป็นยอดนักดาบอันดับสอง เป็นรองเพียงเทพศาสตราเท่านั้น  

                  


             โอคุยาสุลุกขึ้นยืน บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเย็นๆที่ออกไปในทางสะใจ เพราะอยากกระทืบเด็กหนุ่มเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้รับไฟเขียวจากเทพศาสตรามีหรือที่เขาจะปฏิเสธ 

                 


            พออากิเนะรู้ว่าใครคือคู่ต่อสู้คนต่อไปเธอก็ตื่นตระหนกและหันกลับมาถามท่านปู่ 


    “ ท่านปู่ให้พี่โอคุยาสุออกไปสู้แบบนี้มันไม่หนักไปหน่อยเหรอคะ ” 


    “ ไม่เลย เพราะเจ้าหนูนั่นหวังจะไปสู้กับอสูรร้าย “ซวงเย่” ซึ่งร้ายกาจกว่าโอคุยาสุหลายขั้น ดังนั้นถ้ายังผ่านศิษย์เอกของข้าไม่ได้ ก็ควรล้มเลิกความตั้งใจ ” เทพศาสตราตอบกลับอย่างเลือดเย็นแววตาพลันแข็งกร้าวชั่วขณะ 


    “ อืม…. มันก็ถูกของท่านปู่นะ ตะ….แต่ว่า….” อากิเนะจับจ้องไปที่มาวินดวงตาแฝงแววห่วงใย 

                


            เมื่อโอคุยาสุก้าวเข้าสู่ลานประลอง มาวินก็ยิ้มให้หนุ่มรุ่นพี่เล็กน้อยพร้อมกล่าวทักทายเสียงใส 


    “ ไง พี่ชายหน้าขาว นายเป็นคนสุดท้ายที่ออกมาให้ชั้นเชือดเหรอ ” 

                


            โอคุยาสุยิ้มตอบ พร้อมตอกกลับอย่างดุเดือด


    “ อีกไม่กี่อึดใจ นายก็จะรู้ว่า….ใครเป็นฝ่ายถูกเชือด ” 


    “ ปากเก่งจริงๆ ขอดูหน่อยซิว่าฝีไม้ลายมือจะเก่งตามปากมั้ย ” มาวินแยกเขี้ยวให้ ภายในใจนึกเหม็นขี้หน้าหน้าหล่อผู้นี้อย่างรุนแรงซึ่งก็คงไม่แตกต่างจากโอคุยาสุ แต่ไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ประคารมเสียงประกาศของเทพศาสตราก็ดังขึ้น 


    “ เริ่มการประลองยกที่สี่ ” 

                


             โอคุยาสุหยิบดาบไม้เล่มหนึ่งขึ้นมา ท่าทางสุขุมสมกับเป็นจอมดาบอันดับสองของดินแดน ส่วนมาวิน เขาเริ่มเต้นยึกยักคล้ายฟุตเวิร์คของมวยสากล มือทั้งสองกระชับดาบไม้ไว้ข้างละเล่ม 

               


             ใบหน้าขาวนวลราวสตรีเพศของโอคุยาสุดูสงบนิ่ง ส่วนมาวินยังคงยิ้มเย้ยครู่หนึ่ง ดวงตาของเด็กหนุ่มหัวเขียวก็พลันเบิกโพลง


    “ รับมือ พี่ชายหน้าขาว ” 

              


            สิ้นคำกล่าว มาวินก็เป็นฝ่ายกระโจนเข้าใส่ ดาบสองมือถูกทิ่มแทงออกมาอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนพายุร้ายที่สาดใส่ศัตรูอย่างดุดัน 

                


            แม้กระบวนท่าของมาวินจะดุเดือด แต่สีหน้าของโอคุยาสุยังคงสงบนิ่งและในจังหวะที่พายุดาบเคลื่อนถึงกาย ชายหนุ่มก็สะบัดศาสตราในมือไปหนึ่งทีเพื่อปัดป้องการโจมตีที่กระหน่ำเข้ามา 


    “ เปรี้ยง ” 

                 


           เสียงดาบไม้ปะทะกันดังสนั่นลั่นโรงฝึก ความแรงในการปัดป้องมีมากจนถึงขั้นทำให้มาวินถอยหลังไปถึง 10 ก้าว ส่วนดาบไม้ในมือหลุดหายไปไหนก็ไม่รู้ 


    “ พลั๊ก ” 


    “ อั้ก ” 

           


             มาวินล้มลงบนพื้น แต่ก็รีบยันกายลุกขึ้นนั่ง
     เขารู้สึกว่าโลกกำลังหมุนวนไปมา


    “ อู้ย….นี่มันอะไรกัน ทำไมพลังในการฟาดดาบถึงได้รุนแรงขนาดนี้ มันหนักหน่วงซะจนทำให้ท่าพันเข็มทิ่มแทงเวอร์ชั่นดาบคู่ของเราย่อยยับในทีเดียว ” มาวินสะบัดศีรษะไปมา เพื่อคลายอาการมึนงงพร้อมบ่นพึมพำเบาๆ 

                


              ทันทีที่โอคุยาสุได้ยินน้ำคำของเด็กหนุ่ม เขาก็ยิ้มเหี้ยมๆพร้อมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว 


    “ เนี่ยน่ะเหรอ พันเข็มทิ่มแทง จะบอกให้นะ ท่าที่นายใช้ มันไร้พลังอย่างที่ควรจะเป็น สุดท้ายก็เป็นแค่การแทงดาบรัวๆด้วยสองมือเท่านั้นเอง ถ้างุยโฮไม่มัวแต่ตกใจ เขาก็รับมือได้อย่างสบาย ” 


    “ ฮึ่ม.... ” มาวินรู้สึกโกรธจัดจนกัดฟันกรอดใหญ่ เขาอยากตะโกนบอกหนุ่มหล่อว่า…."ชั้นจะใช้กระบวนท่านี้ได้ยังไง ชั้นก็แค่ครูพักลักจำมาเท่านั้นเอง ไม่เคยได้ฝึกเป็นจริงเป็นจังเลย"ทว่าเขาก็ไม่ได้โต้ตอบ แต่เปลี่ยนเป็นตะโกนก้อง พร้อมพุ่งเข้าใส่โอคุยาสุสุดกำลัง


    “ หน็อย….. อย่างนี้ ต้องเจอกระบวนหมัด ” 

                


            หมัดขวาสลับซ้ายของมาวินหวดใส่โอคุยาสุอย่างรวดเร็ว แต่ทุกดอกล้วนกระทบกับความว่างเปล่า เพราะก่อนที่กำปั้นจะสัมผัสกายหนุ่มหล่อก็พลิ้วหลบได้ทุกที 


    “ ย่ะ ย่ะ ย่ะ ” มาวินร้องตะโกนพร้อมรุกไล่อย่างต่อเนื่อง ส่วนทางด้านโอคุยาสุ เขาเพียงแต่หลบหลีกสลับถอยหนีจนแผ่นหลังกระทบกับกำแพง เด็กหนุ่มจึงยิ้มเหี้ยมๆ แล้วปลดปล่อยท่าไม้ตายออกมา 


    “แกถอยจนติดกำแพงแล้ว ดีล่ะ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ” 

                


           กรงเล็บนับสิบพุ่งเข้าใส่โอคุยาสุ มันรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน แต่ชายหนุ่มกลับทำในสิ่งที่ชวนให้ทุกคนประหลาดใจเขาโยกหลบทุกฝ่ามือ โดยที่สองขาไม่ได้ขยับจากจุดที่ยืน 


    “ เฮ้ย! นี่มัน…” มาวินอุทานดังด้วยความตกใจ และในฝ่ามือสุดท้ายที่กระแทกใส่ โอคุยาสุก็พลิกหลบได้อย่างง่ายดาย พร้อมฉากออกมายืนอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่ม 


    “ ไอ้หมอนี่…” มาวินสบถ เขารีบหันกลับไปสู้ต่อ แต่ในจังหวะเอี้ยวตัว ดาบไม้ในมือของโอคุยาสุก็ทิ่มเข้ามา มันเสยไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม 


    “ พลั๊ก ” 


    “ อุ้ก ” มาวินเซไปติดกำแพง พอเด็กหนุ่มรู้สึกตัว ก็เริ่มตั้งการ์ดเพื่อเตรียมสู้ต่อ ในตอนนี้ เขาพบว่าตนได้มาอยู่ในมุมอับที่ไร้ทางถอยอันเป็นสถานการณ์เดียวกับที่โอคุยาสุเคยเผชิญ


    “ อย่าบอกนะว่านั่นคือท่าเด็ดของนาย มันช่างอ่านทางได้ง่ายดายเสียเหลือเกิน ” โอคุยาสุเยาะเย้ยอีกคำรบ  

               


           มาวินจนด้วยเกล้าเพราะพยุหะกรงเล็บแมวป่าที่ปล่อยออกมานั้นค่อนข้างสมบูรณ์แบบแต่การเคลื่อนไหวกับการอ่านทางของโอคุยาสุนั้นเหนือชั้นกว่า เลยทำให้กระบวนท่าเด็ดไม่อาจกระทบถูก


    “ อืม…..เอาไงดีนะ ตอนนี้เราติดอยู่ที่มุมซะด้วย เสียเปรียบสุดๆ ” มาวินรู้สึกเครียดและกดดันจนเหงื่อชุ่มไปทั่วกาย 

                


            ท่าทางตึงเครียดของมาวินย่อมหนีไม่พ้นสายตาของโอคุยาสุ หนุ่มหล่อหน้ามนจึงแย้มยิ้มออกมาพร้อมทำสิ่งที่เหลือเชื่ออีกครั้ง ด้วยการเดินกลับไปที่กลางลานประลอง จากนั้นก็กวักมือเรียกเด็กหนุ่ม


    “ มาสู้กันต่อซิ เข้ามาได้เลย นายจะได้รู้ซึ้งถึงคำว่า.....ความสามารถที่แท้จริง ”  


    “ ฮ่าๆ สงสัยมันจะกลัวจนไม่กล้าสู้ต่อแล้วมั้ง อาจารย์โอคุยาสุ ” ลูกศิษย์บางคนโห่ร้องออกมา ทำให้หลายคนหัวเราะไปตามๆกัน


    “ อุ้บ….. คิก….. ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” 

                 


            การดูหมิ่นดังกล่าว ทำให้มาวินหัวเสียสุดขีด แม้เขาจะไม่ใช่คนกล้าหาญนักแต่ถ้าโดนเหยียดหยามขึ้นมาคราใด เป็นอันต้องรู้สึกห้าวทุกที


    “ หน็อย…..อย่าบังอาจมาดูถูกชั้น ”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน